พิฆาตริดสีดวง ด้วยสมุนไพร “เพชรสังฆาต” / เอมอร คชเสนี

โดย เอมอร คชเสนี 20 พฤศจิกายน 2552 11:48 น.
      
      
       ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงสาเหตุ อาการ การป้องกัน และการรักษาโรคริดสีดวงทวารซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค การใช้ยาก็เป็นวิธีหนึ่งในการรักษาโรคนี้

      
       นอกจากยาแผนปัจจุบันที่ใช้กันโดยทั่วไปแล้ว ตำรายาแผนโบราณได้กล่าวถึง “สมุนไพรเพชรสังฆาต” ว่าสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคริดสีดวงทวารได้ วันนี้มารู้จักสมุนไพรชนิดนี้กันค่ะ
      
       ต้นเพชรสังฆาต ชาวบ้านบางพื้นที่เรียกว่า สันชะฆาต ขั่นข้อ หรือสามร้อยต่อ ส่วนที่นำมาใช้เป็นยามีทั้งน้ำจากต้น ใบยอดอ่อน ราก และเถา โดยมีสรรพคุณดังนี้
      
       น้ำจากต้น ใช้หยอดหูแก้หูน้ำหนวก แก้เลือดเสียในสตรีประจำเดือนไม่ปกติ และเป็นยาธาตุ ช่วยเจริญอาหาร
      
       ใบยอดอ่อน ใช้รักษาอาการอาหารไม่ย่อย
      
       ใบและราก ใช้เป็นยาพอก
      
       เถา ใช้เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร

       ยารักษาริดสีดวงทวารตามตำรายาไทย ใช้เถาสดกินวันละ 1 ปล้อง หรือประมาณ 2-3 องคุลีต่อหนึ่งมื้อ รับประทานจนครบ 3 วัน โดยหั่นบางๆ แล้วสอดไส้ในเนื้อกล้วยสุกหรือเนื้อมะขามเปียก แล้วกลืนลงไป ห้ามเคี้ยวกินสดๆ เพราะจะทำให้คันคอ
      
       การศึกษาในปัจจุบันพบว่า อาการคันคอเกิดจากเพชรสังฆาตมีแคลเซียมออกซาเลตมาก เป็นผลึกรูปเข็มชนิดเดียวกับที่พบในบอนและเผือก ซึ่งอาจทำให้แพ้และเกิดการอักเสบในทางเดินอาหารได้ คนโบราณจึงมีวิธีการรับประทานโดยไม่ให้เกิดอาการระคายเคืองหรือเกิดน้อยที่ สุด
      
       อีกวิธีหนึ่งก็คือ ใช้เถาตากแห้งนำมาบดเป็นผง แล้วบรรจุลงในแคปซูล เบอร์ 2 (ผงยา 250 มิลลิกรัม) รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน รับประทาน 5-7 วัน อาการจะดีขึ้น โดยจะออกฤทธิ์ลดการอักเสบ บรรเทาปวด และห้ามเลือดในริดสีดวงทวาร
      
       มีการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิภาพของสมุนไพรเพชรสังฆาตในการรักษาโรค ริดสีดวงทวาร โดยเปรียบเทียบกับยาแผนปัจจุบัน พบว่าประสิทธิภาพในการรักษาใกล้เคียงกัน แต่ค่าใช้จ่ายถูกกว่าถึง 20 เท่า โรงพยาบาลชุมชนหลายแห่งจึงนำเพชรสังฆาตชนิดแคปซูลมาใช้ในการรักษาโรค ริดสีดวงแทนยาแผนปัจจุบันทั้งหมด โดยทั่วไปหากรับประทานเพชรสังฆาตประมาณ 5 วัน อาการริดสีดวงจะบรรเทาหายไปได้ แต่ที่สำคัญคือต้องปรับพฤติกรรมที่ทำให้ท้องผูกด้วย
      
       ส่วนการศึกษาวิจัยเรื่องความเป็นพิษของสมุนไพรเพชรสังฆาต พบว่าเป็นสมุนไพรที่มีความเป็นพิษเพียงเล็กน้อยจนถึงไม่มีความเป็นพิษเลย โดยเป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง สำหรับในคนนั้นยังต้องศึกษาในระยะยาวต่อไป อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้นำมาใช้ ยังไม่มีรายงานความเป็นพิษในคน
      
       โดยทั่วไปเราไม่ได้รับประทานเพชรสังฆาตเป็นอาหาร แต่นำมาใช้เพื่อเป็นยา ดังนั้นจึงไม่ควรรับประทานเป็นประจำและต่อเนื่องนาน และควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายที่อาจเกิดขึ้นด้วย
      
       
ติดตามฟังรายการ “Happy & Healthy”
       ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-12.00 น.
       ทางคลื่นของประชาชน คนนำปัญญา FM 97.75 MHz
       และ www.managerradio.com