โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2547 16:46 น.โดย : กุ๊กเล็ก
มีคนบางประเภทชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก
แต่สำหรับ “กุ๊กเล็ก” กลับชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องที่ง่ายกว่า เพราะเราเห็นว่าในความเรียบง่ายนั้นมันมีเสน่ห์แฝงอยู่ ซึ่งก็สามารถใช้ได้ในหลายเรื่อง หลากสรรพสิ่ง แต่กับบางเรื่องความง่ายมันก็ไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่ อย่างเช่น เรื่องคนใจง่าย หรือคนมักง่าย ส่วนเรื่องหัวใจมักง่ายนี่ “กุ๊กเล็ก” ว่าบางครั้งมันก็เป็นสีสันของชีวิตเหมือนกัน
หันหลับมาที่เรื่องอาหารการกินกันบ้าง บางครั้งเมนูอาหารง่ายๆ แต่ว่าหากทำออกมาดี มันก็ถือว่ามีเสน่ห์และชวนกินไม่น้อย อย่างกับ “ข้าวผัด” นี่ก็ถือว่าเป็นเมนูธรรมดาๆที่ทำกินง่ายๆสบายๆ แต่หากประยุกต์นิดหน่อยปรุงรสชาติให้ถูกปากคนทำ มันก็จะกลายเป็นเมนูจานวิเศษในหัวใจของเราได้
“ข้าวผัดทะเล” ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูทำง่าย ที่กินได้ทุกเพศทุกวัย และข้าวของเครื่องปรุงก็หาได้ทั่วไปตามท้องตลาด โดยส่วนผสมของข้าวผัดทะเลจานนี้ก็มี
ข้าวสวย 2 ถ้วยตวง
กุ้งสด 2-3 ตัว
ปลาหมึกหั่นเป็นชิ้นพอคำ ¼ ถ้วยตวง
หอยแมลงภู่ 5-6 ตัว
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ถั่วลันเตา 1/4 ถ้วยตวง
แครอทหั่นลูกเต๋า ¼ ถ้วยตวง
หอมหัวใหญ่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย น้ำปลา มะนาว น้ำมันพืช
เอาหละเมื่อส่วนผสมครบ ก็ได้เวลาบรรเลงเพลงข้าวผัดทะเลกัน
เริ่มแรกล้างปลาหมึก ล้างกุ้งสดให้สะอาด ผ่าหลังเอาไส้ออก ส่วนหอยแมลงภู่ก็แกะเปลือกล้างให้สะอาดแล้วลวกพอสุก
ขั้นตอนต่อมาตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน ส่งปลาหมึก กุ้งสด และหอยแมงภูลงไปผัด แล้วตามด้วยแครอท ถั่วลันเตา หอมหัวใหญ่ ดูจนสุกทั่วหน้าจึงนำข้าวสวยลงไปผัดให้สุกเม็ดสวยงาม แล้วตอกไข่ใส่ในขั้นตอนต่อมา คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสตามที่ปากและใจชอบ
เสร็จสรรพ ยกเสิร์ฟ กินร้อนๆ กับแตงกวา ต้นหอม หรือน้ำปลาพริก ก็อิ่มไปอีกหนึ่งมื้อกับเมนูง่ายๆแต่ไม่ไร้เสน่ห์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 กันยายน 2547 16:48 น. โดย : กุ๊กเล็ก
“น้ำพริก” เมนูไทยๆ ที่ทำง่ายกินง่าย และคุ้นปากคุ้นลิ้นคนไทยมาช้านาน
ซึ่งน้ำพริกในเมืองไทยก็มีให้เลือกกินเลือกหม่ำกันมากมายในหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกเผา น้ำพริกปลาทู น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกลงเรือ และอีกสารพัดน้ำพริกที่ก็ล้วนแต่น่ากิน ยกเว้นน้ำพริกถ้วยเก่าที่ดูยังไงก็ไม่น่ากิน สู้ “น้ำพริกไข่เค็ม” สูตรของ“คุณดวงพร ชมจันทร์” ที่ “กุ๊กเล็ก”มักชอบไปฝากท้องที่บ้านท่านอยู่เป็นประจำถ้วยนี้ไม่ได้
สำหรับน้ำพริกไข่เค็มถ้วยนี้ มีส่วนประกอบ คือ
ไข่เค็ม (ใช้แต่ไข่แดง) 2 ฟอง
กุ้งแห้งป่น 3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 10 กลีบ
พริกขี้หนูสวน 15-20 เม็ด (แล้วแต่ชอบเผ็ดมากเผ็ดน้อย)
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
มะนาว 3 ลูก
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
รากผักชีหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
เครื่องเคียงเอาไว้กินกับ “น้ำพริกไข่เค็ม”
ผักสด อย่าง แตงกวา มะเขืออ่อน ถั่วพู
ผักต้ม อย่าง กะหล่ำปลี หน่อไม้ บวบ ถั่วฟักยาว มะเขืออ่อน
ปลาทูทอด (เน้นตัวโตๆ เนื้อจะแน่นกินมัน)
ขั้นตอนการทำ “น้ำพริกไข่เค็ม” ถ้วยนี้ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาในการทำไม่เกิน 10 นาทีเห็นจะได้ เริ่มกันที่นำรากผักชีหั่นฝอยมาโขลกให้ละเอียด ตามด้วยใส่กระเทียม พริกขี้หนู และโขลกให้ส่วนผสมทั้งสามอย่างเข้ากันดี จากนั้นจึงนำไข่เค็ม (ที่เอาเฉพาะไข่แดง) ใส่ลงไปโขลกรวมกันอีกที
จากนั้นใส่กุ้งแห้งป่น น้ำตาลปี๊บ มะนาว และน้ำปลา คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันอีกที แล้วชิมรสชาติให้ออกเปรี้ยวนำ ตามด้วยหวานและเค็มเล็กน้อย เป็นอันว่าเสร็จสมบูรณ์ ได้”น้ำพริกไข่เค็ม”เอาไว้กินกับเครื่องเคียงที่เตรียมไว้
แล้ว “น้ำพริกถ้วยเก่า” ก็ถูกมองข้ามไป เพราะ น้ำพริกไข่เค็มถ้วยใหม่ที่ “กุ๊กเล็ก” เพิ่งทำเสร็จกำลังรอให้ไปจัดการกินให้เรียบอย่าให้เหลือ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 กันยายน 2547 16:03 น.โดย...กุ๊กเล็ก
เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา บ้านเราเมืองเราก็มีการเฉลิมฉลองต้อนรับทัพนักกีฬา "ฮีโร่โอลิมปิก" กันยกใหญ่ แหม!!! ก็ขอชื่นชมในความสามารถ และนับถือกับความบากบั่นอุตสาหะในการฝึกซ้อมของนักกีฬาไทยกันทุกคน ไปอยู่ ไกลบ้านกันนาน คงจะคิดถึงรสชาติอาหารไทย ๆ เป็นแน่
วันนี้ “กุ๊กเล็ก” เลยถือโอกาสแนะนำเมนูกับแกล้มรสจัดจ้าน ที่แสนจะเข้ากับบรรยากาศแห่งความยินดีปรีดา ซึ่งมักพ่วงมากับการฉลองด้วยเครื่องดื่มประเภทต่าง ๆ เมนูนั้นก็คือ “พล่าปลาดุกน้ำพริกเผา” ซึ่งจะทานเล่นเป็นกับแกล้ม หรือทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน
อย่ารอช้ากันอยู่เลย รีบจัดเตรียมเครื่องปรุงกันดีกว่า เปรี้ยวปากเต็มทีแล้ว
ส่วนผสมก็หาได้ไม่ยาก ประกอบไปด้วย
ปลาดุกอุย 1 ตัวหนัก 600-700 กรัม
หอมซอย 3 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ซอย 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1/4 ถ้วยตวง
น้ำปลา 1/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูทุบพอแตก 1ช้อนโต๊ะ
ใบสะระแหน่เด็ดเป็นช่อ ๆ
วิธีทำขั้นแรก ก็ต้องจัดแจงแล่ปลาดุกเอาแต่เนื้อ หั่นตามขวางกะ ให้ชิ้นพอดีคำ และอย่าลืมใส่เกลือให้ทั่วละกัน เพื่อดับกลิ่นคาวปลา ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างน้ำให้ออกสะอาด
พอเสร็จแล้วก็ตั้งน้ำให้เดือด ใส่เนื้อปลาลวกให้สุก ตักขึ้นเรียงใส่จานเตรียมรอน้ำปรุงรส
ทีนี้มาถึงขั้นปรุงน้ำปรุงรส วิธีทำก็ง่าย ๆ ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล และน้ำพริกเผา คนให้เข้ากัน ชิมรสให้แซ่บกันตามใจชอบ พอเข้มข้นจัดจ้านแล้ว จัดปลาดุกใส่จาน โรยตะไคร้และ หอมซอย ตามด้วยราดน้ำปรุงรส
ตกแต่งหน้าตาให้ดูน่าทานด้วยพริกขี้หนู และใบสะระแหน่สักหน่อย... เป็นอันพร้อมเสิร์ฟ
หน้าตาน่าหม่ำ แถมรสชาติจัดจ้าน แบบแซ่บหลายสไตล์ไทย ๆ รับรองว่าแกล้มกับเครื่องดื่มเย็น ๆ ที่ตระเตรียมไว้เพื่อโอกาสแห่งความยินดีได้อย่างพอดิบพอดี จะมัวช้าอยู่ไย เอ้า !! อย่างนี้ต้องฉลอง....
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 1 ตุลาคม 2547 15:19 น. |
|
โดย : กุ๊กเล็ก
ช่วงนี้ “กุ๊กเล็ก” มองไปทางไหนรู้สึกว่าอะไรๆมันดูฝืดๆไปหมด
จะกินไก่ กินไข่ ก็กินแบบฝืดๆเพราะยังไม่แน่ใจกับไข้หวัดนก
ยิ่งกินแหนมยิ่งโค-ตะ-ระ ฝืดคอ เพราะเดี๋ยวเกิดไปเจอนิ้วมืออยู่ในนั้น รับรองได้ว่าอ๊วกแตกอ๊วกแตนแน่นอน
ส่วนจะไปไหนมาไหน น้ำมันแพง มันก็ส่งความฝืดต่อการเดินทางไม่น้อย
และยิ่งดูข่าวฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน รวมถึงฝ่ายผสมโรงออกมาปล่อยมุขฝืดๆเป็นข่าวกันทุกวี่ทุกวัน มันก็ทำให้รู้ว่านับวันการเมืองบ้านเรามันยิ่งตลกฝืดมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่ออะไรมันดูฝืดๆ “กุ๊กเล็ก” เชื่อว่าแต่ละคนต่างก็คงจะหาวิธีดับความฝืดแตกต่างกันออกไป
สำหรับ “กุ๊กเล็ก” วิธีการดับความฝืดแบบง่ายๆก็คือ การเดินเข้าครัว ปรุงเมนูน้ำๆ ซดให้คล่องคอเพื่อดับความฝืดที่มันเกิดขึ้น แม้ว่ามันจะไม่เกี่ยวกันแต่ว่ามันก็ช่วยให้ปากและใจหายฝืดได้ไม่น้อย
และเมนูดับความฝืดที่เราเลือกมาซดน้ำในช่วงนี้ก็เป็น “แกงจืดปลาหมึกยัดไส้” ที่ทำกินเองได้อย่างไม่ลำบากลำบน โดยเครื่องปรุงของแกงจืดถ้วยนี้ก็ประกอบไปด้วย
ปลาหมึกตัวขนาดประมาณ 5-6 นิ้ว ½ กิโลกรัม
หมูสับ 4 ขีด
แครอทหั่นลูกเต๋าเล็กๆ 2 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 2-3 ราก
กระเทียม 3-4 กลีบ
น้ำต้มกระดูกไก่หรือน้ำซุปไก่(ก้อน) พอประมาณ
ต้นหอม ผักชี น้ำปลาหรือซีอิ๊วขาว พริกไทยป่น
เมื่อเครื่องปรุงพร้อม อุปกรณ์พร้อมก็เริ่มลงมือบรรเลงเพลงแกงจืดปลาหมึกยัดไส้กันได้
ขั้นตอนแรกก็คือ โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย จากนั้นคลุกเคล้ากับหมูสับให้เข้ากัน เหยาะน้ำปลาหรือซีอิ๊วขาวเล็กน้อย
ขั้นตอนต่อไปเป็นการยัดไส้ปลาหมึก ซึ่งก่อนอื่นก็ให้นำปลาหมึกไปล้างให้สะอาด ดึงหัวดึงไส้ออกออก ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ นำหมูสับที่ผสมไว้ยัดลงไปในตัวปลาหมึก เอาแค่พอให้ปลาหมึกอ้วน ไม่ต้องถึงกับแน่นเต็มท้อง แล้วนำปลาหมึกไปนึ่งให้พอสุก จากนั้นหั่นปลาหมึกเป็นริ้วๆเพื่อให้ตักกินง่าย
เสร็จสรรพตั้งน้ำซุปให้เดือด(กะน้ำซุปให้ท่วมปลาหมึกพอประมาณ) ใส่ปลาหมึกที่นึ่งลงไปในหม้อ ตามด้วยแครอท พอน้ำซุปเดือด ปลาหมึกสุกได้ที่ ปรุงรสด้วยเติมซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลาตามใจชอบ
สุดท้ายตักใส่ถ้วย โรยด้วยต้นหอม ผักชี เหยาะพริกไทยนิดหน่อยเพิ่มความหอม ก่อนเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ ตักกินให้เพลินปากกับรสชาติกลมกล่อมแบบง่ายๆ แต่ว่าซดคล่องคอดับความฝืดหลายๆอย่างได้ดีนักแล
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 10 กันยายน 2547 15:57 น. |
หลังจากที่ได้เสนอเมนูอาหารคาวกันไปหลายสัปดาห์ คราวนี้ “กุ๊กเล็ก” จะขอเปลี่ยนเป็นเมนูอาหารหวานอย่าง “วาฟเฟิล ไอศกรีม” บ้าง เพราะหลังจากที่ได้ไปลองชิมเมนูนี้มาจากร้าน “สเต็ก ฮันเตอร์” แล้วก็เกิดอาการติดอกติดใจจนต้องดอดไปหลังร้านเพื่อขอสูตรจากพ่อครัวมาทำกินเองบ้าง พ่อครัวก็แสนจะใจดี บอกสูตรให้โดยไม่คิดสตางค์
หลายคนอาจคิดว่าเป็นขนมฝรั่งอย่างนี้ สงสัยคงจะทำยากแน่ๆ ก็ขอให้ลองดูวิธีทำกันก่อน เพราะ “กุ๊กเล็ก” ว่า มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอกจ้า
ส่วนประกอบที่ต้องเตรียมก็มี
ไข่ไก่ 12 ฟอง
น้ำตาล 250 กรัม
แป้งอเนกประสงค์ 600 กรัม
ผงฟู 25 กรัม
วานิลลา 2 ช้อนชา
เนยจืดละลาย 600 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำก็เริ่มจากตีไข่จนขึ้นฟู ตามด้วยส่วนผสมน้ำตาลและเกลือ ตีจนส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากันดี จากนั้นค่อยๆ ผสมแป้งตามอัตราส่วนทั้งหมดลงไป ตีแป้งต่อจนเนื้อเนียน ตามด้วยผงฟู และผสมเนยที่ละลายแล้ว ตีแป้งต่อจนเข้ากัน แล้วตามด้วยวานิลลา
เมื่อส่วนผสมได้ที่แล้วตักใส่เตาแม่พิมพ์วาฟเฟิล โดยอุ่นเตารอให้ร้อนได้ที่ประมาณ 250 องศาเซลเซียส ใช้เวลาอบประมาณ 3 นาที ก็จะได้วาฟเฟิลสีเหลืองสวย จากนั้นตักไอศกรีมรสโปรดวางบนวาฟเฟิล ไอศกรีมเย็นๆ กินกับวาฟเฟิลนุ่มๆ เฮ้อ...มีความสุขจริงหนอ
ถ้าทำเสร็จแล้วจะไปเรียกพี่น้องเพื่อนบ้านมากินด้วยก็ได้ เพราะอบวาฟเฟิล 1 ครั้งจะเสิร์ฟได้ถึง 4 ที่เลยทีเดียว เอาล่ะ วันนี้ “กุ๊กเล็ก” คงต้องขอตัวก่อน ก็เพราะเจ้าไอศกรีมวาฟเฟิลหน้าตาน่าอร่อยกำลังรออยู่ที่โต๊ะน่ะ
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง