| โดย : แม่ช้อย นางรำ | ||||
คืนนี้เรามาฉลองความสุขก่อนหน่อย เอาให้อร่อยเหาะเมนูเฉพาะ เพราะฉะนั้นเราจะกินไข่ปลาคาร์เวียร์กัน คริสต์มาสคืนนี้..เราจะฉลองกันที่ไหนดีเจ้านาย อะ..อะ อย่าชวนอีชั้นไปกินเค้กคริสต์มาสแข็ง..แข็ง ชนิดปาหัวหมาร้องเอ๋ง!!! เชียวนะเจ้าค่ะกินอย่างนั้น อยู่บ้านกินส้มตำ ซกเล็ก ลาบ ลู้ เห็นจะดีกว่า คริตสต์มาสอย่างคืนนี้ อีชั้นไม่รบกวนเจ้านาย จะต้องพาลูกน้องไปกิน“ไก่งวงอบ” อย่างพวกฝรั่งมังค่า เขาจะต้องกินกันเป็นธรรมเนียมหรอก!! อย่างนั้นมันรบกวนเจ้านาย เอาอย่างนี้ดีกว่า ไก่งวงไม่เอา งั้นเรามาฉลองกันด้วยไข่ปลาคาร์เวียร์กับแชมเปญเลยเป็นไงเจ้านาย ก่อนอื่นอีชั้นจะต้องเล่าให้เจ้านายตัดสินใจก่อนว่า ทำไมเราจึงต้องคาร์เวียร์กันในคืนนี้ เรื่องก็มีอยู่ว่า การกินไข่ปลาคาร์เวียร์นี่ สังคมคนตะวันตกทั้งหลายเขาถือกันว่า เป็นเมนูพิเศษของเหตุการณ์สำคัญกันจริงๆ เขาไม่ได้กินทิ้งกินขว้าง กินกันอย่างพร่ำเพื่อซะเมื่อไหร่ ก็จะทำอย่างนั้นกันได้อย่างไร ไข่ปลาคาร์เวียร์จัดเป็นอาหารกินเล่นจานแพงที่สุดในโลกเห็นจะว่าได้ ขนาดอีชั้นไปงานของรัสเซียทีไร เดี๋ยวนี้เขาไม่ได้เสริฟไข่ปลาคาร์เวียร์กับวอลก้ากันอีกแล้ว ถ้าอยากกินก็ให้กลับบ้านไปกินไข่ปลาดุกนึ่งคลุกกับข้าวเหยาะน้ำปลา มะนาว พริกกินแทนก็แล้วกัน | ||||
เพื่อการรับประทานให้สุนทรีย์ อีชั้นก็เลยมีเรื่องราวของไข่ปลาคาร์เวียร์มาฝากเล่า เพื่อเจ้านายจะได้รู้ว่า ชื่อว่าไข่ปลาคาร์เวียร์ แต่ไม่ได้มาจากปลาที่ชื่อว่าคาร์เวียร์หรอกเจ้าค่ะ ปลาที่ฝรั่งแขกเอามาใช้ไข่ เป็นปลาที่ชื่อว่า “ปลาสเตอร์เจียน” ส่วนใหญ่จะมีในทะเลสาบ “แคสเปี้ยน” ทะเลสาบน้ำเค็มใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ใจกลางของทวีปเอเชีย และที่น่าจะรู้กันไว้ก็คือ เจ้าปลาปลาสเตอร์เจียนนี้เป็นปลาพันธุ์โบราณล้านปี เป็นปลายุคเดียวกับสมัย “จูราสสิค” คนรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยกรีกโรมันกันแล้ว ตำนาน “ไข่ปลาคาร์เวียร์” สมัย “พระเจ้าอิวาน” กษัตริย์รัสเซียที่ได้ชื่อว่า “อิวานจอมโหด”โทษ อย่างหนึ่งที่ท่านจะใช้ประหารวิเสทหรือ พ่อครัวของท่านก็คืออาหารมื้อนั้นไม่มีไข่ปลาคาร์เวียร์ ซึ่งถือว่าเป็นอาหาร อร่อยที่มีค่าเท่ากับวัวหรือแกะพันตัวต่อไข่ปลา หนึ่งจานเล็กๆ ความเอร็ดอร่อยของเจ้าไข่เม็ดเล็กๆซึ่งจับกันเป็นก้อน อยู่ที่รสชาติเค็ม..เค็ม มัน..มัน แล้วก็หอม..หอม เบื้องหลังความอร่อยอยู่ที่การดองไข่ปลาปลาสเตอร์เจียนกับเกลือในถังไม้โอ๊ค ที่คัดเลือกมาเฉพาะเจาะจงเท่านั้น ส่วนการรับประทานก็มีทั้งเอามากินกับขนมปังกรอบที่ทาเนย หรือเป็นส่วนหนึ่ง ในการปรุงอาหาร ที่ต้องรสชาติเค็มๆมันๆและกลิ่นหอมซึ่งมีเฉพาะในไข่ปลาพันธุ์นี้ เท่านั้น สมัยอีชั้นเล่าเรียนอยู่เมืองฝรั่ง เอาไข่ปลาคาร์เวียร์มาโรยหน้าไข่ลวกใส่แทนซอส อร่อยอย่างไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี เจ้านายจะตัองทำกินเองก็จะรู้ได้ ส่วนอาหารจานอื่น ไม่ว่าจะเป็นอาหารทอดที่ต้องมีซอสอร่อยราด ถ้าขาดคาร์เวียร์ละก็ ไม่กินกันเลยจะดีกว่า คืนคริตสต์มาส..คืนนี้เมนูพิเศษของเรา ลูกน้องกับเจ้านายจะต้องกินไข่ ปลาคาร์เวียร์กับจิมแชมเปญไปพลางๆ อร่อยอย่างมีระดับสำหรับคืนประทับใจ เมนูไข่ปลาคาร์เวียร์ที่เจ้านายเลือกสั่งให้อีชั้น ก็มีหลานจานอย่างปลาสเตอร์เจียนบดโรยหน้าด้วยไข่ปลาคาร์เวียร์กับซอสบีทรูท ,หรือจะเป็นปลาแซลมอนสลัดผักโรยกับไข่ปลาคาร์เวียร์ , ปลากระพงหมักมะนาวเสริฟกับไข่ปลาคาร์เวียร์ ไข่ปลาคาร์เวียร์กินสดกับมะเขือเทศก็ไม่เบา เลือกเอาสักจานเอาสักอย่าง ใครได้กินไข่ปลาคาร์เวียร์คืนนี้ รับรองว่าแฮปปี้ แมรี่คริสตมาสทั้งนั้น ..คนได้กินแฮปปี้เจ้าค่ะ ส่วนคนจ่ายสตางค์แฮปแค่ไหนก็ต้องดูตอนจ่ายบิลแล้วกันนะเจ้าค่ะ “เมนูไข่ปลาคาร์เวียร์ คริสตมาส” มีที่โรงแรมแกรนด์ เวสติน ปากซอยวัฒนา ถนนสุขุมวิท เท่านั้น สนใจติดต่อคุณ “นันทิรัตน์ ประเสริฐทรัพย์” โทรศัพท์ 0-2651-1000 ต่อ 6020 |
“คืนคริสต์มาส”เมนูไข่ปลาคาร์เวียร์ / แม่ช้อย นางรำ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 ธันวาคม 2547 13:20 น.
“เปอรานากาน”อาหารแห่งความรัก
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มกราคม 2548 11:54 น.
| โดย : แม่ช้อย นางรำ | |||||
ก็จะถึง“วันวาเลนไทน์” เมืองมะละกา...ที่นั่นมี อาหารแห่งความรักเจ้าค่ะ” เริ่มต้นปีใหม่ เจ้านายขา ขอให้อีชั้นเริ่มต้น “เมนูผู้จัดการ”ด้วยอาหารที่มีความหมายแห่งความรักนะเจ้าค่ะ เพราะความรักทำให้โลกหมุน ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่เข้ามา ก็เพราะเรารักกันไงเจ้าค่ะ จึงทำให้โลกต้องเคลื่อนไหว โลกคงจะหยุดทันใด ถ้าโลกนี้คนไร้ความรักทันที เพราะฉะนั้น อีชั้นจึงเลือกที่จะเขียนอาหารแห่งความรัก อยากให้คนในโลกรักกัน เดินทางมาแล้วแทบจะรอบโลก กินอาหารมาแล้วทุกสถานที่ มีแห่งเดียวในโลกนี้เท่านั้น คนที่นั่นเขาเรียกอาหารที่เขารับประทานว่า...“เลิฟ ฟู้ด ( Love Foods)” อาหารแห่งความรักที่ว่านี้ อยู่เมืองมะละกา ไม่ใกล้..ไม่ไกลจากเมืองไทยเราเท่าไร สมัยกรุงศรีอยุธยา เคยเป็นเมืองของเราเสียด้วยซ้ำ มาเสียไปตอนที่ ฝรั่งปอร์ตุเกสมาล่าเมืองขึ้น ได้เมืองกัว อินเดีย แล้วก็มาได้มะละกา จากไทย จากนั้นก็ไปได้เมืองมาเก๊า จากจีนสองแผ่นดินที่เป็นเมืองขึ้นปอร์ตุเกส คือ เมืองกัว เมืองเก๊า อีชั้นเคยเขียนแนะนำไปแล้วเหลือแต่กานี่เท่านั้น( น่าแปลกมั๊ยเจ้าค่ะ เมืองขึ้นของปอร์ตุเกส มักใช้ตัว ก. ไก่เป็นชื่อเมือง) | |||||
มะละกา เมือง “มะละกอ” ถ้ามีคนสงสัยถามว่า มะละกอมาจากไหน อีชั้นก็ตอบด้วยหลักฐานประวัติศาสตร์ว่า มาจากเมืองมะละกา เรื่องนี้มีอยู่ว่า “มะละกอ”เป็นพืชผลของอเมริกา ใต้ นักเดินเรือปอร์ตุเกส นำมาเผยแพร่เมืองนี้ คนไทย เอาไปสับและโขลกโปก..โปกเป็น ตำส้ม..ส้มแล้วว่าอร่อยดี แต่ลิ้นไทยก็เรียกเจ้าผลไม้นี้ว่า “มะละกอ” เพราะได้มาจาก “มะละกา” “เมืองมะละกา”อยู่ตรงช่องแคบมะละกา ตรงกันข้ามกับเกาะสุมาตรา ก่อนที่ปอร์ตุเกสจะมายึดเป็นเมืองขึ้น เพราะต้องการคุมเส้นทางเดินเรือจากมหาสมุทรอินเดียเข้ามหาสมุทรแปซิฟิก คนจีนเคยเดินทางมาที่นี่ก่อน ตั้งแต่สมัย”ซำปอกง”ยกกองทัพเรือเป็นพันลำผ่านมา จากนั้นอิทธิพลของนักเดินเรืออาหรับ พวกกะลาสีซินแบดก็เข้ามาปักหลักแทน เมืองนี้ก็เลยมีคนสองสัญชาติ คือเป็นคนจีนไม่กินเนื้อ แล้วก็อาหรับไม่กินหมู แต่คนทั้งสองวัฒนธรรม สองศาสนา ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ ไม่มีปัญหาโดยเฉพาะอาหารการกิน นี่ล่ะเจ้าค่ะ ที่มาของอาหารแห่งความรักที่เรียกว่า “เปอรานากาน” | |||||
“อาหารเปอรานากาน”..เป็นอาหารที่ไม่มีทั้งเนื้อหมู และไม่มีทั้งเนื้อวัว คนจีนนับถือเจ้าแม่กวนอิมก็กินได้ คนแขกไม่กินเนื้อหมูก็กินได้ บทสรุปทั้งหลายจึงมาลงที่กินอาหารซีฟู้ด อาหารทะเลประเภท กุ้ง หอย ปู ปลาแทน เกิดเป็นเมนูอาหารที่เรียกว่า “เปอรานากาน” แทนนี่ไง อาหารที่ว่านี้ กำเนิดเกิดขึ้นที่เมืองมะละกาแห่งนี้ แล้วก็ขยายไปถึงสิงคโปร์ บางทีก็มีบางทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ถ้าจะว่ากันถึงต้นตำรับแล้วไซร้ก็ต้องไปกินที่เมืองมะละกา มาเลเซียนี้เท่านั้น ถึงจะได้รสชาติดังเดิม อาหารแห่งความรักจะมีเครื่องเทศแบบแขก รวมทั้งมีพริกเผ็ดๆ แต่ก็มีรสชาติเค็มๆเลี่ยนๆ มันๆ แบบคนจีน ถ้าเจ้านายผ่านไปที่นั่น แวะไปกินร้านไหนที่มะละกาเมนูก็จะคล้ายๆกันทุกเรื่องคือมี กุ้งทะเลผัดพริกแกง ปูทะเลผัดพริกไทยดำ ปลาหมึกผัดน้ำหมึก(ความจริงเป็นสูตรของคนจีนฮกเกี้ยน) แล้วที่จะต้องสั่งให้ได้คือ ผักบุ้งจีนผัดกะปิแขก ที่เรียกว่าปาราจัน อาหารแห่งความรัก “เปอรานากาน” จะจบลงด้วยของหวาน จะชื่อเป็นมาเลย์หรือเป็นชื่อของพวกบาบ้า (หมายถึงลูกครึ่งผสมแขกจีนในมาเลย์) อย่างไร อย่าไปสนใจ แต่เมื่อกินเข้าไปแล้ว คนไทยจะต้องร้องว่า.... “ลอดช่องนี่หว่า” ก็ลอดช่องนั่นล่ะเจ้าค่ะ อิทธิพลของคนอยุธยาก็ยังอยู่ในเมืองมะละกา ด้วยลอดช่องน้ำกะทิแบบคนไทยโบราณดั้งเดิมเจ้าค่ะ...เจ้านาย |
อาหาร “แมคเคนนีส” มาเก๊า-ปอร์ตุกีส”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 สิงหาคม 2547 13:47 น.
| โดย : แม่ช้อยนางรำ | ||||
คนปอร์ตุกีสกินขนมปัง คนจีนกินข้าว เมื่อรวมกันเข้าก็เป็นอาหารแปลกใหม่ เรียกกันว่า “แมคเคนนีส” กวางตุ้งก็ไม่ใช่ ปอร์ตุเกสก็ไม่เชิง ไปมาเก๊าคราวนี้...อีชั้นไม่ได้กิน “หมูนึ่งปลาเค็ม” เจ้าอร่อยที่เราเคยกินหรอกเจ้าค่ะ...เจ้านาย แล้วร้าน “ตาปินโหวง” หรือร้านหม้อไฟแบบคนมาเก๊าที่คนฮ่องกงลอกไปทำตาม อีชั้นก็ไม่ไป แล้วก็รวม...รวมไปถึงขนมที่ฝรั่งเรียกว่า “เอ๊กซ์ทาสต์” หรือคนไทยเรียกว่า “พายไข่” ที่ขึ้นชื่อของมาเก๊า อีชั้นก็ไม่ไป เพราะมาคราวนี้ตั้งใจไว้ว่าจะไปกินอาหาร “แมคเคนนีส” หลายปีดีดักที่อีชั้นมาที่นี่ ไม่เคยมีโอกาสได้ไปกินอาหารท้องถิ่น ที่ไม่ใช่อาหารปอร์ตุเกสแท้ๆ แล้วก็ไม่ใช่อาหารกวางตุ้งจริงๆ สักครั้ง | ||||
เดี๋ยวนี้กินอาหารจีนแบบกวางตุ้งไม่ต้องมาถึงมาเก๊าหรือฮ่องกงหร๊อก!! บ้านเราก็ทำอร่อยเหมือนเขาทุกอย่างและที่สำมะคัญก็คือ ราคาถูกกว่า และบริการก้มมาตรฐานกว่า ประเภทโยนจานใส่ กระแทกแก้วน้ำโครมครามตรงหน้า บ้านเรารู้มารยาทไม่ทำกันแบบพวกมาเก๊า ฮ่องกงเขาถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา...”ลื้อไม่พอใจ ก็ไม่ต้องกิน ยังมีคนเขารอโต๊ะว่างอยู่อีกเยอะ” ไอ้ตี๋...อีหมวยมันคงคิดอย่างนั้น “อาหารแมคเคนนีส”...ก็คืออาหารเมนูพิเศษที่เกิดขึ้นเฉพาะเกาะมาเก๊า อ่าวอาม้าแห่งเดียวเท่านั้นในโลก เป็นอาหารผสมปนเปกันระหว่างคนจีนกวางตุ้งกับคนปอร์ตุเกส ซึ่งจะเรียกว่าอาหารจีนก็ไม่ใช่ หรืออาหารปอร์ตุเกสก็ไม่เชิง เพราะฉะนั้นอาหารเมนูนี้ จึงมีที่นี่ ใครอยากจะรู้ว่าคนจีนปอร์ตุเกสเขากินอย่างไรกัน ก็จะต้องมาที่มาเก๊าแห่งเดียว ไปปอร์ตุเกสที่ยุโรปไม่มีขาย ไปเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ก็ไม่มีให้กิน บินไปมาเก๊าคราวนี้กับสายการบิน “แอร์ เอเชีย” เที่ยวบินปฐมฤกษ์ ค่าบินจากกรุงเทพ มาที่นี่แค่ 1,000 เดียวเท่านั้น บินสบายๆ เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงมาเก๊าแล้ว ในมาเก๊า มีอาหารแมคเคนนีสอยู่หลายเจ้า แต่ถ้าใครรู้จักคนมาเก๊าก็บอกให้เขาทำกินก็ยังได้ บ้านไหนครัวไหนก็ทำได้ทั้งนั้น วัตถุดิบที่สำคัญก็คือ พวก กุ้ง หอย ปู ปลา เป็นแบบจีนแต่เครื่องปรุงรสชาติกลับเป็นแบบคนปอร์ตุเกสไปเสียนี่ เพราะฉะนั้นจึงเป็นอาหารจีนที่มีทั้งลูกมะกอกสด ลูกมะกองดอง น้ำมันมะกอก ไวน์ซึ่งก็รวมทั้งเครื่องเทศแบบเกาะโมลุกกะ หลากหลายชนิดที่อาหารจีนไม่กล้าใส่ แต่ “แมคเคนนีส” คลุกเข้าไปไม่ยั้งมือ | ||||
ร้านนี้พอเข้าไปก็รู้ว่าต้องอร่อย เพราะข้างฝาร้านเต็มไปด้วยรูปถ่ายลายเซ็นของคนดังๆ ในโลกที่เคยมากินอาหาร “แมคเคนนีส” ร้านนี้มากมาย อาหารแมคเคนนีสที่อีชั้น ขอแนะนำให้เจ้านายสั่งก็อย่างนี่เจ้าค่ะ เริ่มด้วยซุปข้นเนื้อปูใส่มาในก้อนขนมปัง และขนมปอร์ตุเกสที่แสนอร่อยยิ่งกว่าทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมเมนูต้องลองห้ามลืมอย่าเด็ดขาด เจ้านาย...ถึงจะเป็นผู้ที่มรสนิยมอาหารตะวันก แต่อีชั้นเชื่อว่าคงไม่เคยกินอาหารปอร์ตุเกสแบบปนจีนที่ว่านี้ เพราะฉะนั้นถ้าเจ้านายมาเก๊าอย่ามัวเข้าบ่อน ลองอาหารแบบพื้นบ้านที่มีอายุมานาน 4-500 ปีให้ได้ แล้วเจ้านายก็จะรู้ว่า อันรสชาติของชีวิตนั้นไม่อยู่ที่ได้หรือเสียในบ่อน แต่มันอยู่ที่ว่าเราจะแสวงหาของอร่อย...อร่อยกันอย่างไร เพราะการกินเที่ยวละก็เป็นความบันเทิงอย่างเดียวที่เราไม่มีวันขาด ทุน เพราะฉะนั้นถ้าเจ้านายจะไปมาเก๊าเพื่อเข้าบ่อนล่ะก็ฟังอีชั้นแนะนำดีกว่า ...เลิกซะเจ้าค่ะ บาคาร่า รูเล็ต ลูกเต๋า...ชิป เล่นแล้วฉิบหาย สู้กินไม่ได้ กินเท่าไหร่ กินได้กินไป ไม่มีใครหายนะเพราะการกินสักราย เชื่ออีชั้นเถอะ... (SANTI_MAECHOICE@HOTMAIL.COM)O PORTO INTERIOR RUE DO ALMIRANTE SERGION 259B R/C TEL 96770 FAX 968137. MACAO. |
“กระหรี่หัวปลา” “ซูนเฮง” เจ้าอร่อยที่สิงคโปร์.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 สิงหาคม 2547 15:57 น.
เจ้านายเจ้าค่ะมีอย่างเดียวเท่านั้น ที่อร่อยกว่าเมืองไทยคือกระหรี่...เจ้าค่ะ “กระหรี่หัวปลา” เจ้านาย เจ้าค่ะ...ไปมาเลย์-สิงคโปร์คราวนี้ อีชั้นบอกกับลูกทัวร์ “ชมรมเปิบพิสดาร”ว่า อีชั้นจะพาไปเปิบอาหารสุด...สุดของมาเลย์ ของสิงค์โปร์ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เขียนเรื่อง “บะกูเต๋” หรือซี่โครงหมูตุ๋นเครื่องยาจีนกินน้ำชาอร่อยที่สุดในยุทธจักร อยู่ที่ “กัวลาลัมเปอร์” ไปแล้ว อาทิตย์นี้ ก็จะถึงคราวที่อีชั้นจะพาไปเปิบอาหารอร่อยที่สุดของสิงคโปร์ ใครที่ฟังแต่คำโฆษณาของการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ก็มักจะนึกว่า อาหารที่อร่อยที่สุดของเกาะนี้ คือ “ข้าวมันไก่” ขอบอกว่า...ไม่ใช่!! ข้าวมันไก่อร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่เมืองไทย ไม่ใช่เกาะไหหลำด้วยซ้ำ หรือใครคงจะคิดว่า “ปูทะเลผัดพริกไทยดำ” เป็นเมนูยอดอร่อยของที่นั่น อีชั้นก็บอกได้เหมือนกันว่า...ไม่ใช่!! ปูผัดผงกระหรี่ในเมืองไทยอร่อยที่สุด บรรดานักเปิบ...นักชิมมาเลย์ สิงคโปร์ยังต้องเดินทางมากิน “ปูผัดผงกระหรี่”ฝีมือไทยทำ หรือ “ปูผัดพริกไทยดำ” บ้านเราอร่อยกว่า งั้นอะไรล่ะ ที่เป็นเมนูอร่อยของสิงคโปร์ มีหรือเปล่า ? | |||||
และที่สุดอร่อยช้อยนางรำ เคยมาร่ายมารำไว้เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ก็คือร้านนี้ ร้านที่ชื่อว่า “ซูนเฮง” จำเนียรความตามไท้ อีชั้นไปสิงคโปร์ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2519 ก็ตกราวเกือบสามสิบปีเห็นจะได้ เพื่อนสิงคโปร์พาไปกินข้าวมันไก่ร้าน “ซุยกี่”ที่เขาลือนักลือหนาว่าอร่อยที่สุด แต่อพิโถ่ ฝีมือไม่เท่าไร ข้าวมันไก่ซอยสวนผัก ตลิ่งชัน อร่อยกว่า...ขาด!! เจ้าเพื่อนมันไม่หมดความพยายาม พาไปกินบะกูเต๋ เจ้าเก่าชื่อว่าร้าน “อึ้งอาโช่ย” อยู่ถนน “ริเวอร์ วัลเล่ย์” กินแล้วก็ได้เฮ เพราะของเขาอร่อยจริง ๆ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ไปกินที่ “ซันฮอง” กัวลาลัมเปอร์ แต่เรื่องทั้งหลายก็มาลงตัวที่ร้าน “ซูนเฮง” เจ้ากระหรี่หัวปลานี่ไง อร่อยไม่มีที่ติ ความจริงแล้ว “กระหรี่หัวปลา” สูตรดั้งเดิมเป็นของพวกแขกทมิฬในสิงคโปร์เขาทำกินกัน โดยการกินด้วยมือ แต่อาหารราดบนใบตอง อีชั้นไปลองกินแล้ว มันก็อร่อยแบบแขกคือกลิ่นเครื่องเทศฉุนอย่างเดียว รสชาติมีแต่เผ็ดกับร้อน พวกจีนนั้นล่ะเจ้าค่ะเจ้านาย อยู่ทึ่ไหนก็สมารถดัดแปลงอาหารท้องถิ่นเขาได้อร่อยกว่า | |||||
ความอร่อยของกระหรี่หัวปลาอยู่ที่น้ำแกงที่จะออกรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ดนำ ความหวานจะไม่มี แขกจีนไม่กินหวานเหมือนคนบ้านเรา ความเข้มข้นของน้ำแกงอยู่ที่การใช้เครื่องกระหรี่แบบอินเดียแท้ ๆ ในขณะที่ร้านอาหารที่กรุงเทพใช้ผงกระหรี่สำเร็จรูปจากอังกฤษ สูตรในปรุงเครื่องกระหรี่แต่ละร้านมีไม่เหมือนกัน ก็คิดเถอะเจ้าค่ะว่าเครื่องแกงกระหรี่ นั้นมีส่วนผสมเป็นสิบ ๆ อย่าง ถ้ามือไม่เที่ยงจริงอร่อยยาก นอกจากนั้นเครื่องปรุงที่สำคัญคือ...กระเจี๊ยบ!! กระเจี๊ยบที่ใช้เป็นกระเจี๊ยบมอญที่เอาแกงมะตาดนั่นแหละ เพราะจะทำให้น้ำแกงข้นด้วยยางที่เมื่อได้ “มะขามแขก” ที่ออกรสเปรี้ยวเข้ากันแล้ว อร่อยไม่เหมือนรสใด รวมความกับการใช้หัวปลาสด ๆ ที่บ้านเราเรียกว่า “ปลาเมี้ยน” ต้มเสียจนหัวปลานุ่มแทะเนื้อแทนหนังได้อร่อย ปลาทั้งตัวคนกินเป็นเขาจะเลือกกินหัวกับพุงเท่านั้น ร้านกระหรี่หัวปลา “ซูนเฮง”ที่ว่า แต่ก่อนเป็นร้านห้องแถวชั้นเดียว แต่ไปเที่ยวนี้ที่ไหนได้ขยายร้านเป็นสองสาขา ร้านแรกแบบโบราณใช้พัดลมธรรมดา แต่ร้านใหม่เป็นร้านทันสมัยใช้เครื่องปรับอากาศ อีชั้นก็อยากจะแนะนำเจ้านายว่า ถ้าจะกินกระหรี่หัวปลาให้ได้รสชาติ มันต้องร้านเก่า กินไปกับเหงื่อไหลไคลย้อย เลยไม่รู้ว่า“กระหรี่หัวปลา” ที่อร่อยนั้นเป็นเพราะว่าเหงื่อหัวล้านของเราตกลงไปในชามบ้างหรือเปล่า ถ้าตกลงไปก็ช่างมัน อร่อยอย่างนี้ต่อให้เอาน้ำล้างมือเทใส่ลงไป ก็ยังว่าอร่อยเสียด้วยซ้ำไป...อีชั้นลองมาแล้วด้วยความประมาท ...พลั้งพลาดซดน้ำแกงในชามไปคำเบ้อเร่อ เพื่อนฝูงไปด้วยกันตะโกนให้ลั่น... “เฮ้ยน้ำล้างมือนะแม่ช้อย” ...เออล้างก็ล้างไป ข้ากำลังอร่อยอย่ามายุ่ง...ลิ้นของข้า พุงของข้าอย่ายุ่ง พุงใครพุงมัน “แม่ช้อย นางรำ” SOON HENG CURRYFISH HEAD39 KINTAROAD SINGAPORE 219108 TEL 6294-6561 , 6294-7343 |
“ซันฮง” บะกูเต๋มาเลย์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 สิงหาคม 2547 14:09 น.
| โดย : “แม่ช้อยนางรำ” | |||||
กลับมาแล้วเจ้าค่ะ...เจ้านาย “ทัวร์เปิบพิสดาร” ของอีชั้นกับแควน...แควนที่ไปลุยกินที่มาเลย์ ที่สิงค์โปร์กลับมาแล้ว ด้วยความอิ่มหนำสำราญ งานนี้ใครน้ำหนักไม่ขึ้น 2-3 กิโลละก็มาต่อว่ากันได้ ใครว่ากินอาหารจีนต้องไปที่ฮ่องกงละก็ขอบอกว่า ลองมาแค่มาเลย์-สิงค์โปร์กับอีชั้นเห็นทีต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ ถ้ากินอาหารกวางตุ้งละก็โอ.เคต้องไปกินที่ฮ่องกง แต่ถ้าจะกินอาหารจีนฮกเกี้ยน จีนแต้จิ๋วละก็ต้องมาที่มาเลย์ สิงคโปร์เท่านั้น กระทั้งบ้านเราอาหารสองจีนที่ว่านี้...สู้เขาไม่ได้ จะสู้เขาได้อย่างไร คนไทยชอบปรุงอาหารจีนแบบลิ้นไทย ไม่ได้ไม่ดีขอให้มีเปรี้ยว มีเผ็ด มีหวานเอาไว้ก่อน แต่คนจีนเก่าอย่างสองจีนที่ว่า เขากินอาหาร รสชาติเดิม ๆ ตามธรรมชาติใช้เครื่องปรุงแต่งน้อยที่สุด เหมือนที่อีชั้นจัดทัวร์ไปมาเลย์นี่ก็เพราะว่า ต้องการให้แฟนคอลัมน์ “เปิบพิสดาร” กับ “เมนูผู้จัดการ”ให้ รู้กันว่าอาหารจีนฮกเกี้ยน กับอาหารจีนแต้จิ๋ว อร่อยแท้...แท้นะมันอร่อยแค่ไหน ส่วนอาหารกวางตุ้ง อาหารเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ยูนนาน เคยจัดมาแล้วไง | |||||
สำหรับอาหารจีนฮกเกี้ยน ต้องกินที่มาเลย์ เช่นเดียวกับอาหารจีนแต้จิ๋วต้องกินที่สิงค์โปร์ จีนพวกนี้เป็นจีน “โอเวอร์ซี” ฝรั่งเรียกอย่างนั้น แต่คนไทยเรียกจีนโพ้นทะเล ส่วนคนจีนเขาเรียกตัวเองว่า “หัวเฉียว” อีชั้นเที่ยวมารอบทั้งจีนโพ้นทะเล ทั้งจีนในทะเล ก็สรุปได้ว่าถ้าจีนเป็นจีนโพ้นทะเลฮกเกี้ยน อาหารยอดเนี่ยมของเขาก็คือ...บะกูเต๋ ที่มีถิ่นกำเนิดเกิดขึ้นที่เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย กระดูกหมูต้มเครื่องยาจีน กินกับน้ำชา หากินในประเทศจีนไม่ได้ ในโลกนี้ที่โด่งดังมี 2 ชาติ คือที่มาเลย์เจ้าตำรับ กับสิงค์โปร์เจ้าก๊อปปี้ แต่ก่อนแต่ไรคนไทยไปสิงค์โปร์ ก็ว่าต้องกิน “บะกูเต๋” เพราะความไม่รู้จริง บะกูเต๋...อร่อยที่สุดอยู่ในมาเลย์ แล้วบะกูเต๋มาเลย์อร่อยที่สุดอยู่ที่ “กัวลาลัมเปอร์” ร้านชื่อว่า “ซันตุง” อีชั้นตระเวนกินมาทั่วมาเลย์ ทั้งที่เกาะปีนัง ทั้งอีโปว์ ปะลิต ยะโฮร์ ทั้งหมดมาตายที่ “เค.แอล” หรือกัวลาลัมเปอร์ชื่อเต็มนี่ล่ะแห่งเดียว กินกันมาเป็นสิบ ๆ ปี ตั้งแต่ร้านเป็นห้องแถวเล็กห้องเดียวมีที่นั่งไม่ถึงสิบเก้าอี้ แต่ตอนนี้ขยายร้านใหญ่โตสามคูหา แถมยังติดแอร์เย็นฉ่ำสบายอุรายามโซ๋ยอีกต่างหาก | |||||
น้ำบะกูเต๋ของที่นี่จะเหลืองใส ไม่ขุ่นคลักแบบบากูเต๋ทั่วๆ ไป และที่สำคัญก็คือเครื่องบากูเต๋เจ้านี้เขาปรุงเอง เป็นรสชาติเฉพาะเจาะจง เรียกว่าลุกค้ากินอิ่มแล้วต้องเดินเข้าไปขอซื้อเครื่องบากูเต๋ที่เขาทำสำเร็จ ให้คุณซื้อเอาไปทำกินเองที่บ้าน แต่เชื่ออีชั้นเถิดเจ้านาย กินอร่อยต้องมากินร้านเขา ไปทำบ้านเราต่อให้ใช้สูตรเดียวกัน...ไม่ได้เรื่อง!!! ของคู่กันที่จะสั่งมาด้วยเป็น “คากิต้มพะโล้” แต่รสชาติไม่เหมือนพะโล้บ้านเราของเขาจะออกรสเค็ม แต่ไม่ถึงกับเค็มปี๋ รสลิ้นอีชั้นก็ต้องว่าถ้าหวานกว่าสักนิดก็จะดี ไม่มีอะไรให้ติ แต่เครื่องพะโล้ของเขาหอมแรงใช้ของแพงกว่าบ้านเรา ส่วนเจ้าคากิคนที่นั่นยังชอบเหนียวหนึบ เพื่อใช้ฟันแทะถ้าบ้านเราทำจะต้องเปื่อยกว่านี้ เนื้อหนังและเอ็นมันนุ่มเข้าที่ มื้อนี้เป็นสุดยอดของอาหารจีนฮกเกี้ยนที่มาเลย์ก่อน ไว้ฉบับหน้าอีชั้นจะรายงานสุดยอดของอาหารแต้จิ๋วที่สิงค์โปร์ แต่อพิโธ่..พิถังกะละมังรั่ว ขืนมัวแต่อ่านความอร่อยจากรายงานของอีชั้นจะมีรสชาติอะไร อยากรู้ว่ามันจะอร่อยซะแค่ไหนกัน ถึงกับต้องจัดทัวร์ไปกินที่นั่น อีชั้นก็จะเรียนเจ้านายว่าของเขาถ้าไม่อร่อยจริง คงจะไม่มีดาราฮ่องกง ไต้หวันคนดัง บินมากินชนิดบินเช้าเย็นกลับกันหรอก...จ๊ะบอกให้เจ้านาย SUNHONG MUK KOOTTEA NO 35-39 MEDAN IMBAL 55100 KL TEL 03-2141-4064 , 03-2148-0905 FAX 03-2144-8864 |
Subscribe to:
Posts (Atom)