| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 15 ตุลาคม 2547 15:35 น. |
โดย : กุ๊กเล็ก
ช่วงเทศกาลกินเจแบบนี้ ร้านอาหารหลายๆ ร้านก็ปักธงเจสีเหลืองกันเป็นทิวแถว แต่คนกินเจบางคนที่เคร่งมากๆ หรือไม่ค่อยจะเชื่อใจใครง่ายๆ ก็มักจะกลัวว่าพ่อค้าแม่ค้าจะไม่ใช้เครื่องครัวสำหรับปรุงอาหารเจโดยเฉพาะ หรือที่หนักกว่านั้นก็คือกลัวจะเผลอใส่กระเทียม หรือน้ำปลาลงไปในอาหารเจด้วยละก็แย่เลย หลายคนเลยตัดปัญหาด้วยการทำอาหารเจกินเองที่บ้าน
วันนี้ “กุ๊กเล็ก” ก็เลยเอาเมนู “สปาเก็ตตี้ขี้เมาเม็ดมะม่วงเจ” มาฝากคนอยากทำอาหารเจกินเองที่บ้าน ก่อนเข้าครัว เราไปเตรียมเครื่องปรุงกันก่อนดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
เครื่องปรุงที่ต้องเตรียม
เส้นสปาเก็ตตี้ 1 ถ้วยตวง
พริกขี้หนูสับ 1 ช้อนโต๊ะ
เห็ดชิตาเกะหั่น 2 ช้อนชา
ข้าวโพดอ่อนหั่น 2 ช้อนชา
แครอทหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
บร็อคโคลี่หั่น 4 ช้อนชา
แอสปารากัสหั่น 4 ช้อนชา
ใบโหระพาทอดกรอบ 1 ช้อนชา
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 3 ช้อนโต๊ะ
เห็นเครื่องปรุงที่ต้องเตรียมเยอะแยะไปหมดอย่างนี้ก็อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะวิธีทำไม่ได้ยุ่งยากเลย เพียงแค่นำพริกขี้หนูมาผัดกับน้ำมันพืช แล้วตามด้วยเห็ดชิตาเกะ ข้าวโพดอ่อน แครอท บร็อคโคลี่ และแอสปารากัสที่หั่นไว้ ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว น้ำตาลทราย พริกไทยป่น จากนั้นใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ตามลงไป ผัดเครื่องปรุงทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วตามด้วยเส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกพักไว้ลงไปผัดด้วยกัน
เสร็จเรียบร้อยแล้วตักใส่จาน ตกแต่งให้สวยงามด้วยใบโหระพาทอดกรอบ แอสปารากัส และพริกขี้หนูหั่นบางๆ ให้สวยงาม เพียงแค่นี้ก็ได้เมนูเจเอาไว้ทำกินเองที่บ้านแบบสบายใจ ไม่ต้องกังวลเหมือนเวลาไปกินที่ร้านอีกต่อไปแล้ว
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 8 ตุลาคม 2547 15:50 น. |
โดย : กุ๊กเล็ก
| |
 |
“กุ๊กเล็ก” ว่าเรื่องของไข้หวัดนกดูท่าจะไม่ใช่เรื่องขี้ปะติ๋วเสียแล้วนะนี่ ก็ขนาดรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังเก้าอี้กระเทือนโดนกระเด้ง กระดอนไปหลายตลบ
ล่าสุดก็มีข่าวออกมาอีกว่าสงสัย "เป็ดไล่ทุ่ง" ตัวการแพร่เชื้อไข้หวัดนก !?! กรมปศุสัตว์จึงเข้าทำลายเป็ดชาวบ้าน ที่เข้าข่ายต้องสงสัยเป็นโรคไข้หวัดนกทันทีโดยไม่รอผลแล็บ
อุ ! แม่เจ้า...อะไรกันนี่ ?? เมื่อคราวที่แล้ว นกปากห่าง ก็โดนหางเลขร้องแบ๊ะ ๆ มาแล้ว คราวนี้ก็สงสัยว่า เจ้าเป็ดทั้งหลายต้องเดือดร้อนเปลี่ยนเสียงร้องก้าบๆ มาร้อง แบ๊ะๆ แทนแน่ๆ
ไม่ใช่แค่เหล่าน้องเป็ดก้าบๆ จะเดือดร้อน เพราะบางส่วนก็โดนตัดสินประหารชีวิตไปบ้างแล้ว บางส่วนก็โดนมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดถูกสั่งให้อยู่แต่ในระบบปิดจนไม่ สามารถออกมาพบปะผู้คนได้
“กุ๊กเล็ก” เองก็เดือดร้อนไปด้วย เพราะเป็นคนชอบกินเป็ดมั่กมาก ปกติเป็ดก็แพงอยู่แล้ว พอมามีเรื่องอย่างนี้อีก ยิ่งหาเป็ดกินได้ยากเข้าไปอีก เรียกว่าเป็นปัญหาเรื่องปากเรื่องท้องระดับชาติเลยนะเนี่ย
นั่งนึกอยู่นานว่าจะทำวิธีไหนถึงจะได้กินเป็ด แล้ว “กุ๊กเล็ก” ก็นึกขึ้นได้ว่ามีสูตร “แกงเผ็ดเป็ดย่างเจ” มาจากเชฟแอนนา แม่ครัวฝีมือดีของ “กำทองภัตตาคาร” อยู่นี่นา แล้วช่วงนี้ก็ใกล้จะถึงเทศกาลกินเจแล้ว แหม...ช่างเป็นจังหวะที่เหมาะเหม็ง
ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ไปตลาดเก่าเยาวราช แหล่งอาหารเจที่ขึ้นชื่อมีของให้เลือกซื้อหาได้อย่างถูกใจ มองหาเครื่องปรุงส่วนผสมทำ “แกงเผ็ดเป็ดย่างเจ” กันดีกว่า
เป็ดเจ 4 ขีด (ทอดกรอบ หั่นเป็นชิ้นพองาม)
มะพร้าวขูด 1/2 กก. (คั้นแยกหัวกะทิ 1 ถ้วย หางกะทิ 3 ถ้วย)
พริกแกงเผ็ดเจ 1 ขีด
สับปะรด 4 ชิ้น
ลิ้นจี่ 4 ลูก
มะเขือเทศสีดา 4 ลูก
มะเขือเปราะผ่าสี่ 3 ลูก
มะเขือพวง 3 ช้อนโต๊ะ
เห็ดหอม 2 ดอก
เห็ดฟาง 3 ดอก
ใบโหระพา 1 กิ่ง (เด็ดเป็นใบๆ )
ใบมะกรูด 3 ใบ (ฉีกเป็นชิ้นใหญ่ๆ)
พริกชี้ฟ้าแดง,เหลือง 2 เม็ด (หั่นเฉียงๆ)
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
เห็นส่วนผสมเยอะอย่างนี้ ก็อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะขั้นตอนการทำนั้นแสนจะง่ายดาย ขั้นแรกก็ตั้งกระทะใส่น้ำมัน แล้วใส่พริกแกงเผ็ดเจผัดจนหอม ตามด้วยใส่หัวกะทิลงไปผัดให้แตกมันใส่ใบมะกรูด เติมหางกะทิลงไป
พอน้ำกะทิเดือดก็จึงใส่เป็ดเจ ใส่บรรดาผักผลไม้ทั้งหลายที่เตรียมไว้ลงไปแล้วปรุงรสด้วย เกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ สุดท้ายใส่ใบโหระพา เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
มื้อนี้ถึงจะเป็นแค่แกงเผ็ดเป็ดย่างเจ แต่รสชาติความอร่อยและหน้าตาสีสันก็ไม่ได้แพ้เนื้อเป็ดจริงๆ เลยนะจะบอกให้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 ตุลาคม 2547 16:28 น. รู้จัก “อาหาร สปา” กันหรือเปล่าเอ่ย
“กุ๊กเล็ก” เชื่อว่า หลายๆ คนคงยังไม่คุ้นกับชื่อนี้ เพราะ “กุ๊กเล็ก” ก็เพิ่งไปรู้จักเจ้าอาหารสปานี้ ก็เมื่อตอนที่ไปเที่ยวที่ “โรสกาเด้น เอไพรม รีสอร์ท” ที่สวนสามพรานมา แล้วบังเอิญไปเห็น “เชฟวลิต สิทธิพันธ์” เขากำลังทำพวกเมนูอาหารสปา ดูแล้วน่าสนใจดี ก็เลยขอสูตรจากเชฟมาฝากทุกๆคนได้ลองทำบ้าง
ส่วนที่สงสัยว่า Spa & Cuisine หรืออาหารสปา คืออะไร เชฟก็บอกสั้นๆ ว่าเป็นการบำบัดด้วยอาหารให้ถึงภายใน ซึ่งจะช่วยปรนนิบัติร่างกายให้ครบกระบวนการบำบัดอย่างครบวงจร โดยเน้นที่วัตถุดิบจากธรรมชาติ และกรรมวิธีการทำที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อน
จริงๆ แล้วยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกเกี่ยวกับอาหารสปา แต่ว่า “กุ๊กเล็ก” ชักจะหิวแล้วล่ะ ขอตัวไปสะบัดฝีมือ ทำ “สลัด” เมนูง่ายๆ แต่ดีต่อสุขภาพก่อนดีกว่า ว่าแล้วก็ไปหาเครื่องปรุงต่างๆกันเลย
ส่วนผสม
ผักกาดแดง 2-3 ใบ
ผักกาดแก้ว 2-3 ใบ
ผักคอร์ส 2-3 ใบ
ข้าวโพดอ่อนหั่นเล็กๆ 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วพูหั่นฝอยเล็กๆ 2 ช้อนโต๊ะ
หัวปลีอ่อนหั่นฝอยเล็กๆ 2 ช้อนโต๊ะ
เต้าหู้ขาวหั่นชิ้นเล็ก ๆ 3 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมน้ำสลัด
น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ ½ ช้อนชา
พริกไทย ½ ช้อนชา
งาขาว ½ ช้อนชา
งาดำ ½ ช้อนชา
ลูกเดือยต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วเหลือง ต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศลูกเล็ก 2-3 ลูก
พริกยักษ์ 3 สี (แดง เขียว เหลือง) จำนวนพอประมาณ
อาจจะต้องใช้เวลาเตรียมเครื่องปรุงกันสักหน่อย เพราะอย่างลูกเดือยกับถั่วเหลืองก็ต้องแช่น้ำก่อนประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วต้มให้สุก แต่รับรองว่าถ้าหยิบจับทุกอย่างได้ครบแล้วก็ใช้เวลาทำไม่ถึง 3 นาที โดยลงมือทำน้ำสลัดกันก่อน เริ่มจากใส่ส่วนผสมน้ำสลัดทั้งหมดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามความชอบ แล้วก็หันไปจัดเรียงผักบนจานให้สวยงาม
ส่วนเต้าหู้ขาวและผลไม้ทั้งหมดก็หั่นเป็นชิ้นๆ จะให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หรือจะให้เป็นเส้นๆ ก็แล้วแต่ความถนัด แต่สำหรับถั่วพูกับหัวปลีอ่อนๆ นี้ต้องหั่นฝอยๆเล็กๆ จะได้น่ากิน อ้อ! มีเคล็ดลับที่จะช่วยไม่ให้หัวปลีมีสีดำคล้ำ ก็เพียงแค่บีบมะนาวลงไปสักหน่อยก็จะช่วยได้ สุดท้ายก็คลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากันอีกที แล้วจัดแต่งบนจานผักที่เตรียมไว้ ก็เป็นอันว่าเสร็จพิธี
ที่เห็นใส่น้ำมันมะกอกก็เพราะจะช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นมะเร้งเต้า นม มะเร็งลำไส้ และโรคหัวใจ ส่วนงาก็ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเส้นเลือด ลูกเดือยช่วยบำรุงกระดูก บำรุงสายตา ถั่วพูช่วยลดกรดไขมันที่อิ่มตัว เรียกว่าส่วนผสมทุกอย่างล้วนมีสรรพคุณจริงๆ เมนูดีๆ เพื่อสุขภาพอย่างนี้ ลองเอาไปทำกินก็แล้วกัน แล้วจะรู้ว่ามันดีต่อสุขภาพจริง...จริ๊งจะบอกให้
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 22 ตุลาคม 2547 15:51 น. |
โดย : กุ๊กเล็ก
ควันหลงจากเทศกาลกินเจ หลังจากที่อิ่มบุญกันไปถ้วนหน้า ก็ยังมีหลายคนติดใจในรสชาติอาหารเจ ซึ่งมีส่วนประกอบอันหลากหลาย หนึ่งในนั้นก็มีเห็ดหอม ที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายหลากเมนู
มื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” จึงขอเอาใจคนชอบเห็ด ไปเสาะแสวงหาเมนูเห็ดเด็ดๆ ที่แสนจะทำง่าย ไว้ทำทานกันที่บ้าน อย่าง “ข้าวต้มเห็ดหอม” โดยเฉพาะถ้าพร้อมเสิร์ฟในมื้อเช้า รับรองว่าซดคล่องคอ รับอรุณเพิ่มพลังก่อนออกไปทำงานแน่นอน
อย่ามัวรีรอกันอยู่เลย เข้าครัวไปจัดเตรียมเครื่องปรุงกันดีกว่า เครื่องปรุงก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก หยิบจับหามาจากในครัว ในตู้เย็นนะแหละก็นำมาปรุงได้แล้ว มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
ข้าวสารหอมมะลิ 1 ถ้วยตวง
เห็ดหอมสด 3 ขีด
ซีอิ้วขาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 3-4 กลีบ
พริกไทยเม็ด 3-4 เม็ด
ต้นหอม 1 ต้น (หั่นหยาบๆ)
ผักชีฝรั่ง 1 ต้น (หั่นหยาบๆ)
รากผักชี พอประมาณ
เกลือ พอประมาณ
น้ำมันพืช พอประมาณ
พริกไทยป่น พอประมาณ
วิธีทำก็เริ่มจากซาวข้าวให้สะอาด แล้วต้มข้าวให้สุกบานจนแตกเม็ด (วิธีทดสอบว่าข้าวสุกหรือยัง ก็ง่ายๆ แค่ลองบดๆ บี้ๆ ถ้าข้าวเม็ดแตกคามือ ก็เป็นอันว่าใช้ได้) อาจจะใส่เกลือหรือผงปรุงรสลงไปเพิ่มรสชาติข้าวต้มด้วยก็ได้
ระหว่างที่รอให้ข้าวสุกก็หันมาจับสาก เอ้ย !?! ไม้ตีพริก โขลกกระเทียม พริกไทย รากผักชีและเกลืออีกนิดหน่อยให้ละเอียด กลิ่นจะได้หอมหวนชวนรับประทานเข้าไปอีก
จากนั้นก็นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันลงไป พอร้อนใส่เครื่องที่โขลกลงผัดให้หอมด้วยไฟอ่อน ๆ ใส่เห็ดหอมสดที่ล้างสะอาดดีแล้วผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว ทีนี้ล่ะทั้งน้ำในเห็ดและน้ำในเครื่องปรุงรส ออกมาส่งกลิ่นหอมฉุยเชียว
เสร็จแล้วตักข้าวใส่ถ้วย ราดด้วยเครื่องเห็ดที่ผัด โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชี พริกไทยป่น ปรุงรสด้วยพริกน้ำส้มตามใจชอบ
แค่นี้ก็ได้กรุ่นกลิ่นหอมๆ ของ “ข้าวต้มเห็ดหอม” ลอยมาเตะจมูก ซดข้าวต้มให้คล่องคอในมื้อเช้า เพิ่มพลังให้กับการทำงานได้อย่างสบายๆ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 พฤศจิกายน 2547 16:47 น.โดย...กุ๊กเล็ก
“ชา” จัดเป็นพืชสมุนไพร ที่ใครๆ ก็รู้ว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นชาจีน ชาเขียว หรือว่าชาอะไรก็ตามแต่ส่วนมากชาเหล่านี้มักนิยมนำมาชงเป็นเครื่องดื่มเพื่อ สุขภาพ “กุ๊กเล็ก” ว่ามันก็ดีตรงที่บริโภคง่ายดี เอามาชงๆ แล้วก็ดื่มได้เลย แต่ดื่มบ่อยๆ มันก็อาจจะเบื่อได้
“กุ๊กเล็ก” เลยไปเสาะแสวงหาความแปลกใหม่มานำเสนอ โดยนำเอา “ชาเขียวใบหม่อน” มาเป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร เป็นเมนูที่ชื่อว่า “ยำชาเขียวใบหม่อน” ทำกินแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิต และช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้ และทำกินบ่อยๆ ได้ไม่มีเบื่อ
ส่วนผสมที่ต้องเตรียมสำหรับ “ยำชาเขียวใบหม่อน”
เนื้อไก่ 2 ขีด
ชาเขียวใบหม่อน ฮาน่าที (ใส่ตามความต้องการ)
ผักบุ้งลวก 1 ถ้วยตวง
แครอท 1 ถ้วยตวง
เห็ดฟาง 1 ถ้วยตวง
ข้าวโพดอ่อน 1 ถ้วยตวง
มะเขือเทศ 1 ถ้วยตวง
ลูกหม่อน 5-10 ลูก
ส่วนผสมของเครื่องปรุงน้ำยำ
ซีอิ้วขาว 1-2 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำตาล 2 ช้อนชา
มะนาว (ใส่ตามความชอบ)
เอาละเตรียมผสมทุกอย่างพร้อมสรรพแล้วก็เริ่มกระบวนการทำกันเลย ก่อนอื่นนำไก่มาหั่นสไลด์ให้ได้ขนาดพอดีคำ แล้วนำไปทอดให้เหลืองกรอบ และก็นำชาเขียวใบม่อนฮาน่าที ลงทอดให้กรอบเช่นเดียวกัน แล้วก็พักไว้ก่อน
หันมาทำน้ำยำกัน โดยเอาส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นจึงนำเอาผักต่างที่เตรียมไว้ เนื้อไก่ และชาเขียวใบม่อนฮาน่าที ลงคลุกเคล้าให้เข้ากันกับน้ำยำอีกที แต่นี้ก็เป็นอันว่าเสร็จสิ้นกระบวนการทำ จัดใส่จานจัดตกแต่งโรยหน้าด้วยลูกหม่อนเพื่อเพิ่มความสวยงาม แต่ถ้าหาซื้อไม่ได้ก็ไม่ว่ากัน เพราะยังไงก็ไม่ทำให้รสชาติความอร่อย และประโยชน์ที่ได้รับจากเมนู “ยำฮาน่า” จานนี้เสียไปแต่อย่างใด