homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

สุขสันต์มื้อค่ำที่ "Big Echo"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กันยายน 2549 14:18 น.
ครวญเพลงสนุกสนานอิ่มหนำกับอาหารที่ Big Echo
       ช่วงต้นเดือนเงินเดือนออกอย่างนี้ บรรดามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายคงกำลังหน้าบาน เพราะรับทรัพย์มาเต็มกระเป๋า หลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการงานมาทั้งเดือน และเมื่อเงินเดือนออกอย่างนี้ สำหรับคนชอบกินอย่าง "ผู้จัดการตระเวนกิน" แล้วเห็นจะหนีไม่พ้นที่จะต้องขอไปฉลองเงินเดือนออกด้วยการกินและกินให้สุขสันต์กับเพื่อนฝูงสักหน่อย
บรรยากาศภายในห้องคาราโอเกะแบบแดนซ์
       ในมื้อนี้จึงนัดบรรดาผองเพื่อนที่รักไปปาร์ตี้กันสักหน่อย และก็เมียงมองหาร้านอาหารที่ถูกใจ จนตกลงกันได้ด้วยเสียงมติส่วนใหญ่ว่า มื้อนี้เราจะไปอิ่มหนำและหรรษากับการร้องคาราโอเกะกันที่ร้าน "Big Echo" ตรงอาคารอโศกทาวเวอร์
      
       Big Echo เป็นร้านอาหารและร้านคาราโอเกะเทรนด์ใหม่ ที่โดนใจผู้รักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งที่นี่มีห้องคาราโอเกะมากถึง 42 ห้องให้บริการ มีตั้งแต่ห้องเล็กๆ ที่จุได้ 2 คน ไปจนถึงห้องขนาดใหญ่จุได้กว่า 50 คน และมีห้องหลากหลายสไตล์ให้เลือกนั่งตามความชอบใจ มีทั้งห้องสไตล์แบบญี่ปุ่น แบบไทย แบบแดนซ์ และห้องปาร์ตี้
      
       ซึ่งห้องคาราโอเกะแต่ละห้องมีความเป็นส่วนตัว มีความปลอดภัยสูง เป็นห้องกระจกสว่างโปร่งโล่งสบาย แถมยังติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดไว้ทุกห้อง และโทรศัพท์ไว้เพื่อเรียกพนักงาน
      
       ด้านเทคโนโลยีของที่นี่ไม่ต้องพูดถึง มีทีวีจอยักษ์ พร้อมชุดเครื่องเสียงที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น เสียงเพลงจึงดังกระหึ่มสะใจ ส่วนเพลงคาราโอเกะของที่นี่ก็มีทั้งเพลงไทยลูกทุ่ง ลูกกรุง เพลงญี่ปุ่น จีน และฝรั่ง ที่มีการอัพเดตเพลงใหม่ๆ ทุกอาทิตย์ให้เลือกร้องกันได้ตามอำเภอใจ
       นี่คือส่วนของคาราโอเกะที่ถูกใจคนรักการร้องเพลง ส่วนเรื่องอาหารของที่นี่ที่สั่งมากินพร้อมไปกับการครวญเพลงก็มีให้เลือก หลายเมนู มีทั้งอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น และอาหารฝรั่งนานาชาติ เอาเท่าที่เราเลือกสั่งแต่เมนูเด็ดๆ มาลองลิ้มก็มี ยำทะเล (160 บาท) ที่ระดมของทะเลมาเต็มจานมีกุ้ง เนื้อปลากะพง ปลาหมึก และที่เด็ดสุดคือหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโต ยำรวมกับน้ำยำซีฟู้ดรสจัดจ้าน ของทะเลสดๆเนื้อหวานเคล้ากับน้ำยำรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ดถูกลิ้นดี
       ต่อด้วยกุ้งฟู (140 บาท) หน้าตาเหมือนปลาดุกฟู แต่ว่าใช้เนื้อกุ้งแม่น้ำเอามาปั่นและคลุกกับขนมปังป่นปรุงรสลงทอดจน เหลืองกรอบ กินคู่กับน้ำยำมะม่วงรสเด็ดของทางร้าน รสชาตินั้นเด็ดตรงที่เนื้อกุ้งฟูเคี้ยวกรอบกรุบ ผสานกับรสชาติน้ำยำมะม่วงที่ออกเปรี้ยว เผ็ด อมหวานกลมกล่อม
       สลับรสชาติมาที่ แซลมอนซาซิมิ (160 บาท) เป็นเมนูญี่ปุ่นขายดี ถูกใจพวกชอบกินปลาดิบ เพราะเนื้อปลาแซลมอนสีส้ม เคี้ยวนุ่มปาก สดหวานดีแท้ อีกหนึ่งเมนูญี่ปุ่นที่ขายดี ชวนกินไม่แพ้กันเป็น เห็ดชิตาเกะ (100 บาท) เป็นเห็ดหอมญี่ปุ่นสดๆ นำปรุงรสและย่างจนสุกหอม ส่งชิ้นเห็ดเข้าปากได้กลิ่นหอมๆ เตะอยู่ปลายจมูกเนื้อเห็ดนุ่มเคี้ยวนิ่ม จิ้มกินคู่กับวาซาบิเพิ่มรสชาติได้ดี
      
       ไม่เพียงแต่อาหารมากมายที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะให้เรากินกันในมื้อนี้ ยังแอบเห็นในเมนูมีรายการอื่นๆ ที่ชวนกินอีกเพียบ อาทิ ไส้กรอกเยอรมัน (130 บาท) ปลากะพงผัดพริกไทยดำ (120 บาท) แคลิฟอร์เนียมากิ (150 บาท) ส้มตำไข่เค็ม (60 บาท) ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกสั่งหลายอย่าง อาทิ คามิคาเซ (130 บาท) บาคาดี ค็อกเทล (130 บาท) บิ๊กเอคโค ฟรุ๊ตพั้นซ์ (110 บาท)
      
       แต่ตอนนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ขอกลับไปคว้าไมค์ดวลเพลงคาราโอเกะกับผองเพื่อนก่อนก็แล้วกัน และถ้าขืนช้าเดี๋ยวจะถูกยึดไมค์และอาหารจะหมดโต๊ะเสียก่อน

"สายลม สายน้ำ"รสล้ำ อร่อยลิ้น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 มิถุนายน 2549 14:35 น.
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านนอก กินข้าวเคล้าสายลมเย็นๆ
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" เองถึงแม้ว่าจะออกตระเวนกินไป ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ได้ลิ้มลองรสอาหารนานาชนิด จากสารพัดชาติ ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป และอีกมากมาย แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังชื่นชอบอาหารไทยเป็นที่สุด เพราะความที่อาหารไทยนั้นมีรสชาติที่จัดจ้าน กลมกล่อมถูกปาก และก็มีเมนูมากมายทั้ง แกง ผัด ยำ ทอดสารพัดอย่างให้เลือกกิน และที่สำคัญตัวเรานั้นคือคนไทยทั้งแท่ง
ยำผักกูด
       ในมื้อนี้"ผู้จัดการตระเวนกิน" จึงขอออกไปตระเวนกินอาหารไทยที่เราชื่นชอบที่ร้าน"สายลม สายน้ำ"ซึ่ง เป็นร้านอาหารในบรรยากาศธรรมชาติชานเมืองที่ชวนนั่ง ทางร้านจัดร้านสไตล์บ้านที่แอบอิงเข้ากับธรรมชาติ มีโซนโต๊ะนั่งริมระเบียงด้านนอกให้นั่งกินข้าวสัมผัสกับสายลมเย็นๆ ชมวิวทุ่งนากว้างๆ และก็ยังมีโซนห้องคาราโอเกะไว้รองรับผู้ที่ชื่นชอบกินข้าวเคล้าไปกับการที่ ได้อวดเสียงใสๆ ไปกับบทเพลง
      
       คราวนี้มาถึงอาหารที่เชื้อเชิญให้เราต้องมาลองลิ้มความอร่อยกันใน มื้อนี้ ซึ่งเมนูอาหารของที่นี่ออกแนวอาหารไทยๆพื้นบ้าน ที่บางเมนูหากินยาก แต่ที่นี่กลับมีให้ลิ้มลอง
      
       เอาเป็นว่าอย่าให้เสียเวลาขอเมนูมาเปิดสั่งอาหารกันดีกว่า ว่าแล้วก็สั่งเมนูเด็ดของร้านนี้มากินกันดีกว่า เริ่มจาก ยำผักกูด (90 บาท) ทางร้านเลือกสั่งผักกูดมาเป็นพิเศษจากยะลา เพราะจะได้ผักกูดที่เขียวสดและก้านอวบ เมื่อนำมายำคลุกเคล้ากับมะพร้าวคั่วและกุ้งสด พร้อมกับมีพริกขี้หนู ใบสะระแหน่ หอมซอย และราดด้วยน้ำยำที่เป็นน้ำกะทิเข้มข้นปรุงรส เวลากินก็คลุกเคล้าเครื่องทั้งหมดให้เข้ากันกับน้ำยำ แล้วก็ส่งเข้าปากเคี้ยวผักกูดก้านอวบกรุบกรอบได้รสชาติหอมหวาน มันๆของน้ำกะทิและมะพร้าวคั่ว แถมยังมีไข่ต้มให้กินแกล้มเข้ากันอีก
ไก่สายลม
       ต่อด้วย ไก่สายลม (100 บาท) เป็นไก่ที่ปรุงรสด้วยซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน ทอดจนหนังกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมกับหมี่ขาวทอดกรอบ ไก่สายลมเมนูนี้เด็ดตรงที่หอมกลิ่นซอส เคี้ยวแล้วหนังกรอบ ไก่แห้งเนื้อนิ่มออกรสหวาน เค็มๆ ของซอสที่ซึมถึงเนื้อในไก่ กินแกล้มกับหมี่ขาวทอดกรุบกรอบเข้ากันดี
กะพงสายน้ำ
       ตามมาที่เมนูปลาที่ถ้าชอบกินปลาต้องไม่พลาดสั่ง กะพงสายน้ำ (150 บาท) เนื้อปลากะพงขาวๆแร่เป็นชิ้นบางๆ ห่อม้วนกับไส้กุ้งสับ แล้วก็นึ่งพร้อมกับน้ำซีอิ้วปรุงรสและเห็ดหอม จนสุกได้ที่ก็ตักน้ำซีอิ้วราดหน้าอีกที เสิร์ฟมาร้อนๆ ลิ้มรสชาติน้ำซีอิ้วหอมหวาน ปลาเนื้อหวานไม่คาว เคี้ยวแน่นเด้งไส้กุ้งที่อยู่ข้างใน หรือจะเพิ่มรสชาติเผ็ดจัดจ้านจิ้มปลากินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด
แกงคั่วหอยขม
       ปิดท้ายด้วยเมนูพื้นบ้านที่หากินยากอีกหนึ่งเมนู แกงคั่วหอยขม (90 บาท) ทางร้านนำหอยขมมาแกะเปลือกเอาแต่เนื้อหอยข้างในมาล้างจนสะอาด นำมาแกงกับเครื่องแกงที่ทางร้านโขลกเองและใส่ยอดมะพร้าวกับยอดชะอม จนได้แกงคั่วหอยขมที่กินง่าย ตักคลุกกินกับข้าวสวยร้อนๆ ได้รสชาติเข้มข้นเครื่องแกง เผ็ดกลมกล่อม ส่วนหอยขมเคี้ยวกรุบไม่ขม มันปากโดนใจ
      
       นอกจากเมนูเด็ดเหล่านี้ที่"ผู้จัดการตระเวนกิน"ได้สั่งมาลองลิ้มชิมรสแล้วว่าเด็ดโดนใจปากจริงๆ ก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ทางร้านแนะนำมาว่ารสเด็ดไม่แพ้กัน อาทิ แกงป่าปลาคัง (120 บาท) หลนปูเค็ม (80 บาท) ผัดเผ็ดหมูป่า (100 บาท) ทอดมันปลากราย (90,120 บาท) ห่อหมกทะเล (150 บาท) แกงส้มชะอมกุ้ง (120 บาท)
      
       เห็นทีว่าคราวหน้าฟ้าใหม่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" คงต้องหิ้วกระเพาะกลับมาลองลิ้มเมนูเด็ดๆ ที่ว่านี้อีก ซึ่งหากมิตรรักนักกินท่านใดอยากมาลิ้มลองรสชาติอาหารไทยให้รู้กับปากของตัว เองกันบ้าง ก็พากันมาได้ที่ร้าน “สายลม สายน้ำ” แห่งนี้ ซึ่งทางร้านเขายินดีต้อนรับนักชิมที่รักการกินทุกท่านอยู่เสมอ

"เรือนริมน้ำ" อาหารรสล้ำ ชวนลิ้มรส

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มิถุนายน 2549 16:47 น. 
บรรยากาศโต๊ะนั่งกินข้าวสบายๆ ภายในร้านเรือนริมน้ำ
       แหม!! มื้อนี้ไม่รู้เป็นอะไร "ผู้จัดการตระเวนกิน" เกิดอาการนึกอยากกินอาหารไปเสียสารพัดอย่างทั้งไทย จีน และซีฟู้ดในมื้อเดียวกัน ครั้นจะออกตระเวนกินไปตามแต่ละร้านก็เกรงว่าจะต้องลำบากกายในการเดินทางไป ยังแต่ละร้านที่เลือกขายอาหารแตกต่างกันไป
ผัดโหงวก๊วยในรังผึ้ง
       แต่แล้วเราก็มีทางออกจนได้ เมื่อได้มาเจอเข้ากับร้านอาหารเข้าร้านหนึ่งที่ชื่อว่า "เรือนริมน้ำ" ที่สามารถตอบสนองความอยากของเราเข้าได้อย่างจัง เพราะว่าที่นี่มีทั้งอาหารไทย อาหารจีน และซีฟู้ดสดๆ ไว้บริการ โดยฝีมือเชฟอภิศักดิ์ หากะวี หรือ ป๋าเหลียง ที่เชี่ยวชาญในการทำอาหารมานาน
      
       สำหรับอาหารไทยของที่นี่เป็นอาหารไทยรสจัด ถ้าเป็นอาหารจีนก็ออกแนวจีนแท้โดยเน้นที่เป็นจีนกวางตุ้ง สำหรับซีฟู้ดนั้นสั่งตรงจากมหาชัย และมีบ่อเลี้ยงกุ้งและปลาอยู่ภายในร้าน เพื่อรับประกันว่าอาหารทะเลของที่นี่ร้านสดใหม่จริงๆ
      
       ว่าแล้วก็มาลองลิ้มรสชาติอาหารของที่นี่กันเลยดีกว่า เริ่มกันที่เมนูไทยเป็นอย่างแรก หลนปู(100 บาท) ที่ทางร้านพิถีพิถันทำเป็นพิเศษโดยนำกะทิมาเคี่ยวจากนั้นก็ใส่หัวหอมแดงผสม ด้วยตะไคร้หั่นซอย พริกขี้หนูสด ใบมะกรูดหั่นซอย ตามด้วยกุ้งสับและหมูสับ เติมน้ำส้มมะขามลงไปเล็กน้อยแล้วเคี่ยวให้เข้ากันก่อนจะเติมปูแสมดองเค็มลง ไปเคี่ยวต่อจนได้น้ำขลุกขลิก ออกมาเป็นหลนปูที่กินแกล้มคู่กับผักสดสารพัดอย่าง รสชาติหลนปูออกรสนำเค็มๆ มันๆ แซมด้วยรสหวานซ่อนเปรี้ยวนิดๆ
กุ้งสะดุ้งไฟ
       ต่อด้วยเมนูจีน ผัดโหงวก๊วยในรังผึ้ง (120 บาท) จานนี้พิเศษตรงที่รังผึ้งทำมาจากเผือกหั่นเส้นมาสานด้วยมือจากนั้นก็นำมาทอด ให้เหลืองกรอบแล้วจึงค่อยๆร่อนออกจากพิมพ์ที่สานนำขึ้นพักไว้ ส่วนผัดโหงวก๊วยนั้นมีไส้กรอก แห้ว แปะก้วย กุ้ง ไก่ พริกแห้งทอดกรอบ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มาผัดรวมกันปรุงรสชาติและพิเศษใส่น้ำผึ้งด้วย ก่อนจะนำมาใส่ลงในรังผึ้งเผือกทอด และมีใบคะน้าทอดกรอบให้กินแกล้มอีกด้วย เมนูนี้เรียกว่ากินได้ทุกอย่างผัดโหงวก๊วยออกรสหวานโดดเด่นจากน้ำผึ้ง ส่วนรังผึ้งเคี้ยวกรุบกรอบ
เป็ดอบซอสพริกไทยดำ
       ตามมาด้วยเมนูซีฟู้ดจานเด็ดที่ไม่ควรพลาด กุ้งสะดุ้งไฟ (250 บาท) ที่แค่ชื่อก็ชวนลิ้มลองแล้ว เป็นกุ้งก้ามกรามสดๆ ทั้งตัวผ่าหลังแล้วนำมาผัดกับน้ำมันร้อน ขอบอกว่าร้อนมากๆ เพราะตอนพ่อครัวผัดนั้นเห็นไฟลุกท่วมสูงกว่า 2-3 ม. เลยทีเดียว พอผัดกุ้งสุกได้ที่ก็มีน้ำราดที่ทางร้านปรุงด้วยสูตรพิเศษราดมาบนตัวกุ้ง เสิร์ฟมาร้อนๆ กุ้งสีส้มสดเนื้อแน่นหวานได้รสชาติน้ำราดที่ออกรสเปรี้ยวอมหวาน
      
       จากเมนูกุ้งต่อด้วยเมนู เป็ดอบซอสพริกไทยดำ (เล็ก100 บาท ใหญ่200บาท) เป็นสไตล์จีน-ฝรั่งผสมกัน คือนำเป็ดมาตุ๋นจนเป็ดเปื่อยยุ่ยจากนั้นแบ่งครึ่งตัวและนำไปทอดกรอบ แล้วก็มีน้ำซอสพริกไทยดำราดจนทั่วตัวเป็ด เป็ดจานนี้โดดเด่นตรงที่เนื้อเป็ดนั้นหนังกรอบเนื้อนุ่มและชุ่มไปด้วยน้ำซอส พริกไทยดำ ที่รสชาติเข้มข้นครบเครื่อง 5 รส ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ดนิดหน่อยจากตัวพริกไทยดำ
       สุดท้ายต้องยกให้เมนูหม้อไฟเมนูนี้ ปลาเก๋าหม้อไฟพริกไทยดำ (250บาท) เสิร์ฟมาครบชุด มีหม้อไฟร้อนๆ ที่เป็นน้ำซุปพริกไทยดำปรุงรสชาติมาแล้ว และมีปลาเก๋าสด ๆ หนึ่งตัวนำมาแล่ผ่าเอาก้างออกเหลือแต่เนื้อ พร้อมกับผัดสดสารพัดอย่าง เวลากินก็ใส่ผักลงไปในหม้อไฟ และก็ค่อยลวกปลาเก๋าลงไปในน้ำซุป พอปลาสุกก็ส่งเข้าปากลิ้มรสชาติปลาสดเนื้อนุ่มหวาน หรือจะจิ้มกินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็ม น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสชาติเค็มและเผ็ดก็อร่อยเพิ่มรสชาติไปอีกแบบ อ้อแล้วอย่าลืมซดน้ำซุปร้อนๆ ตามที่หอมกลิ่นพริกไทยดำและเผ็ดพริกไทยดำชุ่มชื่นคอดี
      
       นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเมนูแนะนำที่น่าลองลิ้ม อาทิ ยำตะไคร้ปลาสลิดกรอบ (80 บาท) ต้มแซ่บกกระดูกหมูอ่อน (80บาท) ผัดนกกระจอกเทศพริกไทยดำ (180 บาท) ออส่วน(100 บาท) พล่ากุ้งก้ามกราม (250 บาท) รวมมิตรทะเลเผา (200 บาท)
      
       หากแฟนานุแฟนท่านใดเกิดนึกอยากกินทั้งอาหารไทย จีน และซีฟู้ดขึ้นมาในคราวเดียวกันเหมือนอย่าง"ผู้จัดการตระเวนกิน" แล้วล่ะก็ ลองแวะมาที่ร้าน เรือนริมน้ำ แห่งนี้แล้วจะรู้ว่าที่นี่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ แบบ แถมบรรยากาศร้านก็ชวนนั่งตกแต่งแบบสบายๆ มีดนตรีสดเล่นให้ฟังทุกวันตั้งแต่ 19.00-23.00 น. และยังมีห้องคาราโอเกะบริการอีกด้วย

"ฮานาย่า" อาหารญี่ปุ่นเจ้าแรกในเมืองไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2549 15:23 น. 

บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้าน"ฮานาย่า"โปร่งโล่งนั่งสบาย
       หากพูดถึงอาหารต่างชาติในเมืองไทย"อาหารญี่ปุ่น"ถือ เป็นอีกหนึ่งในรสชาติที่นักกินคนไทยพิสมัยกันไม่น้อย เพราะเดี๋ยวนี้ร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านเรามีเปิดให้บริการกันอยู่มากมายเป็น ดอกเห็ด
      
       แต่หากพูดถึงร้านอาหารญี่ปุ่นยุคแรกๆแล้วละก้อ ร้าน"ฮานาย่า"ตรงถนนสี่พระยาถือเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นรุ่นแรกๆของเมืองไทย เพราะร้านนี้เปิดบริการมากว่า 68 ปีแล้ว
มุมซูชิบาร์ลูกค้าจะได้เพลิดเพลินไปกับการกินและดูเชฟทำอาหาร
       ปัจจุบันร้านฮานาย่ามีคุณโยชิโอะ วาตานูกิ เป็นทายาทสืบต่อกิจการและเป็นพ่อครัวมือหนึ่งในการปรุงอาหารให้ลิ้มลอง และด้วยความอยู่ยงคงกระพันระดับคลาสสิคที่รักษามาตรฐานมาโดยตลอด มื้อนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" จึงมุ่งหน้าสู่ร้านฮานาย่า เพื่อลิ้มลองอาหรญี่ปุ่นในระดับตำนานอีกร้านหนึ่งในเมืองไทย
      
       ครั้นเมื่อมาถึงร้าน เราได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นทันที โดยที่ชั้นล่างจะมีโต๊ะให้เลือกนั่งหลายมุม มีมุมซูซิบาร์ที่ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินไปกับการกินและสามารถดูวิธีการทำอา หารของเชฟได้ไปในตัว ส่วนที่ชั้น 2 จะมีห้องส่วนตัวไว้คอยบริการ
ข้าวปั้นหน้าปลาไหล
       สำหรับอาหารญี่ปุ่นของที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นอาหารสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบต้นตำรับ แต่ก็มีบางเมนูที่ทางร้านประยุกต์ให้เข้ากับความต้องการของลิ้นนักกินชาวไทย ซึ่งแต่ละเมนูล้วนแล้วแต่น่ากินๆ ทั้งนั้น
      
       อย่างที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" เลือกสั่งมาลองลิ้มก็มีอยู่หลายเมนู เริ่มกันที่เมนูแรกเป็น ข้าวปั้นหน้าปลาไหล (200 บาท)ที่ไม่เหมือนร้านอื่น ตรงที่เป็นปลาไหลทั้งตัวตัวยาวเหยียดบนข้าวปั้นก้อนเดียว ความพิเศษของข้าวปั้นนี้อยู่ตรงที่ข้าวปั้นเนื้อนุ่มเพราะเป็นข้าวหอมมะลิ กินเข้ากับปลาไหลที่ผ่านการอบปรุงรสจนหอม ราดด้วยน้ำซอสอีกที ส่งให้ทั้งเนื้อและหนังของปลาไหลนั้นนุ่มหวานละมุนลิ้น
      
       ต่อด้วย ข้าวหน้าเนื้อ (120 บาท) เนื้ออบเต็มชามโปะอยู่บนข้าวหอมมะลิเนื้อนุ่ม ลิ้มรสชาติแล้วต้องบอกว่าเด็ดตรงที่เนื้ออบเคี้ยวหวานนุ่มหนึบปาก เพราะทางร้านนำเนื้อที่คัดมาอย่างดีหมักกับซีอิ้วปรุงรส ใส่หอมหัวใหญ่และขิงดองแดงอบมาด้วย แถมยังมีซุปเต้าเจี้ยวที่หอมหวานให้ซดกินแก้ฝืดคออีกด้วย
ยำหอยมือเสือ
       สลับรสชาติมากันที่ ยำหอยมือเสือ (230 บาท) ทางร้านใช้หอยมือเสือที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำลวกในน้ำเดือดจนสุก แล้วคลุกกับไข่ปลาซิซาโมะ ยำรวมกับสาหร่ายทะเลปรุงรสด้วยน้ำยำสูตรพิเศษ ออกมาเป็นยำหอยมือเสือที่เนื้อหอยหวานสด เคี้ยวนุ่มเด้งหนึบปาก ได้รสเปรี้ยวของเลมอนผสมอยู่
      
       ตามมาด้วย เนื้อฉลามลวก (350 บาท) เป็นเมนูน้องใหม่ที่ชวนกินเอามากๆ เนื้อฉลามขาวๆ ลวกจนสุก ลิ้มชิมรสสัมผัสได้ถึงความนุ่มยุ่ยของเนื้อฉลาม ที่ไม่คาวอย่างที่คิด เพราะตอนลวกเนื้อฉลามทางร้านจะใส่สาเกลงไปเพื่อดับกลิ่นคาว ยิ่งกินคู่กับสาหร่ายทะเลหลากชนิด และขิงดองที่เสิร์ฟมาให้กินแกล้มกัน พร้อมกับจิ้มเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นที่มีส่วนผสมของมัสตาส และน้ำส้มออกรสเปรี้ยวนิดๆ ถูกปากดีแท้
เนื้อฉลามลวก
       ส่งท้ายมื้อกับ ชุดอาหารกล่องพิเศษ (ธรรมดา150 บาท พิเศษ200 บาท) ภายในชุดประกอบไปด้วย ข้าวปั้น ปลาซาบะย่างซีอิ้ว และกับข้าวมีทั้งไข่หวาน ลูกชิ้นปลากราย กุ้งทอด ไก่ทอด ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นไก่ ปลาหมึก ขนมจีบไส้หมูและกุ้ง ลูกชิ้นห่อสาหร่าย และที่ขาดไม่ได้คือปลาดิบ มีปลาโอและปลากะพงขาว และยังมีเครื่องเคียงกินแก้เลี่ยนอย่างผักต้มรวม แมงกะพรุนดองน้ำส้ม แถมด้วยน้ำซุปใสให้ซดกินอีก เรียกว่าสั่งชุดนี้มากินอิ่มคุ้มราคาจริงๆ
ชุดอาหารกล่องพิเศษ
       นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเมนูปลาดิบสดๆ ที่น่ากิน อาทิ ชุดปลาโทโร(2,200 บาท) ชุดปลาญี่ปุ่นล้วน(1,380 บาท) ปลาญี่ปุ่นและปลาไทยเกรดเอ (820 บาท) เกรดบี (560 บาท) ปลาไทย (140 บาท) ข้าวปั้นก็มีหน้าปลาดิบญี่ปุ่น (1,300 บาท) ข้าวซูซิรวมมิตร (200 บาท) หอยนางรมย่างมายองเนส (90 บาท) ปลาซาบะย่าง (110 บาท) ปลาซาบะสเต็ก (190 บาท) พุดดิ้งชาเขียว(80 บาท) ถั่วแดงร้อนใส่ข้าวเหนียว (60 บาท) และอีกสารพัดเมนูที่รอให้มิตรรักนักชิมอาหารญี่ปุ่นมาลิ้มลองรสชาติกันด้วยตัวเองที่ร้าน “ฮานาย่า” แห่งนี้

แซบอีหลี ที่"ครัวอีสาน เด้อ บางกอก"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 กรกฎาคม 2549 12:19 น.
บรรยากาศร้านชวนนั่งกินอาหารอีสานรสแซบ ที่ครัวอีสาน เด้อ บางกอก
       หากพูดถึงอาหารรสแซบ แน่นอนว่าอาหารอีสานมีรสแซบ ที่ไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตอย่างพวกส้มตำ ลาบ น้ำตก ต้มแซบ ที่ร้านไหนปรุงได้ถึงรสถึงเครื่องแล้วละก้อ คออาหารอีสานติดกันตรึม
      
       สำหรับร้าน"ครัวอีสาน เด้อ บางกอก" ที่ตั้งอยู่ตรงสนามกอล์ฟปัญญารามอินทรา ก็ถือเป็นหนึ่งในร้านอาหารอีสานรสแซบ ที่มีทั้งเมนูอีสานแท้และเมนูอีสานประยุกต์ชวนติดปากติดใจให้เลือกกินอยู่ หลายอย่าง
       ว่าแล้วก็อย่ารอช้าให้ท้องร้องและน้ำลายสอปากกันอยู่เลย ตาม"ผู้จัดการตระเวนกิน"มาหม่ำกับเมนูเด็ดดวงของร้านนี้กันเลยดีกว่า
      
       เริ่มกันที่เมนูยอดฮิตอย่าง ส้มตำทรงเครื่อง (120 บาท) ที่ไม่เหมือนส้มตำร้านไหนๆ ก็ต้องที่นอกจากจะมีส้มตำรสเด็ด (เลือกได้ว่าจะเอาส้มตำแบบไหน ไทย ปู หรือว่าปูปลาร้า) แล้วยังเครื่องเคียงสารพัดอย่างเสิร์ฟมาพร้อมกันให้กินแกล้มเข้ากับส้มตำ อย่างกุ้งแม่น้ำตัวโต ไข่ไก่ต้มยางมะตูม แคบหมู หมี่ขาว ซึ่งรสชาติจะแปรเปลี่ยนไปตามเครื่องเคียงที่กินคู่เข้ากันได้กลมกล่อมลงตัว
      
       จากส้มตำมาต่อกันที่ ข้าวจี่ดอกอัญชัน+ไก่ย่าง+ส้มตำ (120 บาท) เมนูนี้ขอบอกว่าสั่งมากินแล้วอิ่มท้องไม่ใช่เล่น เพราะมีทั้งข้าวจี่ที่พิเศษตรงที่เป็นข้าวจี่ผสมน้ำดอกอัญชัน รสชาติออกเค็มๆ หวานๆ หอมกลิ่นไข่และดอกอัญชัน มีไก่ย่างที่หนังกรอบ เนื้อนุ่มถึงเครื่องพริกไทยดำ และก็มีส้มตำปูม้า ที่ตำมาแบบครบเครื่องส้มตำออกรสเปรี้ยว หวาน เผ็ดแซบปากดี
       ตามมาด้วยเมนูนี้ ลาบปลากรายห่อตอง (60 บาท) หน้าตาคล้ายกับห่อหมก เป็นเนื้อปลากรายขูดผสมกับเครื่องสมุนไพรอย่างพริกขี้หนู ข้าวคั่ว กระเทียม หอมแดง ใบมะกรูดซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วจึงนำมาห่อใบตองปิ้งบนเตาถ่านจนสุก กินลาบปลากรายเคี้ยวนุ่มหนึบ รสชาติหวานหอมเครื่องสมุนไพร ไม่เผ็ดมากนักกินแกล้มกับเครื่องเคียง ต้นหอม มะนาวผ่าซีก หอมแดง กระเทียม พริกขี้หนูสวนเพิ่มรสชาติ
แกงเห็ดภูฐาน
       ต่อที่เมนูปลาเป็น ปลาเนื้ออ่อนนึ่งจิ้มแจ่ว(150 บาท) ทางร้านใช้ปลาเนื้ออ่อนสดๆ นำมาล้างรูดด้วยใบตะไคร้ ดับกลิ่นคาวด้วยเกลือ แล้วนำมานึ่งใส่ใบมะกรูด ใบตะไคร้ นึ่งจนปลาสุกทั่วตัว เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ด และผักเคียงอย่างมะเขือพวง แครอท ข้าวโพดอ่อน ถั่วฝักยาว ลิ้มรสปลาเนื้ออ่อนเนื้อนุ่มหวาน จิ้มกินกับน้ำจิ้มแจ่วรสกลมกล่อมออกเปรี้ยวนิดๆ หอมกลิ่นเครื่องเทศ
      
       ส่งท้ายด้วยเมนูน้ำๆ แกงเห็ดภูฐาน (60 บาท) (ใช้ ฐ :ฐาน ตัวนี้เนื่องจากเห็ดชนิดนี้นำเข้ามาก่อนที่คนไทยจะหันมาเรียกประเทศภูฏาน แทน ภูฐาน) ความโดดเด่นของเมนูนี้อยู่ตรงที่เห็ด เป็นเห็ดตระกูลเดียวกับเห็ดนางฟ้ามีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศภูฏาน เมื่อนำมาแกงรวมกับน้ำใบย่านาง ใบชะอมและเครื่องแกงต่างๆ จะได้แกงเห็ดที่มีรสชาติออกขมนิดๆ และเผ็ดที่ปลายลิ้น
ปลาเนื้ออ่อนนึ่งจิ้มแจ่ว
       แต่หากว่าใครยังมีพื้นที่ในกระเพาะเหลืออยู่อีก จะขอเมนูมาเปิดดูสั่งเมนูอย่างอื่นๆ ที่น่ากินก็มีอีกเพียบ อาทิ ไก่บ้านนึ่งตะไคร้หอม (250 บาท) แกงผักหวานไข่มดแดง (เล็ก 80 บาท ใหญ่ 150บาท) ปลาบึกลวกจิ้ม (120 บาท) ลาบเป็ด (80 บาท) ส้มตำหมูกรอบ (60 บาท) หมี่กะทิชาวกรุง (50 บาท) และอีกหลายเมนูรสแซบ รวมไปถึงยังมีอาหารไทย เวียดนาม และจีน ให้เลือกลิ้มลอง ที่รอให้คออาหาร โดยเฉพาะมิตรรักนักกินอาหารอีสานมาพิสูจน์รสชาติความแซบอีหลีหลายเด้อ ที่"ครัวอีสาน เด้อ บางกอก"แห่งนี้