| |||||
สำหรับ"อารีรัง"ร้านนี้ต้องบอกว่าเป็นอาหารเกาหลี แบบต้นตำรับแท้ๆ ดั้งเดิม วัตถุดิบ ส่วนผสมในการปรุงส่วนใหญ่ต้องนำเข้ามาเกาหลีโดยเฉพาะ และอาหารแต่ละเมนูก็ปรุงโดยฝีมือเชฟชาวเกาหลี เรียกว่าได้รสชาติแบบสูตรเกาหลีไม่ผิดเพี้ยน ว่าแล้วอย่าให้เสียเวลา ตามมาเปิดเมนูดูกันดีกว่าว่ามีอาหารเกาหลีอะไรที่ชวนกินกันบ้าง เริ่มจากเมนูนี้กันก่อนเลย กิมจิซุป (150 บาท++) มากินอาหารเกาหลีต้องไม่พลาดกิมจิ เมนูนี้เป็นการนำกิมจิที่เราเห็นกันเป็นประจำมีทั้งกะหล่ำปลี ต้นหอมญี่ปุ่น หอมหัวใหญ่ กระเทียม นำมาเติมน้ำซุป และใส่เนื้อปลาลงไปต้มด้วยกัน ออกมาเป็นซุปกิมจิหอมๆ เสิร์ฟมาร้อนๆ หน้าตาคล้ายแกงส้มบ้านเรา ส่วนรสชาตินั้นออกรสเผ็ดร้อน เปรี้ยว เค็มนิดๆ กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ เหมาะเจาะลงตัว | |||||
| |||||
| |||||
แต่ใช่ว่าจะมีแค่เมนูเด็ดๆ เหล่านี้ที่แนะนำเท่านั้น เพราะยังมีเมนูเกาหลีอื่นๆ ที่ชวนกินอีกไม่น้อย อาทิ ซี่โครงหมูบาร์บิคิว(300 บาท++) ผัดหนวดปลาหมึกยักษ์(400 บาท++) หางวัวตุ๋น (300บาท++) ซุปเย็น(200 บาท++) พิซซ่าเกาหลี (500 บาท++) และที่สำคัญเมื่อมากินอาหารเกาหลีแล้วขาดไม่ได้คือพวกเครื่องเคียงอย่างกิม จิ ซึ่งที่ร้านนี้ เพียงแค่ส่งเมนูอาหารเมนูใดเมนูหนึ่ง ทางร้านจะเสิร์ฟกิมจิเซ็ทมาเป็นเครื่องเคียงจำนวนมาก โดยในแต่ละวันจะมีกิมจิหลากหลายรูปแบบไม่ซ้ำกันกว่า 12 ชนิด มาให้ลิ้มรสชาติกันจนหนำใจปาก เรียกว่าหากใครเป็นแฟนเกาหลีแล้วล่ะก็ ลองหาโอกาสแวะมาลองลิ้มรสชาติอาหารเกาหลีรสดี ที่ร้าน"อารีรัง" นี้กันดู เพราะจะได้สัมผัสกับอีกหนึ่งรสชาติความเป็นเกาหลีแท้ๆ ในเมืองไทย |
"อารีรัง" ต้นตำรับอาหารเกาหลีชวนกิน
“My Secret” รสเด็ดอาหารไทย ริมน้ำแม่กลอง เมืองกาญจน์
“ตระเวนกิน”ขอบอกว่าที่เมืองกาญจน์ยังมีร้านอาหารอร่อยๆ ที่มีบรรยากาศสวยๆ ชวนให้ไปนั่งไปกินอาหารดื่มด่ำบรรยากาศอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างเช่นร้าน “My Secret” (มาย ซี เครท) ที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำแม่กลอง ที่เราเพิ่งแวะเวียนไปลองลิ้มชิมรสมานั้นก็นับเป็นอีกหนึ่งในร้านอาหารดาว เด่นประจำเมืองกาญจน์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลย สำหรับร้าน “My Secret” เมื่อเข้ามาถึงแล้ว ดูเสมือนหนึ่งว่าเราได้หลุดเข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่ง เพราะเป็นสถานที่ส่วนตัวอันเงียบสงบ แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันรื่นรมย์ เพราะว่าร้านตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำแม่กลอง มีทัศนียภาพที่งดงาม มีสายลมพัดเอื่อยเย็นสบาย ซึ่งทางร้านตกแต่งร้านได้อย่างชวนนั่งแบบชิลล์ ชิลล์ มีหลายโซนให้เลือกนั่งแบบตามใจชอบ | ||||
ยังไม่หมดสำหรับบรรยากาศ ทางร้านยังเอาใจผู้ที่ชื่นชอบล่นเจตสกีและสปีดโบ๊ท ทางร้านมี Ramp ให้บริกรฟรีสำหรับโหลดเรือลงแม่น้ำได้สะดวกสบาย เรียกว่าสามารถมากินอาหารเที่ยง บ่ายเล่นเรือ เย็นกินข้าวต่อ พอตกดึกก็นั่งสังสรรค์กินดื่ม หรือจะเล่นสนุกเกอร์ โต๊ะพูล โต๊ะโกลด์ ทางร้านก็มีให้บริการสร้างความสุขสันต์ พร้อมกับชมบรรยากาศยามค่ำคืนอันสวยงาม ช่างเพลินใจและอิ่มท้องกันไปแบบมีความสุข นี่แค่บรรยากาศก็เป็นเลิศแล้ว มาถึงเรื่องอาหารของที่นี่ก็เลิศรสไม่แพ้กัน เพราะที่นี่มีอาหารไทยรสจัดจ้าน ที่ทางร้านคิดปรุงแต่งเมนูอาหารขึ้นมาตามสูตรเด็ดเฉพาะ ที่เน้นเรื่องการคัดสรรแต่วัตถุดิบที่ความสด และมีคุณภาพ อีกทั้งยังเลือกเฟ้นอาหารพิเศษที่ดังๆ ทั่วประเทศไทย มาเป็นเมนูจานเด่นที่ชวนกินมากมาย และยังมีการคิดค้นเมนูใหม่ๆ หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดความจำเจกับอาหาร | ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
เรียกว่าถ้ามากาญจนบุรีเมื่อไหร่ อยากกินอาหารอร่อย พร้อมกับชมวิวสวยๆ ของแม่น้ำแม่กลองที่เย็นสบาย ก็ขอให้แวะมาที่ร้าน “My Secret” กันซึ่งทางร้านยินดีต้อนรับทุกคนที่มาเยือน | ||||
| * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * “My Secret” (มาย ซี เครท) ตั้งอยู่ที่ 199/9 ม. 12 ถ. ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี การเดินทางจากถ.เพชรเกษมวิ่งผ่านจ.นครปฐม แล้วแยกเข้าอ.บ้านโป่ง มุ่งสู่จ.กาญจนบุรี(ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนเข้าตัวเมืองกาญจนบุรี เจอสี่แยกไฟแดงศาลากลางจังหวัดฯ ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยก่อนข้ามสะพาน จะเห็นป้าย My Secret Restaurant วิ่งเข้ามา 600 ม. ร้านจะอยู่ซ้ายมือริมแม่น้ำ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น. (ครัวปิด 22.00 น.) ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-3462-2531 |
อาหารต้านเพลีย
“อ่อนเพลีย” เป็นหนึ่งในอาการยอดฮิตของหลาย ๆ คน ไม่เพียงเกิดจากพักผ่อนไม่เพียงพอ ตรากตรำเรียน-ทำงานหนัก เครียด หรือ กังวลเท่านั้น เมื่อใดที่ร่างกายอยู่ในภาวะพร่อง “สารอาหารบางจำพวก” ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รู้สึก “เหนื่อยล้า” ได้เช่นกัน
สารอาหารแรกคือ “ธาตุเหล็ก” พบมากในเนื้อสัตว์ ทั้งหมู ไก่ กุ้ง หอย ปลา ไข่ ตับ และจากพืช จำพวกผักกาดหอม ฟักทอง ต้นหอม มะเขือพวง ใบขี้เหล็ก มันเทศ เผือก ลูกพรุน ถั่ว ลูกเดือย งา มีความสำคัญในการสร้างเม็ดเลือด เมื่อร่างกายขาดจะทำให้โลหิตจาง อ่อนเพลีย สมาธิสั้น การเรียนรู้ลดลง เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อในร่างกาย และสมองได้น้อยลง
ถัดมาเป็น “แมกนีเซียม” จากเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผักใบเขียว อัลมอนด์ มีความสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อระบบประสาท สมอง และช่วยการทำงานของทริปโตเฟน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็นในการเสริมสร้างสารเมลาโตนิน หรือ สารสื่อประสาท ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ วิตกกังวลน้อยลง เมื่อร่างกายขาดจะทำให้เกิดความรู้สึกกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้
นอกจากนั้น ยังรวมถึง “วิตามินซี” ซึ่งมีมากในผักตระกูลกะหล่ำ อย่างกะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี โดยขณะประกอบอาหารไม่ควรต้ม หรือ ผัดนานเกินไป เนื่องจากความร้อนจะทำลายวิตามินซีได้ง่าย นอกจากนั้น ยังพบในมะเขือเทศ ส้ม ฝรั่ง มะละกอ กล้วย สับปะรด ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เมื่อร่างกายขาดจะมีอาการอ่อนเพลีย ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดต่ำลง ทำให้ติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรียได้ง่าย
สารอาหารข้างต้นถือเป็นยาชูกำลังชั้นดี รับประทานประจำในปริมาณพอเหมาะ นอกจากจะอิ่มท้อง ยังได้คุณค่าทางโภชนาการด้วย.
พบกับหลากหลายเมนูพิเศษ ที่ รร. โนโวเทลฯ สยามสแควร์
| |||
| |||
| |||
|
เลือดคั่งในหลอดเลือดดำส่วนลึก Deep vein thrombosis
ถ้าท่านผู้อ่านอ่านหนังสือพิมพ์ หรือฟังข่าวจะพบชื่อโรคชั้นประหยัด เป็นโรคลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดดำที่ขา ซึ่งมักจะเกิดในการเดินทางโดยเครื่องบินชั้นประหยัด ทางการแพทย์เรียก deep vein thrombosis ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนกไหนก็ต้องรู้จักเป็นอย่างด ีเนื่องจากเป็นโรคที่พบอยู่เรื่อยๆ ฟังจากชื่อแล้วเป็นเฉพาะคนจนหรือเปล่า และจำเป็นต้องนั่งเครื่องบินชั้นประหยัดหรือไม่ เป็นแล้วอันตรายหรือไม่ มีวิธีป้องกันอย่างไร หลังจากท่านผู้อ่านได้อ่านบทความนี้หมดแล้ว คงพอมีความรู้เบื้องต้นที่จะดูแลและป้องกันโรคนี้
เส้นหลอดเลือดดำส่วนลึกคืออะไร
เส้นหลอดเลือดดำจะนำเลือดที่ใช้แล้วกลับสู่หัวใจ โดยอาศัยการบีบตัวของกล้ามเนื้อ ร่วมกับลิ้นในหลอดเลือดดำ หลอดเลือดดำที่ขามี 2 ชนิดคือหลอดเลือดดำที่ผิว superficial veinที่เราสามารถเห็นได้ด้วยตา ซึ่งจะนำเลือดจากผิวไปสู่หลอดเลือดดำส่วนลึก deep veinซึ่งจะอยู่ในกล้ามเนื้อ หลอดเลือดดำลึกก็จะนำเลือดไปยังหลอดเลือดดำใหญ่ในท้อง inferior venacava
เลือดคั่งในหลอดเลือดดำลึกคืออะไร
ปกติเลือดในหลอดเลือดดำจะไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อมีภาวะที่เลือดดำหยุดไหลเวียนและจับแข็งตัว
สาเหตุของลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ
สาเหตุใหญ่ๆที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้แก่
- หลอดเลือดดำได้รับอันตราย เช่นอุบัติเหตุกระดูกหัก กล้ามเนื้อถูกกระแทก หรือการผ่าตัด
- เลือดในหลอดเลือดมีการไหลเวียนช้าลงเช่นการนั่งหรือนอนนาน หลังผ่าตัด อัมพาต การเข้าเผือก
- การที่เลือดมีการแข็งตัวง่าย
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ
- คนแก่ นอนไม่เคลื่อนไหวมากว่า 3วัน
- อัมพาต
- การเข้าเผือก
- หลังผ่าตัดทำให้ต้องนอนนาน
- การที่ต้องนั่งรถ รถไฟ เครื่องบิน หรือนั่งไขว่ห้าง
- การใช้ยาคุมกำเนิด ฉีดยาเสพติด
- การตั้งครรภ์ หลังคลอด
- นอนไม่เคลื่อนไหวมากกว่า 3 วัน
- โรคมะเร็ง
- โรคทางพันธุกรรมบางโรค
ขาข้างที่เป็น dvt จะบวมกว่าอีกข้าง |
การตรวจร่างกาย
การตรวจร่างกายต้องใช้การตรวจหลายอย่างมาช่วยในการวินิจฉัย- บวมเท้าที่เป็นข้างเดียว และอาจจะกดเจ็บบริเวณน่อง
- เมื่อจับปลายเท้ากระดกเข้าหาตัวโดยที่เข่าเหยียดตรง[เรียกการตรวจนี้ว่า Homans Sign ]
- อาจจะตรวจพบว่าหลอดเลือดดำโป่งและอาจจะคลำได้ ถ้าเส้นเลือดอักเสบเวลาคลำจะปวด
- อาจจะมีไข้ต่ำๆ
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจพิเศษ- venography คือการฉีดสีเข้าไปในเส้นเลือดที่สงสัยเพื่อดูว่ามีลิ่มเลือดอุดหรือไม่ แต่ให้ผลการตรวจไม่แม่นยำ และอาจจะเกิดอาการแพ้จึงไม่นิยม
- venous ultrasound เป็นการใช้ ultrasound ช่วยในการวินิจฉัย วิธีนี้ไม่เจ็บปวดให้ผลดี
- MRI
การรักษา
หากวินิจฉัยว่าเป็น dvt จะต้องรีบให้การรักษาโดยรับตัวไวในโรงพยาบาลแพทย์จะเลือกให้ heparin หรือ low molecular weight heparin หลังจากนั้นต้องให้ warfarin เพื่อป้องกันลิ่มเลือดอีก 3 เดือนการป้องการคือการลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึกและการป้องกันเส้นเลือดขอด
วิตามินอีช่วยลดการเกิดโรคนี้
วิตามินอีอาจจะใช้ป้องกันโรคชั้นประหยัด
วิตามินอีเคยได้รับการทดลองให้ผู้ป่วยเพื่อป้องกันโรค หัวใจและโรคมะเร็งแต่ผลการทดลองให้ผลไม่ดีดังที่คิด แต่มีการทดลองการให้วิตามินอีพบว่ามีผลต้านฤทธิ์ต่อวิตามินเค(vitaminK)ใน สัตว์ทดลอง จึงได้มีการทลองให้ในคนซึ่งตีพิมพใน Circulation. เดือนกันยายน 2550
- โดยศึกษาผู้หญิงแข็งอายุมากกว่า 45 ปีซึ่งก็เจาเลือดตรวจหาโรคเป็นพื้นฐาน
- ผู้เข้ารับการศึกษาจะได้รับ วิตามินอี 600 ยูนิต แอสไปริน 100มกวันเว้นวัน หรือเม็ดแป้ง
- การศึกษาจะดูอัตราการเกิดโรค venous thrombosis หรือผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคนี้
- พบว่ามีผู้ป่วยประมาณ19000 คนทั้งกลุ่มที่ได้วิตามินอี และกลุ่มที่ได้เม็ดแป้ง และมีลักษาณะเช่นเชื้อชาติ อายุ ไม่ต่างกันทั้ง2 กลุ่ม ระยะเวลาที่ศึกษาประมาณ10.2 ปี
- มีการเกิดโรคลิ่มเลือดที่เท้า 482 คนโดยที่ไม่มีประวัติผ่าตัดหรือได้รับอุบัติเหตุ
- คนที่ได้รับ วิตามินอี จะมีอัตราการเกิดลิ่มเลือดน้อยกว่ากลุ่มที่ได้เม็ดแป้งเล็กน้อย
- สำหรับผู้ที่เคยเป็นโรคชั้นประหยัดมาก่อนหรือมีพันธุกรรมพบว่า วิตามินอีจะลดอัตราการเกิดโรคนี้ได้ถึงร้อยละ 44-48
- ผู้ที่เคยเป็นโรคลิ่มเลือดอุดที่เท้ามาก่อน โดยที่ไม่ได้รับอุบัติเหตุหรือผ่าตัดน่าจะได้รับประโยชน์จากการรับประทาน วิตามินอีวันละ 600 ยูนิตต่อวัน แต่ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลท่าน
Subscribe to:
Posts (Atom)