homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

“กูรูกิว ยากินิกุ” บุฟเฟ่ต์เนื้อปิ้งย่าง อร่อยพุงกาง นุ่มลิ้นเพลินปาก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2555 16:49 น. 

บรรยากาศภายในร้าน “กูรูกิว ยากินิกุ”
       อาการเดินพุงกาง แบบอิ่มแน่นท้องสุดๆ จนกางเกงแทบปริเกิดขึ้นกับ “ตรเวนกิน” อีกแล้ว เมื่อในมื้อนี้ได้มาตระเวนกินบุฟเฟ่ต์เนื้อปิ้งย่างแบบญี่ปุ่นกันที่ร้าน “กูรูกิว ยากินิกุ” (Guru Gyuu Yakiniku ) ซึ่งที่นี่ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนชอบการกินเนื้อแบบปิ้งๆ ย่างๆ บนเตาถ่านร้อนๆ เสียจริงเชียว
เต็มอิ่มกับรายการบุฟเฟต์มากมาย
       แม้ว่าร้าน “กูรูกิว ยากินิกุ” จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากมาย แต่ภายในร้านก็จัดโต๊ะนั่งได้ดูโปร่งชวนนั่งแบบสบายๆ มีโต๊ะเก้าอี้ไม้ให้เลือกนั่งในหลายมุม และแต่ละโต๊ะก็มีเตาปิ้งย่างส่วนตัว ซึ่งเป็นเตาที่ทางร้านสั่งมาโดยเฉพาะจากเกาหลี มีระบบดูดควัน ที่มีความพิเศษเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่ตรงที่ เตาย่างเนื้อจะเป็นแบบเทฟล่อน ไม่ต้องคอยเปลี่ยนตะแกรงบ่อยๆ แค่ใช้ทิชชู่เช็ดเตาก็สะอาดพร้อมปิ้ง ได้อย่างง่ายดาย ส่วนถ่านที่ใช้เป็นถ่านกะลา ซึ่งมีควันน้อย ขี้เถ้าน้อย แต่ให้ความร้อนนานถึง 3 ชม.
ปิ้งย่างเนื้อบนเตาร้อนๆ
       ส่วนในเรื่องของอาหารที่ร้านกูรูกิว ยากินิกุ เน้นคัดสรรแต่วัตถุดิบชั้นดีมานำเสนอ ซึ่งที่นี่จะคัดสรรเนื้อไทยที่มีความหลากหลายและมีคุณภาพ โดยเลือกใช้เนื้อไทยเฟรนช์เกรดพรีเมี่ยมเป็นหลัก รวมถึงมีเนื้อของ KU Beef และการเสิร์ฟเนื้อของที่นี่จะสไลด์สดทำแบบจานต่อจาน เรียกว่าสั่งแล้วค่อยนำเนื้อมาสไลด์ให้ได้ลิ้มรสกันแบบสดๆ ดังคอนเซ็ปท์ของร้านที่ว่า "ใส่ใจในทุกจาน ทานที่ร้านเหมือนบ้านคุณ"
เนื้อบลูโกกิ
       การมากินบุฟเฟ่ต์ของที่ร้านนี้จะมีเวลากำหนดให้กินภายใน 2 ชม. และบุฟเฟ่ต์จะมีให้เลือกอยู่ 2 ราคา คือ มีราคา 399 บาทต่อคน (ไม่ รวมเครื่องดื่ม) โดยมีเนื้อหลากหลายที่สามารถเลือกสั่งเนื้อที่ชอบมากินได้ โดยสั่งมาเป็นจานๆ และเนื้อแต่ละจานจะมีซอสราดสูตรเฉพาะของทางร้านราดมาบนเนื้อ ซึ่งในรายการบุฟเฟต์มี 25 เมนู ให้ได้เลือกกินแบบไม่อั้น
เนื้อลายมัน
       เริ่มจากเนื้อมี เนื้อมาราธอน เป็นเนื้อที่มีความกรุบกรอบของเอ็นเนื้อที่แทรกปนอยู่ เนื้อหินอ่อน เป็นเนื้อหมูส่วนสันคอสไลด์ เนื้อติดมัน เป็นเนื้อที่มีทั้งความหอมและความหวานจากไขมันที่แทรกปนอยู่อย่างทั่วถึง เนื้อสามศอก เป็นเนื้อส่วนหนอกวัว และเนื้อจำแลง เป็นเนื้อที่รวมความหวานและความกรุบกรอบอยู่ในตัวไม่ควรย่างให้สุกเกินไป
เนื้อใบบัว
       แล้วยังมีเนื้อหมูหินอ่อน เป็นเนื้อหมูส่วนสันคอสไลด์ หมูติดมัน เป็นส่วนหมู 3 ชั้น ซี่โครงหมูกูรู เป็นส่วนซี่โครงหมู ซึ่งหมูก็จะมีซอสเฉพาะของทางร้านราดมาบนเนื้อหมู พร้อมกับยังมีกุ้งแม่น้ำตัวโต สะโพกไก่เนื้อนุ่ม หมึกไข่สดๆ ปลาโดริเนื้อนิ่ม ปลาไข่ย่างเกลือที่มาทั้งตัว ไส้กรอก ญี่ปุ่น เห็ดออรินจิ ซุบสาหร่าย ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น ข้าวผัดกระเทียม ข้าวสวยญี่ปุ่น ผักยำน้ำมันงา กิมจิ ผักสด ผักสำหรับย่าง ผลไม้รวม /1 คน และเยลลี่ผลไม้ 1 ชุด / 1 คน
ลิ้นวัว
       ส่วนบุฟเฟต์อีกราคา คือ 499 บาทต่อคน (ไม่รวม เครื่องดื่ม) จะมีรายการเมนูทุกอย่างเหมือนกับราคา 399 บาท แต่ว่าจะมีเมนูเพิ่มขึ้นมาอีก 10 เมนู และมีความพิเศษเพิ่มเติมในส่วนของเนื้อที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับคนชอบกินเนื้อมากๆ โดยมีเนื้อที่เพิ่มมาคือ เนื้อบลูโกกิ เป็นเนื้อส่วนที่มีลายมันแทรกและมีรสชาติที่เคี้ยวนุ่มโดนใจ เนื้อลายมัน เป็นเนื้อระหว่างซี่โครงที่นุ่มชุ่มลิ้น เนื้อใบบัว เป็นเนื้อที่มีลายมันแทรกเคี้ยวนิ่มนุ่มปาก เนื้อลูกเต๋า ที่หั่นมาเป็นชิ้นลูกเต๋าเนื้อมีความนุ่มมาก พร้อมกับยังมีลิ้นวัว สไลด์มาเป็นชิ้นๆ ย่างให้สุกบีบน้ำมะนาวกินคู่กันเคี้ยวกรึบๆ ปาก แล้วยังมี เบคอน เนื้อนุ่มหอม กระเทียมสไลด์มาให้ย่างกินคู่กับเนื้อ ซุปมิโซะร้อนๆ หน่อไม้ฝรั่งและข้าวโพดอ่อนให้ย่างกินด้วย
เบคอน
       พร้อมกับยังมีน้ำจิ้ม 3 แบบ 3สไตล์ให้เลือกจิ้มกินคู่กับเนื้อย่าง มีน้ำจิ้มกิว ทาเระ เป็นน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่มีส่วนผสมของ โชยุ สาเก มิริน และน้ำตาลหอมๆ รสกลมกล่อมดี น้ำจิ้มโคชุจัง แบบ ฉบับเกาหลี ที่มีความพิเศษของรสเผ็ดที่มาจากส่วนผสมหลัก คือ พริกป่นเกาหลี และน้ำจิ้มมิโซะ แบบฉบับญี่ปุ่น มีกลิ่นหอมและรสหวานแซบจากส่วนผสมหลัก คือ มิโซะ(เต้าเจี๊ยวญี่ปุ่น) และเสิร์ฟพร้อมผักสด
เนื้อลูกเต๋า
       แต่ถ้าไม่เลือกที่จะกินแบบบุฟเฟต์ก็สามารถเลืกสั่งเมนูเนื้อต่างๆ มาแบบเป็นจานๆ ได้ รวมถึงยังมีเมนู a la carte อื่นๆ ที่ชวนสั่งมากินอีกมากมาย อาทิ ยำเนื้อย่างญี่ปุ่น (150 บาท) ยำสาหร่าย (110 บาท) ทงคัสซึ (110 บาท) ข้าวหน้าเนื้อตุ๋น (100 บาท) ข้าวแกงกะหรี่เนื้อ (100 บาท) ข้าวผัดกิมจิหมู (90 บาท) และอีกสารพัดเมนูที่ชวนกินให้อิ่มท้องแบบสุดๆ เมื่อมาที่ร้าน “กูรูกิว ยากินิกุ” แห่งนี้
ยำเนื้อย่างญี่ปุ่นและยำสาหร่าย
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “กูรูกิว ยากินิกุ” (Guru Gyuu Yakiniku ) ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 1121 ห้อง 2117 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. การเดินทางถ้าขับรถมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้วิ่งมาที่ถ.พหลโยธิน ตรงมาระหว่างพหลโยธินซ.3กับพหลโยธินซ.5 ร้านจะอยู่ก่อนถึงพหลโยธินซ.5 ประมาณ 50 ม. จอดรถได้บริเวณลานจอดรถรัมภาแมนชั่นด้านหลังร้าน หรือนั่งรถไฟฟ้า BTS ลงได้ทั้ง 2 สถานี คือ อารีย์กับสนามเป้า ร้านจะอยู่ระหว่างรถไฟฟ้าทั้ง 2 สถานีประมาณ 200 ม. เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.30-23.30 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-23.30 น. ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-2619-6939, 08-9534-2446 และทางร้านมีโปรโมชั่น มา 4 อิ่ม ฟรี 3 ดื่ม หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.facebook.com/GuruGyuu

“บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน” หอมกรุ่นกะทิสด รสชาติกลมกล่อม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2555 19:45 น.
โดย : กุ๊กเล็ก


       ช่วงหน้าหนาวทีไร “กุ๊กเล็ก” ก็อยากหาอะไรอุ่นมากินให้อุ่นท้องไปเสียทุกที อย่างเมนู “บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน” ก็เป็นหนึ่งในเมนูโปรดยามหน้าหนาวแบบนี้ แต่ถึงแม้ว่าบ้านเราจะกลายเป็นหน้าร้อนไปแล้ว ความอยากกินก็ยังคงไม่หยุดหย่อน วันหยุดที่ผ่านมาก็เลยลงมือทำกินให้หนำใจ แถมยังเหลือแจกจ่ายเพื่อนฝูงได้อีกหลายคน
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       เผือกนึ่งสุก 1 1/2 ถ้วย
       แป้งข้าวเหนียว 1/2ถ้วย
       หัวกะทิ 1/2ถ้วย
       หางกะทิ 1 ถ้วย
       น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลปี๊บ 6 ช้อนโต๊ะ
       เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
       เนื้อมะพร้าวอ่อน 1 ลูก
       ใบเตย 3 ใบ
      
       วิธีทำ เริ่มจากนำเผือกที่นึ่งสุกแล้วมาบดละเอียด แล้วผสมกับแป้งข้าวเหนียวและน้ำเปล่า นวดให้เข้ากันจนไม่ติดมือ จากนั้นปั้นเป็นลูกกลมๆ เล็กๆ ขนาดพอเหมาะ ส่วนเนื้อมะพร้าวอ่อนขูดออกจากลูกแล้วแยกไว้ต่างหาก นำหางกะทิตั้งไฟ ใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือ และใบเตย เคี่ยวจนเดือดและน้ำตาลละลาย จากนั้นใส่เม็ดบัวลอยที่ปั้นเตรียมไว้ลงไป รอให้เดือดอีกครั้ง บัวลอยจะลอยขึ้นมา ให้ใส่หัวกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป คนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ รอให้อุ่นลงเล็กน้อยแล้วตักขึ้นเสิร์ฟได้ทันที

กินข้าวใต้ร่มไม้ ที่ร้าน “มอร์น 2”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กันยายน 2548 14:38 น.

บรรยากาศในร้าน “มอร์น 2” แวดล้อมด้วยต้นไม้ร่มรื่นเย็นสบาย
       หากใครที่กำลังมองหาร้านอาหารบรรยากาศสบายๆ ที่รอบๆกายแวดล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ร้านอาหาร “มอร์น 2” (MORN 2) นับเป็นร้านหนึ่งที่มีบรรยากาศร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ ผสานไปกับอาหารรสดีที่น่าไปตระเวนกินไม่น้อย
หมึกไข่ผัดพริกไทยดำ
       ร้าน “มอร์น 2” ตั้งอยู่ที่ถนนสุขาภิบาล 3 ทางไปมีนบุรี เน้นขายอาหารไทยทั่วไป ไม่เน้นเมนูแปลกหวือหวา แต่รสชาติอาหารของร้านนี้ไม่ธรรมดาทีเดียว เรียกว่าเข้ากันดีกับบรรยากาศร้านที่เป็นธรรมชาติที่ร่มรื่นด้วนแมกไม้และ สระน้ำ ซึ่งร้านนี้มีมุมหลายมุมให้เลือกนั่งกันแล้วแต่ความชอบ ไม่ว่าจะเป็นภายในร้าน นอกชาน ริมสระน้ำ ใต้ต้นไม้ใหญ่ เรียกได้ว่าแต่ละมุมไม่ซ้ำแบบกันเลย
      
       สำหรับเรื่องของอาหาร ที่ร้านนี้ก็มีให้เลือกชิมกันหลายเมนู โดย “ผู้จัดการตระเวนกิน” ขอเลือกกินเมนูเด็ดๆที่ทางร้านแนะนำ ซึ่งเราขอเปิดมื้อกันที่เมนูแรกที่ หมึกไข่ผัดพริกไทยดำ (130บาท) ปลาหมึกชิ้นโตหั่นเป็นชิ้นๆ หน้าตาชวนกินยิ่งนัก ส่งกลิ่นหอมเครื่องพริกไทดำที่คลุกเคล้าอยู่ในจาน หมึกไข่ผัดจานนี้เด็ดสะระตี่ตรงที่ปลาหมึกไข่ผัดเข้าเนื้อถึงเครื่องพริกไทย ดำ รสชาติเผ็ดร้อน ปลาหมึกเนื้อนุ่มไม่เหนียวเคี้ยวหนึบหนับปาก
ลาบตะเพียน
       ถัดมาเป็นเมนู ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ (230 บาท) ขาหมูเมนูนี้มีความพิเศษตรงที่ขาหมูนั้นทางร้านสั่งตรงมาจากเชียงราย เพราะหมูที่นั่นถูกเลี้ยงแบบธรรมชาติจึงไม่มีไขมันมาก ใครที่กลัวอ้วนก็หายห่วงได้ ขาหมูทอดไฟร้อนๆจนหนังกรอบเนื้อในเหลืองนุ่มเคี้ยวหนุบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด และมีผักดองอย่าง แครอท แตงกวา เคี้ยวกรอบกรุบกรอบกินแกล้มกับขาหมู
      
       เปลี่ยนอรรถรสมากินปลาเพื่อสุขภาพกันบ้างกับเมนูนี้ ปลาหมักไวน์ (120 บาท) ทางร้านใช้ปลาซาบะแร่เอาเนื้อปลานำมาหมักกับน้ำส้มหมัก ผสมไวน์ขาว หมักไว้ 2 – 3 วัน จนเครื่องหมักซึมถึงเนื้อในปลา จัดเสิร์ฟมาโรยหน้าด้วยเม็ดผักชี และเม็ดพริกไทยดำ กินกับน้ำซอสผสมวาซาบิ คล้ายๆ กับกินปลาดิบ ปลาไม่คาวเนื้อนุ่มหวาน
ปลาหมักไวน์
       ต่อด้วย ลาบตะเพียน (120 บาท) ทางร้านใช้ปลาตะเพียนสดๆ นำมาแร่เนื้อออกแล้วสับละเอียดนำไปทำให้สุกปรุงรสลาบปลาตะเพียน โรยหน้าด้วยใบมะกรูดทอดกรอบเพิ่มความหอมน่ากิน ส่วนที่เหลือ(ตัวปลา)นำไปทอดให้กรอบ นำมากินแกล้มกับลาบได้อีก อร่อยไม่ซ้ำแบบใครจริงๆ และก็มีผักนานาชนิด อาทิ ถั่วฝักยาว โหระพา กะหล่ำปลี แนมมาให้กินคู่กับลาบ
ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ
       ส่งท้ายด้วยเมนูร้อนๆ มีน้ำซุปให้ซดกับ ปลาทับทิมนึ่งมะนาว (170 บาท) เสิร์ฟมาเป็นหม้อไฟร้อนๆ ปลาทับทิมสดๆ นึ่งมาในน้ำซุปสูตรเด็ดของทางร้าน ที่ใช้เฉพาะน้ำมะนาวสดผสมน้ำซุปกระดูกหมูปรุงรสให้อร่อยเสร็จสรรพราดลงบนตัว ปลา กินขณะร้อนๆ ซดน้ำซุปเปรี้ยวแซบ ส่วนเนื้อปลาหวานนุ่ม ไม่คาว ถูกปากจนต้องยกนิ้วให้
      
       อิ่มหนำสำราญไปกับหลายเมนูที่แนะนำไปแล้ว หากใครที่ยังต้องการสั่งเพิ่มทางร้านก็มีให้เลือกอีกหลากหลายเมนู อาทิ ยำวุ้นเส้น (70 บาท) ยำสามกรอบ (80 บาท) แกงคั่วหอยขม(70 บาท) ปลาตะเพียนไร้ก้าง(100-120 บาท) จิ้มจุ่ม (ชุดละ 120บาท) มีให้เลือก หมู ไก่ ทะเล รวมมิตร สะตอผัดกุ้ง (100 บาท) หรือจะเป็นเมนูเด็ดจานด่วนอย่าง ก๋วยเตี๋ยวเปรี้ยวปากซี่โครงหมูอ่อน (25 บาท) และยังอีกสารพัดเมนูที่ทางร้าน “มอร์น 2” รอให้มาพิสูจน์รสชาติกัน

ละมุนลิ้นกับพาเหรดเค้กที่ "เลอ บูลองเช่ "

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 กันยายน 2548 17:11 น.

นั่งกินเค้กในบรรยากาศสบายๆสไตล์โนโวเทล โลตัส
       
      
       ไม่รู้ว่าคุณผู้อ่านเป็นเหมือนกันไหม เวลาที่กินข้าวเสร็จแล้วถึงแม้จะอิ่ม(ข้าว)เพียงใด แต่สายตาเจ้ากรรมก็ยังสอดส่ายมองหาขนมหรือของหวานมากินตบท้าย ประมาณว่าถ้าไม่ได้กินจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปอย่าง

      
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" ก็เป็นเหมือนกันและช่วงหลังๆดูเหมือนจะทวีอาการอยากกินขนมหรือของหวานมาก ขึ้น ก็อย่างว่าความสุขในชีวิตที่หาได้ง่ายที่สุดอย่างหนึ่งคือการกิน ยิ่งได้กินของโปรดจำพวกเบเกอรี่หรือเค้ก ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่
บลูเบอรี่ ชีสเค้ก + น้ำผลไม้
       อย่างช่วงนี้ที่ทางโรงแรมโนโวเทล โลตัส (สุขุมวิท 33)จัดโปรโมชั่นพิเศษที่มีชื่อว่า "จิบชายามบ่ายพร้อมเบเกอรี่ไม่อั้น" ด้วยราคา 150 บาท ต่อคน ณ เลอ บูลองเช่ เบเกอรี่ ช็อป ที่นี่มีเค้กสารพัดชนิดและขนมอบหลากชนิดหมุนเวียนเอาใจคนรักนมเนยกันสุด ฤทธิ์ มีรึเราจะพลาด!!! เพราะฉะนั้นมื้อย่อยยามบ่ายอย่างนี้เราจะไปหม่ำเค้กกัน
อเมริกัน ช็อกโกแลตเค้ก
       ทันทีที่เท้าเหยียบย่างเข้าในอาณาเขตของร้าน เลอ บูลองเช่ เบเกอรี่ ช็อป เราก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของอาการรักพี่เสียดายน้อง เพราะบรรดาเค้กสารพัดชนิดที่วางล่อตาล่อใจอยู่ในตู้กระจก ทำเอาเราตัดสินใจไม่ถูกว่าจะกินชิ้นไหนดี แต่ถึงที่สุดแล้วชีวิตก็มีทางของมัน เราจึงเลือก "บลูเบอรี่ ชีสเค้ก" ของโปรดมาประเดิมก่อน
      
       ทันทีที่ตักเข้าปากก็ให้รู้สึกถึงความเนียนนุ่ม หอมนมเนยและชีสที่ผสมกันอย่างลงตัว รสชาติจะออกเค็มนิดๆ หวานหน่อยๆ แถมเวลาตักไปถึงชั้นล่างสุดจะเจอกับแป้งหวานกรุบกรอบ ส่วนบลูเบอรี่ที่อยู่ชั้นบนสุดก็ออกรสเปรี้ยวนิดๆ ตัดกับรสหวานมันของเนื้อชีสเค้ก
      
       ถัดมากับ "อเมริกัน ช็อกโกแลต เค้ก" ชิ้นนี้เนื้อเค้กเป็นบัตเตอร์แบบอเมริกัน สไตล์ ตรงกลางของเค้กปาดด้วยอเมริกัน ช็อกโกแลต ครีม ตกแต่งด้วยไวท์ ช็อกโกและและช็อกโกแลตแผ่นบาง เพียงคำแรกที่ลิ้นสัมผัสก็รู้สึกได้ถึงความแน่นของเนื้อเค้กที่ผสมผสานกลม กลืนกับเนื้อช็อกโกแลตที่เข้มข้นแต่ไม่แต่ขม แต่หากใครที่ชอบเค้กเนื้อนุ่มที่แทบจะไม่ต้องออกแรงเคี้ยวกับช็อกโกแลตอุ่นๆ ที่ราดอยู่บนหน้าเค้กแล้วละก็ สามารถให้ทางร้านนำไปอบเพิ่มได้
ทาร์ตเม็ดมะม่วงหิมพานต์
       มาต่ออารมณ์นมเนยกันด้วย "ทาร์ตเม็ดมะม่วงหิมพานต์" ทาร์ ตชิ้นนี้เด่นตรงที่เม็ดมะม่วงหิมพานต์เม็ดโตชุ่มไปด้วยคาราเมลหอมหวานอยู่ใน ถ้วยที่เป็น เป็นแป้งทาร์ตกรุบกรอบ เวลาเคี้ยวรวมกันแล้วออกหวานๆมันๆ หนึบหนับในปาก เคี้ยวเพลินไปอีกแบบ
      
       สำหรับใครที่กลัวอ้วนแต่อยากอร่อยต้องไม่พลาดกับ "โยเกิร์ต เค้ก" ถึงแม้ว่าเนื้อเค้กจะธรรมดา แต่เด่นตรงที่ตรงกลางของเค้กจะปาดด้วยครีมสูตรพิเศษที่ทำมาจากโยเกิร์ตผสม กับ ไวท์ ช็อกโกแลต เล็กน้อย ทำให้รสชาติที่ได้จะไม่เปรี้ยวแต่จะออกมันๆ ส่วนเนื้อเค้กจะเบา เวลากินตักพร้อมกับผลไม้ที่ตกแต่งหน้าเค้ก อย่าง เชอรี่ กีวี พีช อ้ำเข้าปาก..หมดชิ้นไม่รู้ตัว
หลากหลายชนิดกับขนมอบ
       ไม่เพียงแต่เค้กเท่านั้นที่อยู่ในโปรโมชั่นนี้ แต่ยังรวมไปถึงบรรดาขนมอบอีกหลากหลายชนิด อาทิ ชินนามอนโรล ช็อกโกแลตติน ครัวซองท์ทูน่า มัฟฟิ่นบลูเบอรี่ แต่ตอนนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ต้องขอตัวไปเดินเลือกเค้กอีกซักชิ้นก่อน เพราะกระเพาะเริ่มส่งเสียงเตือนอีกแล้ว
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       สำหรับสำหรับโปรโมชั่น บุฟเฟต์เค้กหลากชนิดกับ "จิบชายามบ่ายพร้อมเบเกอรี่ไม่อั้น" จัด ขึ้นทุกวันตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2548 ในราคา 150 บาท(สุทธิ)ต่อคน ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. พร้อมเครื่องดื่มร้อน-เย็น อาทิ ชาผลไม้ กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เติมได้ไม่อั้นแต่ต้องสั่งชนิดเดิมเท่านั้น

"Sala Rossa" อีกหนึ่งรสชาติอิตาเลียนที่ต้องลอง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2548 18:22 น.

บรรยากาศอบอุ่นสบายๆ ภายในร้าน Sala Rossa
       อิตาลี เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ความ เป็นมาของชนชาติที่ยาวนาน และอีกสิ่งหนึ่งก็คือเรื่องของอาหารที่โดดเด่นขึ้นชื่อไม่แพ้ชาติไหนๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่มองไปทางไหนก็จะเห็นร้านอาหารอิตาเลียนอยู่เต็มไปหมดให้ เลือกกินเลือกนั่งกันตามอัธยาศัย "ผู้จัดการตระเวนกิน" เองก็ตระเวนไปทั่ว เพื่อเสาะหาร้านอาหารอิตาเลียนที่น่าสนใจมานำเสนอ และได้พบกับร้าน "Sala Rossa" ร้านอาหารอิตาเลียนที่ชื่อร้านแปลเป็นไทยได้ว่า "ห้องแดง" เข้ากับชื่อสถานที่ตั้งที่อยู่ในซอยศาลาแดง
Spicola al forno con spinaci e funghi al burro
       ก้าวแรกเมื่อเดินเข้าไปในร้าน ก็จะได้พบกับบรรยากาศสบายๆ ที่คุณ เด่น ทรงศักดิ์ เขตกิตติคุณ ผู้เป็นเจ้าของร้าน ตั้งใจตกแต่งภายในด้วยสีโทนอบอุ่นทำให้มีความรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน ภายในร้านสามารถรับแขกได้ประมาณ 70 ที่นั่ง ด้านในแบ่งพื้นที่เป็นสวนหย่อมเล็กๆ ไว้สำหรับแขกที่ต้องการสูบบุหรี่ด้วย
      
       มาว่ากันด้วยเรื่องอาหารที่ชวนลิ้มลองของทีนี่กันว่ามีเมนูเด็ดอะไรบ้าง เริ่มกันที่จานแรก พลาดไม่ได้กับ Pizza alla Rucola (300 บาท) เป็นพิซซ่าหน้าซอสมะเขือเทศ มอสซาเรลล่าชีส ผักร็อคเก็ต และโรยหน้าด้วยพาร์เมซานชีสที่นำเข้าจากอิตาลี พิซซ่าถาดนี้เป็นพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ ที่มีความโดดเด่นตรงที่แป้งพิซซ่าบาง แต่เนื้อนุ่ม ส่งเข้าปากแล้วได้กลิ่นหอมของแป้ง รสชาติกลมกล่อมของชีส และความสดกรอบของผักร็อคเก็ต
Seafood soup
       ต่อกันด้วยจานที่สอง Spicola al forno con spinaci e funghi al burro (450 บาท) หรือปลากะพงขาวอบ ยัดไส้ผักขมและเห็ด เสิร์ฟพร้อมซอสอัลมอลด์และเนย สูตรเด็ดความอร่อยของจานนี้มาจากการนำเอาปลากะพงขาวมายัดไส้ด้วยผักขมและ เห็ด ก่อนจะนำไปทอดให้หนังกรอบ จากนั้นจึงนำไปอบอีกครั้งหนึ่ง ส่วนซอสที่ราดบนตัวปลาเป็นส่วนผสมของอัลมอนด์ซอส เนย และน้ำมะนาว ทำให้รสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อย เข้ากับเนื้อปลาที่สดหวาน กินคู่กับสลัดผักราดซอสบัลซามิกที่วางข้างๆ จาน
      
       ตามมาติดๆ กับ Seafood soup (380 บาท) ที่เหล่าบรรดาสัตว์ทะเลทั้งหลายอย่างกุ้ง ปลาหมึก ปลาแซลมอน หอยเชลล์ และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโตเบ้อเริ่มมารวมกันอยู่ในน้ำสต็อกมะเขือเทศ ผสมไวน์ขาว รสชาติน้ำซุปออกหวานอมเปรี้ยว บวกด้วยรสเผ็ดนิดๆ ตักน้ำซุปชิมไปพร้อมๆ กับได้ลิ้มรสเนื้อมะเขือเทศที่ละลายอยู่ในน้ำซุป แล้วตามด้วยบรรดาซีฟู้ดทั้งหลาย จานนี้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
Pizza alla Rucola
       อีกจานน่าอร่อยไม่ใช่น้อย Spaghetti aglio, olio e peperoncino (180 บาท) เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ที่ผัดกับน้ำมันมะกอก กระเทียม พริกแห้งอิตาลี ที่ทำให้มีกลิ่นหอม ผัดเข้ากับไส้กรอกอิตาเลียนกับเห็ดนางฟ้าและเห็ดหอม นอกจากจะได้ชิมไส้กรอกอิตาเลียนเนื้อแน่นแล้ว ก็ยังจะได้เพลิดเพลินไปกับความเหนียวนุ่มของสปาเกตตีอีกด้วย
Spaghetti aglio, olio e peperoncino
       นอกจากนี้ที่ร้าน Sala Rossa ยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ อีกมาก อย่าง Insalata Sala Rossa (180 บาท) สลัดผักรวมที่ปรุงรสด้วยน้ำมันมะกอก ซอสบัลซามิก และปลาทูนา และผักสดๆ อย่างแครอท มะเขือเทศเชอร์รี่ ผักร็อคเก็ต ข้าวโพด น้ำสลัดก็คือบัลซามิกกับน้ำมันมะกอก หรือจะเป็น Salsiccia alla griglia (280 บาท) ไส้กรอกอิตาเลียนย่าง เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบด หรือ Prosciutto di Parma con perle die melone (350 บาท) เป็นอิตาเลียนเเฮมจากเมืองปาร์มา เสิร์ฟพร้อมเมลอน
      
       เรียกว่ามีเมนูหลากหลายจนเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว หากใครอยากจะลองลิ้มชิมรสชาติอาหารอิตาเลียนแบบถูกปาก แถมบรรยากาศถูกใจ ก็แวะเวียนมาที่ Sala Rossa ในซอยศาลาแดงแห่งนี้ได้
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *