homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

ชิมในย่านช้อป ที่ “ราชประสงค์”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มีนาคม 2548 17:04 น.

พ่อครัวโชว์ปลาแรดทอดกรอบเมนูอินโดนีเซีย ร้าน House of Gurame''
       ย่าน “ราชประสงค์” จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งย่านศูนย์รวมการค้าที่คึกคัก และคลาคล่ำไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติจำนวนมาก ที่นิยมมาเดินช้อปปิ้งซื้อข้าวของกัน เพราะที่นี่มีศูนย์การค้าชั้นนำอยู่หลายแห่ง มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย อีกทั้งการเดินทางก็สะดวกสบายมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน
      
       นอกจากจะเป็นแหล่งช้อปแล้ว ที่ราชประสงค์ยังมีร้านอาหารจำนวนมากให้นักกินทั้งหลายได้ไปลิ้มลองรสชาติ อาหารกันตามใจปากและตามกำลังทรัพย์ในกระเป๋า และด้วยเหตุนี้ทาง วีซ่าจึงจับมือกับกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์จัดงาน “Visa Dining Zone @ Ratchaprasong”ขึ้น เพื่อแนะนำร้านอาหารคุณภาพชั้นมากมายกว่า 60 ร้าน ที่ตั้งอยู่ในย่านราชประสงค์ ทั้งตามศูนย์การค้าชั้นนำ และตามโรงแรมระดับ 5 ดาว ให้คนทั่วไปได้รับรู้
      
       “ผู้จัดการตระเวนกิน” หลังจากรู้ข่าว และมีโอกาสได้ตระเวนผ่านไปยังย่านราชประสงค์ ก็เลยถือโอกาสสำรวจร้านน่าสนใจที่มาร่วมในงานมาเล่าสู่กันฟังแก่มิตรรักนัก กิน เผื่อว่าใครผ่านไปแถวนั้นจะลองแวะไปตระเวนกินก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย เริ่มกันที่
ปลากะพงย่างอีกหนึ่งเมนูเด็ดของร้าน House of Gurame''
       House of Gurame' ร้านนี้ขายอาหารอินโดนีเซีย (เน้นอาหารทะเล) ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่จำพวกเครื่องปรุงเครื่องเทศทางร้านต้องสั่งตรงมาจาก อินโดนีเซียโดยเฉพาะ เพื่อนำมาใช้ในการปรุงเป็นอาหารจานโอชะที่น่าลิ้มรส อย่าง ปลาแรดทอดกรอบ ที่กินได้ทั้งตัว เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษของอินโดนีเซีย ปลากะพงย่าง หมักเครื่องเทศ ปรุงรสตามแบบฉบับอินโดนีเซีย หรือจะเป็นแกงเผ็ดหัวปลา กุ้งแม่น้ำย่างราดด้วยเครื่องเทศ และอื่นๆ อีกกว่า 50 เมนู ถ้าใครสนใจอยากจะลิ้มรสชาติอาหารอินโดนีเซียว่าเป็นยังไงก็ตามไปชิมกันได้ ที่ ชั้นใต้ดิน อาคารเอราวัณ แบงค็อก สี่แยกราชประสงค์ ถ.เพลินจิต เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. โทร. 0-2250-7668
       

ปลากะพงบราวน์ซอส ร้านLee Cafe''
       Greyhound Cafe' เป็นร้านอาหารที่ให้บริการอาหารนานาชาติ มีทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารเวียดนาม อาหารยุโรป สำหรับเมนูยอดฮิตของที่นี่ก็มี สปาเก็ตตี้ปลาเค็ม และ Capriciosa Salad และอีกสารพัดเมนูหลากหลายรสชาติ ที่ต้องลองแวะไปลิ้มลองรสชาติกันเอาเองที่ ชั้น 2 เกษร พลาซ่า ถ.เพลินจิต ปทุมวัน กทม. เปิดทุกวัน เวลา 10.30-19.30 น. โทร. 0-2656-1192
สปาเก็ตตี้ปลาเค็ม และ Capriciosa Salad เมนูเด่นร้านGreyhound Cafe''
       Lee Cafe' เหมาะมากสำหรับผู้ที่ชอบความรวดเร็วทันใจในการกิน เพราะที่นี่บริการอาหารทุกจานแบบอาหารจานเดียวจานด่วน เป็นอาหารสไตล์ผสมผสานระหว่างตะวันตกและตัวออก ซึ่งมีหลายเมนูให้เลือกหม่ำ อาทิ ปอเปี๊ยะโรตี สลัดเป็นซอสส้ม ไก่ซอสชองปิญอง ปลากะพงบราวน์ซอส ซึ่ง ถ้าใครสนใจอยากจะลิ้มลองรสชาติความแปลกใหม่ของอาหารร้านนี้ก็แวะไปได้ที่ ชั้นใต้ดิน อาคารเอราวัณ แบงคอก สี่แยกราชประสงค์ ถ.เพลินจิต เปิดทุกวัน เวลา 09.00-22.00 น. โทร. 0-2683-8333
       

ซูชิสารพัดหน้าจากร้านGenki Sushi
       Genki Sushi ร้านนี้ขอบอกว่าถูกใจพวกชอบอาหารญี่ปุ่นเป็นแน่ มีอาหารญี่ปุ่นให้เลือกหม่ำมากมาย อาทิ ซูชิ (ข้าวปั้น) หลากหลายหน้า สารพัดไส้ อาทิ แซลมอน ไข่กุ้ง ปูอัด แคลิฟอร์เนียโรไข่หวาน แตงกวาไส้ปูอัดมายองเนส ปลาแซลมอนสดๆ และเมนูยุ่นอื่นๆ อีกมากมาย ผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นก็ตามไปหม่ำกันได้ที่ ชั้น 4 อัมรินทร์ พลาซ่า ถ.เพลินจิต ปทุมวัน กทม. เปิดทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น. โทร.0-2250-7758-9
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       สำหรับผู้ที่ถือบัตรวีซ่า และบัตรวีซ่าอิเล็คตรอน เมื่อไปใช้บริการยังร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ Visa Dining Zone @ Ratchaprasong และทำการชำระค่าอาหารด้วยบัตรวีซ่า และบัตรวีซ่าอิเล็คตรอน จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลด 5-10% หรือตามแต่สิทธิพิเศษที่ทางร้านจัดให้บริการ สิทธิพิเศษนี้เริ่มใช้บริการได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 พ.ค. 48นี้ สอบถามรายละเอียดร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ อัมรินทร์ พลาซ่า โทร. 0-2256-9111 เซ็นทรัลเวิร์ด พลาซ่า โทร. 0-2255-9500 เอราวัณ แบงค็อก โทร. 0-2250-7777 เกษร พลาซ่า โทร. 0-2656-1149 รร.แกรนด์ ไฮเอท เอราวัณ แบงค็อก โทร. 0-2254-1234 รร.อินเตอร์คอนติเนลตัล แบงค็อก โทร. 0-2656-0444 เพรสซิเดนท์ทาวเวอร์ โทร. 0-2656-0777 และ มณียาเซ็นเตอร์ โทร. 0-2254-0351

แซบอีหลี ที่“ครัวเวียงจันทน์”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มีนาคม 2548 13:51 น.
บรรยากาศร้าน “ครัวเวียงจันทน์”ตกแต่งด้วยกลิ่นอายอีสาน
       ต้องยอมรับกันล่ะว่า อาหารอีสานในบ้านเรานั้นปัจจุบันนี้หากินได้ทั่วไปในเมืองไทย บางเมนูอย่างส้มตำนี่โกอินเตอร์ไปถึงเมืองนอกเมืองนา
ช่วง 19.00-22.00 น.จะมีวงโปงลางบรรเลงเพลงขับกล่อม
       สำหรับ “ผู้จัดการตระเวนกิน” นับเป็นหนึ่งในผู้ที่พิสมัยอาหารอีสาน โดยเฉพาะอาหารอีสานรสแซบจัดจ้านนั้นยิ่งชอบมากเป็นพิเศษ มาในมื้อนี้เมื่อตระเวนไปเจอกับร้านอาหารรสชาติดีจึงไม่รีรอที่จะนำมาบอก เล่าแก่มิตรรักนักกิน โดยร้านนี้มีชื่อว่า “ครัวเวียงจันทน์” ที่มากมายไปด้วยเมนูอาหารไทย-อีสาน กว่า 200 รายการ โดยตัวร้านตกแต่งด้วยบรรยากาศร้านที่ให้กลิ่นอายความเป็นอีสานๆ ที่ดูร่มรื่นชวนนั่งหม่ำอาหารเป็นอย่างมาก
      
       และที่เก๋สุดๆ ของร้านนี้ก็อยู่ตรงที่จะมีดนตรีโปงลางไพเราะเล่นให้ฟัง พร้อมด้วยการแสดงที่ชวนเพลิดเพลินซึ่งมีให้ชมคู่ไปในขณะนั่งหม่ำอาหาร นับว่าเป็นการเพิ่มอรรถรสให้กับการกินเป็นอย่างยิ่ง
      
       จากบรรยากาศร้าน ทีนี้ก็มาถึงเรื่องของอาหารในสไตล์อีสานที่มีทั้งอีสานประยุกต์และอีสานแท้ เริ่มกันที่ ส้มตำปูม้า (120 บาท) เป็นเมนูเด่นที่ลูกค้ามาแล้วเป็นต้องสั่งขึ้นโต๊ะแทบทุกราย ความเด็ดอยู่ที่ปูม้าสด เนื้อหวาน ไร้กลิ่นคาว นำมาตำกับมะละกอที่กรอบกรุบ กลายเป็นส้มตำปูม้าที่รสชาติจัดจ้านแซบอีหลีดีแท้
ส้มตำปูม้า
       ตามติดมาด้วย ผัดเผ็ดกบ (150 บาท) เป็นเมนูพื้นบ้านชาวอีสาน ที่ใช้กบทั้งตัวมาหั่นเป็นชิ้นๆ และนำมาผัดกับน้ำพริกแกงเผ็ด ใส่มะเขือเปราะ กระชายฝอย พริกไทยอ่อน ถั่วฝักยาว ใบโหระพา ใส่กะทินิดหน่อยให้ออกมันๆ ผัดจนแห้ง รสชาติโดดเด่นตรงเนื้อกบ ออกเผ็ดเข้มข้นเครื่องแกงเผ็ด กินเป็นกับแกล้มก็ดี กินกับข้าวสวยก็เข้าท่า
ผัดเผ็ดกบ
       ต่อด้วย ไก่ย่างเวียงจันทน์ (ตัวละ 250 บาท ครึ่งตัว 150 บาท) คือไก่บ้านหมักกับเครื่องเทศนานกว่า 1 วัน เพื่อให้เครื่องเทศซึมถึงเนื้อในไก่ แล้วจึงนำมาย่างบนเตาถ่านให้ไก่สุกได้ที่ เนื้อนุ่มหนังเกรียมกำลังดี เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้ม 3 รส ไก่นั้นอกหอมกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ ส่วนเนื้อไก่ออกแห้งนิดๆ เนื้อหนังนุ่มกำลังดี จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วออกเปรี้ยวเผ็ดถูกลิ้นถูกปาก
      
       ปิดท้ายด้วยเมนูน้ำๆ แกงผักหวานไข่มดแดง (150 บาท) อีกหนึ่งเมนูพื้นบ้านชาวอีสาน ที่หากินยากสักหน่อย จะมีให้กินเฉพาะช่วงเดือนม.ค.-เม.ย. เท่านั้น เพราะด้วยวัตถุดิบที่สำคัญคือไข่แดงจะมีให้นำมาทำได้แค่ช่วงเดือนที่ว่านั้น เป็นการนำเอาไข่มดแดงมาต้มกับผักหวาน ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านของภาคอีสาน และใส่เห็ดนางฟ้า มะเขือเทศ ลักษณะคล้ายกับต้มยำน้ำใส ส่วนรสชาตินั้นเปรี้ยวแซบอย่าบอกใคร ยิ่งเวลาส่งไข่มดแดงเข้าปากแล้วเคี้ยวจะรู้สึกเหมือนกับว่าไข่มดแดงแตกเปาะ แปะอยู่ในปาก
แกงผักหวานไข่มดแดง
       นอกจากเมนูเด็ดทั้ง 5 จานนี้ ก็ยังมีเมนูเด็ดจานอื่นที่น่าลิ้มลอง อาทิ ปอเปี๊ยะชาววัง (120 บาท) ยำมะม่วงกุ้งเผา (250 บาท) ปลาช่อนเผาริมโขง (200 บาท) แกงขนุนปลาเนื้ออ่อน (150 บาท) ปลาทับทิม 3 รส (250 บาท) ไก่ต้มน้ำปลา (250 บาท) รวมทั้งมีไวน์และค็อกเทลให้บริการด้วยอีกต่างหาก
      
       ซึ่งถ้าใครชื่นชอบอาหารไทยๆ และพิสมัยอาหารพื้นบ้านภาคอีสาน ที่มีรสชาติจัดจ้านถึงปากถึงใจแล้วละก็ ลองแวะไปตระเวนกินที่ “ครัวเวียงจันทน์” ซึ่งมากไปด้วยอาหารอีสานรสแซบไว้บริการ
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       “ครัวเวียงจันทน์” ตั้งอยู่ที่ 8 สุขุมวิท ซ. 36 นภาศัพย์แยก 1 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีทองหล่อ ลงมาทางด้านสุขุมวิท 36 หน้าปากซอยมีปั๊มน้ำมันเชลล์ เข้ามาในซอยประมาณ 100 ม. ก็จะเห็นร้านมีป้ายบอกชัดเจน มีที่จอดรถด้านข้างร้าน เปิดทุกวัน เวลา 12.00-24.30 น. ส่วนดนตรีโปงลางพื้นบ้านนี้จะเล่นทุกวัน เวลา 19.00-22.00 น. และโฟล์คซอง เวลา 22.00-23.30 น.โดยการแสดงนั้นจะมีเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 21.00 น. สำหรับผู้ที่สนใจควรโทร.จองโต๊ะล่วงหน้าก่อนที่เบอร์ 0-2258-6171

“Bug & Bee” อาหารรสดี ร้านมีสไตล์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 มีนาคม 2548 19:17 น.
บรรยากาศนั่งสบายที่ร้าน“Bug & Bee”
       เอาอีกแล้ว บรรดาเพื่อนๆ ตัวดีของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” จัดแจงนัดกันไปสังสรรค์ปาร์ตี้กันอีกแล้ว ใจก็อยากจะปฏิเสธ เพราะว่างานมันยุ่งรัดตัว แต่ก็ทำไม่ลงเพราะดันชวนเราไปหม่ำๆ เป็นอะไรที่โปรดปรานอยู่แล้ว เรื่องกินนะขอให้บอก งานยุ่งแค่ไหนก็เคลียร์ได้สบายมาก
มุมนั่งอ่านหนังสือและนิตยสาร ที่ ชั้น 2
       มื้อนี้เรายกทัพไปตระเวนกินที่ร้าน “Bug & Bee” ตรงสีลม ร้านนี้ถ้ามองจากด้านนอกเหมือนจะเป็นร้านอาคารห้องเดียวเล็กๆ แต่ถ้าลองเดินเข้าไปในร้านแล้วจะรู้ว่าแตกต่างจากที่เห็นอย่างสิ้นเชิง อาคารห้องเดียวแต่มีถึง 4 ชั้นได้รับการตกแต่งอย่างน่ารัก มีสไตล์โดดเด่น โดยแต่ละชั้นตกแต่งไม่เหมือนกัน
      
       ชั้น1 ที่พอเดินเข้ามาก็จะเป็นบรรยากาศแบบคอฟฟี่ชอป มองเห็นบรรยากาศของถนนสีลมได้ดี และมีมุมโชว์การทำเครปด้วย ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีนิตยสารและหนังสือชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ไว้คอยบริการให้นั่งอ่านหนังสือไปหม่ำอาหารไป สบายใจนักละ พอเดินขึ้นมาที่ชั้น 3 จะได้อีกหนึ่งบรรยากาศอบอุ่น ให้ความรู้สึกสบายๆ เมื่อมานั่งตรงโฟซาเบาะนุ่มๆ หรือจะเป็นมุมโต๊ะเก้าอี้ตัวเล็กๆ ชวนนั่ง ชั้นสุดท้ายชั้น 4 ชั้นนี้มี 2 โซน โซนด้านในติดแอร์ มีอินเตอร์เน็ทบริการให้เล่นฟรี โซนด้านนอกไม่มีแอร์จัดเป็นมุมนั่งเหมือนนั่งในสวนหย่อมเล็กๆ
      
       พวกเราตกลงกันได้ว่าเลือกที่จะนั่งตรงชั้น 3 ดีกว่า เน้นเอาแบบนั่งสบายๆ สั่งอาหารมาหม่ำกันไป พูดคุยแบบเม้าท์แตกกันไปเข้าท่าที่สุด พอเลือกที่นุ่งมุมเหมาะเหม็งได้ ก็สั่งอาหารมาหม่ำกันทันที อาหารของที่นี่มีให้เลือกมากมายทั้งเครื่องดื่ม ของกินเล่น และอาหารจานหลักซึ่งจะเป็นสไตล์ฟิวชั่นที่ทางร้านคิดค้นปรุงแต่งขึ้นมาเอง
เครปปูผัดผงกะหรี่
       อย่างที่พวกเราสั่งมาหม่ำจนโต๊ะเต็มไปหมดก็มีอยู่หลายอย่าง เลือกสั่งแบบที่ทางร้านแนะนำว่าเด็ดทุกจานเลยเชียวนะ จานแรกเป็น ลาซันญ่าผักขม (75 บาท) ลาซันญ่าที่นี่พิเศษกว่าร้านนี้ตรงที่ใช้แป้งเครปเรียงสลับกับชีส มะเขือเทศและผักขมจนมีความสูงถึง 9 ชั้น ราดหน้ามาด้วยซอสมะเขือเทศสด ตักหม่ำเข้าปากได้กลิ่นหอมหวานของชีส นมสด และรสชาติที่ผสมผสานกลมกลึงของความอ่อนนุ่มของแป้งเครป
      
       พูดถึงเครปจานถัดมาเลยเป็น เครปปูผัดผงกะหรี่ (130 บาท) เป็นแป้งเครปที่ห่อเป็นรูปทรงกรวยขนาดพอเหมาะพอดี สอดไส้ด้วยเนื้อปูผัดผงกะหรี่ที่หอมฟุ้ง รสชาติอยู่ที่ความลงตัวของเครปเนื้อนุ่มเข้ากับเนื้อปูผัดผงกระหรี่รส ชาติกลมกล่อมกำลังดีถึงเครื่องผงกระหรี่
เครปผัดขี้เมา
       ตามติดมาที่ เครปผัดขี้เมา (65 บาท) เป็นการนำเอาแป้งเครปมาตัดเป็นเส้นขนาดเท่าเส้นใหญ่ แล้วนำมาผัดเป็นแบบขี้เมาใส่กุ้งเป็นอาหารคาว ให้ความรู้สึกแปลกไปอีกอย่าง เส้นที่เป็นแป้งเครปจะนุ่มแต่ไม่เหนียว ผัดขี้เมาก็เข้มข้นถึงเครื่องขี้เมาถูกลิ้นไปอีกแบบ
      
       ต่อด้วยจานนี้ ข้าวอบซีฟู้ดซอสต้มยำ (95 บาท) หน้าตาดีชวนหม่ำ ด้านบนมีอาหารทะเลทั้งหอยแมลงภู่ กุ้ง ปลา ปลาหมึก ที่ถูกราดด้วยน้ำซอสต้มยำออกเหนียวข้นนิดๆ และด้านล่างเป็นข้าวผัดเนยร้อน ๆ ทุกอย่างถูกนำเข้าอบอีกที หอมกลิ่นเครื่องต้มยำได้รสชาติของต้มยำที่เข้มข้นแต่ไม่เผ็ดมาก กินกับข้าวผัดเนยเข้ากั๊นเข้ากัน
      
       ปิดท้ายด้วยของหวาน ช็อกโกแลตเครปฟรุ๊ตสลัดกับไอศกรีม (90 บาท) เป็นช็อกโกแลตเครป ฟรุ๊ตสลัดกับไอศกรีม จุดเด่นของจานนี้อยู่ที่ความหอมของแป้งเครปรสช็อคโกแลต ผสมกับความหวานของผลไม้นานาชนิดที่สอดไส้อยู่ภายใน กินคู่กับไอศกรีมวนิลาหวานเย็นสดชื่น
ช็อกโกแลตเครปฟรุ๊ตสลัดกับไอศกรีม
       ที่พูดมานี่ก็ปาเข้าไปหลายเมนูแล้ว แต่ว่าก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสั่งมาหม่ำอีก อาทิ เครื่องดื่มอย่างแมงโก้มาร์เวล (65, 80 บาท) กีวีคูลเลอร์ (65,80 บาท) หรือจะเป็นข้าวปลา / หมู อบซอสครีมชีส (120,90 บาท) ข้าวนึ่งหมูผัดเต้าซี่ (90 บาท) และในช่วงเทศกาลวันแห่งความรักเดือนก.พ.นี้ ทางร้านนำเสนอเมนูสุดพิเศษ “ช็อกโกแลตฟองดู” สำหรับ 2 ที่ เป็นช็อคโกแลตเข้มข้น หรือช็อคโกแลตขาวอุ่นจนเหลวได้ที่ เลือกจิ้มกับผลไม้ อย่างสตรอเบอรี่ กีวี มะม่วงสด สับปะรด หรือไอศกรีมวนิลา ตามแต่ชื่นชอบ
      
       แต่ตอนนี้“ผู้จัดการตระเวนกิน” ขอตัวไปจัดการกับอาหารที่สั่งมาและขอเม้าท์กับบรรดาเพื่อนๆ ก่อนละนะ ถ้าใครสนใจก็ตามมาตระเวนกินกันได้ ที่ “Bug & Bee” แนะนำว่ามากันเยอะๆ กับกลุ่มเพื่อน บอกได้เลยว่าสนุกบวกอิ่มสุดยอดไปเลย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       “Bug & Bee” ตั้งอยู่ที่ 18 ถ.สีลม สุริยวงศ์ บางรัก กรุงเทพ แนะนำว่าให้มาทางรถไฟฟ้า ลงตรงสถานีศาลาแดง ร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสีลมคอมเพล็กซ์ เปิดบริการทุกวัน ตลอด 24 ชม. โทร. 0-2233-8118 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bugandbee.com  

“คาเฟ เดอ ตรัง” มุมร่มรื่นในเมืองใหญ่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กุมภาพันธ์ 2548 17:35 น.
บรรยากาศอันร่มรื่นของ “คาเฟ เดอ ตรัง”
       แม้ว่าช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์จะยังถือว่าอยู่ในช่วงฤดูหนาวก็ตาม แต่อากาศในตอนนี้ใครๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ร้อน” โดยเฉพาะในป่าคอนกรีตที่มองหาตึกสูงๆ ได้ง่ายกว่าต้นไม้อย่างในกรุงเทพฯนี้ ดังนั้นหลายๆ คนจึงแสวงหา “พื้นที่สีเขียว” เพื่อพักผ่อนหย่อนใจคลายร้อนกันเป็นธรรมดา
      
       สำหรับ “คาเฟ เดอ ตรัง” ห้องอาหารของโรงแรมตรัง บนถนนวิสุทธิกษัตริย์ ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ไปเจอมานี้ น่าจะเรียกว่าเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ แห่งหนึ่งที่เหมาะจะให้ผู้คนที่ร้อนทั้งกายร้อนทั้งใจมานั่งพักผ่อนเพลิด เพลินไปกับบรรยากาศและรสชาติของอาหารกันที่นี่
ปอเปี๊ยะสาหร่าย
       ภัทรยุทธ ฮุนตระกูล ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมตรัง เล่าว่า เมื่อก่อนนี้พื้นที่ของ “คาเฟ เดอ ตรัง” ซึ่งเป็นที่ว่างระหว่างตึกนั้น เคยเป็นที่จอดรถมาก่อน แต่เมื่อคนหันเข้าหาธรรมชาติกันมากขึ้น พื้นที่ตรงนี้จึงถูกปรับโฉม โดยตั้งใจจะให้มีความรู้สึกเหมือนเป็นที่นั่งเล่นหน้าบ้าน ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงจากพื้นคอนกรีตมาเป็นพื้นไม้ ส่วนบรรยากาศที่เคยแห้งแล้งก็เปลี่ยนเป็นร่มรื่นจากร่มเงาของต้นไม้ต่างๆ ที่เอามาลง เช่น ต้นลำดวน และลีลาวดี จนกลายเป็น “คาเฟ เดอ ตรัง” ในวันนี้
      
       ชื่อของร้าน “คาเฟ เดอ ตรัง” ก็บ่งบอกถึงความเป็นอาหารใต้อยู่แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่อาหารใต้เท่านั้น เพราะที่นี่ยังมีอาหารหลากหลายประเภท ทั้งอาหารไทยภาคกลางและอาหารจีนอีกด้วย
กุ้งมะขาม
       เมนูแรกที่นำมาแนะนำกันก็คือ คั่วกลิ้งหมู (69 บาท) ซึ่งมีทั้งคั่วกลิ้งหมูและไก่ให้เลือก ซึ่งจานนี้ได้แม่ครัวคนใต้แท้มาแสดงฝีมือ ใช้เวลาคั่วกว่า 1 ชั่วโมง รสชาติของเครื่องปรุงจึงเข้าเนื้อ รสเด็ดตามแบบอาหารใต้ กินคู่กับแตงกวาแก้เผ็ด นอกจากนั้นอาหารใต้จานอื่นๆ ของ “คาเฟ่ เดอ ตรัง” ก็ยังมีอีกมาก เช่น แกงไตปลา เคยทรงเครื่อง และหมูย่างเมืองตรัง ซึ่งส่งตรงมาจากเมืองตรังจริงๆ
      
       นอกจากอาหารใต้แล้ว “คาเฟ เดอ ตรัง” ก็ยังมีอาหารแบบภาคกลางไว้บริการ จานแรกที่นำเสนอคือ ปอเปี๊ยะสาหร่าย (140 บาท) ซึ่งเป็นออเดิร์ฟจานเด็ดของที่นี่ไม่มีที่อื่นเหมือน แม้ว่าชื่อเมนูจะเป็นปอเปี๊ยะ แต่กลับไม่มีแป้งปอเปี๊ยะห่อตามปกติ แต่ใช้เป็นสาหร่ายทะเลแผ่นใหญ่มาห่อแทน ส่วนไส้ในเป็นกุ้งสับผสมมันหมูแล้วนำไปทอด เวลากินอย่าลืมจิ้มน้ำจิ้มปอเปี๊ยะ เพื่อความอร่อยมากยิ่งขึ้น
สายสวรรค์
       หรือใครจะลองสั่ง เมนูชื่อไพเราะอย่าง สายสวรรค์ (69 บาท) ซึ่งเมื่อฟังจากชื่อและดูแต่หน้าตาของอาหารแล้วจะนึกไม่ออกเลยว่าทำมาจาก อะไร แต่เมื่อได้ลองชิมแล้วก็พอจะแยกรสออกมาได้ว่า สายสวรรค์จานนี้ก็คือต้นตะไคร้ที่นำมาทุบจนแตกเป็นเส้นๆ นำไปคลุกกับเครื่องแกงเผ็ดสูตรของทางร้าน แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ จนเหลืองกรอบ โรยหน้าด้วยใบกะเพรากรอบอีกทีหนึ่ง เวลากินจะใช้วิธีเดียวกับการกินเป็ดปักกิ่ง คือกินคู่กับแผ่นแป้งและน้ำจิ้มเป็ดปักกิ่ง ได้รสชาติแบบไทยปนจีนไม่มีที่ไหนเหมือน
      
       ส่วนอีกเมนูหนึ่งที่ชาวต่างชาติมักนิยมสั่งกันเป็นพิเศษก็คือ กุ้งมะขาม (89 บาท) ซึ่งใช้กุ้งแชบ๊วยตัวโตมาเสียบไม้แล้วชุบแป้งทอดจนเหลืองกรอบ แล้วจึงราดด้วยซอสมะขามสูตรเด็ดของทางร้าน โรยหน้าด้วยหอมเจียว เวลากินจะได้รสชาติของกุ้งผสมกับรสเปรี้ยวอมหวานของซอสมะขาม บวกกับกลิ่นหอมของหอมเจียวที่โรยหน้า นับว่าเมนูนี้น่าสนใจไม่หยอกเลยทีเดียว
คั่วกลิ้งหมู
       นอกจากนั้น เมนูอื่นๆ ของทางร้านก็ยังมี ปลาสมุนไพร (200 บาท) ใช้ปลาตาเดียว ซึ่งเนื้อจะแน่นเป็นพิเศษมาทอด แล้วราดด้วยน้ำยำซึ่งมีสารพัดสมุนไพรไทยๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ตะไคร้ ขิง หอมแดง ใบพลู เป็นต้น และเมนูปีกไก่ยัดไส้ (89 บาท) ซึ่งใช้ปีกล่างของไก่มายัดไส้ด้วยหมูสับและวุ้นเส้น ปรุงรสด้วยพริกไทยหอมน่ากิน
      
       การได้มีโอกาสเอาใจตัวเองด้วยอาหารมื้ออร่อยๆ นั้น บางคนก็ถือว่าเป็นเหมือนรางวัลให้ที่มอบให้กับชีวิต ยิ่งถ้าเป็นของอร่อยในบรรยากาศดีๆ ร่มรื่นสบายๆ อย่างที่ “คาเฟ เดอ ตรัง” แล้วละก็ เชื่อว่าใครที่ได้มานั้นจะต้องอยากได้รางวัลชิ้นนี้บ่อยๆ แน่นอน
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       “คาเฟ่ เดอ ตรัง” อยู่ในโรงแรมตรัง ริมถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ บริเวณเชิงสะพานพระราม 8 ข้างวัดอินทาราม เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-01.30 น. ทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2282-7100