homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

อาหารยุ่นถูกลิ้น ที่“ชิน เซน”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มิถุนายน 2547 11:53 น.
บรรยากาศกว้างขวางของห้อง “ชิน เซน” นั่งหม่ำอาหารท่ามกลางสวนสวย
       “มิตรภาพ” เป็นสิ่งสวยงามที่เกิดขึ้นที่ไหน เมื่อใด กับใคร นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่งดงาม
      
       เหมือนเช่นการออกมาตระเวนกินของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ในมื้อนี้ ก็ได้เกิดมิตรภาพที่ดีขึ้นมาในใจ เมื่อได้เดินทางมาตระเวนกินอาหารญี่ปุ่น ที่ห้องอาหาร “ชิน เซน” ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ของโรงแรมเดอะแกรนด์ กรุงเทพฯ
      
       ห้องอาหาร “ชิน เซน”แห่งนี้บริการอาหารญี่ปุ่นแบบชาวอาทิตย์ อุทัยแท้ๆ ที่ว่าด้วยรสชาติดั้งเดิม ด้านบรรยากาศดูกว้างขวาง ตกแต่งภายในเหมือนกับว่านั่งหม่ำอาหารท่ามกลางสวนญี่ปุ่นอันสวยงาม
Sashimi Mori
       อีกทั้งเรื่องของการบริการลูกค้าที่เมื่อเข้ามาถึงห้องอาหารก็บริการ ลูกค้าด้วยความเป็นมิตร ต้อนรับด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส เรียกว่าทำเอาประทับใจไปตามๆ กัน สมกับความหมายของชื่อห้องอาหาร “ชิน เซน” ที่แปลว่ามิตรภาพ ที่บริการให้ลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
      
       ทีนี้มาว่าด้วยเรื่องอาหารที่เด่นดังของห้องอาหาร “ชิน เซน” ก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายเมนู เราเริ่มเมนูแรกที่เมื่อมากินอาหารญี่ปุ่นแล้วไม่สั่งเป็นไม่ได้กับ Sashimi Mori (1,000 บาท) เซ็ทปลาดิบรวมถาดใหญ่ที่ภายในมีสารพัดทั้ง ปลาโอ ปลาแซลมอน ปลากะพง ปลาฮามาจิ หอยปีกนก กุ้ง ปูอัด หนวดปลาหมึก ล้วนแล้วแต่ดิบสดๆ แต่ไม่คาวจัดกินกับน้ำซอสและวาซาบิ หม่ำเพลินกันไปเลย
Kani Karage
       เซ็ทปลาดิบเหมือนเป็นแค่ออร์เดิร์ฟ (จานโต) มาต่อกันที่ California Temaki (ชิ้นละ 130 บาท) ข้าวญี่ปุ่นห่อสาหร่ายที่ข้างในใส่ไส้รวมหลายอย่างทั้งกุ้ง ปูอัด หน่อไม้ฝรั่ง ไข่กุ้ง แตงกวา และราดด้วยน้ำมายองเนส ม้วนเป็นกรวย เวลากินหม่ำทั้งคำกัดรวมๆ กัน ได้รสชาติเคี้ยวมันทั้งข้าวทั้งไส้
      
       เมนูถัดมาถือว่าพิเศษสุดในช่วงนี้ Kani Karage (300 บาท) ปูนิ่มสีส้มสดตัวโตๆ ชุบแป้งเทมปุระที่ปรุงรสเสร็จสรรพแล้วทอดให้เหลืองกรอบ เสิร์ฟมาแบบร้อนๆ ฉีกกล้ามปูเคี้ยวเข้าปากรสชาติปูนิ่มกรุบกรอบ เค็มๆ มันๆ ในตัว
Buri Kamayaki
       จากเมนูปูมาต่อที่เมนูปลาๆ Sake Kabutoni (250 บาท) ปลาแซลมอนเฉพาะส่วนหัวนำมาต้มกับซอสญี่ปุ่น มีเห็ดเข็มทอง เห็ดหอม ผักกวยเล้ง แครอท เต้าหู้ขาวเป็นเครื่องแกล้ม ปลาแซลมอนเนื้อสดหวาน ผสมผสานกับน้ำซอสญี่ปุ่นที่ซึมลึกถึงเนื้อปลา ได้รสชาติถูกลิ้นถูกปาก หวานๆ เค็มๆ
      
       Buri Kamayaki (400 บาท) เป็นแก้มปลาบุรีย่างเกลือหรือบ้านเราเรียกว่าปลาหางเหลือง โรยเกลือแล้วย่างด้วยไฟอ่อนๆ เอาแค่พอเหลืองสุกหอม เมนูปลานี้มีกลเม็ดเคล็ดไม่ลับในการการกินนิดหน่อย คือบีบมะนาวลงบนตัวปลา แล้วค่อยตักเนื้อปลาเข้าปาก จะได้รสชาติปลาที่เนื้อแน่นมันๆ เค็มๆ ตัดกับความเปรี้ยวนิดๆ จากมะนาว หรือจะจิ้มกินกับน้ำจิ้มโชยุที่ใส่หัวไชเท้าขูดฝอยก็เพิ่มรสชาติไปอีกแบบ
Sake Kabutoni
       ปิดท้ายมื้อล้างปากด้วยของหวานแบบญี่ปุ่นกับ Oshiruko (100 บาท) ถั่วแดงต้มจนเปื่อยร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ จากแป้งโมจิย่างที่ใส่มาในถ้วยถั่วแดงด้วย ตักถั่วแดงเข้าปากได้รสชาติหวานมัน ส่วนแป้งโมจิก็หวานเคี้ยวนุ่มนิ่มเข้ากันกับถั่วแดงต้มร้อนๆ ส่วนถ้าใครชอบล้างปากแบบกรึ่มๆ ด้วยแอลกอฮอล์พองาม ก็ต้องลองสั่งสาเกญี่ปุ่นที่ มีให้เลือกทั้งสาเกเย็นราคาขวดละ 500-680 บาท สาเกร้อนราคาขวดเล็ก 300 บาท ขวดใหญ่ 1,800 บาท จะล้างปากก็เข้าท่าหรือสั่งมากินแกล้มกับอาหารก็เข้าที
      
       และแล้วมื้ออันแสนอิ่มของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็จบลงด้วยความอิ่มเอิบ อิ่มกายแน่นกระเพาะกับอาหารญี่ปุ่นรสชาติยุ่นแท้ๆ ที่ถูกปาก และอิ่มใจกับมิตรภาพใหม่ๆ ที่ได้รับจากห้องอาหาร “ชิน เซน” แห่งนี้ มิตรภาพดีๆ ที่คอยจะหยิบยื่นให้กับทุกคนที่ได้มาเยือน
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
       ห้องอาหารญี่ปุ่น “ชิน เซน” ตั้งอยู่ที่ ชั้น 5 โรงแรมเดอะ แกรนด์ ถ.รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ เปิดทุกวันช่วงมื้อกลางวัน11.30 – 14.30 น. และมื้อเย็น 18.00 – 22.30 น. โทร. 0-2274-1515 ต่อ 1262

SAMURAI…ไฮ้! ญี่ปุ่นแท้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤศจิกายน 2547 11:24 น.

บรรยากาศสบายสไตล์ญี่ปุ่นของร้าน “SAMURI”
       มีคนเคยบอก “ผู้จัดการตระเวนกิน” ว่า อาหารญี่ปุ่นของแท้นั้นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แต่มร.นาโอะฟูมิ ซาโต้ หนุ่มแดนปลาดิบที่มาเที่ยวเมืองไทยเมื่อหลายปีก่อนบอกว่าแวะไปชิมอาหาร ญี่ปุ่นหลายที่ในเมืองไทยแล้วบอกได้คำเดียวว่า...นี่ไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นของ แท้
      
       เพราะความอร่อยนั้นมาจากความหวานสดของวัตถุดิบจากธรรมชาติ แต่ตอนนี้อาหารญี่ปุ่นกำลังถูกบิดเบือนด้วยสารปรุงแต่งและสารเคมีจนเป็น อันตรายต่อสุขภาพไปแล้ว
      
       ว่าแล้วคุณซาโต้ก็อดรนทนไม่ได้จนต้องมาเปิดร้าน “SAMURAI” ที่เมืองไทยเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารแท้ของญี่ปุ่นให้คนไทยได้ลิ้มลองกัน
      
       ความอร่อยของร้าน SAMURAI จึง เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบที่สด สะอาดและปลอดสารพิษ อาทิ เนื้อปลาคัดสด ๆ ผักHarmony กางมุ้งมาจากโคราช เนื้อหมูอนามัย ไก่บ้านที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ปูอัดจากญี่ปุ่นที่ไม่ใส่สี เป็นต้น แถมได้เชฟชาญชัย ที่เคยอยู่กับเชฟญี่ปุ่นมาหลายแห่ง อาทิ นิปปอนไต และฮานาย่า มาแล้ว อาหารแต่ละจานจึงกลายเป็นสไตล์ฟิวชั่นทันสมัย
แคลิฟอร์เนียมากิ ที่ใช้ไข่ปลาของแท้
       แน่นอนว่าวัตถุดิบเหล่านี้ต้องมีราคาแพง แต่สนนราคาของอาหารในร้านนี้เริ่มต้นที่ 80 บาท จนถึง 400 บาท ในย่านสยามสแควร์แล้วถือว่าราคานี้รับกันได้
เอบิชีส กับซอสถั่วแระ น่ากิน
       เมนูอร่อยที่ลองสั่งมาลิ้มลอง จานแรกเอบิชีส ( 180 บาท ) จานนี้เห็นแล้วน่ากินมากใช้ฟองเต้าหู้มาพันกับชีส แล้วหุ้มตัวกุ้งสดอีกทีนำไปทอดกรอบนอกนุ่มใน ทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่ “ซอสถั่วแระ” คือนำถั่วแระไปบดให้ละเอียดแล้วเคี่ยวกับนมสดจนกลายเป็นครีม หอม ๆ มัน ๆ
      
       อีกจานเป็นออร์เดิร์ฟที่เรารู้จักกันนั่นคือ เกี๊ยวซ่า แต่ขอบอกว่าไม่เหมือนร้านไหน เพราะเกี๊ยวซ่าของที่นี่ใช้มะเขือม่วงแทนแผ่นเกี๊ยว เริ่มจากใช้หมูบดมาปรุงรสแล้วห่อด้วยมะเขือม่วง นำไปชุบแป้งเทมปุระทอดให้กรอบกำลังดีคือเนื้อมะเขือกำลังกินไม่เละคาปาก
      
       ถ้าจะทอดสอบความสดของอาหารญี่ปุ่นต้องสั่งจานนี้ ซาซิมิ ( 400 บาท ) มีแซลมอน กุ้ง ปลาไหล ปลาตาเดียว ปลาทูน่า อย่างละ4 – 5 ชิ้น กัดเข้าไปคำแรกจะลิ้มรสของความหวานจากเนื้อสดได้ ถ้าใครชอบเผ็ดให้จิ้มวาซาบิสดที่ต้องสั่งมาต่างหากในราคา 50 บาท เพราะที่นี่ใช้วาซาบิสดกิโลกรัมละ 6,000 บาทของจริงมาจากญี่ปุ่นฝนให้ดูกันเลย
ซาซิมิ เมนูนี้โชว์ความสดรสอร่อย
       ไปร้านนี้ห้ามพลาด แคลิฟอร์เนียมากิ เด็ดขาด เพราะไม่เหมือนใครตรงที่”ไข่กุ้ง”ที่ คลุกมานั้น คุณซาโต้บอกว่าไข่กุ้งสีแดงเป็นลูกขนาดเท่าปลายก้อยนั้นแท้จริง คือไข่ปลาแล้วนำมาแช่สารเคมีให้พองเหมือนแช่ปลาหมึกกรอบแล้วแต่งสีด้วยสีส้ม เข้าไปหน่อยจะได้น่ากิน ถ้าอยากรู้ว่าไข่กุ้งที่ญี่ปุ่นเขากินกันอย่างไรก็ลองสั่งจานนี้ดู เป็นข้าวปั้นห่อด้วยปูอัด อโวคาโด และผักอื่นๆ คลุกเคล้าด้วยไข่ปลาเม็ดเล็ก ๆ ส่งเข้าปากไปคำเดียวค่อย ๆ เคี้ยวจะได้ความอร่อยสดของรสชาติข้าวปั้นของแท้
สเต็กสไตล์ญี่ปุ่น
       ร้านนี้ยังมีของอร่อยให้สั่งอีกมากมาย อาทิ สเต็กญี่ปุ่น( 180 บาท ) แซลมอนผัดหอยตลับ(180 บาท ) แบงคอกโรล ( 80บาท) หรือจะสั่งเป็นเซ็ทเมนูในราคาสบายกระเป่า อาทิ ชุดA มีอาหารจานละ 80 บาท 3 อย่างในราคา 190 บาทเท่านั้น
      
       บรรยากาศของร้านก็ทันสมัยแต่ยังคงความเป็นสไตล์ญี่ปุ่นคือเงียบและมีความเป็นส่วนตัวในอารมณ์สบาย ๆ
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       ร้าน “SAMURAI” มี 2 สาขา ใครอยากกินรสชาติญี่ปุ่นแท้ไปที่สุขุมวิท 39  ส่วนที่สยามซอย 5 รสชาติปรับให้เข้ากับลิ้นคนไทยหน่อย เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11.00 – 23.00 น. หรือโทรไปสอบถามที่02-250-1856

"อินาโฮ" อาหารญี่ปุ่นรสยุ่นแท้ๆ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 เมษายน 2548 16:35 น.

บรรยากาศร้าน "อินาโฮ" นั่งสบายได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น
       "อินาโฮ" (INAHO) เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า รวงข้าว อย่าเพิ่งงงว่า "ผู้จัดการตระเวนกิน" จะมาสอนภาษาญี่ปุ่นหรือยังไง เปล่าเลย แต่ที่เกริ่นด้วยคำว่า "อินาโฮ" นี้ ก็เพราะว่า เป็นชื่อของร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่ง ที่เราได้ตระเวนไปลิ้มรสมา แล้วเกิดติดใจในรสชาติของอาหารญี่ปุ่นร้านนี้เข้าอย่างแรง
      
       เพราะอาหารญี่ปุ่นที่นี่ได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ปรุงตามแบบต้นตำรับดั้งเดิม คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีมาปรุงเป็นอาหาร เน้นเรื่องความสดของอาหารเป็นอันดับหนึ่ง และมีเมนูให้เลือกหม่ำมากมายกว่า 250 รายการ รวมไปถึงบรรยากาศร้านที่ตกแต่งแบบญี่ปุ่นร่วมสมัยใหม่ พอให้ได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นอยู่บ้าง เน้นที่ความสบายในการนั่งหม่ำอาหาร
      
       เอาเป็นว่ามาพูดถึงเมนูอาหารที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้สั่งมาลองลิ้ม แล้วติดใจสุดๆ จนต้องรีบมาบอกต่อกันดีกว่า เริ่มที่เมนูแรก เทมปุระรวม (120 บาท) มี กุ้ง ปลากะพง ฟักทอง เผือก ข้าวโพดอ่อน ชุปแป้งทอดที่ดูเหมือนเป็นเมนูชุปแป้งทอดพื้นๆ ที่ร้านไหนๆ ก็มี แต่เทมปุระของร้านนี้มีความพิเศษอยู่ตรงแป้งเทมปุระที่ใช้ในการชุบแป้งทอด เขาใส่ไข่แดงลงไปผสมด้วย ทำให้ได้รสชาติของความหวาน มันเพิ่มขึ้น จิ้มกับน้ำจิ้มปรุงพิเศษของทางร้าน รสออกหวานๆ เค็มๆ ถูกลิ้นแบบส่งเข้าปากหม่ำคำต่อคำกันเลย
เทมปุระรวม
       เมนูต่อมาเป็น สลัดทะเลรวม (150 บาท) ตัวผักสลัดมีกะหล่ำปลี แครอท กะหล่ำปลีสีม่วง ผักกาดแก้ว แตงกวาญี่ปุ่น ผักกาดหอม ไควะเระ (เป็นชื่อผักชนิดหนึ่ง) สาหร่ายสด ส่วนอาหารทะเลมี ปลาหมึกยักษ์ ปลาแซลมอน กุ้ง หอยปีกนก ปูอัด ปลาซาบะดอง และมีน้ำสลัดน้ำข้นสูตรพิเศษเฉพาะของทางร้านราดมา เวลาหม่ำคลุกทุกอย่างให้เข้ากัน ลิ้มรสความสดกรอบของผักและหวานสดของอาหารทะเล ส่วนน้ำสลัดออกเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นน้ำมันงานิดๆ
      
       ต่อด้วยเมนูหนักท้องข้าว ห่อสาหร่ายไส้ผัก ทะเลรวม โรยด้วยไข่กุ้ง (130 บาท) หรือก็คือแคลิฟอร์เนียนั่นเอง ที่มีไส้ข้างในเป็นหน่อไม้ฝรั่งลวก ไข่หวาน กุ้ง อโวคาโด และห่อด้วยสาหร่าย แล้วถึงจะห่อด้วยข้าวปั้นอีกที โรยด้วยไข่กุ้งสีส้มสด รสชาติโดดเด่นตรงไส้ข้างในที่ออกมันๆ หวานๆ จากอโวคาโดคล้ายๆ ครีม หวานจากกุ้ง และข้าวปั้น (ซูชิ)ที่ปรุงรสแล้วรสออกหวานๆ เปรี้ยวๆ เคี้ยวหนึบ ไข่กุ้งที่โรยมาเคี้ยวกรึบๆ เพลินปากดี
สลัดทะเลรวม
       ข้าวหน้าปลาดิบรวม (130 บาท) เสิร์ฟมาแบบเป็นกล่อง ที่ภายในด้านล่างเป็นข้าวซูชิ ส่วนด้านบนเต็มไปด้วยของดิบๆ สดๆ หลายอย่าง ปลาดิบที่มีทั้งปลาไทยและปลาญี่ปุ่น อย่างปลาทูสด ปลากะพงขาว ปลาแซลมอน กุ้งสด และไข่กุ้ง ไข่หวาน เห็ดหอมดองญี่ปุ่น หัวไชเท้าดองญี่ปุ่น เมนูนี้ได้ลิ้มรสความสดหวานของปลาดิบที่ใส่มาอย่างเต็มที่ กินคู่กับข้าวซูชิที่ปรุงรสแล้ว เล่นเอาอิ่มแน่นได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ข้าวหน้าปลาดิบรวม
       ปิดท้ายที่ เนื้อหมักซอสผัดกระทะร้อน (150 บาท) เมนูนี้โดนใจคนชอบเนื้อ เป็นเนื้อวัวเกรดดี ตรงส่วนเนื้อสันนอกมาสไลด์บางๆ หมักกับซอสสูตรเด็ดของทางร้าน และนำมาลงกระทะร้อนใส่น้ำมันงา จนได้เนื้อที่สุกกำลังดี มีผัดผักรวมใส่มาด้วย โรยด้วยงาและหอมสับอีกที กลิ่นเนื้อหอมชวนหม่ำ พอลิ้มรสสัมผัสได้ถึงความหวานของน้ำซอสรสกลมกล่อม ที่ซึมลึกถึงเนื้อวัวเคี้ยวหนึบหนับปาก
เนื้อหมักซอสผัดกระทะร้อน
       นอกจากนี้ที่ร้าน "อินาโฮ" ยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ อีกเพียบ อาทิ ข้าวห่อปลาสายรุ้ง (130 บาท) สเต็กทะเลรวม (150 บาท) สุกี้น้ำหม้อร้อนแบบญี่ปุ่น (280 บาท) ปลาไหลย่าง (250 บาท) มีอาหารเที่ยงเป็นเซ็ท ราคาเริ่มต้นที่ 99-200 บาท และเมนูพิเศษสุดๆ ของร้านนี้ที่อยากจะนำเสนอก็คือ บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น (229 บาท++ ต่อคน รวมชาเขียว กับกาแฟร้อน) สามารถเลือกกินกันได้ไม่อั้น

รู้จัก “ข้าวแช่”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 เมษายน 2548 16:38 น.
       อันที่จริงแล้วถ้าจะให้เท้าความถึงความเป็นมาของ “ข้าวแช่” ว่ามีความเป็นมาอย่างแน่ชัดเช่นไรไม่มีใครทราบแน่ชัดได้ เพราะมีเรื่องราวเล่าสืบต่อกันมาหลากหลายแง่มุมต่างกันออกไป อย่างเช่นกล่าวกันว่า “ข้าวแช่” เป็นส่วนประกอบในเทศกาลสงกรานต์ของชาวมอญ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาว่า ในวันสงกรานต์ชาวมอญหุงข้าวแช่ในงานสงกรานต์ เพื่อถวายพระ เพื่อความเป็นสิริมงคล และข้าวที่หุงนี้ไม่เหมือนกับที่กินหรือขายกันทั่วไป เพราะมีกรรมวิธีการทำที่พิเศษพิสดารกว่า เช่น ต้องใช้ข้าวสารดีเยี่ยม 7 กำ ซ้อมข้าวนั้นให้ได้ 7 ครั้ง แล้วซาวน้ำบริสุทธิ์ 7 หน จึงนำมาหุง
      
       แล้วตามประเพณีต้องหุงข้าวกลางแจ้ง ถ้าจะให้เต็มพิธีต้องปักราชวัตรฉัตรธงด้วย นอกจากถวายข้าวแช่พระแล้ว ข้าวแช่นี้ยังจะต้องจัดสังเวยเทวดาด้วย โดยปลูกศาลเพียงตาบริเวณบ้าน และสังเวยข้าวแช่เป็นเวลา 3 วัน ข้าวแช่ที่เหลืออยู่อาจนำไปให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพนับถือเพื่อเป็นสิริ มงคล
      
       นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนาน “ข้าวแช่” เอาไว้ว่า มีเศรษฐีคนหนึ่งผู้มั่งคั่งบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ แก้วแหวนเงินทอง ขาดเสียอยู่แต่อย่างเดียวตรงที่ไม่มีทายาทที่จะรับสืบทอดมรดก เศรษฐีได้ทำพิธีบวงสรวงพระอาทิตย์ และพระจันทร์อยู่นาน จนเวลาล่วงไป 3 ปี ยังไม่มีลูก เห็นทีจะไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนไปบวงสรวงพระไทร ซึ่งสิงสถิตต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ
      
       ในการจัดเครื่องบวงสรวงครั้งนี้ เศรษฐีสั่งให้บริวารเอาข้าวสารเมล็ดงามล้างน้ำถึง 7 ครั้งจนบริสุทธิ์หมดมลทิน แล้วจึงหุงข้าวนั้นเพื่อบูชาพระไทร ประกอบด้วยอาหารโอชารสอีกมากมาย ล้วนจัดทำด้วยความประณีตทั้งสิ้น จากนั้นเศรษฐีจึงอธิษฐานขอบุตรจากพระไทร
      
       ฝ่ายพระไทรเห็นความพยายามของเศรษฐี ก็เมตตา จึงไปเฝ้าพระอินทร์ทูลขอบุตรให้เศรษฐีได้ผล พระอินทร์จึงโปรดให้เทวบุตรนามว่าธรรมปาล จุติลงมาเกิดในครรภ์ภรรยาเศรษฐี ฝ่ายเศรษฐียินดีปรีดามากตั้งชื่อลูกชายว่า ธรรมบาลกุมาร พร้อมสร้างปราสาทเจ็ดชั้นให้ลูกชาย เป็นที่มาของนิทานมหาสงกรานต์ที่ได้ยินกัน
      
       แต่ไม่ว่าเรื่องราวความเป็นมาของ “ข้าวแช่” จะเป็นเช่นไร ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาถกเถียงกันมากนัก เพราะว่าด้วยเรื่องรสชาติและรูปร่างหน้าของข้าวแช่ แล้วนั้น จัดได้ว่าเป็นศิลปะของการทำอาหารอีกชั้นหนึ่ง เพราะว่าด้วยกรรมวิธีการทำที่จะต้องใช้ฝีมือและความประณีตบรรจงในการทำเป็น อย่างมาก จึงทำให้ดูเหมือนว่าข้าวแช่ นั้นหากินได้ยากมากก็ว่าได้
      
       ถ้าเป็นสมัยก่อนการที่จะได้กิน “ข้าวแช่” นั้นเป็นเรื่องยาก ผู้ที่จะได้ลิ้มรสชาติข้าวแช่ ต้องเป็นผู้ที่อยู่แต่ในรั้วในวังเท่านั้นก็ว่าได้ เพราะเดิมทีข้าวแช่ เป็นสูตรต้นตำรับมาจากในวัง แต่ต่อมาข้าวแช่ก็กลายมาเป็นที่แพร่หลาย เมื่อครั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระราชวัง พระนครคีรี (เขาวัง) จังหวัดเพชรบุรีในปัจจุบัน ทรงนำห้องเครื่องจากพระบรมมหาราชวังไปเผยแพร่ให้ชาวบ้านได้รู้จักตำรับข้าว แช่
      
       ชาวบ้านจึงนำไปฝึกทำจนเกิดความชำนาญขึ้น เลยได้ชื่อว่า “เมืองเพชร ดินแดนแห่งข้าวแช่” ซึ่งถือว่า ข้าวแช่ของชาวเพชรบุรี เป็นสูตรชาววังเก่าแก่ที่สุด นับตั้งแต่นั้นมาข้าวแช่ จึงไม่ใช่ของกินที่หากินยากอีกต่อไป

เลิศรสรับลมร้อนกับ “ข้าวแช่”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 เมษายน 2548 16:32 น.
ข้าวแช่ รร.มณเฑียร ริเวอร์ไซด์
“ผู้จัดการตระเวนกิน” ขอเอื้อนเอ่ย วจีสวัสดีปีใหม่ไทยเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ กับบรรดามิตรรักนักกินทุกท่าน
ข้าวแช่ รร.รอยัลริเวอร์
ข้าวแช่ชาววัง รร.แกรนด์ ไชน่า ปริ๊นเซส
ข้าวแช่ชาววัง รร. ดิ เอมเมอรัลด์
ข้าวแช่ชาววัง รร. เดอะ แกรนด์ กรุงเทพฯ
ตำรับคลายร้อน รร. รามาการ์เด้นส์
ข้าวแช่ รร. มณเฑียร
สำหรับสงกรานต์นี่อยู่ในเดือนเมษายนนับว่าเป็นช่วงที่อากาศบ้านเราร้อนระยับ!!! ซึ่งในช่วงหน้าร้อนอย่างนี้คนไทยสมัยก่อนกลุ่มหนึ่งนิยมกิน “ข้าวแช่”เพื่อคลายร้อนกัน เพราะข้าวแช่นั้นนับเป็นหนึ่งในเมนูที่ช่วยคลายร้อนได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะเวลากินแล้วจะทำให้ชื่นกายชื่นใจ

ด้วยเหตุนี้วัฒนธรรมการกินข้าวแช่จึงตกทอดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นหนึ่งในเมนูรับร้อน ที่ตามโรงแรมส่วนใหญ่นิยมจัดเทศกาลข้าวแช่ขึ้นมาในช่วงหน้าร้อนของทุกปี

ในปีนี้ก็เช่นกันมีหลายสถานที่ในกรุงเทพฯได้จัดเทศกาลข้าวแช่ขึ้นมา ซึ่งใครสนใจที่ไหนก็ไปตระเวนกินข้าวแช่กันได้ตามสะดวก

ห้องอาหารฝั่งน้ำ โรงแรมรอยัลริเวอร์ ต้อนรับสายลมร้อนด้วย “ข้าวแช่ชาววัง” สูตรต้นตำรับของ ม.ล.เติบ ชุมสาย เสิร์ฟพร้อมชา-กาแฟ โบราณ ในช่วงบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน เวลา 11.30-14.00 น. ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนพ.ค.นี้ โทร. 0-2422-9222 ต่อ 1310

ห้องอาหารไทยฮอท แอนด์ สไปซี่ โรงแรมอิมพาล่า สุขุมวิท 24 เสนอ “ข้าวแช่ชาววัง” ตำรับมาจากวังเทวะเวสม์ ครบเครื่องด้วย พริกหยวกสอดไส้ ลูกกะปิ หอมสอดไส้ เนื้อฝอย ปลาเค็มชุบไข่ ไชโป๊วผัดไข่ พร้อมเครื่องเคียงกระชาย มะม่วง ต้มหอม ชุดละ 150 บาทสุทธิ ตั้งแต่วันนี้-30 เม.ย.นี้ โทร. 0-2259-2900 ต่อ 602

ห้องอาหารปริ๊นเซสคาเฟ่ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ เชิญแวะมาลิ้มลอง “ข้าวแช่” ด้วย ข้าวแช่น้ำดอกมะลิหอมกรุ่น พร้อมเครื่องเคียงรสกลมกล่อม พริกหยวกสอดไส้หมูสับ เนื้อฝอย หมูฝอย หัวหอมสอดไส้ ลูกกะปิหวานทอด ตลอดเดือนเม.ย.นี้ โทร. 0-2281-3088 ต่อ 129

ห้องอาหารไทยเบญจรงค์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์กับเมนูคลายร้อน “ข้าวแช่ชาววัง” ข้าวแช่น้ำเย็นๆ หอมกรุ่นดอกมะลิ ทานเคียงคู่กับเนื้อหวาน พริกหยวกสอดไส้ กปิทอด หัวหอมทอด และมะม่วงดิบ ตลอดเดือนเม.ย.นี้ โทร. 0-2200-9000 ต่อ 2699

ห้องตวันนา โรงแรมตวันนารามาดา เตรียมข้าวแช่โบราณสูตรดั้งเดิมไว้คอยบริการ หอมชื่นใจกับข้าวหุงขัดขาวเมล็ดสวยอบด้วยเทียนหอม และดอกมะลิ เสิร์ฟพร้อมลูกกะปิทรงเครื่อง หัวหอมแดงสอดไส้ หัวไชโป๊วเส้นผัดหวาน หมูหวานฉีกฝอย พริกหยวกสอดไส้ ฯลฯ โทร. 0-2236-0361 ต่อ 257, 258

ห้องอาหารนานาชาติ “ไฮ้ทส์ คาเฟ่” โรงแรมแพน แปซิฟิค กรุงเทพ ต้อนรับเดือนเมษายนและเทศกาลสงกรานต์ด้วยเมนู “ข้าวแช่สูตรชาววัง” เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงหลายชนิด อาทิ กะปิทอด เนื้อและหมูเค็มฝอย หัวไชโป๊วผัดหวาน หัวหอมสอดไส้ ราคาชุดละ 250 บาท++ ตั้งแต่วันที่ 6-24 เม.ย.นี้เท่านั้น โทร.0-2632-9036, 0-2632-9000 ต่อ 4343

ดิ เอมเมอรัลด์ ค๊อฟฟี่ช็อป โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ เชิญทุกท่านมาสดชื่นคลายร้อนด้วย “ข้าวแช่” สูตรต้นตำรับชาววัง หอมกรุ่นด้วยน้ำดอกมะลิ ครบเครื่องด้วย พริกหยวกสอดไส้ กะปิชุปไข่ทอด หมูหวาน หัวหอมสอดไส้ ฯลฯ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ตลอดเดือนเม.ย.นี้ โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8413-4

ห้องอาหารการ์เด้น คาเฟ่ โรงแรมรอยัลซิตี้ ชวนมาคลายร้อนกับ ชุดข้าวแช่พิเศษมื้อค่ำ ชุดละ 220 บาท++ พร้อมน้ำสมุนไพรฟรี 1 แก้ว หรือเลือกอิ่มอร่อยกับอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันมี “ซุ้มข้าวแช่” พร้อม “ซุ้มก๋วยเตี๋ยว” “ซุ้มอาหารญี่ปุ่น” ราคาท่านละ 250 บาท++ พิเศษมา 4 ท่านฟรี 1 ท่าน โทร. 0-2435-8888 ต่อ 3902

ห้องอาหารไทยเรือนน้ำ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ชวนมาหลบลมร้อนลิ้มรส “ข้าวแช่” อาหารจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยแต่โบราณ ที่ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี จัดเตรียมไว้ครบสูตร หอมจรุงใจ ใสเย็นด้วยกลิ่นหอมๆ ของน้ำดอกไม้ พร้อมผักสดเครื่องเคียง ตลอดเดือนเม.ย.นี้ โทร. 0-2561-0222 ต่อ 10314

ห้องอาหารเดอะ คาเฟ่ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ เชิญคุณคลายร้อนด้วยความสดชื่นเย็นฉ่ำจาก “ข้าวแช่” ตำรับไทยโบราณ ข้าวเมล็ดสวยพร้อมน้ำลอยดอกมะลิหอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงครบชุด ลิ้มลองรสชาติได้ตลอดเดือนเม.ย.นี้ โทร. 0-2292-2999 ต่อ 3210

ห้องอาหารเรดิสัน ค็อฟฟี่ช็อฟ โรงแรมเรดิสัน กรุงเทพฯ ชวนมาพบกับ “ข้าวแช่ชาววัง” ที่หอมกรุ่นจากดอกมะลิ พร้อมเครื่องเคียงที่เน้นทั้งคุณภาพและรสชาติ เช่น กะปิทอด พริกหยวกสอดไส้ เนื้อเค็มผัด หัวผักกาดเค็ม ปลาแห้งผัด ทานกับผักสดต่างๆได้รสชาติที่กลมกลืน โทร. 0-2641-4777 ต่อ 1251

แอม คาเฟ่ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ เชิญมาสดชื่นคลายร้อนอร่อยตำรับไทยโบราณ ด้วย“ข้าวแช่ชาววัง” เสิร์ฟเย็นๆ พร้อมหลากเครื่องเคียงเลิศรส ลูกกะปิชุบไข่ทอด พริกหยวกสอดไส้หมูสับ ไชโป้วฝอยผัดไข่ เนื้อหรือหมูฝอยหวานเค็ม ฯลฯ ใน “บุฟเฟ่ห์นานาชาติ” มื้อกลางวัน ท่านละ 289 บาท++ ตั้งแต่วันนี้-30 เม.ย.นี้ โทร. 0-2254-0444 ต่อ 1581-2

ห้องอาหารโอเรียนท์ เอ็กซเพรส ค็อฟฟี่ช็อป โรงแรมฟอร์จูน ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ด้วยเมนูดับลมร้อน “ข้าวแช่ชาววัง” สูตรต้นตำรับชาววังแท้และดั้งเดิม หอมกรุ่นกลิ่นน้ำมะลิอบควันเทียนหอมกับข้าวเม็ดสวย และเครื่องเคียงที่ครบรส พร้อมเสิร์ฟทุกมื้อกลางวัน ตลอดเดือนเม.ย.และพ.ค.นี้ โทร. 0-2641-1500 ต่อ 1228

ห้องอาหาร ค็อฟฟี่ช็อป (ชั้น 10) โรงแรมแกรนด์ ไชน่า ปริ๊นเซส (สี่แยกราชวงศ์-เยาวราช) ชวนมาอร่อยกับ “ข้าวแช่ชาววัง”หอมดอกมะลิชื่นใจ-คลายร้อนคู่ กับเครื่องเคียงรสกลมกล่อมแบบไทยๆ อาทิ ไชโป๊วหวาน พริกหวานสอดไส้ห่อแห หมูหวานฝอย หัวหอมสอดไส้ กะปิทอด ผักสด ท่านละ 250 บาท++ เด็ก 150 บาท++ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30 น. – 14.30 น. ตลอดเดือนเม.ย.นี้ โทร.0-2224-9977 ต่อ 334, 303

เปรมประชากร ค็อฟฟี่ชอป โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เชิญท่านและครอบครัวร่วมฉลองเทศกาลแห่งความอบอุ่น และชุ่มฉ่ำ รับขวัญวันสงกรานต์ กับบุฟเฟ่ต์อาหารไทย 4 ภาค มื้อกลางวัน พบเมนูแสนอร่อยหลากหลาย อาทิ ข้าวแช่ทรงเครื่องชาววัง ข้าวยำปักษ์ใต้ ข้าวซอยล้านนา ฯลฯ พิเศษวันที่ 13-17 เม.ย. ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และเด็กต่ำกว่า 6 ขวบ ทานฟรี ไม่มีข้อจำกัด โทร. 0-2575-5599 ต่อ 1411

ห้องอาหารนานาชาติ ร่มไม้ คาเฟ่ โรงแรม โนโวเทล บางนา กรุงเทพฯ เชิญคุณมาสัมผัสกับข้าวแช่ดั้งเดิม พร้อมทั้งกับข้าวคาวหวานและเครื่องเคียงอื่นๆ ในบุฟเฟ่ห์นานาชาติ มื้อกลางวัน 375 บาท++ มื้อค่ำ 415 บาท++ คืนวันศุกร์บวก บาร์-บี-คิว และ พาสต้า 475 บาท++ และ ซันเดย์ บรันช์ 395 บาท/ท่าน เด็กครึ่งราคา ตั้งแต่วันนี้-20 เม.ย. นี้ โทร. 0-2366-0505 ต่อ 1431-1432

ห้องอาหารเรือนต้น โรงแรมมณเฑียร ถ.สุรวงศ์ เชิญคุณและครอบครัวมาร่วมคลายร้อนกับเมนู “ข้าวแช่” ที่หอมกรุ่นด้วยดอกมะลิ พร้อมเครื่องเคียงครบตามแบบฉบับชาววัง หรือจะเลือกลิ้มลองบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวปลาต้มยำ ขนมจีนชาวเหนือ ฯลฯ โทร. 0-2233-7060 ต่อ 5102-3

ห้องอาหารนานาชาติมาริโอ โรงแรม เดอะ แกรนด์ กรุงเทพ ขอเชิญหลบไอร้อน มาคลายร้อนกับอาหารคลายร้อนชุดพิเศษ “ข้าวแช่ชาววัง” ให้เลือกอิ่มอร่อยในสไตล์บุฟเฟ่ต์ ควบคู่ไปกับอาหารนานาชาติแม็กซิกันแท้ๆ แบบบุฟเฟ่ต์ ในราคา 290 บาท++ เปิดทุกวันเวลา 18.00-04.00 น.โทร. 0-2274-1515 ต่อ 1212

สำหรับ“ข้าวแช่”นั้น ผู้ที่ไม่ทราบหรือไม่เคยกินมาก่อน แล้วอยากจะลองลิ้มรสชาติ ขอแนะนำว่าอย่าตักกับข้าวใส่ลงไปในชามข้าวแช่ เพราะจะทำให้ไขมันจากกับข้าวลอยเป็นฝ้าบนผิวน้ำ ทำให้น้ำอบขุ่นหมองไม่น่าดู ไม่ชวนหม่ำ ควรตักกับข้าวเป็นคำเสียก่อนแล้วจึงตักข้าวพร้อมกับน้ำรับประทานตามหลัง