ด้วยเหตุนี้ จึงขอส่งท้ายปีกระต่าย ต้อนรับปีมังกรทอง ด้วยการรวบรวม 6 ร้านเบเกอรี่รสอร่อยถูกใจ มาให้เลือกชมเลือกชิมกันตามอัธยาศัย ซึ่งจะมีร้านใดบ้างนั้นเชิญทัศนากันได้เลย | ||||
นอกจากจะขายเบเกอรี่แล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูอาหารตามสั่งให้เลือกลองชิมกันด้วย ไม่ว่าจะเป็น สลัดปลาแซลมอนรมควัน ที่ใช้ผักสลัดปลอดสาร ส่วนทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่น้ำสลักซีฟู้ดรสชาติจัดจ้าน หรือจะลองชิม สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล ทีโบนสเต็ก รวม ถึงอีกหลากหลายเมนูชวนกินก็ย่อมได้ ร้านตั้งอยู่ระหว่าง ซ.อินทามระ 33-35 ห่างจากแยกสุทธิสารประมาณ 150 เมตร เปิดทุกวัน (หยุดเดือนละ 2 พุธ) เวลา 10.00-22.00 น. อาหารตามสั่งบริการเฉพาะเวลา 11.00-14.00 น. และ 17.30-22.00 น. โทร. 08-3257-0007, 08-1900-6992 | ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
ทั้งหมดนี้คือ 6 ร้านเบเกอรี่แสนอร่อย ที่หอมละมุนจากเตา ส่งความอร่อยให้ทุกคนได้ไปลิ้มลองในช่วงปีใหม่นี้ |
หอมกรุ่นจากเตา กับ 6 ร้านเบเกอรี่แสนอร่อย
อิ่มสุขสันต์ที่ “บ้านใจรัก”
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
แต่หากใครคิดว่าเมนูเหล่านี้ที่แนะนำมาอาจจะยังไม่อิ่มท้องพอ ก็ยังมีเมนูรสเด็ดอื่นๆ ที่น่ากินอีก อาทิ แกงมัสมั่นเนื้อ (150 บาท ไก่ 120 บาท) ปลาหมึกผัดไข่เค็ม (150 บาท) ปลาช่อนใจรัก (250 บาท) ปลาหิมะนึ่งซีอิ้ว (ราคา ตามน้ำหนัก ประมาณ 600 บาท/ชิ้น) และอีกสารพัดเมนูอาหารเลิศรสที่ชวนให้สั่งมาลองลิ้ม พร้อมกับฟังบทเพลงไพเราะจากการเล่นเปียโนสดของนักดนตรีได้ในทุกวันศุกร์และ เสาร์ เวลา 19.00-22.00 น. เรียกว่าหากมิตรรักนักกินอยากจะหาร้านอาหารนั่งสบายๆ พร้อมกับได้อิ่มเอมกับอาหารจานเด็ดที่ถูกปาก “บ้านใจรัก” เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลย * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * “บ้านใจรัก” ตั้งอยู่ที่ 136/28 หมู่ 17 ถ.กาญจนาภิเษก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. การเดินทางขับรถมุ่งหน้าไปทางถ.บรมราชชนนี ถึงแยกต่างระดับฉิมพลี ให้ขึ้นสะพานเลี้ยวเข้าถกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าไปบางใหญ่ พอลงสะพานมาแล้วให้ชิดซ้ายไว้ สังเกตจะเห็นป้ายร้านบ้านใจรักอยู่ริมถนน ร้านตั้งอยู่ด้านในมาร์เก็ต สแควร์ จอดรถได้ภายในมาร์เก็ต สแควร์ เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. ถ้ามากินศุกร์-อาทิตย์ ช่วงเย็น แนะนำให้โทร.มาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-2885-0772 |
อร่อยบวกฮา “เบนิฮานา”เทปันยากิ
เสียงหัวเราะดังอย่างครื้นเครงของ “ตระเวนกิน” และผอง เพื่อนร่วมก๊วนกิน กำลังสนุกสนานกับการกินอย่างเพลิดเพลิน เพราะในมื้อนี้เราได้ชวนกันมาอิ่มหนำอย่างสำราญกับอาหารญี่ปุ่นสไตล์เทปันยา กิ กันที่ห้องอาหารเบนิฮานา อนันตรา กรุงเทพฯ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ซึ่งที่นี่มีทั้งอาหารอร่อย และความฮาต้อนรับลูกค้าทุกคนที่มากิน | ||||
ห้องอาหารเบนิฮานาตกแต่งแบบญี่ปุ่นสวยงามทันสมัย เน้นโทนสีดำแดงแฝงไว้ด้วยความอบอุ่นชวนนั่งสบายๆ ภายในห้องมีเคาน์เตอร์หินแกรนิตขนาดใหญ่ 2 ตัว เป็นเคาน์เตอร์บาร์บริการเครื่องดื่มแบบครบครัน และเคาน์เตอร์ซูชิบาร์ ที่เชฟจะทำซูชิและซาชิมิสดใหม่พร้อมเสิร์ฟต่อหน้า หรือจะเลือกไปนั่งมุมโต๊ะนั่งกินซูชิที่มองเห็นสวนสไตล์ญี่ปุ่น และใจกลางห้องมีชุดกิโมโนขนาดใหญ่และชั้นวางสาเก ที่มีสาเกนานาชนิดจากญี่ปุ่นให้เลือกดื่มตามใจชอบ และมีโต๊ะเทปันยากิแบบส่วนตัวที่มาพร้อมเครื่องดูดควันสีทองเหลือง | ||||
ในมื้อนี้เราก็ได้เลือกสั่งมาทั้งเมนูเทปันยากิ ซูชิและซาซิมิมากินกันแบบเต็มที่ เอาล่ะได้เวลามาอิ่มหนำกับเทปันยากิของที่นี่กันแล้ว พวกเราเข้านั่งประจำที่โต๊ะเทปันยากิ เชฟก็จะเข็นรถอุปกรณ์มาเข้าที่ ซึ่งในมื้อนี้เราได้เชฟอารมณ์ดี มากด้วยลีลาเด็ด นามว่าณัฐวัชร์ จันทะวงศรี หรือมีฉายาเก๋ๆ ว่าเชฟอาจารย์กู้ มาปรุงอาหารให้ถึงโต๊ะกันเลย | ||||
| ||||
เชฟอาจารย์กู้โชว์การปรุงทำปลาแซลมอนด้วยลีลาอันน่าตื่นเต้น คล่องแคล่วในการใช้อุปกรณ์ทำครัวและภาชนะต่าง ๆ มีการโยนอุปกรณ์ต่างๆ ใส่กระเป๋าเสื้อ ใส่หมวกที่อยู่บนหัวเรียกเสียงปรบมือในความแม่นยำ และขณะปรุงก็โยนกระปุกเกลือ พริกไทย แบบสนุกสนาน แถมยังให้เราได้ลองความแม่นด้วยการโยนใส่หมวกกของเชฟเอง และส่งมุขขำๆ ให้ได้หัวเราะกันอย่างครื้นเครง พอปรุงปลาแซลมอนเสร็จก็ตักเสิร์ฟลงจานที่อยู่ตรงหน้าเรา ชิมแล้วสัมผัสได้ถึงความนุ่มของเนื้อปลาที่สดหวานอยู่ในตัว และมีซอสเทอริยากิหอมหวาน และน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของเบนิฮานาให้เลือกจิ้มกินอยู่ 3 แบบ มีซอสขิง ซอสครีมมัสตาร์ด ซอสเผ็ด | ||||
พอปรุงเนื้อและตับห่านเสร็จเชฟก็เสิร์ฟใส่จาน ลิ้มรสเนื้อสันในเคี้ยวนุ่มหนึบหนับปากมาก กินคู่กับซอสเห็ดทรัฟเฟิลรสดีเช้ากันจริงๆ ส่วนตับห่านด้านนอกกรอบนิดๆ เนื้อในหวานนุ่มมากกินคู่กับซอสสาหร่ายหวานหอมเข้ากัน หน่อไม้ฝรั่งขาวก็หวานกรอบ | ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * “เบนิฮานา” (Benihana) ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อนันตรา กรุงเทพฯ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ถ.เจริญนคร กทม. การเดินทางสามารถเดินทางจากสะพานตากสินข้ามมายังฝั่งธนบุรี เมื่อลงสะพานแล้วให้เลี้ยวซ้ายแล้ววิ่งตรงไปจนเจอสามแยก ให้เลี้ยวขวา ตรงไปตาม ถ.เจริญนคร จนถึงเจริญนคร 59 สังเกตุขวามือจะเห็นสถานีตำรวจบุคคโล และจะเห็นโรงแรมฯอยู่ทางซ้ายมือ หรือหากเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS หรือเรือด่วนเจ้าพระยา ให้ลงที่สะพานตากสิน แล้วใช้บริการเรือรับส่งของทางโรงแรมฯ เปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวัน 11.30 - 14.30 น. มื้อค่ำ 18.00 - 22.30 น. ถ้ามากินศุกร์-อาทิตย์ ควรโทร.มาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-2476-0022 ต่อ 1416 |
ข้าวหมาก ขนมหวานไทยโบราณกินดีมีประโยชน์
รู้จัก “โปรไบโอติก” แบบไทย
เมื่อ เอ่ยถึง ข้าวหมาก จะว่าไปแล้วตั้งแต่เหนือจรดใต้ ในงานสำคัญ งานมงคลต่างๆ ต้องมีสิ่งนี้อยู่แทบจะทุกวาระสำคัญ แต่กับเด็กยุคปัจจุบันคงส่ายหน้าหากถามถึง และเพื่อความกระจ่างในข้อมูลที่น่าทึ่งเกี่ยวกับข้าวหมากนั้น
ภญ.ดร.สุ ภาภรณ์ ปิติพร กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทย มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ข้อมูลว่า ข้าวของไทยสามารถนำมาทำประโยชน์ได้หลายอย่าง ซึ่งข้าวหมากก็เป็นภูมิปัญญาไทยในการแปรสภาพข้าวให้มีรสหวาน นำมาเป็นเครื่องปรุงรสกับอาหารหลายประเภท และด้วยความหลากหลายของสรรพคุณทำให้ในปัจจุบันมีการค้นพบ “โปรไบโอติก (Probiotics)” ในข้าวหมากขึ้น โดยมีลักษณะเป็นอาหารเสริมซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต สามารถก่อประโยชน์ต่อร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่มันอาศัยอยู่ โดย
การปรับกลไกจุลินทรีย์ในร่างกายให้มีความสมดุล
ทำให้ร่างกายสามารถสร้างเชื้อธรรมชาติในกระเพาะและลำไส้ที่ช่วยให้การย่อยดีขึ้น
สร้างวิตามินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นตัวต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันต่างๆแก่ร่างกาย
ทั้งยังช่วยป้องกันมะเร็งอีกด้วย
ปัจจุบัน มีการนำโปรไบโอติกบรรจุแคปซูลขายเพื่อส่งเสริมแก่ผู้รักสุขภาพ แต่ก็ต้องแลกด้วยราคาที่แพงไม่ใช่เล่น ซึ่งความเป็นจริงแล้วบ้านเราเองได้รับสารโปรไบโอติกมาอย่างช้านานจากข้าว หมากนั่นเอง ซึ่งคนโบราณอาจมีการนำแป้งข้าวหมากใส่เติมลงไปในยา หรือเป็นเครื่องปรุงในอาหารหลากหลายประเภท ดังนั้นคนไทยจึงมีการกินโปรไบโอติกมาตั้งแต่อดีต ซึ่งในต่างประเทศก็เช่นกัน อย่าง ญี่ปุ่น ก็จะอยู่ในรูปของถั่วเน่า หรือ นัตโตะ, เกาหลีก็อยู่ในกิมจิ หรือแม้กระทั่งอินเดียก็มีโยเกิร์ต โดยทั้งหมดที่ว่ามานี้ก็คือโปรไบโอติกที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ”
เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี
ภญ.ดร.สุ ภาภรณ์ อธิบายต่อว่า ในอดีตเชื่อว่า ข้าวหมากจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการการเจริญเติบโตในเด็กให้ดีขึ้น จึงต้องกินตอนเช้าเพื่อเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายอบอุ่น และกระตุ้นให้แบคทีเรียภายในร่างกายทำงาน โดยเฉพาะในเด็กที่ไม่แข็งแรง เหงื่อออกง่าย อ่อนเพลีย ตัวสั่น ก็มักจะให้กินข้าวหมาก และในผู้ใหญ่ที่เป็นไข้ ไม่มีแรง ผอมแห้ง หมอยาพื้นบ้านก็จะแนะนำให้คนไข้กินข้าวหมากกับน้ำต้มเคี่ยวของแก่นขี้เหล็ก ซึ่งหากมองในปัจจุบันก็จะพบว่าสิ่งเหล่านี้แทบจะไม่ถูกพูดถึง เนื่องจากแป้งข้าวหมากหายาก คนที่จะทำแป้งข้าวหมากก็ไม่มี
สำหรับ วิธีการทำแป้งข้าวหมากนั้นอาจมีขั้นตอนที่ยุ่งยากแต่ก็สามารถทำได้ภายในครอบ ครัวโดยการ นำข้าวเจ้าไปแช่น้ำและตำให้ละเอียด แล้วนำมาคลุกกับเชื้อยีสต์ จากนั้นนำสมุนไพรที่มีทั้ง ข่า, ขิง, ชะเอม, อบเชย และ ดีปลี บดให้ละเอียดนำมาคลุกกับข้าวที่เตรียมไว้ จากนั้นบ่มทิ้งไว้ 2 วัน ขณะเดียวกันก็นำข้าวเหนียวมานึ่งแล้วมาล้างน้ำให้สะอาด นำแป้งผสมหัวเชื้อที่บ่มไว้คลุกลงในข้าวเหนียวที่นึ่งปิดฝาทิ้งไว้ระยะหนึ่ง เชื้อยีสต์ก็จะเจริญเติบโตในข้าวเหนียวที่นำไปคลุก และจะได้มาเป็นข้าวหมากในที่สุด
“ตอน นี้อาหารการกินได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง อาหารที่ได้มาจากธรรมชาติหมดไป แทนที่ด้วยอาหารสำเร็จรูปที่อุดมไปด้วยสารเร่งต่างๆ ซึ่งเด็ก เยาวชนเองก็เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของอาหารเหล่านี้ ที่ทำให้พวกเขาต้องกินข้าว และให้เวลากับการดูแลสุขภาพน้อยลง อีกทั้งการที่เด็กได้รับแต่ของหวานจากอาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยวทั้งหลายเป็นประจำ จะส่งผลให้มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวขึ้น ซึ่งยืนยันได้จากผลการวิจัยในต่างประเทศที่พบข้อมูลที่สำคัญนี้ ดังนั้น ทุกคนควรหันกลับมากินข้าวให้มากขึ้น เพราะข้าวนั้นยังมีสาร GABA ที่ทำให้เกิดการผ่อนคลาย นอนหลับ ป้องกันอัลไซเมอร์ และยังช่วยกระชับริ้วรอยต่างๆ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เราจะได้รับเมื่อเราหันมากินข้าวไทย”
http://kawmakpaphada.blogspot.com/
ขนมจีนน้ำยากะทิสด+ไข่ต้ม
ส่วนผสมเครื่องแกง
พริกแห้งเม็ดเล็กแกะเม็ดแช่น้ำ 20 เม็ด
พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเม็ดแช่น้ำ 10 เม็ด
กระเทียม 1/4 ถ้วยตวง
หอมแดงซอย 1/4 ถ้วยตวง
ตะไคร้ซอย 1/4 ถ้วยตวง
กระชายหั่น 1/4 ถ้วยตวง
ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
กะปิ 1/2 ช้อนชา
ส่วนผสม
เส้นขนมจีน 1 1/2 กิโลกรัม
ปลาน้ำดอกไม้ 600 กรัม
มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม
น้ำ 3 1/2 ถ้วยตวง
ตะไคร้หั่นท่อนขนาด 2 นิ้ว 5 ชิ้น
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ใบมะกรูดฉีก 1/2 ถ้วยตวง
ผักสด ผักลวก หรือ ผักดอง ไข่ต้ม
วิธีทำ
1. ล้างปลาและควักไส้และเหงือกออก พักไว้
2. คั้นมะพร้าวด้วยน้ำอุ่น 2 ถ้วย คั้นให้ได้หัวกะทิ 3 ถ้วย ใส่น้ำอุ่นอีก ½ ถ้วยคั้นให้ได้หาง 1 ถ้วยตวง จากนั้นเติมน้ำพร้อมกับใส่ตะไคร้ในในหม้อไฟปานกลางจนเดือดจัดใส่ปลาลงต้มนาน 15 นาที หรือจนมีกลิ่นหอมสังเกตุดูว่าเนื้อปลาล่อน ตักใส่จานเมื่ออุ่นแกะลงในโถปั่น ตามด้วยหัวกะทิ 1 ถ้วย ปั่นจนเนื้อละเอียด พักไว้
3. ทำน้ำยาโดยการปั่นเครื่องแกงทั้งหมด ตามด้วยทางกะทิปั่นด้วยกันให้ละเอียด เทลงใส่หม้อใส่หัวกะทิที่เหลือตามด้วยเนื้อปลา คนให้เข้ากันตั้งไฟปานกลาง เมื่อร้อนปรุงรสตามความชอบปิดไฟใส่ใบมะกรูด จัดขนมจีนใส่จานตักน้ำยากะทิสดราด เสิร์ฟพร้อมตะกร้าผักเหนาะ ไข่ต้ม แซ่บแท้
Subscribe to:
Posts (Atom)