สูตรหอยทอดอร่อยๆ


เนื้อหอยแมลงภู่      500   กรัม
แป้งทอดกรอบ      2   ซอง
ไข่ไก่         2   ฟอง
น้ำ         2   ถ้วยตวง
ขนมปังป่น         2   ถ้วยตวง
ถั่วงอกเด็ดราก      200   กรัม
แครอทหั่นเป็นเส้น      100   กรัม
ต้นหอมหั่นฝอย      1   ต้น
ผักชีฝรั่งหั่นฝอย      1   ต้น
ผักชีหั่นฝอย           
ซีอิ๊วขาวมากน้อยตามชอบ           
น้ำตาลทรายมากน้อยตามชอบ           
ผงปรุงรสไก่มากน้อยตามชอบ           
กระเทียมหั่นละเอียด      2   ช้อนโต๊ะ
น้ำมันถั่วเหลืองสำหรับทอด   1   ขวด
พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้า           
                 
สิ่งที่ต้องเตรียม                 
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นหยาบ      10   เม็ด     
ซอสมะเขือเทศ      1/2   ถ้วยตวง     
ซอสพริก         1   ถ้วยตวง     
กระเทียมหั่นหยาบ      2   ช้อนโต๊ะ     
รากผักชีหั่นหยาบ      1   ช้อนโต๊ะ     
น้ำตาลทราย      1/2   ถ้วยตวง     
เกลือป่น         1   ช้อนชา     
น้ำส้มสายชู         1/2   ถ้วยตวง     
ผักชีหั่นฝอย      2   ช้อนโต๊ะ     

วิธีทำ                 
-
ผสมแป้งทอดกรอบ กับไข่ไก่และน้ำเข้าด้วยกัน                 
-
จุ่มเนื้อหอยแมลงภู่ลงในแป้งทอดกรอบ ตักขึ้นคลุกลงในขนมปังป่น                 
-
ทอดหอยแมลงภู่ ในน้ำมันถั่วเหลือง ใช้ไฟปานกลางจนสุกเหลือง จึงตักขึ้น                 
-
เจียวกระเทียมกับน้ำมันถั่วเหลืองจนหอม ใส่ถั่วงอก แครอท ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ผงปรุงรสไก่ และน้ำตาลทราย ผัดใช้ไฟแรงใส่หอยทอดที่ทอดเตรียมไว้ลงเคล้าผสมจนเข้ากันดี จึงตักขึ้น
-
โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชีและพริกไทยป่น รับประทานกับน้ำจิ้ม

วิธีทำ (น้ำจิ้ม)
-
โขลกพริกชี้ฟ้าแดง กับกระเทียม และรากผักชี เข้าด้วยกัน
-
ผสมน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน ตั้งไฟจนเดือดทั่วดี เติมซอสพริก ซอสมะเขือเทศและเครื่องที่โขลกเตรียมไว้ คนผสมจนเข้ากันดี จึงยกลง
-
ใช้รับประทานคู่กับหอยทอด

พระรามลงสรง


เครื่องปรุง                   
-
อกไก่           500 กรัม
-
ผักบุ้งจีนอ่อน ๆ           1 กิโลกรัม
-
มะพร้าวขูด           400 กรัม
-
ถั่วลิสงคั่วป่น           1/3 ถ้วย
-
มะขามเปียก           3 ช้อนโต๊ะ
-
น้ำตาลมะพร้าว           2 ช้อนโต๊ะ
-
น้ำปลา           2 ช้อนโต๊ะ
 
                 

เครื่องปรุงน้ำพริกแกง     
-
พริกแห้งแกะเม็ดแช่น้ำ  3 เม็ด
-
กระเทียมซอย           1 ช้อนโต๊ะ
-
หอมแดงซอย           1 1/2 ช้อนโต๊ะ
-
รากผักชีหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
-
ตะไคร้ซอย           1 ช้อนโต๊ะ
-
ข่าหั่นละเอียด           1 ช้อนชา
-
ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1/4 ช้อนชา
-
เกลือป่น 1 ช้อนชา

***
โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด                 
                 
วิธีทำ                  
1
คั้นมะพร้าวใส่น้ำ 1 1/2 ถ้วย คั้นให้ได้กะทิ 2 1/4 ถ้วย ช้อนหัวกะทิไว้ 1 ถ้วย
2
ใส่หัวกะทิในกระทะตั้งไฟ พอแตกมันใส่เครื่องแกง ผัดให้หอม เติมกะทิที่เหลือ
3
ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ผัดพอแตกมันใส่ถั่วลิสงคั่วลงไปคนให้เข้าพอทั่ว ยกลง
4
ล้างไก่ให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ
5
นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟพอเดือด ลวกไก่ให้พอสุก
6
ล้างผักบุ้ง ลวกผักบุ้งในน้ำเดือด แล้วแช่น้ำเย็นทันที เอาขึ้นจากน้ำ ใช้กรรไกรตัดเป็นท่อนสั้น ๆ ใส่จาน วางไก่ลวกบนผักบุ้ง ตักน้ำที่ผัดราด เสิร์ฟทันที 

ปล. จะลวกเส้นสปาเก็ตตี้เพิ่ม พร้อมกับตัวอาหารก้ออร่อยอย่างบอกใครค่ะ

ไก่ตุ๋นยาจีน


สูตร+วิธีทำ
เอาไก่แก่ (หรือนกพิราบก็ได้ เวลาคนที่นอนไม่หลับให้ลองทำนกพิราบตุ๋นทานจะหลับสบายเลยจ้า ลองทานมาหลายครั้งแล้วได้ผลนะจ๊ะ)
เอาไก่มาแล่เอาแต่เนื้อออกมา

1
อั้งจ้อ (ห่งโจ๋)  รสหวานสรรพคุณเย็นสรรพคุณระบบย่อยดีขึ้นช่วยให้อยากอาหาร แก้ท้องเสีย บำรุงเลือด

2
เก๋ากี้ รสหวาน สรรพคุณ ลาง(ไม่ร้อนไม่เย็น)บำรุงสายตาแก้อาการปวดเอว ปวดเข่า รักษาเบาหวาน

3
ลำใยแห้ง (โร่งหงาน) รสหวาน สรรพคุณร้อน

4
ตังเซียมรสหวาน สรรพคุณกลางช่วยให้ระบบย่อยดีขึ้น เหมาะกับคนที่อ่อนเพลียไม่มีแรง ไม่อยากอาหาร (เรียกพลังกลับมา)

5
ปักเข่ บำรุงพลัง

6
แปะเจียก(ว่ายซ่าน )รสขม แก้ประจำเดือนผิดปกติ เหงื่อออกมาก

7
ลำใยแห้งดำ(ฮักโร่งหงาน) คือสรรพคุณจะดีกว่าลำใยสีน้ำตาล

ทั้งหมดนี้เอามาตุ๋นกับเนื้อไก่

เริ่มแรก ต้มน้ำให้เดือด ใส่เนื้อไก่ลงไปต้มสัก5นาทีเทน้ำออกทิ้ง ใส่น้ำลงในหม้อตุ๋นให้เดือด แล้วถึงใส่เนื้อไก่ลงไป และยาจีนลงไป
แล้ว ปิดฝา หรี่ไฟโอโตเมติกตุ๋นอย่างน้อยๆ2ถึง3ชม.ขึ้นไป แต่ถ้าใช้ หม้อธรรดา ก็ ใส่ ขารองลงไปในหม้อแล้ววางโถที่จะตุ๋นใส่น้ำที่เดือดลงไปแล้วไก่+ยาจีนใส่ตามลง ไปแล้วปิดโถตุ๋น แล้วปิดฝาหม้ออีก หรือหม้อดินก็ได้คะ แต่จะต้องตุ๋นประมาณ 3 ชม.คะ
สำหรับคนที่เพิ่งคลอดบุตร ให้ใช้ไก่ดำล้วนๆตุ๋นคะ

ทำแหนมหมู หรือเนี้อ

ส่วนผสม
เนื้อ หรือ หมู                     5        กิโลกรัม
เกลือป่น                          200    กรัม
กระเทียมบดหรือตำ         200     กรัม
ข้าวเหนียวนึ่งสุก             200     กรัม
ผงชูรส                            20     กรัม

วิธีทำ
1.
นำ เนื้อ (หมูหรือวัวตามชอบ) ไปสับ ๆ หรือบด นำกระเทียมและข้าวนึ่งสุก ถ้าไม่มีข้าวเหนียวนึ่งใช้ข้าวสวยก็ได้ ใส่ลงไปในเนื้อ คลุกเคล้าให้เข้ากันและนวดจนเนื้อสามารถปั้นเป็นก้อนได้
2..
ใส่พริกขี้ หนูสดตามชอบ นำไปบรรจุใส่ไหหรือกระปุกปิดผาให้สนิท หรือนำไปใส่ถุงมัดปากถุงให้แน่น หรือห่อด้วยใบตองกล้วยมัดให้แน่นตามชอบ ประมาณ 3-5 วัน (แล้วแต่สภาพอากาศ ถ้าอากาศร้อนจะเปรี้ยวเร็ว อากาศหนาวจะเปรี้ยวช้า) เนื้อจะเกิดอาการเปรี้ยวแล้วนำเข้าเก็บในตู้เย็นเพื่อไว้รับปะทานหรือนำไป ทอดก่อนรับประทาน
-
ในการทำแหนมหมูนำหนังหมูต้มจนสุกแล้วหั่นเป็นเส้น ๆ ใส่ผสมด้วยก็ได้
-
ในขั้นตอนการทำควรล้างภาชนะและมือให้สะอาด และไม่ให้แมลงวันตอม
อาหารยอดฮิตอย่างหมูสับกระเพราไข่ดาว
 ที่เราๆ ท่านๆ สั่งทานกันเวลาที่นึกอะไรไม่ออกนั้น บางร้าน บางราย ก็ทำได้ไม่ถึงรสชาติกระเพรา จึงขอนำเสนอ สูตรหมูสับผัดกระเพรารสเด็ด จาก อ.ยิ่งศักดิ์ มาฝากกัน
ส่วนผสม
1.         น้ำมันพืชสำหรับผัด 50 cc.
2.         กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
3.         พริกขี้หนูสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
4.         พริกขึ้หนูบุบ 20 กรัม
5.         เนื้อหมูสับ 200 กรัม
6.         ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
7.         ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
8.         น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
9.         น้ำซุปไก่ 2 ช้อนโต๊ะ
10.       ใบกระเพราเด็ดเป็นใบ 10 กรัม
11.       ข้าวสวยกด
12.       ไข่เป็ดดาวจนสุก 1 ฟอง
วิธีทำ
1.       ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่กระเทียมกับพริกขึ้หนูผัดจนมีกลิ่นหอม
2.       ใส่เนื้อหมูลงผัดจนสุกเหลือง พริกขี้หนูบุบ ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย และน้ำซุปไก่
3.       ผัดจนเข้ากัน ใส่ใบกระเพรา ผัดจนกระทั่งสุก ตักราดบนข้าวสวย รับประทานคู่กับไข่ดาว

ข้าวขาหมูสูตรต้นตำรับ
เครื่องปรุง
 
ขาหมู ขา
 
ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
 
ซอสหวาน ตราเด็กคู่  1 ทัพพี
 
ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม  2  ทัพพี
 
ซอสภูเขาทอง  1  ทัพพี
 
กระเทียมกลีบเล็ก  1  ช้อนโต๊ะ
 
น้ำมันหอย  1  ทัพพี 
 
รากผักชี  5  ต้น วิธีทำ
 
พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ               

วิธีทำ
 
นำเครื่องปรุงทั้งหมดใส่หม้อตุ๋น และนำขาหมูลงไปเติมน้ำประมาณ 1 ลิตร (กรณีไม่มีหม้อตุ๋นต้มในหม้อปกติได้เลย) ปิดฝาให้แน่น เปิดไฟแรง จะใช้เวลาตุ๋นขั้นตอนนี้ ประมาณ 45 นาที (ถ้าต้มในหม้อปกติประมาณ 1 ชั่วโมง) เมื่อตุ๋นเสร็จ นำไปต้มในหม้อปกติ ใช้ไฟกลาง ๆ ค่อนข้องอ่อน และเติมน้ำไปอีก 1 ลิตร เคล็บลับใน ขั้นตอนนี้ คือ เติมน้ำที่แช่เห็ดหอมลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความหอมยิ่งขึ้น และใช้เวลาต้มต่อประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นอันใช้ได้ เมื่อต้มครบตามกำหนดเวลา ประมาณ 2 ชั่วโมง ควรแยกขาหมูกับน้ำขาหมูที่ต้มออกจากกัน คือ นำขาหมูไปวางไว้บนตะแกรงที่เป็นกะละมังพร้อมขาย ส่วนน้ำต้มขาหมูนำมาปรุงใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยเพิ่มน้ำลงไปพอประมาณ พร้อมเครื่องปรุงรส เสร็จแล้วชิมตามชอบใจ เหตุที่ต้องเพิ่มน้ำและเครื่องปรุงลงไป เพราะจากประสบการณ์น้ำขาหมูจะต้องอุ่นให้ร้อนอยู่ตลอดเวลา จะแห้งเหือดไปเรื่อย ๆ (กรณี 2 ขา อาจจะไม่ต้องเพิ่มน้ำ) แต่จากที่ทำขายต้องทำทีละหลาย ๆ ขา จึงต้องเพิ่มน้ำกะให้พอดีกับขาหมูที่จะขาย)
   
ขาหมูที่ขายจะนำลงมาต้มอยู่ในกะละมังพร้อมขายทีละขา (ส่วนที่ยังไม่ขายวางโชว์บนตะแกรง) เพราะถ้านำมาลงในน้ำขาหมูทั้งหมดจะเปื่อยยุ่ย ไม่น่ารับประทาน ใครอยากทำข้าวขาหมูสูตรนี้ ขอให้ทดลองทำสัก 2-3 ครั้ง ประสบการณ์จะสอนท่านเอง และเชื่อว่าจะทำขายได้ไม่ยากค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ             

น้ำจิ้ม
น้ำตาลปีบ 1 ทัพพี
น้ำตาลทรายแดง 1 ทัพพี
เห็ดหอม 6 ดอก
 
น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
 
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
 
ผงโอวัลติน หรือไมโล 1 ช้อนโต๊ะ
 
โป๊ยกั๊ก 5 ดอก
 
ไม้หอม (อบเชย) 5 ชิ้น
เครื่องปรุงน้ำส้มพริกดอง
พริกเหลืองตำละเอียด 10 เม็ด
น้ำส้มสายชูกลั่น 5 % 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 2 ช้อนชา
กระเทียมตำละเอียด 10 กลีบ
ผงชูรส 1/2 ช้อนชา
หมักทุกอย่าง
รวมกัน 1-2 วันก็นำมาใช้ได้ 

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World