สารพันคุณค่าจากน้ำผึ้ง

สารพันคุณค่าจากน้ำผึ้ง


น้ำผึ้ง... จะประกอบด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่ร่างกายเราเอาไปใช้ได้เลย คือ กลูโคสและฟรุคโตส ฟรุคโตสเรารู้จักกันดี คือเป็นน้ำตาลในผลไม้ พอประกอบกันสองตัวจะพบว่าน้ำตาลฟรุคโตสจะมีปริมาณมากกว่ากลูโคส และอาจะมีมอลโตสและ ซูโคส มอลโตส มอลโตสก็คือน้ำตาลมอลท์ เป็นต้น


แต่ว่าจะมีกลูโคสและฟรุคโตส ฟรุคโตสที่เป็นโมเลกุลหลักๆ เวลาที่เราทานเข้าไป ร่างกายจะเอากลูโคสไปใช้ได้เลยทันที เมื่อทานไป ร่างการเราจะรู้สึกสดชื่นในทันที


ส่วนฟรุคโตสจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นกลูโคส เมื่อเราทานฟรุคโตสเข้าไปจึงค่อยๆปล่อยพลังงานมาช้าๆ เพราะฉะนั้นก็จะให้เรามีเรี่ยวแรงต่อไปอีกระยะนึง นักกีฬาก็สามารถทานได้ด้วยก่อนออกกำลังกาย เพราะว่านับว่าเป็น Energy Booster คือได้ทั้งก่อนออกกำลังกายและขณะออกกำลังกาย คือทานแค่ 1 ช้อนโต๊ะก็เพียงพอแล้ว


ประโยชน์ของน้ำผึ้ง


อย่างแรกก็คือ ให้พลังงาน อย่างต่อมาก็คือมีสารต้านอนุมูลอิสระ และตัวฆ่าเชื้อโรค น้ำผึ้งนอกจะทำเป็นเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว ยังนำมาราดบนหน้าขนมปังปิ้งแทนเนย หรือว่าชา แทนที่เราจะใส่น้ำตาล ใส่นม ทำเป็นน้ำผึ้งผสมมะนาว หรือว่าทานคู่กับโยเกิร์ตก็ได้


เมื่อเทียบคุณประโยชน์ของน้ำผึ้งและน้ำตาล จะพบว่าน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง และน้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ เทียบเท่ากับข้าว 1 ทัพพี ฉะนั้นในคนที่ต้องระวังเรื่องสุขภาพจะต้องระวังนิดนึง อย่างเช่นคนที่เป็นโรคเบาหวานหรือคนที่ต้องระวังเรื่องน้ำหนัก น้ำผึ้งที่เราควรเลือกกินคือน้ำผึ้งธรรมชาติเพราะว่าสามารถเก็บได้นาน แต่ถ้าเป็นน้ำผึ้งจากผึ้งเลี้ยง หรือว่าเจือจางมาแล้วก็จะไม่ค่อยดีอาจจะเป็นอันตรายจากเชื้อโรคต่างๆได้




Tips : น้ำผึ้งช่วยปรับสมดุลของร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ปัญหาปวดข้อ ปวดกระดูก เป็นตระคิวบ่อยๆ สามารถดื่มน้ำผึ้งเพื่อบรรเทาได้




ที่มา:สนุก

ผมสวยด้วยสมุนไพรไทย:แก้ผมร่วง ผมบาง ผมหงอก และรังแค

การดูแลสุขภาพเส้นผมด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยส่วนใหญ่เป็นการนำสมุนไพรใกล้ตัวมาประยุกต์ใช้เนื่องจากในสมัยก่อนไม่มีเทคโนโลยีการผลิตสารเคมีที่ทันสมัยการทำเครื่องสำอางเพื่อใช้เอง
เป็นการเตรียมด้วยวิธีง่ายๆด้วยสมุนไพรในครัวเรือนต่อมาเมื่อเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเข้ามามีอิทธิพลในสังคมมากขึ้นทำให้การผลิตได้ดีมีคุณภาพเก็บได้นานสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมากและเป็นการผลิต
เชิงอุตสาหกรรมจนทำให้การผลิตตามภูมิปัญญาไทยเกือบสูญหายไปจากสังคมไทยอย่างไรก็ตามปัจจุบันก็มี
การกล่าวถึงสรรพคุณสมุนไพรกับความงามและเพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ประชาชนหันกลับมาสืบค้น
ภูมิปัญญาไทยและนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพมากขึ้นฉบับนี้นำเรื่องการดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ
ด้วยสมุนไพรมาฝากได้แก่มะกรูดว่านหางจระเข้อัญชันเป็นต้น


มะกรูด
ชื่ออื่นมะกรูดมะหูดหนองคายส้มมั่วผีภาคใต้
สรรพคุณผลของมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหยน้ำมะกรูดมีรสเปรี้ยวช่วยให้ผมสะอาดเป็นเงางามทำให้ผมนิ่มแก้คันศีรษะป้องกันการเกิดรังแค
วิธีใช้นำผลของมะกรูดปิ้งไฟให้สุกผ่าครึ่งนำผลมะกรูดที่ผ่าครึ่งถูกบริเวณศีรษะหรือนำไปผสมกับน้ำอุ่นเมื่อสระผมเสร็จแล้วเอาน้ำมะกรูดสระซ้ำโดยใช้มะกรูดครึ่งซีกขยี้ไปบนผมน้ำมะกรูดเป็นกรดอ่อนๆจะช่วยให้ผมสะอาด น้ำมันหอมระเหยจะทำให้ผมชุ่มชื้นเป็นเงางามและจัดทรงง่าย


ว่านหางจระเข้ชื่ออื่นว่านไฟไหม้ภาคเหนือหางตะเข้ภาคกลาง
สรรพคุณวุ้นในใบว่านหางจระเข้ที่แก่มีสารAloeemodin, Aloesin,
Aloin ช่วยรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกแผลเรื้อรังและช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารนอกจากนี้วุ้นในใบมีสรรพคุณรักษาแผลต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย


วิธีใช้นำว่านหางจระเข้ที่แก่มาปอกเปลือกเอาแต่ส่วนที่เป็นวุ้นนำมาบดแล้วเอาวุ้นประมาณ2ช้อนโต๊ะเวลาสระผมหยดน้ำวุ้นจากว่านหางจระเข้ขยี้ผมให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณ3-5นาทีแล้วล้างออกให้สะอาดช่วยบำรุงหนังศีรษะช่วยลดอาการคัน


อัญชัน
ชื่ออื่นแดงชันเชียงใหม่เอื้องชันภาคเหนือ
สรรพคุณใช้กลีบดอกสดตำให้ละเอียดนำน้ำที่ได้ชโลมผมจะช่วยให้ผมดกดำเป็นเงางาม
วิธีใช้ใช้กลีบดอกสดของดอกอัญชันตำให้ละเอียดผสมกับน้ำกรองกากออกนำน้ำที่ได้ชโลมผมทิ้งไว้10-15 นาทีแล้วล้าง
ออกจะช่วยให้ผมดำเป็นเงางามในสมัยก่อนคนชอบนำดอกอัญชันสดมาเขียนคิ้วเด็กอ่อนเพราะเชื่อว่าจะทำให้คิ้วดกดำ อัญชันเป็นไม้เลื้อยมีทั้งดอกซ้อนและดอกเดี่ยวมีทั้งดอกขาวและดอกน้ำเงินที่นิยมนำมาใช้ปลูกผมหรือคิ้วคือสีม่วงในยุคนี้จะรู้จักอัญชันจากแชมพูสระผมและครีมนวดผมที่มีการนำสารสกัดจากอัญชันผสมลงไปเพราะคนโบราณมีความเชื่อว่าอัญชันช่วยปลูกผมปลูกคิ้วและทำให้มีสีดกดำจึงถือเป็นเครื่องสำอางชนิดหนึ่งในเด็กที่ผมบางก็มักนิยมใช้อัญชันขยี้ทาหนังศีรษะจะทำให้ผมดกดำได้ที่เป็นเช่นนี้เพราะดอกอัญชันมีสารจำพวก แอนโธไซยานิน ซึ่งเปลี่ยนสีตามความเป็นกรดด่างสีของดอกอัญชันนิยมแต่งสีน้ำเงินหรือสีม่วงในขนมต่างๆนอกจากนี้พบว่าสารแอนโธไซยานินที่มีมากอยู่ในดอกอัญชันนี้มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพเช่นการเพิ่มความสามารถในการมองเห็นเนื่องจากไปเพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดเล็กๆโดยเฉพาะหลอดเลือดส่วนปลายจะทำให้กลไกที่ทำงานเกี่ยวกับการมองเห็นแข็งแรงขึ้นเพราะมีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้นมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ โดยที่พืชจะสร้างสารนี้มาเพื่อป้องกันดอกหรือผลตัวเองจากอันตรายของแสงแดดหรือโรคภัยต่างๆในอัญชันมีประโยชน์มากมายทั้งด้านความสวยงามมีประโยชน์ต่อสุขภาพช่วยป้องกันจากโรคต่างๆมีสีสวยสามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย
ที่มา ดรปารัณกุลตั้งสุขฤทัยหมออนามัยปีที่ฉบับที่

ตารางการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

หากคุณคิดว่าการดื่มน้ำเป็นเรื่องไม่สำคัญ คุณไม่ผิดหรอกครับที่คิดอย่างนั้น แต่หากคุณอยากมีสุขภาพที่ดี ลองทำตารางนี้ก็คงไม่เสียหายใช่มั้ยครับ


น้ำที่ควรดื่ม ควร เป็นน้ำธรรมดาไม่เป็นน้ำที่ร้อนมากหรือที่เย็นจัด แต่ถ้าเป็นน้ำอุ่นๆ เล็กน้อย ก็ควรดื่มในตอนเช้าเพราะจะให้การขับถ่ายของคุณ ดีขึ้น ลำไส้สะอาด หากไม่เชื่อลองทำดูสิครับ


ระยะเวลาที่ดื่มน้ำ ใน 1 วัน อาจจะเปลี่ยนแปลงตารางให้เหมาะกับคุณเอง แต่ไม่ควรเปลี่ยนมากนะครับ เพราะอาจจะทำให้ตัวคุณเองสับสน


ตื่นนอนตอนเช้า ดื่มน้ำ 1 แก้ว
ตอนสาย ดื่มน้ำ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9.00 – 10.00 น)
ตอนบ่าย ดื่มน้ำ 3 แก้ว (เวลาประมาณ 13.00 – 14.00 น)
ตอนเย็น ดื่มน้ำ 3 แก้ว (เวลาประมาร 19.00 – 20.00 น)
ก่อนเข้านอน ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่นจะช่วยให้หลับสบายดีขึ้น รวมแล้วให้สามารถดื่มน้ำเปล่าได้วันละ 10 แก้ว นอกเหนือจากนั้น ท่านสามารถดื่มน้ำผลไม้, น้ำนม ฯลฯ ได้อีกไม่จำกัด


ข้อควรจำ


* ไม่จำเป็นต้องดื่มครั้งละ 2 – 3 แก้วติดต่อกันทันที ดื่มตามปรกติสบายๆ ผู้ที่ทำตามครั้งแรก ๆ อาจรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย เป็นอาการปรกติธรรมดา ทั้งนี้เพราะผนังลำไส้ และกระเพาะอาหารขยายตัวขึ้น หากทำติดต่อกันเป็นประจำก็จะไม่มีอาการอีก สามารถดื่มได้ง่ายและเกิดความเคยชิน สดชื่น สบายที่ได้ดื่มน้ำมากๆ
* ระยะแรก จะเกิดการปัสสาวะบ่อย ครั้งแรกๆ จะมีสีเหลืองข้นขุ่นกลิ่นฉุน เนื่องจากน้ำที่ดื่มไปชะล้างไตให้สะอาด ซึ่งไตเป็นเสมือนเครื่องกรองน้ำของร่างกาย ขจัดสิ่งตกค้างให้ออกไป
* อย่าดื่มน้ำมากก่อนหน้าที่จะรับประทานอาหาร ( ควรงดดื่มน้ำมากสักครึ่งชั่วโมงก่อนรับประทานอาหาร) และหลังจากรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ ก็ไม่ควรดื่มน้ำมากๆ ทันที ในระหว่างการรับประทานอาหารไม่ควรดื่มน้ำตลอดเวลา เพราะการดื่มน้ำมากในระหว่างรับประทานอาหารจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหาร เจือจาง การย่อยเป็นไปได้ไม่ดี
* การทานอาหารในแต่ละมื้อไม่ควร อิ่มจนแน่นท้องเกินไปควรให้อิ่มพอดีแล้วรับประทานผลไม้สดจะทำให้สะอาดคอ แล้วจิบน้ำตามนิดหน่อยท่านจะรู้สึกสบายท้องหลังจากนั้นสักครึ่งชั่วโมง จึงดื่มน้ำตามปรกติ


หากคุณผู้ชายคนไหน ลองทำตามเป็นประจำแล้วรู้สึกมีสุขภาพที่ดีขึ้น ร่างกายสดชื่น
กระปรี้กระเปร่าแข็งแรง ก็ทำต่อไปเรื่อยๆนะครับ เพื่อประโยชน์แก่ตัวของคุณเอง

ตั้งครรภ์ ก็สวยสดใสได้

ท้องให้สวยสดใส (รักลูก)
เรื่อง : เมธาวี
เพราะการตั้งครรภ์มีแต่นำความสุขมาให้นี่คะ
บวกกับการดูแลตัวเองให้สวยสดใสอยู่เสมอ
ก็จะยิ่งทำให้คุณแม่มีความสุขมากขึ้น ทั้งสุขและสวยด้วย 19 วิธีต่อไปนี้ค่ะ


ลดผิวแตกลาย

         เมื่อท้องขยายใหญ่ขึ้น ผิวหนังบริเวณท้องก็จะยืดขยายตามไปด้วย ทำให้เกิดเป็นริ้วรอยแตกลายได้ วิธีดูแลทำได้ดังนี้ค่ะ

       1.ทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ หรือวิตามินอีเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง เมื่อผิวหนังมีการขยาย จะช่วยลดอาการแตกปริของผิวหนังได้

       2.กินอาหารที่มีประโยชน์ และอาหารที่มีส่วนบำรุงผิว

       3.อาบน้ำในอุณหภูมิปกติ และหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น เพราะจะทำให้ผิวแห้ง หรือผิวแตกได้ง่ายขึ้น

       4.พยายามอย่าเกา
หากมีอาการคัน หรือผิวมีลักษณะเป็นขุย เพราะจะยิ่งทำให้ผิวหนังเป็นแผล
เป็นลายมากขึ้น
เมื่อมีอาการคันให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นคอยเช็ดลูบให้ทั่วบริเวณผิวหนังที่คัน
หรือทาโลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหนัง จะช่วยบรรเทาอาการคันได้

ป้องกันข้อพับดำ

         คุณ
แม่ตั้งครรภ์อาจทำให้มีผิวคล้ำเกิดขึ้นตามข้อพับต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะบริเวณ
ต้นคอ รักแร้ ขาหนีบ เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มสูงขึ้น
จึงทำให้เซลล์เม็ดสีสร้างขึ้นมามากกว่าปกติ และตามข้อพับต่าง ๆ
ก็มักมีผิวหนังที่บอบบาง จึงเกิดเป็นสีดำคล้ำได้ง่าย ดังนั้น
จึงควรดูแลเป็นพิเศษค่ะ

       1.ไม่ควรอยู่กลางแดดนาน ๆ เพราะแสงแดดจะไปกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดการสร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้น

       2.ไม่ควรใช้มีดโกน โกนขนใต้รักแร้ เพราะจะเกิดการเสียดสี ทำให้ผิวหนังเป็นขุย เป็นแผล เกิดการคล้ำขึ้นได้ง่าย

       3.ใช้มะขามเปียก
ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย ทาทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที
แล้วล้างออกจะช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น และยังทำให้ผิวนุ่มขึ้นด้วย
หรือจะใช้มะนาว ถูเบา ๆ ตามข้อพับต่าง ๆ รวมถึงบริเวณที่เป็นรอยดำคล้ำ
ทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำ ช่วยให้ผิวที่แห้งและหยาบกร้าน
มีความนุ่มขึ้น และผิวกระจ่างใสขึ้น

       4.บริเวณผิวคล้ำอาจแห้งแตกได้ง่า
ให้ใช้ผ้าชุบน้ำค่อย ๆ เช็ด หรือทาโลชั่นบำรุงเป็นประจำ
จะช่วยให้ผิวนุ่มขึ้น แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวลเกินไปนะคะ
เพราะว่าอาการดำคล้ำนี้ จะจางหายไปได้เองหลังคลอด
เพียงใส่ใจดูแลผิวช่วงตั้งครรภ์อยู่เสมอ
หลังคลอดก็จะกลับมาสวยปิ๊งเหมือนเดิมค่ะ

ผมสวยเงางาม

         คุณแม่ท้องไม่ควรละเลยการดูแลความสะอาด เพื่อให้ผมสวย ดูเงางามอยู่เสมอ

       1.อย่าปล่อยให้ผมยาวรกรุงรัง หรือตัดผมสั้นเพื่อง่ายต่อการดูแลทำความสะอาด ที่สำคัญช่วยทำให้เกิดความคล่องตัวได้มากขึ้น ไม่ต้องคอยกังวลกับผมยาวค่ะ

       2.หลีกเลี่ยงใช้สารเคมีทำให้ผมตรง หยุดฟอกสีผม ดัดผม หรือเปลี่ยนสีผมในช่วงตั้งครรภ์นี้ เพราะสารเคมีบางอย่างอาจเข้าสู่ร่างกาย และส่งผลอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้

       3.อย่าให้สารเคมีคงอยู่บนเส้นผมเป็นเวลานาน ควรล้างออกด้วยน้ำสะอาดให้สะอาดที่สุด

       4.เลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติไม่มีสารพิษตกค้าง ล้างออกง่าย และช่วยปรับสภาพเส้นผมให้นุ่มสลวย

       5.แม่ตั้งครรภ์มักจะมีโอกาสแพ้สารเคมีได้ง่าย จึงควรทดสอบก่อนใช้ว่าไม่มีอาการแพ้ใด ๆ

       6.แม่ตั้งครรภ์สามารถสระผมได้แต่ไม่ควรสระเวลาที่อากาศเย็นจนเกินไป และควรอยู่ในห้องน้ำที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก จะช่วยให้สดชื่น ไม่อึดอัด รู้สึกสบายมากขึ้น

       7.ขณะสระผม ควรนวดคลึงเบา ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นให้บริเวณหนังศีรษะมีเลือดไหลเวียนดี สมองปลอดโปร่ง

ผิวหนังสวยใส

         ขณะ
คุณแม่ตั้งครรภ์นั้น ฮอร์โมนในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลง
ส่งผลให้สิวขึ้นได้ ผิวหน้าแห้ง หมองคล้ำ
ซึ่งวิธีการดูแลผิวยามท้องควรปฏิบัติ ดังนี้ค่ะ

       1.ล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารพิษตกค้าง และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้เกิดการแพ้ หรือระคายเคืองต่อผิว มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว

       2.ก่อนออกไปนอกบ้าน
ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15-30 ซึ่งเป็นค่า SPF ที่เหมาะกับผิวคนไทย
เนื่องด้วยฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์มีส่วนทำให้ผิวหนังเพิ่มเม็ดสีได้ง่าย
ทำให้หน้าเป็นกระ และเกิดฝ้าได้ง่าย ดังนั้น
ก่อนออกไปข้างนอกควรทาครีมป้องกัน
เพื่อไม่ให้เม็ดสีเกิดการเปลี่ยนแปลงมากนัก

       3.ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่อาจมีสิวขึ้นมากกว่าปกติ
เพียงล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ
เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้าก็ช่วยได้แล้ว แต่ห้ามกินยาแก้สิว
หรือแม้แต่ยาทาแก้สิว เพราะยาบางชนิดอาจมีผลอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ได้
จึงควรปรึกษาแพทย์

       4.หลังล้างหน้าเสร็จแล้ว ใช้ผ้านุ่ม ๆ ค่อย ๆ เช็ดหน้าให้แห้ง จะช่วยให้ใบหน้าคืนความสดชื่นได้มากขึ้น




ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ปีที่ 30 ฉบับที่ 349 กุมภาพันธ์ 2555 

ผิวนุ่มนวล เนียนกระชับ ด้วยเคล็ด(ไม่)ลับเหล่านี้

การบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่นช่วยลดปัญหาเรื่องริ้วรอยที่ทำให้ผิวดูเหี่ยวย่น ปลอบประโลมผิวบอบบางที่ง่ายต่ออาการแห้งลอก รวมทั้งความชุ่มชื้นที่เหมาะสมยังทำให้ผิวแข็งแรงห่างไกลปัญหาสิวอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกการบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นให้เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าหรือผิวกายก็ตาม กระปุกดอทคอมจึงได้นำดูแลผิวแบบที่เหมาะสมกับผิวแต่ละแบบมาฝากกันค่ะ


1. ผิวเป็นสิวง่าย ..ใช้มอยส์เจอไนเซอร์เนื้อบางเบา


ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวที่มีปัญหาสิวส่วนใหญ่ จะทำลายน้ำมันในผิว ทำให้ผิวรู้สึกแห้งได้หลังการทำความสะอาดผิวใหม่ ๆ ผิวที่ง่ายต่อการเป็นสิวจึงจำเป็นต้องได้รับการบำรุงอย่างถูกวิธี โดยเลือกเติมความชุ่มชื้นคืนสู่ผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา หรือสูตรออยล์ฟรี (oil-free) การเติมความชุ่มชื้นอย่างพอเหมาะโดยไม่รบกวนสมดุลผิวให้ผิวแห้งหรือมันเกินไป จะทำให้ปัญหาสิวค่อย ๆ ดีขึ้นด้วย


2. ผิวแห้ง ..ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อข้น


หากมีผิวที่ค่อนข้างแห้งตั้งแต่ผิวหน้าไปจนกระทั่งผิวกาย คุณจำเป็นจะต้องเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นพิเศษตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เป็นครีมสำหรับใบหน้า และใช้โลชั่นที่มีเนื้อค่อนข้างข้นสำหรับผิวกาย อย่างไรก็ตามไม่ควรทามอยส์เจอไรเซอร์หลาย ๆ ชนิดผสมกัน เพราะจะทำให้รู้สึกเหนอะหนะผิวเกินไป คุณอาจต้องใช้เวลาสักหน่อยเพื่อหาผลิตภัณฑ์แบรนด์ที่ถูกกับผิวคุณจริง ๆ หรือจะทาออยล์หลังอาบน้ำ แล้วค่อยทาโลชั่นทับอีกครั้งก็ได้


3. ผิวเริ่มร่วงโรย ..เน้นเอาใจใส่บริเวณรอบดวงตา


ผิวพรรณที่เริ่มร่วงโรยไปตามกาลเวลาจะเริ่มปรากฎริ้วรอยได้ง่ายและชัดเจน โดยเฉพาะผิวส่วนที่บอบบางอย่างผิวพรรณรอบดวงตา ซึ่งจะมีริ้วรอยมาเยี่ยมเยือนเป็นอันดับแรก ๆ คุณจึงต้องเอาใจใส่ที่จะเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับรอบดวงตาเป็นพิเศษ โดยเลือกใช้อายครีมที่ให้ความชุ่มชื้นสูง และมีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิกที่จะช่วยเต็มเต็มริ้วรอยให้ดูตื้นขึ้นได้


4. มือ ก็ต้องการการบำรุง


นอกจากผิวหน้า ผิวกาย และรอบดวงตาแล้ว ผิวพรรณที่มือของคุณก็ต้องการความชุ่มชื้น และการดูแลไม่แพ้ส่วนไหน ๆ เนื่องจากเป็นส่วนผ่านการสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ มามากที่สุด พกแฮนด์ครีมเอาไว้ใกล้ตัว และหยิบมาใช้ทุกครั้งหลังการล้างมือหรือเมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่ามือแห้ง


5. หากกำลังงดอาหาร อย่าลืมออกกำลังกาย


หากคุณกำลังลดน้ำหนักด้วยการงดอาหารแล้วล่ะก็ ขอแนะนำว่าอย่าลืมออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วยนะคะ เพราะน้ำหนักที่หายไป ทำเอาสัดส่วนลดลงตาม และทำให้ผิวที่เคยเต่งตึงดูหย่อนยานลงด้วย เนื่องจากชั้นไขมันใต้ผิวถูกสลายไปนั่นเอง การออกกำลังกายจะทำให้ผิวเฟิร์มกระชับ ไม่หย่อนคล้อยไปตามน้ำหนักที่ลดลง เท่านี้ก็ลดน้ำหนักได้ทั้งหุ่นสวยและผิวสวยไปพร้อม ๆ กัน


ผิว เป็นอวัยวะที่นับว่ามีพื้นที่มากที่สุดของร่างกาย เพราะฉะนั้นต้องดูแลเอาใจใส่ให้ดีนะคะ และหากรู้จักดูแลผิวอย่างเหมาะสม สาว ๆ ก็จะมีผิวที่ทั้งนุ่มนวล และเนียนกระชับเลยล่ะค่ะ

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World