เลือกกินอาหารเสริมอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

เลือกกินอาหารเสริมอย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด (สุขกายสบายใจ)

ในปัจจุบันนี้มีค่านิยมที่ถูกบ้างผิดบ้างกระตุ้นให้คนหันมาสนใจกินอาหาร เสริม เช่น ถ้าอยากผิวสวยต้องกินอาหารเสริมที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึก อยากสูงต้องกินแคลเซียมเสริม อยากความจำดีขึ้นต้องกินน้ำมันตับปลา หรือถ้าไม่อยากอ่อนเพลียให้กินวิตามินซี สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงแค่สรรพคุณข้างกล่องที่เชิญชวนให้ดูน่าซื้อมาบริ โภค แต่จะดีกว่าถ้าเรารู้หลักการทำงานของอาหารเสริมเหล่านี้ และรับประทานอย่างถูกวิธีให้ได้ประโยชน์สูงสุด และไม่กลับเป็นโทษต่อร่างกาย

ศาสตราจารย์ อลันโลแกน แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด (HMS-CME) ได้กล่าวว่าอาหารเสริม (supplements) คือ สิ่งที่มาช่วยเติมเต็มสารอาหารให้แก่ร่างกายเท่านั้น ไม่ใช่อาหารที่สามารถกินแทนมื้อหลักได้ สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้คือ

1.มัลติวิตามิน (Multivitamins)

เป็นอาหารเสริมที่รวมวิตามินและแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกาย ควรได้รับในแต่ละวัน มีส่วนประกอบหลักคือแคลเซียม และธาตุเหล็ก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกายให้สดชื่นกระฉับกระเฉง มีพลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรืออยู่ในช่วงควบคุมอาหาร และในทางสูตินรีแพทย์นิยมให้วิตามินชนิดนี้แก่ผู้ป่วยสตรีตั้งครรภ์หรืออยู่ ในช่วงควบคุมอาหาร เพื่อเพิ่มเติมความสมบูรณ์ของครรภ์มารดาอีกด้วย มัลติวิตามินที่เป็นที่นิยมกินเป็นอาหารเสริม คือ วิตามินบีคอมเพล็กซ์

2.โพรไบโอติก (Probiotics)

ร่างกายควรได้รับอาหารเสริมจำพวกจุลินทรีย์และแบคทีเรีย เพื่อประโยชน์ในการย่อยอาหารอีกทั้งยังช่วยให้เกิดความสมดุลของระบบการทำงาน ของอวัยวะภายในร่างกายได้อีกด้วย อาหารเสริมประเภทนี้ได้แก่ ไฟเบอร์ โยเกิร์ต นมเปรี้ยว

3.สารสกัดจากพืช (Herbal)

อาหารเสริมที่ได้จากสารสกัดจากพืชช่วยให้เราบริเวณได้ง่ายขึ้น ร่างกายยังสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ในทันที เช่น ขมิ้นชันอัดเม็ด ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด สารสกัดจากใบแปะก๊วยอัดเม็ด ช่วยบำรุงสมองและความจำ เป็นต้น โดยส่วนต่าง ๆ ของพืชที่นำมาสกัดคือ ต้นอ่อน (ยอดใบ) ราก ดอก ผล ก้าน ใบ อาหารเสริมประเภทนี้ไม่สะสมในร่างกายและไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ

4.กรดอะมิโน (Amino acid)

อาหารเสริมจำพวกกรดอะมิโน คือหน่วยย่อยโปรตีน ที่หน้าที่บำรุงเส้นผม ผิวพรรณ ข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเซลล์เนื้อเยื่อ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย อาหารเสริมจำพวกนี้ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต อาหารเสริมยอดนิยมประเภทนี้คือ น้ำมันสกัดจากปลาทะเลน้ำลึก และน้ำมันสกัดจากเมล็ดพืช



อาหารเสริมพื้นฐานที่ควรเลือกบริโภค

1.วิตามินบีคอมเพล็กซ์ (Vitamin B-comples) คืออาหารเสริมที่รวมตั้งแต่ บี 1 ถึง บี 12 ที่ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสำคัญต่อระบบประสาทและสมอง ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดพลังงานแก่ร่างกาย ผู้ใหญ่ควรบริโภคประมาณ 50-100 มิลลิกรัมต่อวันในทุกเช้า

2.วิตามินซี (Vitamin C) เป็นวิตามินที่ตับของมนุษย์ไม่สามารถผลิตออกมาได้เอง จึงจำเป็นที่จะต้องเติมเต็มเข้าสู่ร่างกาย และเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำจึงไม่สะสมอยู่ในร่างกาย สามารถแบ่งกินระหว่างวันได้ทุก ๆ 6 ชั่วโมง ปริมาณบริโภคที่แนะนำคือ 60-90 มิลลิกรัมต่อวันช่วยป้องกันการขาดสารอาหาร และปริมาณ 3,000 ถึง 6,000 มิลลิกรัมต่อวัน ช่วยบำรุงร่างกาย วิตามินซีช่วยบำรุงระบบการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น ช่วยลดปัญหาในช่องปากและฟัน เช่น เลือดออกตามไรฟันบำรุงเหงือก

3.ซิงก์ (ZINC) เป็นแร่ธาตุที่ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์และฮอร์โมนเพศ และช่วยชดเชยพลังงานที่สูญเสียไปกับเหงื่อ มีสารประกอบเมทัลโปรตีน ซึ่งเป็นโปรตีนสังเคราะห์ที่ช่วยในกระบวนการเจริญเติบโตของเซลล์ และเนื้อเยื่อ ปริมาณบริโภคที่แนะนำต่อวันคือ 5.5-9.5 มิลลิกรัมในผู้ชาย และ 4-7 มิลลิกรัมในผู้หญิง ควรกินพร้อมอาหาร หากกินเพียงอย่างเดียวขณะท้องว่างอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้

4.โอเมก้าทรี (Omega-3) เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สกัดจากปลาทะเล และพืชจำพวกถั่ว เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็นดีเอชเอ (DHA) โดยอวัยวะตับ แต่จากผลการวิจัยขององค์การความปลอดภัยของอาหารแห่งยุโรป (EFSA) ไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าช่วยบำรุงสมองในเด็ก แต่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กระดูกและไขข้อต่างๆ ช่วยลดสภาวะจิตใจหดหู่ ลดคอเลสตอรอลในเลือด และลดอัตราเสี่ยงเป็นโรคหัวใจปริมารบริโภคที่แนะนำคือไม่ควรเกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

5.เวย์โปรตีน (Whey protein) เป็นอาหารเสริมที่สกัดได้จากหางนม และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เช่น ชีส เนื้อแดง จึงเหมาะกับผู้กินชีวจิต และผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะมีโปรตีนสูงช่วยเผาผลาญไขมัน เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และยังช่วยกรองระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด โดยการควบคุมการดูดซึมอินซูลินเข้าสู่กระแสเลือด ปริมาณที่ควรบริโภคต่อวันคือ ไม่เกิน 1 หรือ 2 กรัม


เหตุผลที่ควรกินอาหารเสริม

1.มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตแย่ เช่น สูบบุหรี่จัด หรือติดแอลกอฮอล์ ไลฟ์สไตล์เช่นนี้ เทียบได้กับการสะสมพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว และยังมีพฤติกรรมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เช่น กินอาหารไม่เป็นเวลา การกินอาหารแบบเร่งรีบจึงเคี้ยวไม่ละเอียด กินอาหารด้วย อาการเครียด พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ร่างกายกายดูดซึมสารอาหารไม่ได้เต็มที

2.ภาวะร่างกายสูญเสียพลังงาน เช่น หญิงตั้งครรภ์ หญิงสูงอายุ หญิงวัยหมด ประจำเดือน หรือร่างกายปฏิเสธไม่รับอาหาร เพื่อใช้ในการสะสมความแข็งแรง เติมความสมบูรณ์ให้กับร่างกาย

3.อยู่ท่ามกลางสภาวะเป็นพิษ เช่น ร่างกายสะสมมลพิษไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ส่งผลให้ภูมิต้านทานอ่อนกำลังลง และใช้เวลานานกว่าร่างกายจะขับออกมหดทำให้สุขภาพอ่อนแอง่ายกว่าปกติ

4.กระบวนการแปรรูปอาหาร เช่น การกินอาหารในภัตตาคาร หรือในร้านอาหารตามสั่งเป็นประจำ ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้ว่ามีสิ่งแปลกปอลมใดเพิ่มเติมมาในจานอาหารทำให้เรา ไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน

อาหารเสริมที่เหมาะกับตัวเองคือ อาหารเสริมที่ช่วยบำรุงสุขภาพของเราให้ดีขึ้น ช่วยฟื้นฟูปัญหาสุขภาพได้อย่างตรงจุด เช่น อาการนอนไม่หลับ อาการอ่อนเพลีย หรือแม้แต่การช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายให้แข็งแรง และที่สำคัญคือ ต้องปลอดภัยต่อสุขภาพกระดูก ตับและระบบประสาทของเราด้วย สิ่งสำคัญในการบริโภค คือ ควรกินตามปริมาณบริโภคที่แนะนำต่อวัน หากเกินปริมาณที่กำหนดไว้อาจส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายได้
.

วัยทองมาเยือน ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต

เตือนเมื่อวัยทองมาเยือน ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต (ไทยโพสต์)
การ
หมดประจำเดือน (Menopause) เป็นสภาวะที่พบในผู้หญิงวัยทอง
ซึ่งบ่อยครั้งที่ภาวะการหมดประจำเดือนได้รับการยอมรับว่าเป็นช่วง
"การเปลี่ยนแปลงชีวิต"
ในหลายประการ เมื่อเข้าสู่ "ภาวะหมดประจำเดือน" นั่น
หมายถึง การสิ้นสุดของการมีรอบเดือน
แต่โดยส่วนใหญ่ประจำเดือนของผู้หญิงไม่ได้หยุดลงโดยทันที
แต่จะเป็นการมีประจำเดือนที่มาอย่างไม่สม่ำเสมอ
ผู้หญิงจะเข้าสู่ภาวะการหมดประจำเดือนหลังจากที่ประจำเดือนไม่มาครบ 1
ปีเต็ม


          โภชนากรซูซาน  โบเวอร์แมน
ที่ปรึกษาของเฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด กล่าวว่า
ผู้หญิงวัยทองมากกว่าครึ่งจะพบกับความรู้สึกร้อนวูบวาบ
ซึ่งมักพบอาการร้อนที่ใบหน้าและมีเหงื่อออกด้วย
ขณะเดียวกันก็มีผู้หญิงจำนวนมากเกิดอาการร้อนวูบวาบในช่วงกลางคืน
ซึ่งทำให้นอนไม่หลับ

         
นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และความรู้สึกหงุดหงิดเป็นอาการที่พบบ่อย
ในช่วงวัยทอง และในผู้หญิงบางรายอาจพบว่ามีเส้นผมบางลง
หรือมีผิวแห้งไม่นุ่มนวลร่วมด้วย และส่วนใหญ่ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
ยังจะพบกับการคุกคามจากการมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
และการมีรูปร่างที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ยาก

          เรา
จะพบว่ารูปร่างทรงลูกแพร์สมัยวัยสาว กำลังแปรเปลี่ยนไปเป็นทรงแอปเปิล
รวมถึงรอบเอวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะด้านความงามเท่านั้น
แต่เป็นปัญหาเรื่องสุขภาพตามมาด้วย
เนื่องจากไขมันที่สะสมอยู่บริเวณพุงที่อยู่ส่วนกลางของลำตัว
ไม่ได้สะสมอยู่เฉพาะระดับพื้นผิวของอวัยวะเท่านั้น แต่ยังอยู่ใต้พื้นผิวรอบ
ๆ อวัยวะภายในร่างกาย ซึ่งมีผลให้เกิดการสร้างฮอร์โมนและสารอื่น ๆ
ปลดปล่อยเข้าสู่ระบบในร่างกาย ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น


          ไม่
เพียงเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้ยังส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอล
และมีผลยับยั้งสมรรถนะของร่างกายในการจัดการกับคาร์โบไฮเดรต
ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังที่เกี่ยวเนื่องกับโรคอ้วนเพิ่มมาก
ขึ้น ซึ่งโรคที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากที่สุดคือ โรคหัวใจและโรคเบาหวาน




วัยทอง


         
การปรับเปลี่ยนชีวิตเมื่อเข้าสู่วัยทองจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
ซึ่งโภชนากรซูซานกล่าวว่า
ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงการก้าวผ่านพ้นภาวะหมดประจำเดือน
อาจจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวก็ได้
หากใช้กลยุทธ์ในการดูแลและควบคุมน้ำหนักของร่างกายให้เหมาะสม ได้แก่
การบริโภคอาหารที่มีแคลอรีต่ำ แต่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูง อาทิ ผลไม้
ผัก อาหารโปรตีนไร้ไขมัน (Lean protein)
และผลิตภัณฑ์นมไร้ไขมันจะให้สารอาหารตามที่ร่างกายต้องการ
ผักและผลไม้จะให้ไฟเบอร์และสารสำคัญจากพืชแต่ให้แคลอรีต่ำ

          สำหรับโปรตีนไร้ไขมันที่ดีต่อสุขภาพ อาทิ ปลา เนื้ออกเป็ดหรือไก่ ผลิตภัณฑ์นมไร้ไขมัน รวมถึงถั่วเหลืองจะช่วยระงับความหิว ดัง
นั้นอาหารเหล่านี้จึงควรเป็นองค์ประกอบหลักในการบริโภคของคนเรา
การบริโภคอาหารที่มีไขมันต่ำและดีต่อสุขภาพ
จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ ที่เกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง
เนื่องจากเอสโตรเจนช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
ระดับเอสโตรเจนที่ลดลงจะทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน
เพิ่มมากขึ้น การสูญเสียมวลกระดูกจะทำให้กระดูกแตกได้ง่าย
ดังนั้นผู้หญิงจึงควรบริโภคอาหารที่มีแคลเซียมสูง อาทิ
ผลิตภัณฑ์นมและผักใบเขียว เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่กระดูก

          "การ
ออกกำลังก็เป็นสิ่งสำคัญด้วย
และสิ่งที่ดีที่สุดสิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงควรทำคือ
การออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อ (Strength training)
การยกน้ำหนักนอกจากจะทำให้กระดูกแข็งแรงแล้ว
ยังช่วยสร้างมวลกล้าม
เนื้อในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายมีการเผาผลาญแคลอรีได้ดีขึ้นอีกด้วย
การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผู้หญิงนอนหลับสบายขึ้น
มีอารมณ์ดีขึ้น รู้สึกแข็งแรงและมีสุขภาพดี
ทั้งยังสามารถปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
ในช่วงวัยที่ร่างกายต้องเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น"
โภชนากรซูซานกล่าวในตอนท้าย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ตัวชี้วัดความแก่

ที่มา ... องค์การเภสัชกรรม 
 ความ ชราภาพ มีอัตราที่แตกต่างกันในแต่ละคน หรือแม้แต่ในคนเดียวกัน อวัยวะและระบบการทำงานของอวัยวะ ก็แสดงความเสื่อมถอย ในอัตราที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปจะเป็นดังนี้ 
    หัวใจ : จะ มีขนาดใหญ่ขึ้นตามอายุการใช้ออกซิเจน ระหว่างการออกกำลังกาย จะลดน้อยลงราวร้อยละ 10 ทุกๆ 10 ปี ในผู้ใหญ่เพศชาย ในขณะที่จะลดลงประมาณร้อยละ 7.5 ในเพศหญิง อย่างไรก็ตาม การทำงานของหัวใจ จะสามารถทำงานได้ดี ตราบที่การสูบฉีดเลือดมีประสิทธิภาพ 

    ปอด : ความจุของปอดในการหายใจเข้า จะลดลงระหว่างอายุ 20-30 ปี โดยจะลดลงไปประมาณร้อยละ 40 

    สมอง : จะสูญเสียเซลล์ประสาทตามอายุขัย หรืออาจมีการถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม มีการปรับตัวโดยการ เพิ่มการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทที่เหลือ เพื่อเชื่อมโยงการส่งข้อมูลในสมอง 
    ไต : โดย ปกติประสิทธิภาพการกำจัดของเสียจากเลือดจะลดลง ความจุจะลด การปัสสาวะจะควบคุมไม่อยู่ เมื่อมีเนื้อเยื่อตาย แต่จะแก้ไขได้บ้าง เมื่อมีการฝึกหรือพัฒนาปรับพฤติกรรม 
    ไขมันสะสม (Body Fat) : ร่างกายมิได้สูญเสียไขมันตามวัย แต่จะมีการกระจาย จากบริเวณใต้ผิวหนังไป ส่วนที่ลึกลงไป ในผู้หญิงจะไปสะสมบริเวณตะโพก และโคนขา ส่วนผู้ชายมักจะเป็นบริเวณท้อง 
    กล้ามเนื้อ : หากไม่ออกกำลังกาย จะมีการสูญเสียกล้ามเนื้อ ในผู้หญิงประมาณ ร้อยละ 22 ส่วนผู้ชายประมาณ ร้อยละ 23 การออกกำลังกายจะช่วยป้องกันได้ 
    การเห็น : ใน วัย 40 ปีขึ้นไป การจะเพ่งดูระยะใกล้ จะยากหรือไม่ชัด ความละเอียดในการเห็นจะลดลง โดยเริ่มที่อายุ 70 ปีขึ้นไป ในวัย 50 ปี ประกายตาจะหายไป การมองเห็นจะลำบากขึ้น และการจำแนกวัตถุเคลื่อนที่ ก็ยากขึ้น 
    การได้ยิน : การรับฟังเสียงที่มีความถี่สูง จะแย่ลง และการลดถอยลงของการได้ยิน จะเป็นในชายมากกว่า ในหญิง 
    บุคลิกภาพ : หลัง จากอายุ 30 ปี จะมีบุคลิกภาพที่สุขุม เยือกเย็นมากขึ้น ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว จะเป็นตัวบ่งชี้ความผิดปกติ หรือการเป็นโรค 

        อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงข้อมูลที่รวบรวมได้ มิอาจจำไป ใช้อธิบายทุกกรณีได้ นอกจากจะได้มีการทบทวน และประยุกต์ใช้

5 ขั้นตอนในการสุขภาพและฮอร์โมนที่ลดน้ำหนัก

ที่มา
5 ขั้นตอนในการสุขภาพและฮอร์โมนที่ลดน้ำหนัก
ผลกระทบต่อสุขภาพของเราฮอร์โมนร่างกายของเราในหลาย ๆ แต่วิธีหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงคือการเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก ผู้หญิงท้าทาย hormonally ได้รับน้ำหนักประมาณกลางระหว่างรักแร้และด้านบนของต้นขา บ่อยครั้งที่แขนของพวกเขาเป็นปกติขาของพวกเขาเป็นปกติและกลับจากคอขึ้นพวก เขาดูดี! ผู้ชายท้าทาย hormonally ได้รับน้ำหนักที่มีการ waists ของพวกเขาและมักจะอยู่ในทางของพวกเขาที่จะพัฒนาหน้าอก!

สโตรเจนที่ผลิตในเซลล์ไขมันของเรา สโตรเจนเพิ่มขึ้นเซลล์ไขมัน ในฐานะที่เป็นสโตรเจนมากขึ้นผลคือการผลิตและอื่น ๆ และอื่น ๆ

ทำลายวงจร Estrogen แล้​​วไปในโปรแกรมการควบคุมน้ำหนักที่ดีเยี่ยมเป็นสิ่งที่ต้องการใช้สถานที่

ขั้น ตอนที่หนึ่งประเมินฮอร์โมนของคุณ หาอัตราส่วนของสโตรเจนที่จะกระเทือนปัจจุบันในร่างกายของคุณ ถ้าออกจากยอดเงินเราเรียกการปกครองสโตรเจนที่แล้วคุณอาจจะมีหรือกำลังจะดึง ดูดน้ำหนักประมาณกลางของคุณ

ขั้นตอนที่สองเริ่มต้นโปรแกรมสโตรเจนที่ ลดลง- ที่จะรวมของหลักสูตรการเพิ่มระดับฮอร์โมนของคุณด้วยครีม progesterone ไบโอเหมือนกัน แต่สมดุลฮอร์โมนก็ไม่เคยทั้งหมดที่เกี่ยวกับฮอร์โมน estrogens modulating และสมดุลหากพบว่าจะออกจากยอดเงินที่จะกระเทือนเป็นสำคัญเท่าเทียมกันในการ เขียนโปรแกรมการสูญเสียน้ำหนัก

โปรแกรมสโตรเจนที่ลดลงจะรวมถึง:

- เพิ่มปริมาณใยของคุณ ที่เกิดขึ้นสองวิธี 1 กินได้มากเท่าที่คุณสามารถโดยการเลือกผักผลไม้และเมล็ดธัญพืชที่สูง? คาร์โบไฮเดรตตัวเลือกของคุณใยแล้วเพิ่มเสริมเส้นใย (ไฟเบอร์ที่มา 7) การบริโภค 30 ถึง 50 กรัมของเส้นใยในชีวิตประจำวัน
- เพิ่มอินโดล (ผักตระกูลกะหล่ำเช่นบรอคโค, กะหล่ำปลีและกะหล่ำ) ในอาหารของคุณ ที่ยังเกิดขึ้นได้สองวิธีกินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และเสริมด้วยอาหาร เสริมที่อินโดล-3-carbinol (EllagiGuard) กำหนดเป้​​าหมาย 3 วันเสิร์ฟ

- เพิ่มกรดไขมันที่จำเป็น (EFA s หรือไม่?) ในอาหารของคุณ พวกเขามีความจำเป็นเนื่องจากร่างกายไม่ได้ทำให้พวกเขา พวกเขาช่วยผลิต prostaglandin สมดุลในร่างกายและทำให้ช่วยควบคุม estrogens

- เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการโดยรวมของคุณโดยการเสริมวิตามินซี (Super Crystals C) และโดยการผลไม้เข้มข้นและผักเสริม (Essence ผักและผลไม้)

ขั้นตอน ที่สามรับประทาน 40/30/30 รวมวิธีการใหม่ของการแสวงหาอาหารที่จะกินเวิลด์คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนไขมัน ในลักษณะที่สมดุลที่แต่ละมื้อ เมื่อเรากินอาหารที่สมดุลน้ำหนักของเราจะทำให้ปกติ, ระดับพลังงานของเราจะเพิ่มขึ้นและฮอร์โมนของเราจะอยู่ในสมดุล ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ในหนังสือ? สูตร? โดย J & G Daoust

ขั้น ตอนที่สี่ได้รับการย้าย การพัฒนาโปรแกรมการออกกำลังกายที่ดีด้วยความช่วยเหลือจากคนที่รู้สิ่งที่พวก เขากำลังทำ เทเลอร์โปรแกรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคุณ - หนึ่งที่คุณสามารถทำได้และยินดีที่จะทำให้ความมุ่งมั่นที่จะเก็บ ส่วนใหญ่เราต้องคิดในแง่ของการรักษาร่างกายของเราเคลื่อนไหวและการเข้าพัก ที่ใช้งานสำหรับส่วนที่เหลือของชีวิตของเรา มันฝรั่ง Couch ไม่ค่อยมีสุขภาพดี

ขั้นตอนที่ห้าฉลอง! ชายและหญิงที่มีฮอร์โมนออกจากยอดเงินรู้สึกไม่สบาย ผู้ชายและผู้หญิงที่มีฮอร์โมนที่สมดุลรู้สึกดี การบรรลุสุขภาพฮอร์โมนจะเพิ่มขึ้นสุขภาพโดยรวมและสุขภาพของคุณและช่วยคุณใน การลดน้ำหนัก คุณจะดูอ่อนกว่าวัยและความรู้สึกที่มีอายุน้อยกว่า!

เครื่องดื่มยามเช้าที่ดีต่อสุขภาพ

ขอบคุณ : Never-age
ตื่นเช้ามาเริ่มวันใหม่ให้สดใสกว่าเดิม คงจะดีไม่น้อยถ้าเริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วเพื่อสุขภาพที่ดี



นมถั่วเหลือง

ปัจจุบันนมถั่วเหลืองหาซื้อได้ง่าย และเหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพ เพราะนมถั่วเหลืองเป็นเครื่งดื่มที่ให้โปรตีนที่มีคุณสมบัติเหมือนโปรตีนจาก เนื้อสัตว์



กาแฟ

กาแฟเป็นเครื่องดื่มยามเช้าของคนทำงาน เพราะกาแฟช่วยกระตุ้นความสดชื่นและความกระปี้กระเปร่าก่อนลงมือทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดอาการหอบในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด และเป็นผลดีต่อนักกีฬาในการเพิ่มความทนทานและความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลา นาน



น้ำมะนาว

ลองหาน้ำมะนาวมาดื่มตอนเช้า เพราะในน้ำมะนาวจะมีกรดซิตริก มีวิตามินซีที่นอกจากจะช่วยขับเสมหะ แก้อาการเจ็บคอแล้วยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น แถมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเปลือกที่โดนคั้นยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย



น้ำผักหรือน้ำผลไม้

เป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ โฟลิคแอซิด และแร่ธาตุ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี นอกจากนั้นในน้ำผักและน้ำผลไม้ยังมีส่วนผสมของน้ำตาลโดยธรรมชาติ ซึ่งสามารถให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยให้เราหายเหนื่อย หายเพลีย ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น



น้ำหวาน

คนที่นอนดึกส่วนใหญ่ยามเช้าของคุณจะมีอาการปวดหัว มึนศีรษะ เกิดอาการเครียดทางประสาท ซึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรรับประทานอาหารเช้าที่มีแป้งและน้ำตาลซึ่งจะสามารถช่วยได้ โดยเฉพาะน้ำตาลนั้นจะถูกดูดซึมได้ดีและง่าย ดังนั้นน้ำหวานจะทำให้จิตใจสงบ คลายอาการเครียดและมึนงงได้อย่างดี



น้ำขิง

สำหรับคนที่มีอาการเมาค้าง คลื่นไส้ อยากอาเจียน ก็ขอแนะนำน้ำขิงร้อน ๆ สักแก้ว เพราะในขิงมีสารเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า จินเจอรอล (Gigerol) ที่เป็นสารเคมีประเภทน้ำมันหอมระเหยที่ให้รสและกลิ่นพิเศษไม่เหมือนใคร จัดอยู่ในกลุ่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ทำให้เรารู้สึกมึนเมา แถมยังแก้อาการเมาได้ดี การทำน้ำขิงให้อร่อยนั้น ควรบุบหัวขิงที่ไม่แก่จัดจนเกินไป ต้มด้วยน้ำร้อนพอเดือด อย่าต้มนานเกินไป เพราะขิงจะเสียรสและกลิ่นไปได้



เริ่มด้วยสิ่งดีๆ ต่อสุขภาพของคุณ สดชื่นไปได้ทั้งวันเลย




ขอบคุณ : Never-age

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World