homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

ความดันโลหิตสูง

credit siamhealth.net
ทุกๆ คนต้องมีความดันโลหิต เพราะความดันโลหิต จะเป็นแรงผลักดัน ให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนั้นทุกคนควรจะเรียนรู้เกี่ยวกับความดันโลหิต และรักษาให้ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะความดันโลหิตสูงจะทำให้เกิดหลอดแข็งและตีบ
เมื่อหัวใจบีบตัวหัวใจจะบีบเลือดไปยังหลอดเลือดแดง ทำให้เกิดความดันโลหิตซึ่งเกิดจากการบีบตัวของหัวใจ และแรงต้านทานของหลอดเลือด หัวใจคนเราเต้น 60-80ครั้ง ความดันก็จะเพิ่มขณะที่หัวใจบีบตัว และลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว ความดันโลหิตของคนเราไม่เท่ากันตลอดเวลาขึ้นกับท่า ความเครียด การออกกำลังกาย การนอนหลับ แต่ไม่ควรเกิน 140/90 หากสูงกว่านี้แสดงว่าคุณเป็นโรคความดันโลหิตสูง
โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคอัมพาต โรคหัวใจเป็นโรคที่มีอัตราตายสูง ดังนั้นการป้องกันความดันโลหิตสูงสามารถป้องกันอัตราการตายจากโรคหัวใจ และโรคอัมพาต โรคความดันโลหิตสูงเป็นภัยเงียบที่คุกคามชีวิตของทุกท่านเนื่องจากไม่มี อาการเตือนดังนั้น การจะทราบว่าเป็นความดันโลหิตสูงจำเป็นต้องวัดความดันโลหิต
 ความดันโลหิตแค่ไหนจึงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
เมื่อตรวจร่างกายแล้วว่าความดันโลหิตสูงต้องรับประทานยาทันทีหรือไม่
เมื่อท่านตรวจพบความดันโลหิตสูงถ้าไม่สูงมากอาจจะไม่จำเป็นต้องรับประทานยา แต่หากสูงมากก็จำเป็นต้องรับประทานยา ตารางข้างล่างจะเป็นแนวทางในการดูแลผู้ป่วย
ความดันโลหิตที่วัดได้ (mm Hg)*
ความรุนแรงของความดันโลหิต Systolic Diastolic จะต้องทำอะไร
ความดันโลหิตที่ต้องการ น้อยกว่า 120 น้อยกว่า 80 ให้ตรวจซ้ำใน 2 ปี
ความดันโลหิตสูงขั้นต้น Prehypertensionl 130-139 85-89 ตรวจซ้ำภายใน 1 ปี
ความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูงระดับ 1 Stage 1 (mild) 140-159 90-99 ให้ตรวจวัดความดันอีกใน 2 เดือน
ความดันโลหิตสูงระดับ 2 Stage 2 (moderate) >160 >100 ให้พบแพทย์ใน 1 เดือน
สาเหตุของความดันโลหิตสูง
ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงส่านใหญ่ไม่ทราบสาเหตุเรียก primary หรือ essential hypertension  เราสามารถควบคุมความดันโลหิตได้แต่รักษาไม่หายดังนั้นจึงจำเป็นต้องป้องกัน ส่วนที่ทราบสาเหตุเรียก secondary hypertension เช่น เนื้องอกต่อมหมวกไต ยาคุมกำเนิด หากทราบสาเหตุสามารถรักษาให้หายขาดได้

Primary hypertension

หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า essential hypertension เป็นความดันโลหิตสูงที่พบมากที่สุดกลุ่มนี้ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มักจะพบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์กับการรับประทานอาหารเค็ม อ้วน กรรมพันธุ์ อายุมาก เชื้อชาติ และการขาดการออกกำลังกาย

Secondary hypertension

เป็นความดันโลหิตสูงที่ทราบสาเหตุ พบได้ประมาณร้อยละ 5 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ

โรคไต ผู้ป่วยที่มีหลอดแดงที่ไปเลี้ยงไตตีบทั้งสองข้างมักจะมีความดันโลหิตสูง
เนื้องอกที่ต่อมหมวกไตพบได้สองชนิดคือชนิดที่สร้างฮอร์โมน hormone aldosterone ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีความดันโลหิตสูงร่วมกับเกลือแร่โปแตสเซียมในเลือดต่ำ อีกชนิดหนึ่งได้แก่เนื้องอกที่สร้างฮอร์โมน catecholamines เรียกว่าโรค Pheochromocytoma ผู้ป่วยจะมีความดันโลหิตสูงร่วมกับใจสั่น
โรคหลอดเลือดแดงใหญ่ตีบ Coarctation of the aorta พบได้น้อยเกิดจากหลอดเลือดแดงใหญ่ตีบบางส่วนทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตต่ำ

ปกติความดันโลหิตยิ่งต่ำยิ่งดีเพราะเกิดโรคน้อย แต่หากความดันโลหิตที่ต่ำทำให้เกิดอาการ เวียนศีรษะ เป็นลมเวลาลุกขึ้นแสดงว่าความดันต่ำไป สาเหตุที่พบได้มีดังนี้

ผู้ป่วยที่มีโรคระบบประสาทหรือต่อมไร้ท่อ
ผู้ที่นอนป่วยนานไป
ผู้ที่เสียน้ำหรือเลือด

เคล็ดลับในการรักษาความดันโลหิตสูง
  1. ตรวจวัดความดันเป็นระยะ
  2. รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ โดยการลดน้ำหนักลง 10% สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกิน
  3. งดอาหารเค็มหรือเกลือไม่ควรได้รับเกลือเกิน 6 กรับต่อวัน
  4. รับประทานอาหารไขมันต่ำ
  5. งดการสูบบุหรี่
  6. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
  7. ไปตามแพทย์นัด
  8. ออกกำลังกายตามแพทย์แนะนำโดยการออกกำลังวันละ 30-45 นาทีสัปดาห์ละ 3-5 วัน
  9. รับประทานอาหารที่มีเกลือโปแตสเซียม
  10. แนะนำให้พาพ่อแม่พี่น้องและลูกไปตรวจวัดความดันโลหิต
ความดันโลหิตสูงในเด็ก

เราไม่ค่อยพบความดันโลหิตสูงในเด็ก แต่เด็กก็สามารถเป็นความดันโลหิตสูงการค้นพบความดันโลหิตสูงตั้งแต่แรกจะสามารถป้องกันโรคหัวใจ โรคไต ดังนั้นเด็กควรที่จะได้รับการวัดความดันโลหิตเหมือนผู้ใหญ่ สาเหตุก็มีทั้ง primary และ secondary พบว่าเด็กที่มีน้ำหนักตัวมาก เด็กที่มีประวัติครอบครัวเป็นความดันโลหิต หรือบางเชื้อชาติ กลุ่มเหล่านี้จะมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูง แพทย์แนะนำอาหาร และการออกกำลังกาย หากความดันโลหิตไม่ลงจึงให้ยารับประทาน

คนที่เป็นความดันโลหิตสูงสามารถอบ Sauna ได้หรือไม

คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงสามารถอาบน้ำอุ่นหรืออบ Sauna ได้โดยที่ไม่เกิดผลเสีย ผู้ป่วยที่มีอาการแน่นหน้าอก หรือหายใจหอบควรจะหลีกเลี่ยงการอบ Sauna หรือแช่น้ำร้อน และไม่ควรที่จะดื่มสุรา นอกจากนั้นไม่ควรอาบน้ำร้อนสลับกับน้ำเย็นเพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น

ทำไมต้องรักษาความดันโลหิตสูง

เนื่องจากโรคความดันโลหิตสูงมักจะไม่มีอาการ แต่โรคความดันโลหิตสูงสามารถทำให้เกิดโรคแก่ร่างกาย เช่นทำให้หัวใจต้องทำงานหนักอาจจะทำให้เกิดโรคหัวใจวาย โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งของโรคอัมพาต และยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ผู้ที่ไม่ได้รักษาความดันโลหิตสูงจะมีผลดังนี้

มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น 3 เท่า
มีโอกาสเกิดโรคหัวใจวายเพิ่มขึ้น 6 เท่า
มีโอกาสเกิดโรคอัมพาตเพิ่มขึ้น 7 เท่า

เรื่องความดันที่น่าสนใจ

ความดันโลหิตสูงตามแนวทางยุโรป
ความดันโลหิตคืออะไรและถ้าสูงจะทำให้เกิดปัญหาอะไร
ใครมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูง
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นความดันโลหิตสูงและความดันโลหิตวัดได้อย่างไร
ความดันที่ดีต้องเท่าไร
การตรวจพิเศษเมื่อท่านเป็นโรคความดันโลหิตสูง
เมื่อไรจึงจะรักษาโรคความดันโลหิตสูง
ความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคที่เกิดจากความดันโลหิตสูง
อวัยวะที่เสียหายจากโรคความดันโดยที่ไม่เกิดอาการ
เครื่องมือวัดความดันโลหิต
โรคความดันโลหิตสูงกับผู้หญิง
วิธีป้องกันความดันโลหิตสูงโดยไม่ต้องใช้ยา
การรักษาความดันโลหิตสูง
รับประทานเกลือน้อยจะลดการเกิดโรคหัวใจ
ถั่วเหลืองช่วยลดความดันโลหิต 18/1/2008 อ่านที่นี่
ดื่มสุราปานกลางลออัตราการเสียชีวิต 19/1/2008 อ่านที่นี่
เกลือโปแตสเซี่ยม
เกลือและสุขภาพ
คำถามที่พบบ่อย
การรักษาโรคโดยไม่ต้องรับประทานยา
รับประทานผลไม้สีเข้มป้องกันโรคความดันโลหิคตสูง

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด


ถ้าอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์จะพบว่าผู้มีชื่อเสียง ดารา เสียชีวิตจากโรคหัวใจไม่เว้นแต่ละวัน โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอด เนื่องจากชีวิตความเป็นอยู่เช่นการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ทำให้โรคนี้พบมากขึ้น โรคหัวใจเป็นโรคใกล้ตัว คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่เสี่ยง และเป็นโรคหัวใจหากคุณตั้งอยู่บนความประมาท ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านร่วมกันทำบุญโดยคุณอ่านบทความนี้จนจบ โปรดแนะนำญาติ คนใกล้ชิด หรือคนรู้จักให้รู้ถึงปัจจัยเสี่ยง วิธีป้องกันความเสี่ยง รวมทั้งอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ








หากท่านผู้อ่านสามารถให้ความรู้และป้องกันการเสียชีวิตได้หนึ่งรายจะทำญาติให้ผู้ป่วยมีความสุขมากน้อยแค่ไหน เนื้อหาที่จะกล่าวจะแบ่งเป็นส่วนๆดังนี้


โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เป็นโรคที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเนื่องจากมีลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายอาจจะเกิดหัวใจวายหรือหัวใจเต้นผิดปกติ


โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ | ระบาดวิทยา |อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ | อาการเจ็บหน้าอก | การวินิจฉัยโรค | คลื่นไฟฟ้าหัวใจ | ผลการตรวจเลือด | ข้อมูลที่ต้องบอกแพทย์ | กลไกการเกิดโรค | การแบ่งประเภทของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด | ปัจจัยที่กระตุ้นทำให้เกิดโรค | จะพบแพทย์เมื่อไร |การป้องกันทุติยภูมิ ิ | ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด | การรักษา | การใส่สายสวนหัวใจ | การทำบอลลูน | การฟื้นคืนชีพ | การดูแลเบื้องต้น ||การป้องกันเส้นเลือดตีบ | การตรวจโรคหัวใจทางห้องปฏิบัติการ| โรคแทรกซ้อน |การตรวจหัวใจหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย | การตรวจพิเศษในผู้ป่วยที่หัวใจขาดเลือด | อาหารกับโรคหัวใจ | บุหรี่กับโรคหัวใจ | การออกกำลังกาย
fbgoole


เรื่องที่น่าสนใจ


ดูทีวีมากกว่า 2 ชั่วโมงเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
ได้รับแคลเซี่ยมเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
หัวใจเต้นช้าดีกว่าหัวใจเต้นเร็ว


เอกสารอ้างอิง


Advanced Clinical Cardiology,First Edition, อภิชาต สุคนธสรรพ์ บรรณาธิการ 2845 , ISBN 974-656-762-4
กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน,นิธิ มหานนท์ ,ปิยะมิตร ศรีธรา,สรณ บุญใบชัยพฤกษ์, บรรณาธิการ ISBN 974-85995-7-4

โรคหัวใจและหลอดเลือด


โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตของการเสียชีวิตของประเทศที่เจริญแล้ว และประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาการและอาการแสดงของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมีได้หลายลักษณะได้แก่


กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคกล้ามเนื้อหัวใขาดเลือดโดยที่ไม่มีอาการเรียก Silent ischemia
กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกเมื่อออกกำลังกาย เรียก Stable angina
กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกแบบ Unstable angina
กลุ่มผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด Myocardial infarction
กลุ่มผู้ป่วยที่มาด้วยเรื่องหัวใจวาย Congestive heart failure
กลุ่มผู้ป่วยที่เสียชีวิตเฉียบพลัน Sudden cardiac death


Acute Coronary Syndrome เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เฉียบพลัน แต่เดิมนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 3กลุ่มใหญ่คือ


unstable angina (UA)
non-ST elevation myocardial infarction (NSTEMI)
acute ST-elevation myocardial infarction (STEMI) กดเพื่อดูรูปคลื่นไฟฟ้า กดเพื่อนเรียนรู้เรื่องคลื่นไฟฟ้าหัวใจ


ในบทความนี้จะกล่าวละเอียด เฉพาะกลุ่ม ACS ที่ไม่ใช่ STEMI เพราะ STEMI นั้น มีการรักษาดูแลที่แตกต่างและพิเศษกว่ากลุ่มอื่นคลิกที่นี่


สาเหตุของ ACS


กลไกที่ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเชื่อว่าเป็นจากการที่หัวใจได้รับออกซิเจนไปเลี้ยงไม่พอ ซึ่งมีสาเหตุหลัก 4 ประการ 1 คือ


ลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดหัวใจ(Occlusive or non-occlusive thrombus on pre-existing plaque) : เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของ ACS โดยผู้ป่วยส่วนมากจะมีคราบ (atherosclerosis plaque ) อยู่เดิมแล้ว ต่อมาเกิดลิ่มเลือด( thrombus formation ) อุดตัน พยาธิกำเนิดของการเกิด thrombus อุดตันอย่าง ฉับพลันนี้จะกล่าวโดยละเอียดต่อไป
Dynamic obstruction (coronary spasm) : เป็นกลไกอธิบายภาวะ โรคPrinzmetal’s angina ซึ่งผู้ป่วยมีหดเกร็งของหลอดเลือดหัวใจ( vasospasm) จากการบีบตัวมากไป( hypercontractility ) ของกล้ามเนื้อหลอดเลือด (vascular smooth muscle) หรือ endothelial dysfunction ทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอกขึ้นขณะพักโดยที่ไม่ได้เกิดจากหลอดเลือดตีบ
Progressive mechanical obstruction : เกิดจาก atherosclerosis ตีบขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ progressive/worsening angina ถึงแม้ไม่มี plaque rupture หรือ vasospasm ก็ตาม กลุ่มนี้ทำให้เกิดโรค Angina pectoris
Secondary causes : ในกรณีนี้ ผู้ป่วยมหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่ก่อน (stable coronary artery disease) อยู่แล้ว แต่มีปัจจัยมากระตุ้นบางอย่างที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจต้องการเลือด ไปเลี้ยงมากขึ้น เช่น ไข้ หัวใจเต้นเร็ว โรคติดเชื้อ โรคคอพอกเป็นพิษ หรือ การที่มี myocardial oxygen delivery ลดลง เช่น ความดันต่ำ ภาวะเลือดจาง


กลไกการเกิดโรค


ลักษณะอาการทางคลินิก


อาการเจ็บหน้าอก


ลักษณอาการที่สำคัญของผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชนิด Unstable angina/NonQ Myocardial infarction


Rest pain หรือเจ็บหน้าอกขณะพัก ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบมักจะมีอาการเจ็บหน้าอดเวลาทำงานหรือออกกำลังกาย หากเจ็บหน้าอกขณะพักและเจ็บนานเกิน 20นาทีก็ให้รีบสงสัยว่าจะเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดต้องรีบไปโรงพยาบาล
New onset angina ผู้ที่ไม่เคยเจ็บหน้าอกมาก่อน หากมีอาการเจ็บหน้าอกครั้งแรก อาการเจ็บหน้าอก แบบ angina ครั้งแรกที่เกิดขึ้นใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 2 เดือน โดยมีระดับความรุนแรงของการเจ็บหน้าอกอย่าง น้อยเทียบเท่ากับ Canadian Cardiovascular Society (CCS) class III ก็ให้สงสัยว่าจะเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
Increasing angina อาการเจ็บหน้าอก แบบ angina ภายในเวลา 2 เดือน ที่มีอาการกำเริบ มากขึ้นทั้งในแง่ความรุนแรง ความถี่และระยะเวลาของ การแน่น หรืออาการเจ็บหน้าอกถูกกระตุ้นให้เกิดได้ง่ายกว่าเดิม โดยที่ระดับความรุนแรงของการเจ็บหน้าอก อย่างน้อย CCS class III


รเะดับความรุนแรงของการเจ็บหน้าอกแบ่งตาม CCS (canadian cardiology society)


ตารางแสดงระดับความรุนแรงของอาการเจ็บหน้าอก Angina pectoris ตาม Canadian Cardiovascular Society (CCS)
Class อาการเจ็บหน้าอก
1 กิจวัตรประจำวันไม่ทำให้เจ็บหน้าอก เช่นการเดินหรือขึ้นบันได แต่การทำงานหนักหรือเร็วและแรงจะทำให้เกิดเจ็บหน้าอก
2 หากทำกิจวัตรประจำวันอย่งเร็วจะเจ็บหน้าอก เช่นการเดินหรือขึ้นบันไดอย่างเร็ว การเดินขึ้นเขา การเดินอย่างเร็วหรือขึ้นบันไดหลังอาหาร อากาศหนาวหรือเย็น ความเครียด
3 เดินธรรมดาก็เจ็บหน้าอก
4 ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันเนื่องจากเจ็บหน้าอก หรืออาจจะเจ็บหน้าอกขณะพัก


จะเห็นว่าหากคุณมีอาการเจ็บหน้าอกที่รุนแรงระดับ4แสดงว่าหลอดเลือดคุณตีบหรือตันมากขึ้นกว่าระดับ 1


อาการเจ็บหน้าอกนี้เหมือนกับอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือไม่


เมื่อซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยแล้วก็นำมาประมวลผลว่า อาการเจ็บหน้าอกของผู้ป่วยรายนี้เหมือนกับอาการของหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบหรือไม่โดยประเมินจาก


โอกาสที่จะเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดสูงHigh likelihood (85-99%) โดยจะมีข้อใดข้อหนึ่ง:
ประวัติเคยเจ็บป่วยจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
อาการเหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและเป็นชายอายุมากกว่า 60 ปี และมากกว่า 70 ปีในหญิง
ระหว่างที่เจ็บหน้าอกมีการเปลี่ยนแปลงของสัญาณชีพ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
Variant angina (pain with reversible ST-segment elevation)
คลื่นไฟฟ้าหัวใจยกขึ้นหรือลดต่ำลง(ST-segment elevation or depression) 1 mm or
คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติแบบ Marked symmetrical T wave inversion in multiple precordial leads
มีโอกาสเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดปานกลาง(Intermediate likelihood) (15-84%)ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้:
อาการเหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและเป็นชายอายุน้อยกว่า 60 ปี และน้อยว่า 70 ปีในหญิง
อาการไม่เหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและเป็นชายอายุมากกว่า 60 ปี และมากกว่า 70 ปีในหญิง
อาการไม่เหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน diabetes mellitus
อาการไม่เหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด 2 หรือ 3 ข้อ (ปัจจัยเสี่งต่อโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้แก่ เบาหวาน สูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงl)
มีโรคหลอดเลือดอื่น เช่น อัมพฤต หรือเส้นเลือดขาตีบ
คลื่นไฟฟ้าผิดปกติ ST depression 0.05 to 1 mm
คลื่นไฟฟ้าผิดปกต T wave inversion 1 mm or greater in leads with dominant R waves
มีโอกาสเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดต่ำ(Low likelihood) (1-14%)จะมีลักษณะดังต่อไปนี้:
อาการไม่เหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
มีปัจจัยเสี่ยงข้อเดียว
คลื่นไฟฟ้าผิดปกติ T-wave flattening or inversion less than 1 mm in leads with dominant R waves
คลื่นไฟฟ้าปกติ Normal ECG findings


ผู้ป่วยรายนี้มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน


หลังจากที่เราประเมินอาการเจ็บหน้าอก ละโอกาสการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้ว ก็มาประเมินว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นรุ่นแรงหรือไม่ หรือความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมีมากหรือไม่ เพื่อที่จะได้ให้การรักษาตามความรุนแรงของโรค โดยจะประเมินจากคลิกที่นี่


กลุ่มที่เสี่ยงต่อการกิดโรค


ได้มีการศึกษาผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกและเป็นชนิด unstable angina ทั้งหมดประมาณ 3000 ครั้ง โรงพยาบาลที่เข้าร่วมในการศึกษา 35 โรงพบว่าผู้ป่วยเหล่านี้จะมีลักษณะดังต่อไปนี้


อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยประมาณ 62 ปี
ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุ65 ปีโดยคิดเป็นร้อยละ 44
ประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วยมีดังนี้
ความดันโลหิตสูงพบได้ 60%
โรคเบาหวานพบได้ 26%
ผู้ป่วยที่ยังคงสูบบุหรี่พบได้ 25%
ผู้ป่วยไขมันในเลือดสูงพบได้ 43%
ประวัติครอบครัวเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดพบได้ 42%
เคยเป็นอัมพาต 9%
เคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายจากหลอดเลือดแดงตีบ 36%
เคยเจ็บหน้าอกแบบ angina - 66%
หัวใจวาย14%
เคยทำบอลลูนหัวใจ 23%
เคยผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ 25%


การวินิจฉัยโรค


เกณฑ์ในการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดขององค์การอนามัยโรคกำหนดไว้ว่าอย่างน้อยต้องมีสองในสามข้อ ซึ่งประกอบด้วย


อาการเจ็บหน้าอกซึ่งเข้าได้กับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดซึ่งเจ็บนาน20 นาที อ่านเพิ่มเติมที่นี่
มีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
เจาะเลือดพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของเอ็นไซม์ที่หลั่งจากหัวใจ ( cardiac enzyme) คลิกที่นี่


Classification ของ UA


เนื่องจากผู้ป่วย ACS มี spectrum ความรุนแรง ของโรคที่แตกต่างกันมาก จึงมีความพยายามที่จะ แบ่งกลุ่มผู้ป่วย เพื่อช่วยพยากรณ์โรคและบอก prognosis Classification ที่ใช้กันบ่อยคือ Braunwald Classification ซึ่งแบ่งกลุ่มผู้ป่วย โดยคำนึง ถึง 3 ปัจจัย คือ


ความรุนแรงของอาการเจ็บหน้าอก
ลักษณะทางคลินิก และ
ยาที่ผู้ป่วยได้รับช่วง เกิดอาการ


การจำแนกชนิดของ unstable angina (Braunwald ‘s Classification)
Characteristic Class/Category Details
ความรุนแรงของการเจ็บปวด I อาการเจ็บหน้าอกเพิ่งจะเกิด หรือ อาการเจ็บหน้าอกเป็นมากขึ้นในช่วงสองเดือน เจ็บหน้าอกวันละ 2-3 ครั้งต่อวัน ออกกำลังกายไม่มากก็เจ็บหน้าอก ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาไม่มีอาการเจ็บหน้าอกขณะพัก
II เจ็บหน้าอกขณะพักในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ในช่วง 48 ชมก่อนมาโรงพยาบาล
III เจ็บหน้าอกขณะพักหลายครั้งใน 48 ชมที่ผ่านมา
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เจ็บหน้าอก A มีอาการเจ็บหน้าอกเนื่องจากโลหิตจาง หรือการติดเชื้อ ความดันดลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว คอพอกเป็นพิษ หายใจวาย
B อาการเจ็บหน้าอกเนื่องจากเส้นเลือดหัวใจตีบ
C มีอาการเจ็บหน้าอกภายในสองสัปดาห์หลังจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด Post infarction unstable angina (within 2 weeks of documented MI)
การรักษาขณะเกิดอาการ 1 ยังไม่ได้รักษาAbsence of treatment or minimal treatment
2 ได้รับการรักษาตามมาตรฐาน (conventional doses of oral beta-blockers, nitrates, and calcium antagonists)
3 ได้การรักษาด้วยยาเต็มที่แล้ว


ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อท่านได้ไปถึงโรงพยาบาล


แพทย์หรือเจ้าหน้าที่จะซักประวัติการเจ็บป่วยของท่าน ประวัติการรักษา อาการสำคัญที่ท่านเป็นอยู่
ตรวจร่างกายโดยเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ซึ่งจะต้องตรวจวัดความดันโลหิต ชีพขจร การหายใจ และอุณหภูมิ
หากประวัติและการตรวจร่างกายเข้าได้กับโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแพทย์จะตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจภายใน 10 นาที
เจาะเลือดตรวจหา cardiac enzyme ว่ากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือไม่
ประเมินว่าอาการป่วยของท่าน เกิดจากโรคอื่น เกิดจากหัวใจขาดเลือดซึ่งแบ่งออกเป็น กลุ่มอาการ angina กลุ่มอาการ unstable stable angina , กลุ่ม Non Q Myocardial infarction,กลุ่มอาการ ST Elevate Myocardial infarction
สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกเหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด แต่ผลการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและผลเลือดไม่เหมือนโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดก็ให้อยู่สัเกตอาการ และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และตรวจเลือดซ้ำ
สำหรับผู้ป่วยที่ตรวจซ้ำทั้งคลื่นไฟฟ้าและผลเลือดปกติ แนะนำให้มาตรวจหัวใจโดยอาจจะใช้การวิ่งสายพานหรือใช้ยากระตุ้นให้หัวใจทำงานเพื่อจะตรวจว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่
สำหรับผู้ป่วยที่ผลการตรวจร่างกาย ผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และผลเลือดเข้าได้กลับกลุ่มกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจะต้องได้รับการประเมินว่า 1กลุ่มที่สาเหตุน่าจะเกิดจากการอุดตันของหลอดเลือด 2 ความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด
แพทย์จะให้การรักษาตามความหนักหรือความรุนแรงของโรค


การรักษา


จุดมุ่งหมายของการรักษา คือ


ทำให้อาการ เจ็บ แน่นหน้าอกดีขึ้น ป้องกันการเกิด AMI หรือ reinfarction
ป้องกันการเกิด sudden cardiac death


การที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวจะต้องมีองค์ประกอบดังนี้


การรักษาเพื่อลดการขาดเลือดของกล้ามเนื้อหัวใจ
การให้ยาต้านเกร็ดเลือด
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
การประเมินความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต
การเลือกการรักษา


ขั้นตอนการรักษามีดังนี้


ให้ผู้ป่วยนอนพัก ติดเครื่องติดตามการเต้นของหัวใจ
ให้ออกซิเจน และติดตามระดับออซิเจนให้มากกว่า 90 %
ผู้ป่วยที่มีอาการแน่หน้าอกความจะได้อมยาNTG ทุก 5 นาที 3 ครั้ง
หากอมยาแล้วไม่หายปวดก็จะพิจารณาให้ยา NTG ทางหลอดเลือดดำเป็นเวลา 48 ชมเพื่อรักษาภาวะหัวใจวาย ความดันโลหิตสูง
ให้ Beta-blocker ภายใน 24 ชมหากไม่มีข้อห้ามดังต่อไปนี้


หัวใจวาย
หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายน้อย low output state
มีปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะช็อคเนื่องจากหัวใจ
ความเสี่ยงอื่นๆ เช่น หัวใจเต้นช้า โรคหอบหืด


หากไม่สามารถให้ยากลุ่ม Beta-blocker ก็อาจจะพิจารณาให้ยา verapamil หรือ diltiazem แทน
ให้ยากลุ่ม ACE Inhibitor ภายใน 24 ชมในรายที่มีหลักฐานว่าหัวใจทำงานน้อยแต่ยังไม่มีภาวะความันโลหิตต่ำ
หากผู้ป่วยทนต่อยาในกลุ่ม ACE Inhibitor ไม่ได้ก็ให้ยากลุ่ม angiotensin blocker แทน
การดูแลรักษาทั่วไป: เช่นการพัก, ให้ออกซิเจน, การให้ยานอนหลับ และ ยาแก้ปวด เช่น morphine รวมถึงการแก้ไขปัจจัยส่งเสริม เช่น เช่น ภาวะโลหิตจาง, ติดเชื้อ, หัวใจเต้นผิดปกติ, คอพอกเป็นพิษ เป็ นต้น
ยาที่ใช้รักษาแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ


2.1 Anti-ischemic drugs : Nitrates, Betablockers, Calcium- blockers
2.2 Antiplatelets
2.3 Anticoagulants
2.4Glycoprotein (GP) IIb/IIIa inhibitors


การดูแลตัวเองหลังออกจากโรงพยาบาล


สำหรับท่านผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลและอาการดีขึ้น แพทย์จะให้ท่านกลับบ้าน แต่ท่านจะต้องมีภาระหน้าที่ร่วมกับแพทย์สองประการได้แก่


การเตรียมตัวเพื่อที่จะไปดำรงชีวิตเหมือนปกติ
จะต้องทบทวนการดูแลตัวเองที่ผ่านมาว่าได้ละเลยหรือไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องใดบ้าง เมื่อทราบแล้วท่านต้องปรับพฤติกรรมตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบขึ้นมาอีก


การใช้ยาในการป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด


ยาที่ใช้ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบซ้ำก็จะเหมือนกับการรักษาโรคหลอดเลือดตีบ กล่าวคือจะต้องมียาที่ผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ได้แก่


ยาลดความดันโลหิตสูง
ยาลดไขมัน
ยาต้านเกร็ดเลือด
ยารักษาโรคเบาหวาน


สิ่งที่ผู้ป่วยจะต้องเรียนรู้ก่อนที่จะกลับบ้าน


การรักษาปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ


ภาวะไขมันในเลือดสูงโดยเฉพาะไขมัน Cholesterol LDL สูงจากการศึกษาพบว่าการให้ยา Statin เพื่อลดไขมันจะลดการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
การรักษาโรคความดันโลหิตสูงไว้ไม่ให้เกิน 130/80 mmHg
สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่แนะนำให้เลิกบุหรี่โดยเด็ดขาด
การควบคุมโรคเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
ผู้ที่มีน้ำหนักเกินต้องลดน้ำหนักลงให้ใกล้เคียงน้ำหนักที่เหมาะสม
หลีกเลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS and COX-2–selective inhibitors เพราะจะทำให้เกิดโรคหัวใจ
สำหรับยาที่นิยมให้เช่น Folic acid/B-vitamin vitamins C, E, beta carotene ที่เคยเชื่อว่าป้องกันโรคหัวใจได้ แต่จากการศึกษาพบว่าไม่ได้ลดโอกาสเกิดโรคหัวใจจึงไม่แนะนำ


การออกกำลังกาย


การออกกำลังกานอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้หัวใจทำงานดีขึ้น น้ำหนักลดลง และลดปัจจัยเสี่งอื่นๆอีก การออกกำลังควรจะเริ่มหลังจากอาการดีขึ้นแล้วหนึ่งสัปดาห์ ดดยจะออกกำลังให้หัวใจเต้นประมาณ 60-70% สำหรับการออกกำลังกายแบบ aerobic และยกน้ำหนักควรจะทำหลังจากอาการดีขึ้นแล้ว4 สัปดาห์

เต็มอิ่มกับบุฟเฟต์ ที่ “คาเฟ เดอ นีมส์”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 ธันวาคม 2549 15:30 น.
บรรยากาศภายในห้องคาเฟ เดอ นีมส์ โปร่งโล่งนั่งสบาย
       เดี๋ยวนี้ในหมู่นักกินทั้งหลาย ต่างพิสมัยอาหารประเภทบุฟเฟต์กันเป็นจำนวนมาก ด้วยเพราะความที่ว่าบุฟเฟต์นั้นมีความหลากหลายในเรื่องเมนูอาหารที่มีให้ เลือกกินมากมาย แถมยังอิ่มได้แบบไม่อั้น ในราคาที่จำกัดไว้แล้ว
      
       ฉะนั้นในมื้อนี้เพื่อเป็นการเอาใจบรรดาคนรักบุฟเฟต์ “ผู้จัดการตระเวนกิน” จึงขอพาไปตระเวนกินบุฟเฟต์กันให้สำราญท้องที่ห้องอาหาร “คาเฟ เดอ นีมส์” ซึ่งตั้งอยู่ที่โรงแรมแกรนด์ สุขุมวิท โซฟิเทล (สุขุมวิท 6)
ซุ้มสารพัดยำต่างๆ
       สำหรับบุฟเฟต์ที่ห้องอาหารคาเฟ เดอ นีมส์ เป็นบุฟเฟต์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นอาหารประเภทออกแนวเพื่อสุขภาพสักหน่อย คือส่วนประกอบอาหารส่วนใหญ่จะค่อนข้างมีไขมันต่ำ เน้นพวกพืชผัก ธัญพืช และซีฟู้ด รวมไปถึงยังมีอาหารนานาชาติอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารยุโรป และมีแบบเป็นอะลาคาร์ทให้เลือกสั่งด้วยอีกต่างหาก
อาหารทะเลสดๆ
       เอาเป็นว่ามาดูกันดีกว่าบุฟเฟต์ของที่นี่มีอาหารอะไรน่ากินบ้าง โดย “ผู้จัดการตระเวนกิน” ขอเริ่มจากซุ้มเพื่อสุขภาพอย่าง “ซุ้มสลัดบาร์” กันก่อน ซึ่งสลัดบาร์ของที่นี่มีผักสดๆ ให้เลือกตักมากมาย แถมยังมีน้ำสลัดหลายหลากชนิดให้เลือกตักตามใจชอบ ชนิดที่ว่าเลือกตักไม่ถูกเลยทีเดียว และที่สำคัญ มีเชฟคอยแนะนำ และบริการคลุกเคล้าสลัดให้กินพร้อมเสิร์ฟเลยทีเดียว
      
       จากซุ้มสลัดบาร์ ถ้าใครที่ชื่นชอบความแซบของสารพัดเมนูยำๆ แล้วล่ะก็ต้องไม่พลาดซุ้มนี้ “ซุ้มยำ” ซึ่งมีสารพัดเมนูยำให้เลือกกินตามใจปาก ซึ่งเราสามารถเลือกตักทำยำได้ด้วยตัวเองเลย ไม่ว่าจะเป็นยำวุ้นเส้น ยำรวมมิตรทะเล ยำแหนม ยำเห็ดหูหนูขาว และอีกสารพัดยำตามแต่เราจะเลือกใส่ส่วนผสมยำเอง
      
       และหลังจากอิ่มแซบกับเมนูซุ้มยำแล้ว เราเดินต่อตรงมายัง "ซุ้มอาหารซีฟู้ด" ของโปรด สำหรับซุ้มนี้ต้องถูกใจบรรดาคอซีฟู้ดทั้งหลาย เพราะมีอาหารทะเลสดๆ นานาชนิดให้เลือกกินมากมาย มีทั้งกุ้งตัวโตๆ หอยแมลงภู่ตัวใหญ่ ปูก้ามโต หอยนางรมสดๆ พร้อมกับมีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดให้ตักมาจิ้มกินคู่กับอาหารทะเลที่สดหวาน
เมนูสเต็กเลิศรส
       ครั้นพอจัดการกับซีฟู้ดที่ตักมาจนหมดจาน เราก็เดินไปที่ "ซุ้มอาหารญี่ปุ่น" กันต่อ ซึ่งถ้าใครพิสมัยอาหารญี่ปุ่นเป็นต้องโดนใจปาก เพราะมีสารพัดเมนูอาหารญี่ปุ่นให้เลือกตัก มีทั้งซูชิสารพัดหน้า อาทิ ข้าวปั้นหน้าปลาไหล ข้าวปั้นหน้าปูอัด ข้าวปั้นหน้าปลาแซลมอน ข้าวปั้นสาหร่ายไส้ปูอัด และก็มีปลาดิบมากมาย อย่างปลาแซลมอน ปลาโอ ปลาหมึก
      
       ส่วนถ้าใครอยากลิ้มลองอาหารชาติอื่นๆ ก็ยังมี “ซุ้มอาหารไทย” ที่จะมีเมนูอาหารไทยหลายอย่างหมุนสลับสับเปลี่ยนเมนูให้เลือกลองลิ้มตามความชอบใจ และก็ยังมี “ซุ้มอาหารสไตล์ยุโรป” อย่างอาหารฝรั่งเศส อาหารอิตาเลียน ซึ่งที่”ผู้จัดการตระเวนกิน” ชื่นชอบมากเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นพวกสเต็กต่างๆ ที่พอสั่งเชฟก็จะปรุงให้ร้อนๆ แบบจานต่อจานทันทีตรงครัวเปิดที่ตั้งอยู่ในห้องอาหาร เพื่อคงรสชาติความสดของอาหารไว้
      
       ปิดท้ายกันที่ “ซุ้มขนมหวาน” ที่มีทั้งขนมหวานแบบไทย และแบบฝรั่ง รวมถึงยังมีเค้กหน้าตาหน้ากินมากมาย ผลไม้นานาชนิด และก็มีไอศกรีมที่มีให้เลือกกินหลายรสชาติ พร้อมด้วยท็อปปิ้งสารพัดอย่าง สำหรับบุฟเฟต์อิ่มไม่อั้นนี้ สนนราคาบุฟเฟต์มื้อกลางวัน (เวลา 12.00-15.00 น.) ราคา 450 บาท++/คน และบุฟเฟต์มื้อค่ำ (เวลา 18.30-22.00 น.) ราคา 650 บาท++/คน
       เรียกว่าหากแฟนานุแฟนมิตรรักนักกินท่านใดที่ชื่นชอบการกินอาหารแบบบุฟเฟต์ และก็อยากอิ่มแบบไม่อั้นอย่างมื้อนี้ของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” แล้วล่ะก็ ต้องลองแวะมาสัมผัสกับบุฟเฟต์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ห้องอาหาร “คาเฟ เดอ นีมส์” แห่งนี้กันดูสักครั้ง เพราะไม่แน่อาจจะติดใจในความอิ่มจุใจจนต้องพากันมาบ่อยๆ ก็เป็นได้
      
       
*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
       

      
       
พิเศษ ในวันที่ 24 ธ.ค. นี้ ทางห้องอาหารมีซุ้มเมนูคริสต์มาส ที่มาพร้อมอาหารคริสต์มาสหลากหลายเมนูมาบริการเพิ่มเติมด้วย ราคาบุฟเฟต์วันคริสต์มาสนั้น ราคา 1,188 บาท++/ท่าน พร้อมกับรับไวน์ฟรี 1 แก้ว

ลิ้มรสปูขน หนึ่งปีมีหน ที่ "ภัตตาคารเชียงการีลา"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤศจิกายน 2549 12:16 น.
บรรยากาศโต๊ะนั่งกินอาหารภายในภัตตาคารเชียงการีลา
       "ปูขน"จัดว่าเป็นปูน้ำจืดชนิดหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ตามทะเลสาบในประเทศจีน เจริญเติบโตอยู่ในสภาพอากาศหนาว และน้ำที่เย็นจัด ปูขนมีลักษณะพิเศษตรงที่จะมีขนตรงบริเวณก้ามปู และขาปู ยิ่งถ้าตรงบริเวณขาปูมีขนออกสีเหลืองทองอ่อน ถือว่าเป็นปูขนที่สมบูรณ์มากๆ ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมนี้ ถือว่าเป็นช่วงที่ปูขนมีความอุดมสมบูรณ์ และเหมาะแก่การลิ้มรสเป็นที่สุด
      
       ที่ "ภัตตาคารจีนเชียงกรีลา" ตรงเยาวราช ในทุกๆ ปีจะจัด"เทศกาลปูขน" ขึ้นเพื่อเอาใจคอกินปูขน ในปีนี้จัดตั้งแต่วันนี้ไปถึงประมาณปลายเดือนธันวาคม ซึ่ง"ผู้จัดการตระเวนกิน" เองในปีนี้ก็ได้มีโอกาสมาลองลิ้มรสชาติปูขนที่นี่กับเขาด้วย
ปูขนนึ่ง เสิร์ฟพร้อมน้ำขิงร้อนๆ
       สำหรับปูขนของที่นี่ เขาสั่งปูขนคัดขนาดส่งตรงมาจากเซี่ยงไฮ้ประเทศจีน มาแบบยังเป็นๆสดๆ และนิยมนำปูขนมาทำเป็นเมนูปูขนนึ่งเพียงอย่างเดียว เพราะนำไปทำเมนูอย่างอื่นไม่ได้รสชาติปูขนที่ดี สนนราคาปูขนหนึ่งตัว (ตัวไม่ใหญ่มากนัก) ตกตัวละ 250 บาท
      
       การทำเมนูปูขนนึ่งของที่นี่มีกรรมวิธีการนึ่งปูที่พิเศษเฉพาะไม่ เหมือนที่อื่น ตรงที่จะนำปูขนสดๆ มาล้างทำความสะอาด จากนั้นนำไปนึ่งพร้อมกับใบชาจีน เพื่อเป็นการช่วยดับกลิ่นคาวของปู นึ่งประมาณ 15-20 นาทีจนปูสุกกระดองปูกลายเป็นสีส้มๆ ชวนกิน
      
       ปูขนของที่นี่เสิร์ฟมาแบบให้กินง่ายๆ ทางร้านแกะปูมาให้เสร็จสรรพ ก้ามเป็นก้าม และแคะเนื้อปูมาเป็นส่วนๆ แล้วนำมาเรียงเป็นตัวปูใหม่อย่างสวยงาม การกินปูขนส่วนที่อร่อยที่สุดต้องกินตรงมันปู ยิ่งปูตัวผู้มีมันเยอะ มันเยิ้มๆ หอมๆ มัน สุดยอดขอบอก ส่วนไข่ปูก็มันๆ ปากดี และเนื้อปูถึงจะมีไม่มาก แต่ก็รสชาติดีจิ้มกินกับน้ำจิ้มจิ๊กโฉ่วใส่ขิง ตบท้ายการกินปูขน ทางร้านจะเสิร์ฟน้ำขิงร้อนๆ มาให้กินกลั้วคอ เพราะเชื่อว่าปูขนมีฤทธิ์เย็น ต้องแก้ด้วยฤทธิ์ร้อนจากขิง
เนื้อปลาเก๋ามังกรยัดไส้กุ้งเจี๋ยนน้ำมันหอย
       นอกจากเมนูปูขนแล้ว หากมากินอาหารตามปกติก็มีเมนูจีนชวนกินมากมาย อย่าง เนื้อปลาเก๋ามังกรยัดไส้กุ้งเจี๋ยนน้ำมันหอย (ชิ้นละ 80 บาท) เป็นเนื้อกุ้งสับปรุงรส ห่อด้วยเนื้อปลาเก๋าและชุบแป้งทอด แล้วราดด้วยน้ำมันหอยปรุงรส ลิ้มรสปลาเก๋าเนื้อแน่น เคี้ยวเด้งกรอบทั้งเนื้อปลาและเนื้อกุ้ง ออกรสเค็มๆ น้ำมันหอย และมีบล็อกโคลี่ต้มกินตัดความเลี่ยน
      
       หอยเชลล์ออสเตรเลียผัดเต้าซี่ (ตัวละ 200 บาท) หอยเชลล์ออสเตรเลียตัวโตลวกพอสะดุ้ง ผัดกับเครื่องเต้าซี่ปรุงรส ราดด้วยต้นหอม พริกสด หอมใหญ่ และมีคะน้าไต้หวันลวกเสิร์ฟมาด้วย กินเนื้อหอยเชลล์เนื้อนุ่ม เด้งเคี้ยวหนึบ หอมเครื่องผัดเต้าซี่
หอยเชลล์ออสเตรเลียผัดเต้าซี่
       เป๋าฮื้อขาห่าน (ชุดละ 350 บาท) เป๋าฮื้อตัวโต กับขาห่านตุ๋นเครื่องยาจีนจนเปื่อยนุ่ม ใส่ผักกาดแก้ว และมีน้ำแดงที่ได้มาจากซุปหูฉลามเคี่ยวกับไก่แห้งเข้มข้น ลิ้มรสเป๋าฮื้อเคี้ยวกรุบ ขาห่านเปื่อยยุ่ยได้ที่ น้ำแดงออกหวานๆ เค็มๆ หอมกลิ่นสมุนไพรจีนอ่อนๆ
เป๋าฮื้อขาห่าน
       นอกจากนี้ยังมีติ่มซำ (เข่งละ 35บาท ขึ้นไป) มีกว่า 80 ชนิด ให้เลือกกิน หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกันไปกว่า 45 ชนิดต่อวัน อย่างขนมจีบ ฮะเก๋าหงส์ มี บะหมี่หยกห่อกุ้ง ฮะเก๋าหอยเชลล์ และเมนูอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ หมูหันฮ่องกง (ตัวละ 950 บาท) พระกระโดดกำแพง (โถละ 800 บาท) หอยเชลล์ผัดซอสเอ็กซ์โอ (500 บาท, 950 บาท, 1400 บาท) ปลาเก๋ามังกรหม้อไฟ (ขายตามน้ำหนัก)
      
       เห็นทีว่าหากใครเป็นคอปูขนานแท้ และไม่อยากพลาดการได้ลิ้มรสชาติ “ปูขน” ที่นานทีปีครั้งจะมีมาให้กิน ก็ต้องหาต้องรีบหาโอกาสไปลองลิ้มกันให้จงได้
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *