homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

รสเด็ด โดนใจ อาหารไทยร้าน"ออมทอง"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มกราคม 2549 16:30 น. 

บรรยากาศร้านออมทอง ตกแต่งแบบไทยโมเดิร์น
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" เองก็ได้ไปฉลองปีใหม่มาเต็มที่เหมือนกัน แต่ถึงยังไงก็ไม่ได้ฉลองจนลืมหน้าที่อันสำคัญ ที่ต้องหาร้านอาหารอร่อยๆ มาแนะนำให้กับแฟนๆนักกินทุกคนเหมือนเดิม
     
       เปิดปฐมฤกษ์ปีจอนี้ เราเลยขอแนะนำอาหารไทยๆ ที่โดนใจปากของทุกคนกันที่ร้าน "ออมทอง" ซึ่งชื่อร้านช่างเป็นมงคลเข้ากับปีใหม่นี้ ที่อยากจะให้ทุกคนออมเงิน ออมทองกันไว้ จะได้มีใช้จ่ายตลอดปี
สารพัดเมนูน้ำพริกกินกับผักพื้นบ้าน
       ร้านออมทอง แห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ตรงสุขุมวิท 33 มาที่ร้านนี้จะได้สัมผัสกับความเป็นไทยจริงๆ ตั้งแต่ตัวบรรยากาศร้าน ที่เดินเข้ามาก็จะเจอเรือโบราณอายุ 100 กว่าปีประดับอยู่ข้างฝาผนัง อีกหน้าถูกประดับไปด้วยไม้พายเรือ บรรยากาศร้านด้านล่าง มีโต๊ะนั่งมุมสบายๆ มีกรอบภาพติดกำแพง ข้างในบรรจุหัวโขนเล็กๆ เป็นตัวละครเรื่องรามเกียรติ์สวยงามมาก นอกจากชั้น1 แล้วก็ยังมีชั้น 2 และชั้น ที่จัดโต๊ะนั่งแบบเป็นส่วนตัวสักนิด และก็ตกแต่งแบบมีกลิ่นอายความเป็นไทย
     
       สำหรับอาหารไทยของร้านนี้ ต้องขอบอกว่าเป็นไทยแบบมีอยู่มากมายหลายรายการ น้ำพริก (ชุดละ 150บาท น้ำพริก 1 อย่าง +ผักพื้นบ้าน) มีอยู่ 4 อย่าง ที่จะแนะนำมี น้ำพริกลงเรือ ที่มีรสชาติออกรสหวานนุ่มๆ ไม่เผ็ดมาก
       น้ำพริกกุ้งหลน เหมาะกับคนไม่กินเผ็ด น้ำพริกหอมกลิ่นกะทิ ออกรสหวาน มันๆ ไม่เผ็ดเลย
ยำผักหวาน
       น้ำพริกปลาย่าง (ราคา 150 บาท) ที่หอมกลิ่นปลาย่างเอามากๆ รสชาติเผ็ดร้อน คลุกกินกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดขอบอก และน้ำพริกกะปิ (ราคา 150 บาท) ซึ่งทางร้านใช้กะปิชั้นดีจากภาคใต้มาทำ รสชาติออกเผ็ดนำ หอมกลิ่นกะปิอ่อนๆ
     
       และน้ำพริกของที่นี่จะจัดเสิร์ฟมาพร้อมกับผักพื้นบ้านให้กินแกล้มกัน มีทั้งผักต้มและผักสด ที่กินแล้วดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ บางชนิดหากินอยากสักหน่อย อาทิ น้ำเต้าลวก, ดอกแค สรรพคุณ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ผักปลัง สรรพคุณ ลดไข้ แก้ท้องผูก ชะอม สรรพคุณ แก้ท้องเฟ้อ ขับลมในลำไส้ ใบชะพลู กระเจี๊ยบมอญ มะแว้ง มะเขือไข่เต่า
ปูนิ่มทอดกระเทียม
       หลักจากเต็มอิ่มกับน้ำพริกก็ต่อด้วย ยำผักหวาน (120 บาท) เมนูนี้มีความน่าสนใจอยู่ที่ผักหวาน ที่มีสรรพคุณ กินแล้วจะรู้สึกเย็นช่วยดับพิษไข้ได้ ทางร้านนำผักหวานลวกสุกมายำกับน้ำยำสูตรเด็ด ใส่หมูบด กุ้งบด คลุกเคล้า แต่งหน้าด้วยกุ้งกุลา และมีไข่ไก่ต้มให้กินแกล้มกับยำ ยำผักหวานรสชาติดีตรงที่ผักหวานกรุบกรอบ ไม่เหม็นเขียว เข้ากับน้ำยำรสกลมกล่อมลิ้น ออกเปรี้ยวๆ หวานๆ
       ตามมาติดๆ ปูนิ่มทอดกระเทียม (480 บาท) ปูนิ่มทอดกระเทียมส่งกลิ่นหอมๆ ทางร้านนำปูนิ่มมาชุบแป้งทอดกับกระเทียม ให้กรุบกรอบเหลืองน่ากิน แล้วโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวทอดกรอบ ตักชิ้นเนื้อปูนิ่งส่งเข้าปาก ปูเคี้ยวนิ่มกรอบนอกนุ่มใน ได้รสชาติหวานๆ มันๆ เค็มๆ เคี้ยวกระเทียมทอดแกล้มกันกรุบกรอบกินเพลิน
แกงไตปลา
       ปิดท้ายด้วย แกงไตปลา (120 บาท) เมนูเด็ดขึ้นชื่อที่ใครมาแล้วต้องไม่พลาดสั่ง ขนาดฝรั่งที่ว่ากินเผ็ดไม่ค่อยได้ ยังนิยมสั่งมากิน เพราะเป็นแกงไตปลาที่มีรสชาติเด็ดดวงโดนใจปากจริงๆ แกงไตปลาน้ำข้น มีผักสะตอ หน่อไม้ และถั่วฝักยาวใส่มาด้วย แค่ตักน้ำแกงซดคำแรกสัมผัสได้ถึงความจัดจ้าน เข้มข้นของแกงไตปลา รสเผ็ดลิ้น ร้อนแรง แต่ว่าไม่มีกลิ่นคาวปลา ไม่เค็มจัด และไม่ขออีกต่างหาก กินกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดจนต้องยกนิ้วให้
     
       นอกจากเมนูจานเด็ดที่เราได้ลิ้มลองแล้วนี้ ยังมีรายการอาหารไทยอื่นๆ อีกมากมาย ในเมนูที่น่าสั่งมาลองลิ้ม อาทิ แกงเหลืองปลาแซลมอน (ราคา 180 บาท )ต้มโคล้งปลาย่าง (140 บาท , หม้อดิน 200 บาท , หม้อไฟ 300 บาท ) ปลาสลิดฟูยำมะม่วง (180 บาท) ยำส้มโอ (150 บาท) ปลาเก๋าสามรส (380 บาท) พะแนงซี่โครงหมู (240 บาท)
     
       
หากมิตรรักนักกินท่านใดที่พิสมัยอาหารไทยๆ ลองแวะมาตระเวนกินอาหารไทย ที่ร้านออมทองนี้กันดู มาลิ้มรสชาติความเป็นไทย แบบโดนใจปากกันด้วยตัวเอง

"Cup B" ร้านนี้ชวนหม่ำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2549 19:01 น. 

บรรยากาศร้าน "Cup B" ตกแต่งสีสันสดใส โดนใจชวนนั่ง
       เพิ่งจะผ่านพ้นฉลองวันปีใหม่ไปหมาดๆ เข้าช่วงอาทิตย์ที่สองของเดือนก็มี "วันเด็ก" (14 ม.ค.)ให้ได้ไปฉลองเฮฮากันอีกแล้ว มื้อนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" จึงบุกไปในพื้นที่แถวสยามสแควร์ ที่เต็มไปด้วย วัยรุ่น วัยทีน เด็กแนว และวัยจ๊าบทั้งหลาย เพื่อตระเวนหาร้านอาหารชวนนั่ง ชวนกิน
      
       แล้วเราก็ไปจ๊ะเอ๋กับร้านที่มีชื่อเก๋ไก๋ว่า "Cup B" เข้าให้ ซึ่งบรรยากาศของร้านเมื่อมองจากภายนอกเข้าไปดูแล้วมีเสน่ห์เชิญชวนไม่น้อยทีเดียว
มุมโต๊ะนั่งเล็กๆ ตรงระเบียงด้านนอก
       ครั้นพอเดินเข้าไปในร้านก็ยิ่งโดนใจยิ่งขึ้น เพราะพื้นที่ภายในถูกตกแต่งไปด้วยสีสัน หวานแหววไฉไล ออกสไตล์คิกขุอาโนเนะน่ารัก สดใส น่านั่งไปด้วยโต๊ะสไตล์กิ๊บเก๋ ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟานิ่มๆ มุมโต๊ะนั่งกินข้าวแบบสบายๆ หรือว่ามุมนั่งรับลมเย็นๆ นอกระเบียง
      
       ส่วนเรื่องอาหารของที่นี่ ก็ไม่น้อยหน้าบรรยากาศ เพราะว่ามีอาหารให้เลือกกินมากมาย ทั้งเมนูจานเดียว อาหารกินเล่นทั้งไทยและฝรั่ง เครื่องดื่มอย่างชา กาแฟ น้ำผลไม้ รวมไปถึงเค้กโฮมเมดสารพัดอย่าง
      
       เอาเท่าที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้ลิ้มรสชาติแล้วอยากให้ลองมาชิมกันก็มี ตับบดสูตรฝรั่งเศส+ขนมปังบาแกตต์ (80 บาท) สั่งมาเป็นเมนูกินเล่นๆ เปิดมื้อ กระตุ้นน้ำย่อย ดูหน้าตาเหมือนขนมปังอบธรรมดาๆ และมีตับบดมาให้ทาขนมปัง แต่ว่าพอได้ลองเอาตับบดที่หอมกลิ่นตับเอามากๆ ทากับขนมปัง ร้อนๆ ส่งเข้าปากเคี้ยวกรุบ กลับสัมผัสได้ถึงรสชาติที่ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย เพราะว่าตับบดนั้นละลายซึมเข้ากับเนื้อขนมปัง เคี้ยวกรอบกรุบได้รสชาติของตับแท้ๆ
ตับบดสูตรฝรั่งเศส+ขนมปังบาแกตต์
       ตามมาด้วย มันฝรั่งไก่อบซอสขาว (130 บาท) มาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเหลืองๆ ส่งกลิ่นหอมๆ ของชีสที่โรยมาบนหน้า ตักชิ้นมันฝรั่งส่งเข้าปาก เคี้ยวลิ้มรสชาติได้ถึงความหอมนุ่มลิ้นของมันฝรั่งที่ผสานกลมกลึงเข้ากันดี กับเนื้อไก่อบซอสขาว ที่เนื้อนิ่ม ออกรสหวานนุ่มๆ ละมุนลิ้น
      
       แองเจิ้ลแฮร์สตูไก่ (120 บาท) เมนูนี้สั่งมากินอิ่มท้องไม่ใช่ย่อย เป็นแองเจิ้ลแฮร์ ซึ่งเป็นเส้นพาสต้าชนิดหนึ่งลวกสุก แล้วมีสตูไก่แบบไทยๆ น้ำขลุกขลิกราดหน้ามา เวลากินแนะนำว่าให้คลุกเส้นพาสต้ากับสตูไก่ให้เข้ากัน แล้วม้วนเส้นส่งเข้าปาก เส้นเล็กๆ เคี้ยวเด้งเหนียวนุ่มอยู่ในปาก และได้รสชาติของสตูไก่รสเข้มข้นกลมกล่อมเข้ากัน
มันฝรั่งไก่อบซอสขาว
       ส่วนเครื่องดื่มก็ต้องนี่เลย ลาเต้เลเยอร์ (75) ที่ข้างล่างเป็นนมเย็น ตรงกลางเป็นกาแฟ และข้างบนเป็นฟองนมนุ่มๆ เวลาดื่มขอบอกว่าให้ค่อยๆ ดูดจากข้างล่างขึ้นมาก่อน จะได้สัมผัสรสชาติของนมเย็นหวานนุ่ม ไล่ขึ้นมาที่กาแฟหอมหวานไม่ขมนัก และสุดท้ายจะได้สัมผัสกับฟองนมรสนุ่มละมุนคอ เรียกว่าแค่สั่งลาเต้เลเยอร์แก้วนี้แก้วเดียวก็ได้อรรถรสของเครื่องดื่มหลาย รสชาติ
      
       นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่ากินอีกเพียบ อาทิ ข้าวแกงกะหรี่ไก่แห้ง (80 บาท) ข้าวผัดน้ำพริกกุ้งสด (70 บาท) เครื่องดื่มก็มี น้ำสตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่โยเกิร์ตปั่น (แก้วละ 60 บาท) กีวีปั่น (70 บาท) และถ้าใครชอบกินเค้ก ที่นี่ก็เอาใจคนรักเค้ก มีเค้กโฮมเมดสารพันให้เลือกสั่งมากินกันอย่างจุใจ อาทิ White Choc Cake (80 บาท) Marble Cheese Cake (80 บาท) Strawberry Tart (90 บาท) และอื่นๆ อีกมากมายหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนให้เลือกกินกันแบบไม่หวั่นไม่ไหว
สารพัดเค้กโฮมเมดกับน้ำสตรอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่โยเกิร์ตปั่น
       หากว่าแฟนานุแฟนท่านใด มีโอกาสผ่านมาแถวสยามสแควร์ ก็ลองเดินแวะเข้ามาทักทายร้าน "Cup B" กัน สักหน่อยจะเป็นไร มานั่งพักให้หายเหนื่อย ดื่มกาแฟ กินข้าวเติมกำลังให้กระเพาะอิ่มกายสบายกันไป ของอย่างนี้ถ้าไม่มาลองด้วยตัวเองจะรู้ได้ยังไง ว่าไหม??

"ครัวในซอย" อาหารอร่อย ชวนกิน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 มกราคม 2549 11:27 น.

บรรยากาศภายในร้านครัวในซอยโปร่งโล่งนั่งสบาย
       "ครัว" คือ สถานที่ที่ใช้ประกอบอาหาร ปกติครัวจะอยู่ในบ้าน ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม
      
       แต่ที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75 บางพลัด กลับมี "ครัวในซอย" ที่ไม่ใช่ครัวทำอาหารของซอย แต่เป็นร้านอาหารในซอยที่มีครัว
ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ
       "ครัวในซอย" ร้านนี้เปิดขายอาหารมานานแล้วกว่า 11 ปีแล้ว โดยมีคุณอำภา ดานะสถิตย์ถาวรเป็น เจ้าของร้าน และแม่ครัวใหญ่ เมนูอาหารที่ร้านนี้เป็นอาหารไทยๆ เสียส่วนใหญ่ แต่ก็มีอาหารจีน อาหารฝรั่งด้วย นับรวมแล้วมีรายการอาหารให้เลือกสั่งมากินมากมายกว่า 200 รายการ
      
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้มาลองลิ้มในเมนูอาหารแล้วติดใจ ติดปากก็มีอยู่หลายรายการ อย่าง ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ (55บาท) ที่โดดเด่นตรงที่ข้าวจะออกแห้งๆ ไม่มัน เพราะทางร้านไม่ได้เอาข้าวไปผัดกับน้ำพริก แต่ว่าเอาข้าวไปคลุกกับน้ำพริกลงเรือที่ทางร้านปรุงตามสูตรเฉพาะ และใส่เนื้อปลาดุกฟูทอดสุก กับถั่วพูหั่นฝอยคลุกรวมมาด้วย แค่ตักข้าวส่งเข้าปากจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆของน้ำพริก ข้าวเม็ดร่วนเคี้ยวนิ่มได้รสชาติน้ำพริกลงเรือที่เข้มข้น ออกรสเผ็ดลิ้น และกินแกล้มกับเครื่องเคียงอย่าง ไข่เค็ม จะได้รสชาติเค็มๆมัน เพิ่มขึ้นไปอีก
      
       กุ้งพล่า (180บาท) ทางร้านใช้กุ้งแชบ๊วยตัวโตย่างจนหอม แล้วนำมายำกับเครื่องสมุนไพร ที่มีทั้งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด สาระแหน่ และผักชีฝรั่ง ปรุงรสชาติยำรวมกัน และใส่ที่เป็นสูตรเด็ดของทางร้าน ซึ่งมีรสชาติเผ็ดกว่าพริกเผาโดยทั่วไป คลุกเคล้าทุกอย่างรวมกันจนได้ออกมาเป็นกุ้งพล่าที่มีรสจัดจ้านถึงใจ หอมเครื่องสมุนไพร หวานหอมรสกุ้งย่าง และโดดเด่นด้วยรสเผ็ดจากน้ำพริกเผา
พล่ากุ้ง
       แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายผัดแห้ง (จานเล็ก80 บาท จานใหญ่ 150บาท) เมนูนี้ไม่เหมือนแกงเขียวหวานทั่วไปตรงที่ไม่มีน้ำให้ซดแต่เป็นน้ำขลุกขลิก ทางร้านนำเครื่องแกงเขียวหวานที่โขลกเองมาผัดกับลูกชิ้นปลากรายที่นวดเอง เช่นเดียวกัน ผัดเคี่ยวกันกับหัวกะทิจนได้ที่เสิร์ฟมาร้อนๆ ตักแกงเขียวหวานคลุกกินกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดขอยกนิ้ว ได้รสชาติหอมหวานมันของแกงเขียวหวาน ออกรสจัดจ้านถึงพริกถึงเครื่อง ส่วนลูกชิ้นปลากรายเนื้อเหนียวเคี้ยวนุ่มหนึบหนับปาก ไม่มีความคาวเลยสักนิด
      
       ปลาแรดทอดตะไคร้ (230บาท) เป็นเมนูปลาที่กินแล้วไม่อ้วน แถมได้คุณค่าจากสมุนไพร เพราะทางร้านใช้ปลาแรดแร่เอาแต่เนื้อมาหมักเครื่องปรุงรส ก่อนจะนำไปคลุกแป้งแล้วทอดจนเหลืองกรอบ และก็มีตะไคร้ซอยปรุงรสกับใบมะกรูดทอดกรอบโรยมาบนตัวปลา
       กล้วยไข่เชื่อม (15บาท) เมนูของหวานที่ทางร้านทำเอง ไม่มีที่ไหนเหมือน เป็นกล้วยไข่เชื่อมใส่น้ำกะทิ ใส่น้ำแข็งเสิร์ฟมาให้กินเหมือนหวานเย็น กล้วยไข่เชื่อมเนื้อนิ่มรสหวานตัดกับความเค็มของน้ำกะทิรสเข้มข้น กินแล้วชุ่มชื่นปากดีแท้
      
       แต่ใช่ว่าจะมีแต่เมนูเหล่านี้ที่ว่าเด็ด เพราะว่าในเมนูอาหารยังมีอีกหลายรายการที่น่าสั่งมาลองลิ้มชิมรสชาติ อาทิ สตูลิ้นวัว (70บาท) ปูผัดผงกะหรี่ (180บาท) ทอดมันปลา (80บาท) ยำถั่วพู (70บาท) ปูนิ่มทอดกระเทียม (150บาท) ปลากะพงผัดพริกไทยดำ (170บาท) ผัดวุ้นเส้นไหหลำ (120บาท) กล้วยหอมทอด (40บาท 5 ชิ้น)
ปลาแรดทอดตะไคร้
       เอาเป็นว่าหากแฟนานุแฟนท่านใดนึกอยากเข้าครัว ลิ้มรสชาติอาหารอร่อยๆ โดยไม่ต้องเหนื่อยทำกินเองที่บ้าน ก็ลองแวะมาเข้าครัวพิสูจน์กับอาหารรสดีที่ร้าน “ครัวในซอย” นี้กันดู ทางร้านเขายินดีต้อนรับทุกท่านอยู่เสมอ

สัมผัสรสชาติอิตาเลียน ที่ "วีวา วีโน"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 ธันวาคม 2548 12:15 น. 

บรรยากาศห้องอาหารอิตาเลียน"วีวา วีโน" โปร่งโล่ง ชวนนั่ง
       "อาหารอิตาเลียน" จัดว่าเป็นหนึ่งในอาหารต่างชาติที่คนไทยให้ความนิยมชมชื่นกินกันไม่น้อยเลย ทีเดียว ถึงแม้ว่าอาหารอิตาเลียนจะไม่ได้มีรสชาติจัดแบบถึงพริกถึงเครื่องแบบอาหาร ไทย ทว่าก็มีรสชาติที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง รวมถึงมีความหลากหลายของเมนูให้เลือกกิน ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่า พาสต้า และอื่นๆ อีกมากมาย
คลาว์ดิโอ เวียร์เลย์ เชฟชาวอิตาเลียนผู้รังสรรค์เมนูอิตาเลียนเลิศรส
       ซึ่งตัว "ผู้จัดการตระเวนกิน" เองนอกเหนือจากอาหารไทยที่ชื่นชอบเป็นชีวิตจิตใจแล้ว ก็มีอาหารอิตาเลียนนี่ล่ะที่กินได้กินดีกับเขาเหมือนกัน อย่างที่มื้อนี้ก็ได้มาตระเวนกินอาหารอิตาเลียนขนานแท้รสเลิศ ที่ห้องอาหารอิตาเลียน "วีวา วีโน" ของโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ปาร์คอเวนิว สุขุมวิท 22
      
       ห้องอาหารอิตาเลียนวีวา วีโน
นี้ บริการอาหารแบบอิตาเลียนแท้ๆ แบบต้นตำรับทุกเมนู ซึ่งแต่ละเมนูถูกปรุงแต่งสรรค์สร้างโดยเชฟ คลาว์ดิโอ เวียร์เลย์ ชาว อิตาเลียน ที่มีประสบการณ์ด้านอาหารอิตาเลียนมากว่า 10 ปี วัตถุดิบอาหารทุกจานคัดสรรเป็นพิเศษ บางอย่างต้องสั่งตรงมาจากอิตาลีโดยตรง เพื่อเป็นเมนูเลิศรสหลายหลายรายการให้เราได้เลือกลิ้มรสชาติกัน
      
       อย่างเมนูเด็ดที่ต้องสั่งมากินเป็นเมนูแรกก็ต้องนี่เลยพิซซ่าร้อนๆ Quattro Stagioni หรือ Four season (240 บาท++) เป็นพิซซ่าที่มีถึง 4 หน้าในถาดเดียวกัน มีทั้งหน้าเห็ด หน้ามะกอกดำ หน้าซาลามีเผ็ด และหน้าหน่อไม้ดอง พิซซ่าของที่นี่เป็นแบบอิตาเลียนแท้ๆ คือแป้งพิซซ่าหอม บางกรอบ แต่ว่ามีความนุ่มอยู่ในตัว จึงทำให้กินแล้วเพลินปาก เคี้ยวแป้งกรอบนอกนุ่มในกลมกลึงกับรสชาติของหน้าพิซซ่าแต่ละหน้าที่กลมกล่อม ลงตัวเข้ากัน
Rucola salad sausage
       ต่อด้วยสลัด Rucola salad sausage (260 บาท++) ที่สาวๆ กลัวอ้วนต้องติดใจ เป็นสลัดที่มีผักร็อคเก็ต มะเขือเทศเชอรี่ มะกอกดำ มีมอสซาเรลล่าชีส และไส้กรอกอิตาเลียนทอดกับเนยใส่มาด้วย และราดด้วยน้ำสลัดอิตาเลียน แค่คลุกน้ำสลัดให้เข้ากับเครื่องทุกอย่าง ส่งเข้าปากผักเคี้ยวสดกรอบเข้ากับน้ำสลัดรสกลมกล่อม ส่วนมอสซาเรลล่าชีสเคี้ยวนุ่มชุ่มชื่นลิ้น ไส้กรอกอิตาเลียนเนื้อแน่น ออกรสเค็มๆ ตัดกับรสชาติน้ำสลัดดี
Quattro Stagioni พิซซ่า 4 หน้า
       มากันที่ Beef fillet เป็นสเต็กเนื้อสันในย่าง ที่มีเนื้อให้เลือก 2 อย่างขึ้นอยู่กับความชอบ ถ้าชอบเนื้อแบบมีเลือดชุ่มๆ อยู่ในเนื้อก็ต้องเนื้ออาร์เจนติน่า (840 บาท++) ส่วนถ้าชอบเนื้อนุ่มๆ ก็ต้องเนื้อออสเตรเลีย (700 บาท++) ซึ่งจะผ่านการย่าง แล้วราดด้วยน้ำซอสที่มีให้เลือกถึง 3 อย่างด้วยกัน มีทั้ง ซอสกากอนซอล่าชีส ซอสพริกไทย และซอสเห็ด ซึ่งความเด็ดของสเต็กที่นี่อยู่ที่เนื้อคุณภาพดี เนื้อจะมีความนุ่มเหนียวเคี้ยวหนึบปาก ไม่มีกลิ่นสาป และรสชาติของน้ำซอสแต่ละอย่างก็ผสานเข้ากับเนื้อได้รสชาติถูกลิ้น
      
       ส่งท้ายมื้อกับเมนูของหวานล้างปาก Panna Cotta Al Cioccolato (150 บาท++) เป็นดับเบิ้ลครีมที่ราดหน้ามาด้วยซอสช็อคโกแลต ตักชิ้นขนมส่งเข้าปาก ขนมเนื้อแน่นนุ่มนิ่มเด้ง ลิ้มรสชาติหอมหวานเย็น เคี้ยวนุ่มเนียนละเมียดลิ้น กินแล้วสดชื่นปากดี
      
       นอกจากนี้ยังมีอื่นๆ อีกหลายรายการที่น่ากิน อาทิ Tortelloni Parma ham (380 บาท++) เป็นเกี๊ยวอิตาเลียนที่ไส้เนื้อ ราดด้วยซอสวอลนัตกับพามาแฮมจากอิตาลี Pasta Linguine seafood เป็นพาสต้าลิงกลินี่ มีผัก ซีฟู้ด ในซอสไวน์ขาว (400 บาท++) Caesar’ s salad (220 บาท++) เป็นซีซ่าสลัดสไตล์อิตาเลียน Zuppa Di Porri & Funghi หรือ Mushrooms soup (160 บาท++) เป็นซุปเห็ดกับต้นกระเทียม และ Snow fish steak (340 บาท++) เป็นปลาหิมะทอดกับแคบเปอร์มะกอกดำและมะเขือเทศ
Beef fillet
       หากมิตรรักนักกินได้ลองแวะมาที่ ห้องอาหารอิตาเลียน "วีวา วีโน" นอกจากจะได้เต็มอิ่มกับอาหารอิตาเลียนเลิศรสแล้ว ยังจะได้สัมผัสกับบรรยากาศร้านที่ชวนนั่ง ซึ่งตกแต่งแนวโมเดิร์น ผสมผสานกับความโล่งโปร่ง มีโต๊ะที่นั่งสบายๆ เน้นโทนสีขาวแลดูสะอาดตา และที่พิเศษสุดที่บ่งบอกถึงความเป็นอิตาเลียนได้ชัดของที่ร้านนี้ ก็คือ จะมีเตาอบพิซซ่าขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้องอาหาร เพื่อสาธิตการทำพิซซ่าร้อนๆจากเตาให้ได้ชมกัน