homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

ลิ้มลองอาหารสวิส เติมสีสันให้ชีวิต ที่ “รร.บันยันทรี”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กันยายน 2547 12:06 น.
บรรยากาศดีๆ รับลมเย็นๆ ดูทิวทัศน์เมืองกรุง ที่ห้องอาหารเวอร์ทิโก
       “สวิตเซอร์แลนด์” แดนดินถิ่นในฝันของใครหลายๆ คน ที่หมายมั่นปั้นมืออยากจะไปเที่ยวสักครั้ง ซึ่งก็รวมถึง “ผู้จัดการตระเวนกิน” เองด้วย และไม่ใช่แค่จะไปดูสิ่งสวยๆ งามๆ ของบ้านเมืองเขาเท่านั้น แต่ยังอยากจะลองกินอาหารสวิสดูสักที เพราะได้ยินว่ามีของดีที่ขึ้นชื่อหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ อาหารทะเลสดๆ ชีส และช็อกโกแลต แสนอร่อย
       

       และแล้วความฝันก็เป็นจริง ได้มีโอกาสลิ้มลองรสชาติอาหารสวิสต้นตำรับกับเขาสักครั้ง โดยไม่ต้องบินไปกินไกลถึงที่สวิสนู่น ถือว่าเป็นความโชคดีสุดๆ ที่ โรงแรมบันยันทรี เขาจัด “เทศกาลอาหารสวิตเซอร์แลนด์” ขึ้นโดยเชิญเชฟมาทิอาส ดรอส และทีมงานบินตรงจากโรงแรมแกรนด์แบลล์วู เมืองเกสตาดบนเทือกเขาแอลป์ ซึ่งโรงแรมนี้ได้รับรางวัลโรงแรมยอดเยี่ยมประจำปี 2546 และตัวของเชพมาทิอาส เองก็มีประสบการณ์การทำอาหารกว่า 20 ปี มีรางวัลการันตีฝีมืออีกนับไม่ถ้วน
กุ้ง Spring Roll เสิร์ฟพร้อม Fresh Apple
       โอ้โห...เป็นความพิเศษที่พิเศษจน “ผู้จัดการตระเวนกิน” อดใจไม่ไหวต้องขอไปชิมอาหารจานเด่นของเชฟชาวสวิสเสียแล้ว ยิ่งบวกกับบรรยากาศของห้องอาหารเวอร์ทิโก ที่อยู่สูงถึงชั้น 61 หรือชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ได้นั่งกินอาหารรับลมธรรมชาติเย็นๆ เห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพฯได้รอบทิศกว้างไกล ก็ยิ่งเสริมให้มื้อนี้พิเศษสุดๆ
      
       “ผู้จัดการตระเวนกิน” ดูรายการอาหารแล้ว เห็นเป็นภาษาอังกฤษยาวๆ ก็นึกหวั่นๆ เหมือนกันว่าหน้าตาส่วนผสมจะเป็นแบบไหน จะเรียกถูกเรียกผิดรึเปล่า แต่พออ่านๆ ไปในชื่ออาหารนั้นก็จะบอกรายละเอียดคร่าวๆ ของอาหารอยู่แล้ว เลยไม่รอช้าขอเบิกโรงกับจานแรกเป็น
เนื้อรมควันเสิร์ฟพร้อม Cherry Tomato
       Pastoral Salad with Crisp Prawns Embroidered with Green Apples in Granny Smith Reduction (550 บาท) ดูหน้าตาแล้วก็เป็นกุ้งห่อแป้งเสิร์ฟพร้อมแอปเปิลเขียวนั่นเอง ซึ่งนอกจากความกรุบกรอบของแผ่นแป้ง และกุ้งสดตัวใหญ่เนื้อแน่นมีกลิ่นหอมใบโหระพาโชยอ่อนๆแล้ว ยังได้ความเปรี้ยวของซอสแอปเปิล ซึ่งน่าจะเป็นความเด่นของจานนี้ เพราะต้องใช้แอปเปิลเขียว 10 กก. ถึงจะได้ซอส 1 ลิตร และเพื่อให้มีอรรถรสยิ่งขึ้นแนะนำว่าควรจะกินกุ้งพร้อมๆกับแอปเปิลจะได้มีรส ชาติดียิ่งขึ้น
      
       จานต่อมาเป็นเนื้อรมควันเสิร์ฟพร้อม Cherry Tomato ชื่อเต็มๆ ของจานนี้ก็คือ Tartar of “Gstaad Air Dried Meat” and Carpaccio of “Simmentaler Beef” with Parmesan Tuile (720 บาท) เนื้อรมควันจานนี้ เป็นเนื้อวัวมาจากสวิสซึ่งที่โน่นเขามีวิธีการทำโดยเอาเนื้อสันหมักกับซอส 2 วัน แล้วแขวนตากลมไว้ 3 เดือน จึงจะนำมาปรุงรสชาติได้ จานนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ขอยกนิ้วให้ในความกรรมวิธีการทำจนได้ออกมาเป็นเนื้อรมควันรสดี
เนื้อย่างเสิร์ฟพร้อมกับมัน Rosti
       ตามต่ออารมณ์เนื้อย่างกันที่ เนื้อย่างเสิร์ฟพร้อมกับมัน Rosti จานนี้เป็น 1 ใน 5 ของเมนูชุด Wagyu Tendorloin with Truffle Reduction Purce of Green Peas and Sauteed Rocket Salad (3,850 บาทต่อชุด) เป็นเนื้อจากออสเตรเลีย ย่างสุกขนาดกลางๆ ไม่เหนียวหยาบ กินกับมัน Rosti ที่เป็นมันมาจากสวิสก็ช่วยแก้เลี่ยนได้ดี
      
       ปิดท้ายด้วยของหวานที่คงจะขาดไม่ได้ นั่นก็คือ Chocolate Dessert of the Region (480 บาท) เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าช๊อกโกแลตของสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นชื่อมาก พอได้กลิ่นความหอมมัน และสัมผัสกับความลื่นรสนุ่มลิ้นของจานนี้ เลยทำให้เพลิดเพลินและรื่นรมย์กับการกินเป็นนานสองนาน
Chocolate Dessert of the Region
       มื้อนี้เลยได้อิ่มเอมทั้งกระเพาะและบรรยากาศ สำหรับใครที่อยากจะลิ้มลองอาหารสวิสคงจะต้องรีบไปตระเวนกินกัน เพราะ “เทศกาลอาหารสวิตเซอร์แลนด์” มีแค่วันนี้ – 10 ต.ค.นี้เท่านั้น ไม่งั้นคงต้องนั่งเครื่องบินบินตามไปกินถึงสวิสนู่นเลย ไกลเอาเรื่องนะจะบอกให้
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
       โรงแรมบันยันทรี จัด “เทศกาลอาหารสวิตเซอร์แลนด์” ตั้งแต่วันนี้ – 10 ต.ค.นี้ ที่ “ห้องอาหารเวอร์ทิโก” ชั้น 61 เวลา 18.30-22.30 น. หรือถ้าชอบบรรยากาศในสวนสวยที่ “ห้องอาหารร่มไทร” อยู่บริเวณลอบบี้ชั้นล่าง มีบริการบุฟเฟต์อาหารนานาชาติด้วย เปิดบริการเวลา 11.45-14.30 น. และ 18.00-22.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2679-1200
      
       โรงแรมบันยันทรี ตั้งอยู่ที่ ถ.สาทรใต้ เขตสาทร กทม. ถ้าไปทางรถยนต์ โรงแรมอยู่ทางซ้ายมือ ด้านหลังอาคารไทยวา 1 ถ้าไปทางรถไฟฟ้า ลงที่สถานีช่องนนทรี ถ้าไปทางรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงที่สถานีลุมพินี ประตูที่ 2 หรือ 3

หม่ำอาหารอิตาเลี่ยน เคล้าเสียงโอเปร่าที่ “Papa Alfredo’s”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 ตุลาคม 2547 11:35 น.
Papa Alfredo’s กับบรรยากาศบ้านเก่าสไตล์อิตาเลี่ยนย้อนยุค
       ช่วงนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ยังคงติดลมบน ชอบไปชิมอาหารของเมืองนอกเมืองนา ไม่ใช่ว่าหลงแสงสีหรือลืมรสน้ำพริกของไทยๆ เพียงแต่ว่านานทีปีหนได้ไปเปิดหูเปิดตาดูสีสันการจัดตกแต่งและลิ้มลองรสชาติ อะไรใหม่ๆ ก็ถือเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์การกินให้กับตัวเองได้บ้าง
ทุกวันเสาร์ช่วงค่ำจะมีนักร้องมาร้องโอเปร่าให้ฟังกันสดๆ
       เหมือนอย่างคราวนี้ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้หนีบเพื่อนๆ 4-5 คน ไปนั่งกินอาหารอิตาเลียนที่ร้าน “Papa Alfredo’s” (ออกเสียงว่า ปาป้า อัลเฟรโด) เพราะชอบสไตล์การจัดตกแต่งร้านที่ย้อนไปในปี 1930 ออกแนวบ้านเก่าหลังเล็กๆ ของครอบครัวชาวอิตาลี สร้างความรู้สึกสบายๆ อบอุ่นเป็นกันเอง ไม่ต้องมีพิธีรีตองในการกินหรือวางตัวมากนัก
      
       และอีกหนึ่งความพิเศษที่จูงใจให้เรามาที่นี่ ก็คือทุกวันเสาร์ที่ร้านนี้จะมีการแสดง Classic-Opera ของคณะ Melodrama Opera Group ซึ่งเป็นเหล่าลูกศิษย์ฝีมือเฉียบของ อาจารย์ดุษฎี พนมยงค์ ผู้ซึ่งมีรางวัลการันตีฝีมือด้านดนตรีและการขับร้องมานักต่อนัก ฟังอย่างนี้หลายคนคงตั้งแง่ไว้ก่อนว่าการฟังเพลงโอเปร่าคงไม่ใช่แนวที่เราจะ เข้าถึงได้ง่ายๆ จะต้องปีนบันไดฟังเหมือนเสียงสูงๆยาวๆ ของโอเปร่าด้วยหรือเปล่า
Spaghetti Big Meatballs
       ซึ่ง“ผู้จัดการตระเวนกิน” เองก็เคยคิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วอาจารย์ดุษฎี ได้ให้ความรู้มาว่าโอเปร่าไม่ใช่เพลงของชนชั้นสูง สำหรับเมืองนอกเป็นเพลงที่ร้องข้างถนนด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นน่าจะเป็นแนวดนตรีอีกทางเลือกหนึ่งที่อยากให้ลองฟัง ยิ่งมารวมเข้ากับรสชาติและบรรยากาศความเป็นอิตาเลียน ก็น่าจะทำให้มื้อนี้อิ่มเอมเปรมปรีดิ์เข้าไปอีก
      
       ว่าแล้วไม่รอช้าสั่งเมนูแรกกันดีกว่า Papa Antipasti Platter (333 บาท) เป็นออเดิร์ฟรวมหลายๆอย่างในจานเดียวมีทั้ง ผักโขมชีสอบเห็ด (Stuffed Mushrooms) หน้าตาชวนกินไม่พอยังได้กลิ่นหอมเตะจมูกของชีส เบคอนและเห็ดหอมเข้าไปอีก อีกชิ้นเป็นเห็ดผัดน้ำมันขนมปังกรอบ (Bruschetta) ชิ้นนี้ใช้เห็ดหอมผัดกับน้ำมันมะกอกวางบนขนมปังโรยหน้าด้วยชีสแล้วอบจน สุกกรอบ ส่วนหอยลายอบชีส (Baked Clams) และไส้กรอกหมูอิตาเลียน (Italian Sausage) ก็หอมน่ากินไม่แพ้กัน
Fettuccine
       เมนูต่อมาเป็น Spaghetti Big Meatballs (290 บาท) กินแล้วก็รู้สึกได้ว่าสปาเก็ตตี้เส้นเหนียวนุ่ม รสชาติเข้มข้นด้วยเนื้อบดที่ผสมเครื่องเทศปั้นเป็นก้อนกลมใหญ่ๆ ราดหน้าด้วยซอสมะเขือเทศ พอคลุกเคล้าเข้าด้วยกันก็ทำให้จานนี้ไม่เลี่ยน และกินได้เรื่อยๆ
      
       Fettuccine (390 บาท) เมนูจานสวยจัดตกแต่งเหมือนปลา ส่วนที่เป็นตัวปลาเป็นเส้นสปาเกตตี้แบน ผัดกับกุ้ง ปลาหมึกชิ้นใหญ่ๆ และซอสมารีนนาร่าที่เป็นซอสอิตาลี ได้รสชาติเผ็ดนิดหน่อย ส่วนที่จัดแต่งเป็นหางปลาก็มีทั้งหอยตลับและหอยแมลงภู่จากนิวซีแลนด์ตัวขนาด ใหญ่ ทำให้กินได้เต็มปากเต็มคำผัดกับซอสมารีนนาร่าเช่นกัน หรือถ้าอยากได้รสชาติอีกแบบจะเปลี่ยนเป็นซอสไวน์ขาวก็ได้
Papa Antipasti Platter
       ปิดท้ายด้วย Diavola (300 บาท) เป็นพิซซ่าแผ่นบางกรอบ ใส่ซอสที่เข้มข้น โรยหน้าด้วย Salami เป็นแฮมหมูนั่นเอง แต่จริงๆแล้วต้นตำรับดั้งเดิมเป็นแฮมเนื้อม้า แต่อย่างว่าบ้านเราไม่นิยมกินก็เลยใช้แฮมหมูแทน นอกจากนี้ก็ยังมีไส้กรอกอิตาเลียน มะเขือเทศ และมะกอกหั่นชิ้นเล็ก ๆ เป็นส่วนผสมด้วย ทำให้มีรสเค็มนิด ๆ เป็นพิซซ่าที่หน้าตาและรสชาติที่ต่างไปจากพิซซ่าในร้านชื่อที่เราคุ้นเคย จริงๆ
      
       ยังมีเมนูอื่นที่น่ากินอีกอย่าง Caesar Salad (150 บาท) Lasagna Spinach (230 บาท) Grilled Lamb Chops (260 บาท) และอีกหลายอย่าง แต่แค่กิน 4 จานนี้เข้าไปก็อิ่มแปล้ นี่ขนาดว่ามีเพื่อนช่วยกันกินตั้งหลายคน ก็อาหารที่ยกมาแต่ละจานนั้นไม่ใช่เล็กๆ แต่เป็นจานใหญ่มหึมา ให้เหล่านักกินทั้งหลายได้อิ่มหนำเต็มที่กันทุกคน พอถึงเวลาคิดค่าอาหารก็ช่วยกันจ่ายเหมือนที่ช่วยกันกิน มื้อนี้ของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็เลยคุ้มจริงๆ
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       
“Papa Alfredo’s” ตั้งอยู่ที่ชั้นล่าง อาคารอื้อจือเหลียง ซึ่งอยู่ถนนพระรามสี่ ตรงข้ามกับสวนลุมพินี ร้านเปิดทุกวันเวลา 10.30 – 14.30 ซึ่งจะมี Special Set Menu ราคาไม่แพงบริการด้วย และอีกช่วงเวลาคือ 17.30 – 22.00  ทุกๆ วันเสาร์มีการแสดงสดร้องเพลงโอเปร่าโดยคณะ Melodrama Opera Group  เสาร์ละ 2 คน ในช่วงเวลา 20.00  - 21.30 ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 0-2234-4357, 0-2632-4043

        

อิ่มบุญ อิ่มท้อง ที่ “กำทอง ภัตตาคาร”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 ตุลาคม 2547 18:06 น.
บรรยากาศภายในร้าน “กำทอง ภัตตาคาร” กว้างขวางนั่งหม่ำอาหารอย่างสบายอารมณ์
       ช่วงนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน จะหันซ้าย แลขวา มองหน้ามองหลัง ก็จะเห็นแต่ธงสีเหลืองๆ ปลิวไสวเต็มไปหมด อย่าเพิ่งนึกว่าบ้านเราจะมีงานกีฬาครั้งยิ่งใหญ่อะไรหรอกนะ แต่ว่าบรรดาธงสีเหลืองๆ ที่เราเห็นนั้นเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกให้รู้ว่าเทศกาลกินเจเวียนกลับมาอีกครั้ง แล้วต่างหาก
ผัดโหงวก้วย
       และก็เป็นเหมือนธรรมเนียมปฏิบัติประจำตัวของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ไปเสียแล้ว ที่พอเทศกาลกินเจมาถึง เราก็ต้องขอร่วมปฏิบัติกินเจกับเขาสะหน่อย อย่างน้อยๆ กินไม่ครบถึง 10 วัน ได้แค่ 2-3 วันก็ยังดี เพราะนานๆ ทีปีหนได้งดกินเนื้อสัตว์ ทำบุญกับเขาบ้าง
      
       มื้อนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” จึงขอพาไปตระเวนกินอาหารเจกันที่ “กำทอง ภัตตาคาร” เพราะที่นี่เขาจัดเทศกาลอาหารเจในช่วงกินเจนี้ ตั้งแต่วันที่ 12-23 ต.ค. นี้ โดนมีมุมอาหารเจน่าหม่ำอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารเจแบบสไตล์จีนกวางตุ้ง หรืออาหารเจแบบไทยๆ ที่จัดเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ให้เลือกตักกินได้ไม่อั้น หรือจะเลือกสั่งเป็นอาหารเจจานเดี่ยวๆ อย่างที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ลองสั่งมาลองลิ้มรสชาติ แล้วก็อยากจะแนะนำให้มาลองกินกันบ้าง
มั่งมีศรีสุข (ฟักตุ๋นเยื่อไผ่)
       เริ่มกันที่เมนูอาหารเจแบบจีนๆ ผัดโหงวก้วย (250 บาท) เมนูจานสวย เป็นรังเผือกทอดกรอบ ข้างในเป็นผัดผักสารพัด มีทั้ง แครอท แปะก้วย (บำรุงสมอง) เห็ดหอม แห้ว ข้าวโพดอ่อน เต้าหู้ หน่อไม้ฝรั่ง หน่อไม้ดอง ขึ้นฉ่าย โปรตีนเกษตรแบบสุก ผัดปรุงรสคลุกเคล้าจนได้รสชาติ ผักสดกรอบออกจืด ใครกินเมนูนี้นอกจากจะได้บุญแล้วยังดีต่อสุขภาพอีกต่างหาก
      
       มั่งมีศรีสุข (250 บาท) ชื่อเก๋เป็นมงคล แท้ที่จริงก็คือ ฟักตุ๋นเยื่อไผ่ มีสาหร่ายจีนโรยหน้า ราดด้วยน้ำซุปร้อนๆ กินแล้วดีมีประโยชน์ ตรงที่ฟักกินแล้วเย็น และเชื่อว่าจะทำให้ตัวเย็น ใจเย็น ส่วนเยื่อไผ่ ก็กินแล้วเย็น แก้ร้อนใน ส่วนสาหร่ายจีน หรือสาหร่ายเส้นผม กินแล้วดีต่อลำไส้ มีวิตามิน และในตัวเยื่อไผ่ยังยัดไส้ด้วยเห็ดหูหนูขาว เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม แครอท เมนูนี้ออกรสชาติหวานนุ่มละมุน กลมกล่อมเข้ากันดีทั้งฟักและเยื่อไผ่
ผัดขี้เมาทะเล
       ผัดเจ 18 อรหันต์ (250 บาท) เห็นแค่ชื่อก็เล่นเอาหนาวเลย และได้เห็นหน้าตาอาหารก็เล่นเอาหนาวไม่แพ้กัน สารพัดเครื่องเคราทั้งผักและของเจหลายอย่างกว่า 18 อย่างผัดใส่เต้าหู้ยี้แดง เอาเท่าที่เห็นๆ ก็จะมี เก๋ากี้ เยื่อไผ่ เห็ดหูหนู เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม ข้าวโพดอ่อน แปะก้วย เกาลัด เห็ดหูหนูขาว และอีกหลายอย่าง ซึ่งทางร้านบอกว่าถ้าใครมากินแล้วบอกได้ครบถูกต้องว่า 18 อย่างมีอะไรบ้าง เขาให้กินเมนูจานนี้ฟรีๆ กันเลย
      
       กินเมนูเจแบบจีนมาก็ตั้งหลายอย่าง เปลี่ยนอารมณ์มากินเมนูเจแบบไทยกันบ้างกับ ผัดขี้เมาทะเล (200 บาท) หน้าตาอาหารทะเล (เจ) ชวนกินไม่น้อย แถมหอมกลิ่นผัดขี้เมาขึ้นจมูก เครื่องทะเล (เจ) ที่ว่ามีทั้งปลาหมึกเจ กุ้งเจ ลูกชิ้นปลาเจ ผัดกับเครื่องขี้เมาครบสูตร รสเข้มเผ็ดร้อนสมชื่อผัดขี้เมา
แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายเจ
       แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายเจ (200 บาท) สีสันชวนหม่ำไม่บอกว่าเป็นเจ ก็เหมือนแกงเขียวหวานธรรมดาทั่วไป แตกต่างกันตรงที่มีหน่อไม้ เต้าหู้ เห็ดฟาง และที่สำคัญลูกชิ้นปลากรายนั้นจึงจะไม่ใช่เนื้อปลากรายจริงๆ แต่ก็เคี้ยวหนึบเด้งดึ๋งไม้แพ้เนื้อปลากรายจริงๆ ส่วนรสชาติแกงเขียวหวานก็หอมมันน้ำกะทิ เข้มข้นไม่แพ้กัน
      
       นอกจากเมนูเจเหล่านี้ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ลองลิ้มรสชาติมาแล้วนั้น ก็ยังมีเมนูเจอื่นๆ ที่น่าหม่ำไม่น้อยไปกว่ากัน อาทิ เบคอนม้วนเห็ดเข็มทอง (250 บาท) กุ้งเปรี้ยวหวานเจ (250 บาท) ต้มยำกุ้งน้ำใส (200 บาท) ไก่น้ำตกเจ (200 บาท) เอาเป็นว่าช่วงเทศกาลกินเจนี้ สำหรับที่กินเจแล้วยังไม่มีตัวเลือกร้านอาหารเจที่ไหน ก็ลองมาตระเวนกินอาหารเจที่ “กำทอง ภัตตาคาร” นี้กันได้ บอกได้คำเดียวว่าได้อิ่มทั้งท้อง และอิ่มบุญในเวลาเดียวกัน
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       
“กำทอง ภัตตาคาร” ตั้งอยู่ที่ ตึกไทยพาณิชย์ (SCB) ปาร์ค พลาซ่า เวสท์ ชั้น G ห้อง 2138 ถ. รัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตลาดพร้าว กทม. เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.30-14.30น. และ 17.00-23.00 น. ถ้ามากินในวันเสาร์-อาทิตย์ ควรโทรจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนที่เบอร์ 0-2937-9378

       
        

ลิ้มรสอาหารไทย ถูกปากถูกใจ ที่ร้าน “บางรัก”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 ตุลาคม 2547 17:47 น.
บรรยากาศภายในร้าน “บางรัก” ตกแต่งมีสไตล์ ชวนนั่งหม่ำอาหาร
       ขึ้นชื่อว่าอาหารไทย จัดได้ว่าเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของรสชาติที่ครบเครื่อง ครบรสไปเสียทุกอย่าง ทั้งเปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน ถูกลิ้นคนไทยอย่างเราๆ และชาวต่างชาติอยู่ไม่น้อย ซึ่งเรื่องรสชาติที่เข้มข้นถึงเครื่องที่ว่านี้ถือว่าเป็นเสน่ห์ของอาหารไทย ที่ดึงดูดใจให้ใครๆ ก็พากันหลงใหลอาหารไทยกันทั้งนั้น
      
       
ซึ่ง “ผู้จัดการตระเวนกิน” ไม่ขอเถียงด้วยประการทั้งปวง เพราะตัวเองก็หลงใหลอาหารไทยเข้าขั้น ชนิดที่ว่ามีร้านอาหารที่ไหน มีอาหารไทยขายเป็นต้องหาเวลาแวะไปพิสูจน์รสชาติด้วยตัวเอง
      
       เหมือนอย่างที่มื้อนี้ พอรู้ข่าวว่ามีร้านอาหารเปิดใหม่ที่เน้นขายอาหารไทย ชื่อว่าร้าน “บางรัก” เราจึงไม่รอช้ารีบบึ่งรถหิ้วท้องมาลองหม่ำอาหารที่นี่กัน
กุ้งกระเบื้อง
       และเมื่อมาแล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะเพียงแค่ก้าวเท้าเข้าร้าน ก็ถูกใจกับบรรยากาศร้านที่ตกแต่งอย่างดูดีมีสไตล์ ออกแนวไทยๆ แต่เป็นไทยสมัยร.5 ที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมตะวันตกให้เข้ากันได้อย่างลงตัว ดูโมเดริ์นเข้าสมัย ส่งให้บรรยากาศในร้านชวนนั่งหม่ำอาหารเป็นยิ่งนัก
      
       ด้านอาหารไทยที่เราอยากจะหม่ำนักหนาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเพียงแค่ขอเมนูมาเปิดดูก็เห็นมีอาหารให้เลือกสั่งมากมาย จนเลือกไม่ถูก เลยต้องมีตัวช่วยให้ทางร้านแนะนำเมนูที่ว่าเด็ดจริงมาหม่ำกันก็มี กุ้งกระเบื้อง (120 บาท) เป็น แป้งปอเปี๊ยะเวียดนาม ห่อด้วยไส้ทอดมันกุ้ง ทอดจนเหลืองกรอบ กลิ่นหอมชวนกิน ตักกุ้งกระเบื้องเข้าปากราดด้วยน้ำจิ้มบ๊วย ได้รสชาติแป้งกรอบ ไส้ข้างในกลมกล่อมผสานกับน้ำจิ้มบ๊วยหวานๆ เค็มๆ หม่ำเพลินจนหมดจานต้องสั่งจานต่อมาตามมาติดๆ
ผัดไทเกี๊ยวกรอบ
       ผัดไทเกี๊ยวกรอบ (90 บาท) เป็น ผัดไทสูตรโบราณ แต่มีความแตกต่างจากผัดไทปกติตรงที่ผัดไทจานนี้ไม่มีเส้น ใช้เป็นแผ่นเกี้ยวกรอบที่ใส่ไส้หมูสับ แถมเก๋ไก๋ตัดแผ่นเกี๊ยวให้เป็นรูปหัวใจน่ารักเชียว ทอดจนเหลืองกรอบ แล้วนำมาผัดกับเครื่องผัดไทครบสูตร ออกรสออกชาติครบเครื่องผัดไทเคี้ยวเกี๊ยวกรุบกรอบ
       

       กุ้งแช่น้ำปลา (100 บาท) เมนูนี้ต้องถูกใจคนชอบกินของสดๆ เพราะ เป็นกุ้งแชบ๊วยสดๆ มีกระเทียมและ ใบสะระแหน่โรยหน้า และมีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดเป็นน้ำจิ้ม แค่ตักกุ้งใส่กระเทียม ใบสะระแหน่ราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด เคี้ยวกร้วมทั้งคำสัมผัสได้ถึงความสดหวานของกุ้งสดๆ ไม่คาว และแซบเข้ากันกับน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ออก 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน กำลังดี
       

กุ้งแช่น้ำปลา
       น้ำพริกไข่เค็ม (120 บาท) เมนู นี้เหมาะมากสำหรับคนชอบน้ำพริก เป็นน้ำพริกกะปิที่คัดกะปิมาเป็นพิเศษในการนำมาตำ และที่สำคัญใส่ไข่เค็ม จึงได้มาเป็นน้ำพริกกะปิ ที่กินกับผักเคียงที่ให้มามีทั้งแตงกวา ข้าวโพดอ่อน ถั่วพู ก็จะได้รสชาติของน้ำพริกที่เข้มข้น หอมกลิ่นกะปิอ่อนๆ รสออกเปรี้ยวนำนิดๆ ได้รสชาติมันๆ จากไข่เค็ม และเผ็ดลิ้นกำลังดี หรือจะตักคลุกกับข้าวสวยร้อนๆ ก็ได้รสชาติดีไม่แพ้กัน
      
       
โรตี-แกงเขียวหวานไก่ (120 บาท) เมนูน้ำหนึ่งเดียวในมื้อนี้ แกง เขียวหวานถ้วยนี้เด่นตรงที่เครื่องแกงเป็นสูตรพิเศษเฉพาะที่ทางร้านตำเองกับ มือ จึงได้เครื่องแกงที่เข้มข้นมาทำแกงเขียวหวาน ใส่ไก่ ยอดมะพร้าว มะเขือเปราะ แถมเก๋ตรงที่เสิร์ฟมาพร้อมกับกินโรตีร้อนๆ ตักแกงเขียวหวานราดลงบนแผ่นโรตี อ้ำเข้าปากทั้งคำได้รสชาติแกงเขียวหวานรสจัดจ้านเครื่องแกง หวานมันเข้มข้นน้ำกะทิ และเข้ากันกับโรตีเนื้อนุ่ม
       

โรตี-แกงเขียวหวานไก่
       ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นแค่เมนูอาหารบางส่วน ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้เลือกสั่งมาหม่ำกัน แต่ถ้าใครมาแล้วอยากจะสั่งเมนูอื่นๆ ก็มี หมูชมสวน (90 บาท) ยำตำลึงทอด (120 บาท) เนื้อปลากระพง 2 ใจ (180 บาท) ส้มตำยอดมะพร้าวหมูสไลด์ (80 บาท) เรียกว่าถ้าใครเป็นผู้ที่ชื่นชอบอาหารไทยแล้วละก็ ที่ร้านอาหาร “บางรัก” แห่งนี้ สามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้ ถ้าไม่เชื่อก็ต้องลองมาตระเวนกินกันเองแล้วละงานนี้
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้านอาหาร “บางรัก” ตั้งอยู่ที่ อาคารสเตททาวเวอร์ ชั้น 1 ถ.สีสม บางรัก กทม. เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.30-24.00 น. มีที่จอดรถภายในอาคารสะดวกสบาย โทร. 0-2630-5990-1