ข้าวแกงกะหรี่ไก่ญี่ปุ่น (Chikkin Kare Raisu)

ข้าวแกงกะหรี่ไก่ญี่ปุ่น (Chikkin Kare Raisu)

ซู้ด..ซู้ด..น้ำลายไหล นึกถึงแกงกะหรี่บ้านเราที่ทั้งหอมและสีชวนกินก็ต้องไม่พลาดเมนูนี้ ที่ญี่ปุ่นค่อนข้างเป็นที่นิยมเลยนะ แต่ความเผ็ดร้อนคงสู้ของพี่ไทยไม่ได้แน่ มาลองทำดูกันเลยดีมั้ยคะ???



เครื่องปรุง

ข้าวสวยญี่ปุ่น
3
ถ้วย
สะโพกไก่
2
ชิ้น
แครอท, มันฝรั่ง
1/2
หัว
หอมใหญ่
2
หัว
มันฝรั่งต้มสุกบดละเอียด
1/2
หัว
กระเทียมสับหยาบ
1
ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น พริมไทยป่น
1/2
ช้อนชา
ซีอิ้วญี่ปุ่น
1/4
ถ้วย
ผงกะหรี่
1
ช้อนชา
น้ำซุปปลาแห้ง
1
ถ้วย
น้ำ
1
ถ้วย
เนย
2
ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ล้างสะโพกไก่ เลาะกระดูกและหนังออก หั่นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 2x2 ซม. พักให้สะเด็ดน้ำ
2. เคล้าเนื้อไก่กับเกลือ พริกไทยพอทั่ว หมักไว้ประมาณ 15 นาที
3. ล้างแครอท มันฝรั่ง ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 2x2 ซม. ปอกเปลือกหอม-ใหญ่ ล้างน้ำ หั่นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 2x2 ซม.
4. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟกลางพอร้อน ใส่เนื้อที่หมักไว้ในข้อ 2 ลงทอดพอตึงตัว ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
5. ต้มแครอท มันฝรั่ง พอสุก ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
6. ผสมซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำซุป น้ำ ตั้งไฟเคี่ยวประมาณ 10 นาที ใส่ผงกะหรี่ ใส่หอมใหญ่ แครอทต้ม มันฝรั่งต้ม ไก่ทอด เคี่ยวสักครู่
7. ใส่เนยลงในกระทะ ตั้งไฟกลางพอเนยละลาย ใส่กระเทียม เจียวพอหอม ใส่ลงในหม้อไก่ คนให้เข้ากัน ใส่มันฝรั่งบด เคี่ยวพอน้ำมีลักษณะข้นเหนียว ปิดไฟ
8. วิธีจัดเสิร์ฟ ตักข้าวสวยใส่จาน ตกแต่งด้วยใบชิโซ ตักแกงกะหรี่วางข้างๆ
วิธีทำน้ำซุปปลาแห้ง

เนื้อปลาโอขูดแห้ง
20
กรัม
น้ำ
15
ถ้วย
ใส่น้ำลงในหม้อ ตั้งไฟกลางพอเดือด ใส่ปลาแห้ง เคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 10 นาที ปิดไฟ กรองเอาแต่น้ำซุปใสๆ จะได้น้ำซุปประมาณ 15 ถ้วย

ที่มา http://www.siamkane.com/chicken_kare.php

เปรี้ยวปากกับ "ปลาสำลียำมะม่วง"




เมื่อ วันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมาหลายๆ คนคงจะได้ไปเที่ยวเล่นสาดน้ำกันมาอย่างสนุกสนานเต็มอิ่มแล้ว ส่วนตัว "กุ๊กเล็ก" เองก็ไม่ได้ไปไหนไกล แค่เล่นสาดน้ำกับเด็กๆ แถวบ้าน แล้วก็ขลุกอยู่ในครัวหาเมนูอาหารอร่อยๆ มาฝากกันเช่นเคย

และพอดีว่าช่วงนี้มีมะม่วงเปรี้ยวดิบๆเยอะ กุ๊กเล็ก จึงนำมะม่วงมาทำเมนู "ปลาสำลียำมะม่วง" มาให้ลองทำลองชิมกัน สำหรับยำมะม่วงที่ใช้หม่ำกับปลาสำลีนั้นเป็นคนละสูตรกับยำมะม่วงที่กุ๊กเล็ก เคยนำเสนอไปเมื่อตอนที่แล้ว

ว่าแล้วก็อย่ารีรอไปเตรียมส่วนผสมปลาสำลียำมะม่วงกันเลย

ส่วนผสม

ปลาสำลีขนาดกลาง 2 ชิ้น
ไข่ไก่ 1 ฟอง
แป้งอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
เกล็ดขนมปังป่นสำหรับชุบปลาทอด 1 ถ้วย
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือเล็กน้อยสำหรับทาบนเนื้อปลา
พริกทอดสำหรับกินแกล้มตามชอบใจ

ส่วนผสมยำมะม่วง

มะม่วงดิบเปรี้ยว 1 ลูก
หอมแดง 5 หัว
พริกขี้หนู 5 เม็ด
น้ำตาล น้ำปลา ตามใจชอบ

วิธีทำ เริ่มจากนำปลาสำลีมาล้างให้สะอาด ทาเกลือเล็กน้อยให้ทั่วตัวปลาแล้วนำมาผึ่งไว้ให้แห้ง หลังจากนั้นนำปลาสำลีทั้งสองชิ้นมาคลุกกับเเป้งให้ทั่ว แล้วนำไปชุบไข่ที่เตรียมไว้ แล้วมาคลุกกับเกล็ดขนมปังให้ติดทั่วกันทั้งชิ้นปลา เสร็จแล้วหันมาตั้งกระทะใส่น้ำมันให้พอท่วมชิ้นปลา ตั้งไฟปานกลาง พอน้ำมันร้อนดีแล้วก็นำปลาสำลีลงไปทอดจนเกล็ดขนมปังด้านนอกเริ่มเป็นสี เหลืองจึงตักออกมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน (ส่วนตอนจะกินให้โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์กับพริกทอดตามใจชอบเพื่อ เพิ่มรสชาติ)

คราวนี้หันมาจัดการกับยำมะม่วงกันบ้าง นำมะม่วงเปรี้ยว(จี๊ด)มาซอยให้เป็นเส้นเล็กๆ เท่าๆ กัน จับเอาหอมแดงและพริกขี้หนูมาซอยๆๆ เป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำส่วนผสมยำมะม่วงมาคลุกรวมกัน เติมน้ำปลา น้ำตาลชิมรสตามใจชอบ หรือจะทำน้ำจิ้มซีฟู้ดไว้จิ้มกับปลาสำลีอีกอย่างหนึ่งด้วยก็ได้ ก็แค่เอาพริกขี้หนูและกระเทียมมาตำให้ละเอียด เติมน้ำปลาเล็กน้อย อยากให้รสเปรี้ยวหวานอย่างไรก็ใส่ได้ตามใจ

เป็นอันเสร็จเรียบร้อยกับเมนู "ปลาสำลียำมะม่วง" เนื้อปลาสำลีกรอบนอกนุ่มในกับยำมะม่วงรสเปรี้ยวปาก เมื่อกินคู่กันก็จะได้รสชาติที่กลมกล่อมเข้ากัน แต่ของอย่างนี้ไม่ลองชิมลองทำเองก็คงไม่รู้


โดย : กุ๊กเล็ก

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

เกี๊ยวกะหล่ำปลีซุปชาดำ

เกี๊ยวกะหล่ำปลีซุปชาดำ







เกี๊ยวกะหล่ำปลีซุปชาดำ


ส่วนผสมสำหรับเกี๊ยว 12 ชิ้น ( 4 ที่)
  • ใบกะหล่ำปลีลวก  12  ใบ
  • เห็ดหอมแห้งดอกเล็กตัดก้านทิ้งแช่น้ำจนนิ่ม  9 ดอก
  • ใบชาดำแห้ง ¼ ถ้วย
  • น้ำเดือดจัด 5 ถ้วย
  • น้ำมันเห็ดหอม 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว  1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ  1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • พริกไทย  1/8 ช้อนชา
  • ดอกไม้จีนล้างน้ำอุ่นให้สะอาดสำหรับมัดเกี๊ยว

ส่วนผสมไส้เกี๊ยว
  • มันฝรั่งต้มสุก 1 หัว
  • เห็ดหอมแห้งแช่น้ำจนนิ่มหั่นฝอย 2 ดอกใหญ่
  • เห็ดหูหนูดำหั่นเป็นเส้นเล็ก ¼ ถ้วย
  • งาขาวคั่ว   2 ช้อนโต๊ะ
  • เต้าเจี้ยว   2 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว   2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย  1 ช้อนชา
  • พริกไทย   ¼ ช้อนชา
  • น้ำมันงา   1 ช้อนชา
  • น้ำมันงาสำหรับจี่เกี๊ยวเล็กน้อย

วิธีทำ
  1. แช่ใบชาในน้ำเดือด 1 ถ้วย พักไว้ 30 วินาที  รินน้ำทิ้ง  เทน้ำเดือดที่เหลือแช่ใบชาเดิมพักไว้ 1 นาที กรองเอาแต่น้ำชา
    ใส่หม้อพักไว้
  2. ทำ
    ไส้เกี๊ยวโดย ยีมันฝรั่งให้ละเอียด ใส่เห็ดทั้งสองชนิด งา
    แล้วคนให้เข้ากัน  ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว น้ำตาล พริกไทย น้ำมันงา 
    ใช้ส้อมคนส่วนผสมให้เข้ากันดี
  3. ตักไส้เกี๊ยวใส่ใบกะหล่ำปลี ม้วนให้มิดชิด ใช้ดอกไม้จีนมัดให้เป็นท่อนกลมสวยงาม  ทำอย่างนี้จนหมด 
  4. ใส่น้ำมันงาเล็กน้อยลงในกระทะเทฟล่อนใช้ไฟกลาง นำเกี๊ยวที่ห่อไว้ลงไปจี่ให้สุกเหลืองทั้งชิ้น ตักขึ้นพักไว้
  5. นำ
    หม้อน้ำชาตั้งไฟพอเดือด ใส่เห็ดหอม ปรุงรสด้วย ซีอิ๊ว เกลือ น้ำตาล
    พริกไทย  น้ำมันเห็ดหอม ต้มสักพัก จึงใส่เกี๊ยวที่เตรียมไว้ลงเคี่ยวประมาณ 3
    นาที  ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ




ขอบคุณเมนูจาก healthandcuisine

“ยำมะเขือยาว” อร่อยเบาๆ แต่จัดจ้าน

“ยำมะเขือยาว” อร่อยเบาๆ แต่จัดจ้าน



มื้อ นี้ “กุ๊กเล็ก” อยากจะทำเมนูอร่อยจัดจ้านแต่อิ่มเบาๆ สบายท้องดูบ้าง แต่ตำรับของ “กุ๊กเล็ก” นั้นต้องทำง่ายอยู่แล้ว ก็เลยเลือกเมนู “ยำมะเขือยาว” มานำเสนอกันให้ลองชิม

ส่วนผสมมีดังนี้
มะเขือยาว 2-3 ลูก
ไข่ไก่ต้ม 2 ฟอง
หอมแดง 2 หัว
หมูสับ 50 กรัม
พริกขี้หนู 4 เม็ด
น้ำปลา 1 ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

วิธีทำเริ่มจากนำมะเขือยาวมาตัดขั้วออก แล้วนำไปเผาจนสุก (ระวังอย่าให้ไหม้) แล้วลอกเปลือกออก หั่นมะเขือยาวเป็นท่อนๆ พักใส่จานไว้ นำหมูสับไปลวกจนสุก นำพริกขี้หนูมาซอย และนำหอมแดงมาซอยบางๆ ทำน้ำยำโดยผสมน้ำตาล น้ำปลา และน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน (เพิ่มเติมรสชาติได้ตามชอบ) ใส่พริกขี้หนูและหอมแดงที่เตรียมไว้ ใส่หมูสับที่ลวกสุกแล้ว ตักใส่ถ้วยเล็กๆ เสิร์ฟพร้อมกับมะเขือยาวในจาน และไข่ต้มเพิ่มโปรตีนให้กับเมนูอร่อยในมื้อนี้


ที่มา manager

สูตรขนมหวาน : คัสตาร์ด

สูตรขนมหวาน : คัสตาร์ด



เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่า คัสตาร์ดเหมาะสำหรับคนที่เจ็บคอ หวัดลงคอ หรือเป็นทอนซิลอักเสบ เพราะไม่ต้องเคี้ยว สามารถกลืนได้อย่างง่ายดาย แถมยังมีเป็นขนมที่ให้คุณค่าอาหารอีกด้วย ลองไปทำกันเลย

ส่วนผสม

น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
น้ำเย็น 1/2 ถ้วย
ไข่ไก่ 2 ฟอง
ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 2 ฟอง
นมสด 2 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
วานิลลา 2–3 หยด
วิธีทำ

ใช้ภาชนะทนไฟ เคี่ยวน้ำตาลจนน้ำตาลไหม้ ยกลง
นำน้ำตาลไหม้เทลงในภาชนะที่จะใช้ทำคัสตาร์ด ภาชนะอันหนึ่งใช้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วกรอกไปทาให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้เย็นจนจับตัวแข็ง
ตอก ไข่ไก่ 2 ฟอง พร้อมไข่แดง คนให้เข้ากัน แล้วใส่นมที่อุ่นกับน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ ใส่วานิลลา ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วกรอง เทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ปิดหน้าด้วยกระดาษฟอยด์
เตรียมภาชนะใส่น้ำอุ่นวางไว้ใต้เตาอบ แล้วนำพิมพ์คัสตาร์ดเข้าอบ ใช้ไฟประมาณ 375 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 40 นาที

เขียนโดย : KimChi

ที่มา http://www.hilunch.com/custard

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World