บรรเทาอาการปวดจากการใช้คอมพิวเตอร์




คน ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ มักจะมีอาการปวดศีรษะ คอ บ่า ไหล่ และปวดตา นานวันเข้าอาการปวดก็มักจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษา จนกระทั่งอาจจะมีอาการปวดเรื้อรัง ในบางวันที่คุณทน รำคาญความเจ็บไม่ไหว ก่อนไปถึงมือหมอให้ลองทำท่านวดตัวเองไปพลางก่อน อย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาได้

ท่าแรก :
ใช้ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางของมือทั้งสองข้าง กดขอบกระบอกตาบนบริเวณคิ้วให้แน่นพอควร ค่อยๆ ดันนิ้วทั้งสามเลื่อนขึ้นไปบนศีรษะจนถึงท้ายทอยแบบเสยผม ทำ 10-20 ครั้ง

ท่าสอง : ยื่น มือขวาไปข้างหน้าแนวตรงขนานกับพื้น ให้ใช้มือซ้ายจับข้อศอกขวาดึงเข้าหาลำตัว ทำสลับข้างไป-มา จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อไหล่ จะรู้สึกตึงๆ นับ 1-10 ช้าๆ ค่อยเปลี่ยนสลับทำอีกข้างหนึ่ง

ท่าสาม : ยื่นแขนข้างขวาขึ้นเหนือศีรษะให้ตึง ใช้แขนซ้ายอ้อมหลังศีรษะไปจับตรงข้อศอก แล้วดึงแขนขวา ที่ยกสูงให้เอียงลงด้านซ้าย จะรู้สึกตึงๆ นับ 1-10 ช้าๆ ค่อยเปลี่ยนสลับทำอีกข้างหนึ่ง
จะทำทุกท่าสลับกันหรือจะทำทีละท่าก็ได้ โดยทำท่าละอย่าง น้อย 20 ครั้งขึ้นไป


ขอขอบคุณ : นิตยสาร 247

ทำอย่างไร... เมื่อสิวชอบขึ้นที่น้องสาว

สิว - อวัยวะเพศ

ทำอย่างไร... เมื่อสิวชอบขึ้นที่น้องสาว
(Lisa)

Health Guru : ดิฉันมักจะมีสิวขึ้นบริเวณอวัยวะเพศค่ะ เกิดขึ้นเพราะอะไร และควรทำอย่างไรดีคะ?

ลักษณะ คล้ายสิวที่ขึ้นบริเวณอวัยวะเพศนั้น โดยมากเป็นลักษณะของรูขุมขนอักเสบ ซึ่งจะเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีแดง คล้ายสิว และเจ็บระคายเคือง มักพบได้บ่อยในผู้หญิงที่มีต้นขาใหญ่ ไขมันบริเวณขนหัวเหน่ามาก

การ ดูแลสุขลักษณะบริเวณจุดซ่อนเร้นไม่ดีพอ เช่น มีคราบเหงื่อไคลบริเวณนี้มาก ช่วงมีประจำเดือนปล่อยจนเลือดประจำเดือนชุ่มอยู่นาน แล้วจึงเปลี่ยนแผ่นผ้าอนามัย ทำให้อับชื้น สวมใส่กางเกงที่รัดฟิตกระชับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีประจำเดือน เมื่อล้างทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นแล้วไม่เช็ดให้แห้ง แต่ปล่อยให้แฉะ อับ หรือในผู้หญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำและนิยมเข้าใช้บริการที่สถานออกกำลัง กาย (Fitness Center) จนเหงื่อออกชุ่ม แต่ไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อทั้งที่ร่างกายยังอับชื้นจากคราบเหงื่อไคล

การ รักษาประกอบด้วยการกินยาและทำความสะอาดเฉพาะที่ นอกจากนี้ ควรป้องกันการเป็นใหม่ ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมา และในคุณผู้หญิงที่มีรูปร่างค่อนข้างท้วมหรืออ้วน ควรลดน้ำหนัก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นขาให้มีขนาดเล็กลงด้วยค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก


Vol.12 No.33 31 สิงหาคม 2554

สหภาพยุโรปห้ามโฆษณาน้ำดื่มว่า "ใช้แก้อาการขาดน้ำ"

สหภาพยุโรปห้ามโฆษณาน้ำดื่มว่า "ใช้แก้อาการขาดน้ำ"
สำนัก งานควบคุมมาตรฐานอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Standards Authority - EFSA) ได้ปฎิเสธคำร้องของบริษัทผลิตอาหารที่ขอโฆษณาบนน้ำดื่มของตัวเองว่าช่วยแก้ อาการขาดน้ำ (dehydration) ส่งผลให้บริษัทผลิตน้ำดื่มไม่สามารถใช้คำโฆษณานี้ได้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกถึงสองปี

คำโฆษณาที่ยื่นคำร้องไปคือ "การดื่มน้ำในปริมาณเพียงพอช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการขาดน้ำ" นักวิทยาศาสตร์ 21 คนได้ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาคำร้องนี้ และระบุว่าอาการขาดน้ำในร่างกายนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดื่มน้ำเพียงอย่าง เดียว

คำตัดสินนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า กระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อคำตัดสินนี้เพราะขัดต่อสามัญสำนึก

ก่อน หน้านี้ EFSA เคยสั่งห้ามขาย "กล้วยที่งอเกินไป" และ "แตงกวาที่โค้งงอ" มาแล้ว และถูกต่อต้านจากประเทศสมาชิกจนกระทั่งยอมยกเลิกกฏเหล่านั้นไป โดยมาตรฐานแตงกวาของข้อบังคับนั้นต้องโค้งไม่เกิน 1/10 ของความยาว - The Telegraph

แม้เราจะรู้สึกว่าข้อบังคับของ EFSA นั้นแปลกประหลาดชวนโดนต่อต้าน แต่องค์กรแบบนี้ก็ช่วยป้องกันการโฆษณาประเภทที่ว่ากินนั้นแล้วจะความจำดี กินนี่แล้วจะสอบได้ บางทีบ้านเราอาจจะควรมีกรรมการที่มีความรู้มาควบคุมโฆษณาของอาหารบ้างเหมือน กัน

ที่มา: JuSci.net

ชวนสาว ๆ ออกกำลังกาย ในวันติดแหง็กกลางน้ำ (ออกกำลังแบบพื้นที่จำกัด)


จำกัดพื้นที่"ออกกำลังกาย" เมื่อวันติดแหง็กอยู่กลางน้ำ (ไทยโพสต์)

ยามวิกฤติน้ำหลากเข้าท่วมกรุงและรอบปริมณฑลอย่างทุกวันนี้ เราสามารถละลายความตึงเครียด ความวิตกกังวล หรือแม้แต่อาการจิตตกได้อย่างง่ายดาย ด้วยการ "ออกกำลังกายในพื้นที่จำกัด" แบบไม่ต้องลุยน้ำให้เปียกปอน เพื่อเดินทางไปสวนสาธารณะหรือฟิตเนสใจกลางเมืองเพื่อบริหารร่างกาย

วันนี้เลยชวนสาว ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาวเล็ก สาวใหญ่ หรือแม้แต่สาวแปลง จะเป็นคุณผู้ชายมาดแมนด้วยก็ได้ ที่เกิดอาการอึดอัดหงุดหงิดกับสภาพความเป็นอยู่ในลักษณะ "ติดแหง็ก" หรือ "ถูกขัง" ในพื้นที่แคบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นชั้น 2 ของบ้าน ห้องสี่เหลี่ยมในคอนโดมิเนียม ที่ร้ายหน่อยอาจเป็นศูนย์อพยพที่มีผู้คนขวักไขว่ หรือแม้แต่บ้านญาติหลังเล็กแสนอัตคัดที่ไปพึ่งพิงอาศัยหนีน้องน้ำ มาออกกำลังกายระบายความเครียด!

งานนี้กูรูด้านการออกกำลังกายอย่าง รศ.เจริญ กระบวนรัตน์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ม.เกษตรศาสตร์ มีหลักการออกกำลังกายในที่แคบแบบไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ และใช้พื้นที่เพียง 1x1 ตร.ม. 3 สไตล์มาให้เลือกกัน

เริ่มต้นง่าย ๆ จาก

1.ท่านอน ขั้นตอนแรกก็แค่นอนราบกับพื้นในแบบสบาย ๆ เอาแขนไว้ข้างลำตัว จากนั้นให้ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นให้สูงที่สุด หรืออาจตั้งฉากกับพื้นก็ได้ โดยให้ทำสลับไปมาซ้าย-ขวาอย่างช้า ๆ หรือถ้าร่างกายแข็งแรงมากจะยกทั้ง 2 ขาพร้อมกันก็ได้ การออกกำลังกายในลักษณะดังกล่าวจะช่วยบริหารหน้าท้อง สะโพก

2.ท่านั่ง การบริหารร่างกายด้วยท่านั่งแบบง่าย ๆ มี 2 ลักษณะด้วยกัน เช่น นั่งหลังตรงมือยันพื้นไว้ข้างหลัง (หรือจะนั่งชิดกำแพงก็ได้) แล้วเหยียดเท้าทั้ง 2 ข้างให้ตรงไปข้างหน้า จากนั้นให้ยกเท้าใดเท้าหนึ่งขึ้น-ลง ระดับหัวไหล่จนถึงอก โดยท่าบริหารนี้จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อช่วงต้นขา สะโพก และเชิงกรานแข็งแรง บรรเทาอาการปวดเข่า ส่งผลทำให้การเดินหรือทรงตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการลุยน้ำท่วม

หรือจะเป็นการนั่งออกกำลังกายด้วยท่ากอดเข่า แต่แทนที่จะเอามือมาโอบกอดก็ให้ปล่อยยันพื้นไว้ข้างลำตัวแทน จากนั้นประกบขาและเข่าให้ชิดกัน แล้วบิดสะโพกช้า ๆ ซ้ายสลับขวา จะช่วยให้ร่างกายหายจากอาการปวดหลัง ปวดเอวที่ล้าจากการนอนบนพื้นแข็งตามศูนย์อพยพได้

3.ท่ายืน คือ ยืนตัวตรงเท้าชิด แต่ให้แกว่งแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้า-หลังแบบสลับฟันปลาอย่างช้า ๆ แค่นี้ก็ช่วยในการบริหารหัวใจ กระตุ้นการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมอง ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้ชะงัดนัก หรือจะเป็นท่ากายบริหารแบบยืนตรงแล้วบิดตัวซ้าย-ขวาไปมา ก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงเช่นกัน

โดย รศ.เจริญ ขอปิดท้ายการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ในที่แคบ ด้วยการยืนเท้าชิดแล้วกางแขน ก่อนยกขึ้นให้สูงสุดแล้วหันหลังมือมาประกบกัน กายบริหารลักษณะนี้ดีกับคนที่มีความเครียดสะสมจนเรื้อรัง เหมาะอย่างยิ่งแก่ผู้ประสบภัยหนีน้ำท่วม เพราะไปช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ บ่า คอ ที่เส้นยึดจนปวดรุนแรง

อย่างไรก็ตาม อาจารย์เจริญฝากข้อคิดไว้ด้วยว่า "ก่อนออกกำลังกายขอให้ปรับทัศนะความคิดเสียใหม่ ขอให้คิดในแง่บวกเข้าไว้ ทุกอย่างเกิดขึ้นไปแล้ว เรียกกลับคืนมาไม่ได้ แต่เราสามารถทำปัจจุบันให้ดีขึ้นได้ ด้วยการเตรียมตัวให้แข็งแรง มีจิตใจที่เข้มแข็ง เพื่อที่จะกลับไปฟื้นฟูและยืนหยัดหลังน้ำลด แต่ถ้ายังนั่งจมอยู่กับความทุกข์ คิดแต่เรื่องร้ายๆ ซ้ำไปซ้ำมา ตัวเราเองจะกลายเป็นภาระให้คนอื่นมาดูแล ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดีนัก"

บรรเทาอาการปวดจากการใช้คอมพิวเตอร์




คน ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ มักจะมีอาการปวดศีรษะ คอ บ่า ไหล่ และปวดตา นานวันเข้าอาการปวดก็มักจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษา จนกระทั่งอาจจะมีอาการปวดเรื้อรัง ในบางวันที่คุณทน รำคาญความเจ็บไม่ไหว ก่อนไปถึงมือหมอให้ลองทำท่านวดตัวเองไปพลางก่อน อย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาได้

ท่าแรก :
ใช้ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางของมือทั้งสองข้าง กดขอบกระบอกตาบนบริเวณคิ้วให้แน่นพอควร ค่อยๆ ดันนิ้วทั้งสามเลื่อนขึ้นไปบนศีรษะจนถึงท้ายทอยแบบเสยผม ทำ 10-20 ครั้ง

ท่าสอง : ยื่น มือขวาไปข้างหน้าแนวตรงขนานกับพื้น ให้ใช้มือซ้ายจับข้อศอกขวาดึงเข้าหาลำตัว ทำสลับข้างไป-มา จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อไหล่ จะรู้สึกตึงๆ นับ 1-10 ช้าๆ ค่อยเปลี่ยนสลับทำอีกข้างหนึ่ง

ท่าสาม : ยื่นแขนข้างขวาขึ้นเหนือศีรษะให้ตึง ใช้แขนซ้ายอ้อมหลังศีรษะไปจับตรงข้อศอก แล้วดึงแขนขวา ที่ยกสูงให้เอียงลงด้านซ้าย จะรู้สึกตึงๆ นับ 1-10 ช้าๆ ค่อยเปลี่ยนสลับทำอีกข้างหนึ่ง
จะทำทุกท่าสลับกันหรือจะทำทีละท่าก็ได้ โดยทำท่าละอย่าง น้อย 20 ครั้งขึ้นไป


ขอขอบคุณ : นิตยสาร 247

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World