รสเปรี้ยวกลมกล่อม กับ“ต้มปลาช่อนใบมะขามอ่อน”/กุ๊กเล็ก

มื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” มีอาหารพื้นบ้านของทางภาคอีสานมาให้ลองทำลองชิมกัน คือเมนู “ต้มปลาช่อนใบมะขามอ่อน” เมนูจานเด็ดที่เต็มไปด้วยคุณค่าจากพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยเรานี่เองไม่ว่า จะเป็นข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ ที่สำคัญยังใช้ใบมะขามอ่อนให้รสเปรี้ยวนิดๆ แทนมะนาวที่กำลังแพงเอาๆ ในตอนนี้ได้อีกด้วย
      
       สำหรับเครื่องปรุงที่ต้องเตรียมก็มี
      
       ปลาช่อน 1 ตัว
       ต้นหอม ผักชีหั่นเป็นท่อนๆ 3 ต้น
       ตะไค้ทุบตัดเป็นท่อน 2 ต้น
       น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
       น้ำสะอาด 1-2 ถ้วย
       พริกขี้หนู 3-4 เม็ด
       ใบมะขามอ่อน 1/2 ถ้วยตวง
       ข่าอ่อนหั่นเป็นแว่น 3-5 แว่น
       ใบมะกรูด 5-6 ใบ
       เกลือป่น 1 ช้อนชา

      
       วิธีทำ เริ่มจากล้างปลาช่อนให้สะอาด ตัดหัว ขอดเกล็ด ควักไส้ออก แล้วหั่นปลาเป็นท่อนๆ แล้วหันไปตั้งหม้อต้มน้ำ พร้อมกับใส่ข่า ตะไคร้ และเกลือลงไปในหม้อด้วย ต้มต่อจนน้ำเดือดแล้วจึงใส่พริกที่ทุบพอให้บุบ ตามด้วยปลาช่อนลงไปต้มจนปลาสุก
       
       จากนั้นปรุงรสให้อร่อยด้วยน้ำปลา เกลือ และใบมะขาม ซึ่งจะให้รสเปรี้ยวนิดๆ และกลิ่นหอมของมะขาม เรียบร้อยแล้วยกลง ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยใบมะกรูด ต้นหอม และผักชี ก็เป็นอันได้เมนูอร่อย “ต้มปลาช่อนใบมะขามอ่อน” ซดน้ำคล่องคอ จะกินกับข้าวเหนียวนุ่มๆ หรือข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยได้เหมือนกัน

ทำง่ายๆอร่อยได้กับ“ไส้ตันทอดกระเทียม”/กุ๊กเล็ก

เมื่อวานนี้ "กุ๊กเล็ก"ไปเดินเที่ยวเล่นห้างสรรพสินค้าแถวบ้านมา วาดหวังว่านอกจากซื้อข้างของเครื่องใช้ส่วนตัวแล้ว ก็จะหาซื้ออาหารที่ปรุงสำเร็จมากินสักหน่อย แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาอาหารที่ถูกใจไม่เจอ
      
       เดินวนไปถึงแผนกของสดก็ไปได้ไส้ตันมาขดหนึ่งจึงตัดสินใจซื้อไส้ตันกลับมาทำ "ไส้ตันทอดกระเทียม"กินเองที่บ้านดีกว่า เมนูนี้เป็นเมนูง่ายๆทำได้ไม่ยากเลยเริ่มจาก
      
       ส่วนผสม
       

       ไส้ตันหมู 2 ขีด
       กระเทียม 5 หัว
       ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
       ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาล 1ช้อนชา
       เกลือป่น 1 หยิบมือ

       น้ำมันพืชพอประมาณ
       ผักชีสำหรับโรยหน้า
       

       วิธีทำ
      
       ในขั้นแรกนั้นก่อนอื่นเราต้องนำไส้ตันที่ได้มาล้างให้สะอาด แล้วนำไปต้มจนสุกเมื่อไส้ตันสุกแล้วก็นำมาพักทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นจึงนำไส้ต้นมาหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำ นำลงหมักกับส่วนผสมอย่าง ซอสปรุงรส ซีอิ้วขาว น้ำตาล อ้อ...อย่าลืมของสำคัญคือ กระเทียมที่ถูกนำมาสับอย่างละเอียดก็ใส่ลงไปพร้อมๆกันด้วย ให้หมักทิ้งไว้ราว10-15 นาที
      
       แล้วจึงตั้งกระทะไฟปานกลาง เทน้ำมันพืชลงไปเมื่อน้ำมันร้อนได้ที่จึงนำไส้ตันที่หมักไว้ลงทอด หมั่นสังเกตจนไส้ตันและกระเทียมเหลืองทอดได้ที่แล้วก็ปิดเตา นำไส้ตันทอดกระเทียมที่ได้วางบนกระดาษซับน้ำมันสักครู่ แล้วจึงจัดใส่จานโรยเกลือป่นและผักชีเสิร์ฟพร้อมกับซอสพริกก็เพิ่มรสชาติดี

เคี้ยวหนึบหนับกับ “เนื้อย่างเกาหลีน้ำจิ้มอีสาน”/กุ๊กเล็ก

หากว่าแฟนานุแฟนมิตรรักนักกินคนใดเป็นผู้พิสมัยในรสชาติเนื้อล่ะก็ เชิญมาทางนี้ได้เลย เพราะในมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” จะพาเข้าครัวไปทำเมนูแบบเนื้อๆให้ได้กินกัน กับเมนูเนื้อที่มีชื่อว่า “เนื้อย่างเกาหลีน้ำจิ้มอีสาน” เป็นเมนูเนื้อย่างนุ่มๆ เคี้ยวหนึบหนับปากและได้รสชาติของน้ำจิ้มอีสานรสแซ่บ
      
       ว่าแล้วอย่ามัวมาเสียเวลากันอยู่เลย รีบเดินหน้าเข้าครัวกันดีกว่า
      
       ส่วนผสมเครื่องปรุง
       เนื้อวัวใช้เนื้อสันในหรือเนื้อสะโพก 1 กิโลกรัม
       งาขาวคั่วบุบพอหอม 4 ช้อนโต๊ะ
       ต้นหอมใช้ด้านขาวหั่นละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
       กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
       ซีอิ้วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
       ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมันงา 4 ช้อนโต๊ะ
       พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
       เหล้า 4 ช้อนโต๊ะ
       

       ส่วนผสมน้ำจิ้ม
       
กระเทียม 3 ช้อนโต๊ะ
       พริกขี้หนูเม็ดใหญ่สีแดง 3 ช้อนโต๊ะ
       น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
       น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
       

       วิธีการทำน้ำจิ้ม ให้นำกระเทียมและพริกมาโขลกให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ปรุงรสชาติด้วยมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลทรายชิมรสชาติให้ออกรสจัด
      
       สำหรับวิธีการทำเนื้อย่างเกาหลีเริ่มจากนำเนื้อมาแล่เป็นชิ้นๆ พอคำ แล้วก็หมักกับเครื่องปรุงทั้งหมด คลุกเคล้าให้เข้ากันทิ้งไว้ในตู้เย็น 3-4 ชม. เพื่อให้เนื้อนุ่มดี จากนั้นจึงค่อยนำเนื้อออกมา แล้วย่างบนกระทะไฟค่อนข้างแรง ย่างจนเนื้อสุกได้ที่ก็เป็นอันว่าใช้ได้ กินตอนร้อนๆ คู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด ได้เอร็ดอร่อยกับ “เนื้อย่างเกาหลีน้ำจิ้มอีสาน”กันไปอีกหนึ่งเมนู

"เบคอนห่อเข็มทองผัดซอส" เมนูง่ายๆสไตล์วันว่าง/กุ๊กเล็ก

หน้า ฝนแบบนี้ ทั้งฝนตกทั้งเปียกทั้งเฉอะแฉะ บางทีก็ไม่อยากออกไปตะลอนที่ไหนๆ แต่จะอยู่บ้านคนเดียวรึก็น่าเบื่อ ชวนเพื่อนฝูงมาเม้ากันที่บ้านท่าจะดี ตัดสินใจได้ดังนั้น “กุ๊กเล็ก” จึงรีบเข้าครัวทำเมนูอาหารทีเด็ดไว้ต้อนรับเพื่อนๆ เมนูนี้ได้นำเอาอาหารฝรั่งอย่างเบคอน กับเห็ดเข็มทองเมนูญี่ปุ่นมาผสมผสาน ออกมาเป็นลูกครึ่งมีชื่อว่า “เบคอนห่อเห็ดเข็มทองผัดซอส”
       

       ส่วนผสม
       
เห็ดเข็มทอง 200 กรัม
       เบคอน 190 กรัม
       มะเขือเทศ 1 ลูก
       ผัดกาดหอม 2 ใบ
       เนยแข็งชนิดเค็ม 5 กรัม
       ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
       เกลือป่น 1/3 ช้อนชา
      
       เตรียมส่วนผสมครบแล้วก็เริ่มบรรเลงกันเลย อย่างแรกนำเห็ดเข็มทองมาตัดส่วนรากหรือส่วนที่อยู่ด้านล่างออกแต่อย่าให้กอ เห็ดแยกจากกัน แล้วแบ่งเห็ดเข็มทองออกเป็นช่อๆพอดีคำ จากนั้นนำกระทะตั้งไฟอ่อนใส่เนยแข็งชนิดเค็มลงไปพอละลาย ใส่เบคอนลงทอด กลับไปมาพอเหลือง แต่อย่าให้เกรียมมามิเช่นนั้นจะแข็งม้วนลำบาก แล้วพักเบคอนเอาไว้
      
       จากนั้นนำซอสมะเขือเทศโรยเกลือคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใช้กระทะเดิมที่มีน้ำมันจากเบคอนที่ทอดไปแล้วตั้งไฟอ่อน นำเห็ดเข็มทองลงไปผัดต่อ ราดด้วยซอสมะเขือเทศผสมเกลือที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากันเบาๆจนเห็ดเข็มทองดูอ่อนๆพอสุกเป็นอันได้ที่
      
       สุดท้ายนำเห็ดเข็มทองที่ได้มาวางบนเบคอนแล้วม้วนให้ขนาดพอดีคำ ตกแต่งจานด้วยมะเขือเทศและสีเขียวของใบผัดกาดหอม ก็กลายเป็นเมนูหรูๆไว้รับแขกได้เลยทีเดียว แถมรสชาติยังเป็นที่ติดปากติดใจแน่นอน

ชื่นใจกับชมพู่ “พิงค์กี้ ฟรอซตี้ค็อกเทล”

ช่วงนี้ผลไม้หลากหลายชนิดกำลังออกลูกออกผลเต็มไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ในบ้านของ “กุ๊กเล็ก” เองก็มีต้นชมพู่กำลังออกลูกงามๆ เช่นกัน แต่จะสอยมาจิ้มพริกกับเกลือกินธรรมดาๆ ก็เสียชื่อ “กุ๊กเล็ก” หมด เลยต้องหาสูตรแปลกๆ น่ากินๆ มาลองทำดู ก็พอดีได้สูตรเครื่องดื่มจากผลไม้ไทยๆ ที่ชื่อว่า “พิงค์กี้ ฟรอซตี้ค็อกเทล” มาจากโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน กรุงเทพฯ ที่เขาใช้ชมพู่เป็นส่วนประกอบด้วยมาลองทำดู
      
       ส่วนผสม
      
       ชมพู่นาก (สีแดง) 1-2 ลูก
       น้ำสับปะรด 1 ออนซ์ (หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ)
       น้ำเชื่อมกลิ่นมะลิ 1 ออนซ์
       น้ำแข็ง 1/2 แก้ว
       

       วิธีทำแสนจะง่าย แค่นำชมพู่มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำส่วนผสมทั้งหมด ทั้งชมพู่ น้ำสัปปะรด น้ำเชื่อม และน้ำแข็งใส่ลงไปในเครื่องปั่น ปล่อยให้เครื่องจัดการปั่นๆๆๆ จนเนื้อเนียนเข้ากัน เทใส่แก้วสวยๆ แล้วตกแต่งด้วยเชอรี่หรือมะนาว
      
       เพียงเท่านี้ก็จะได้ “พิงค์กี้ ฟรอซตี้ค็อกเทล” จิบ ไปได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชมพู่ผสมกับรสเปรี้ยวอมหวานของน้ำสับปะรด เหมาะที่จะทำไว้ดื่มเล่นเย็นๆ ใจยามว่าง หรือไว้ดื่มกันกับเพื่อนๆ ในงานปาร์ตี้ก็ได้เช่นกัน

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World