มื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” ยังอยู่ในอารมณ์ร่วมกับการฉลองปีหมูอยู่ จึงขอเข้าครัวทำเมนูหมูอีกหนึ่งเมนู ที่มีชื่อว่า “หมูทอดสมุนไพร” ซึ่งไปได้สูตรมาจากโรงแรมมณเฑียร กรุงเทพฯ
เมนูนี้ทำง่าย กินเป็นกับแกล้มก็เข้าท่า กินคู่กับข้าวสวยก็เข้าที แถมกินแล้วยังดีต่อสุขภาพเพราะมีสมุนไพรไทยเป็นส่วนประกอบในการปรุง ว่าแล้วก็อย่าอืดอาดกันอยู่เลย เดินหน้าเข้าครัวปรุงเมนูอาหารรสเด็ดกินกันดีกว่า
ส่วนผสมที่ต้องเตรียม
คอหมูหั่นเป็นเส้นยาว 2.5 ขีด
ตะไคร้สับละเอียด 1 ต้น
ใบมะกรูดหั่นฝอย 5 ใบ
กระเทียมสับละเอียด 5 กลีบ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทย ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
แป้งสาลี (เอาไว้คลุกคอหมูก่อนลงทอด)
เครื่องเทศที่ทอดแล้วสำหรับโรยหน้า
หัวหอมเจียว หั่นบางๆ ทอดกรอบ, กระเทียมเจียว หั่นบางๆ ทอดกรอบ, พริกไทยอ่อนทอด, ตะไคร้โขลกหยาบๆ ทอด, พริกแห้งทอด
สำหรับขั้นตอนการทำไม่ได้ยุ่งยากอะไรมาก เริ่มจากนำคอหมู มาหมักกับเครื่องหมักทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียม น้ำมันหอย พริกไทย น้ำตาลทราย น้ำปลา หมักทิ้งไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
จากนั้นก็นำคอหมูที่ผ่านการหมักจนได้ที่แล้ว นำมาคลุกกับแป้งเล็กน้อย และนำลงทอดในน้ำมัน ทอดจนคอหมูสุกเหลืองกรอบ ก็เป็นอันว่าใช้ได้ตักใส่จาน แล้วก็โรยหน้าด้วยเครื่องเทศต่างๆที่ทอดไว้แล้ว กินคู่กับน้ำจิ้มไก่ หรือซอสพริกเป็นอันว่าได้อร่อยกันไปอีกหนึ่งมื้อ
หอมหวานชื่นใจกับ “ลูกตาลลอยแก้ว”
โดย : กุ๊กเล็ก
เมืองไทยเรานั้นมีอาหารการกินมากมาย ทั้งที่มีให้กินกันทั้งปี หรือมีเฉพาะฤดูกาล อย่าง “ลูกตาล” ที่จะออกในช่วงฤดูแล้ง เมื่อต้นตาลตัวเมียมีลูกตาลและตัดลูกตาลลงมาตอนที่ยังไม่สุก ก็จะได้ลอนตาล หรือ เต้าตาลอ่อนๆ มากินกัน
“กุ๊กเล็ก” เห็นลูกตาลหรือลอนตาลที่ขายกันอยู่ในตลาดแล้วก็ชักคันไม้คันมือ เลยซื้อมาทำ “ลูกตาลลอยแก้ว” กินให้หวานๆ เย็นๆ ชื่นใจกันดีกว่า
ส่วนผสม
ลูกตาล (เลือกที่ไม่อ่อนไม่แก่มากนัก) 500 กรัม
น้ำตาลทราย 250 กรัม
น้ำเปล่า 2 ถ้วย
ใบเตย 2 ใบ
วิธีทำเริ่มจากนำลูกตาลมาปอกเปลือกออก นำไปล้างน้ำให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นก็นำมาหั่นบางๆ ตามขวางของลูกตาล จะได้ลักษณะคล้ายๆ เลขแปด เสร็จแล้วพักไว้ก่อน เอาน้ำเปล่าใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทราย ใส่ใบเตยที่ฉีกเป็นท่อนๆ เคี่ยวให้น้ำตาลละลายและข้นขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ที่ให้ตักใบเตยออก แล้วใส่ลูกตาลที่หั่นเตรียมไว้ลงไปในหม้อ เคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 5 นาที แล้วปิดไฟ พักไว้ให้เย็น เวลาเสิร์ฟตักใส่ถ้วย แล้วใส่น้ำแข็งทุกบละเอียดลงไปเพิ่มความเย็นชื่นใจ หรือจะนำลูกตาลลอยแก้วไปแช่ในช่องแช่แข็งให้เย็นจัด แล้วยกไปเสิร์ฟก็ได้เช่นกัน
| |
“กุ๊กเล็ก” เห็นลูกตาลหรือลอนตาลที่ขายกันอยู่ในตลาดแล้วก็ชักคันไม้คันมือ เลยซื้อมาทำ “ลูกตาลลอยแก้ว” กินให้หวานๆ เย็นๆ ชื่นใจกันดีกว่า
ส่วนผสม
ลูกตาล (เลือกที่ไม่อ่อนไม่แก่มากนัก) 500 กรัม
น้ำตาลทราย 250 กรัม
น้ำเปล่า 2 ถ้วย
ใบเตย 2 ใบ
วิธีทำเริ่มจากนำลูกตาลมาปอกเปลือกออก นำไปล้างน้ำให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นก็นำมาหั่นบางๆ ตามขวางของลูกตาล จะได้ลักษณะคล้ายๆ เลขแปด เสร็จแล้วพักไว้ก่อน เอาน้ำเปล่าใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทราย ใส่ใบเตยที่ฉีกเป็นท่อนๆ เคี่ยวให้น้ำตาลละลายและข้นขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ที่ให้ตักใบเตยออก แล้วใส่ลูกตาลที่หั่นเตรียมไว้ลงไปในหม้อ เคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 5 นาที แล้วปิดไฟ พักไว้ให้เย็น เวลาเสิร์ฟตักใส่ถ้วย แล้วใส่น้ำแข็งทุกบละเอียดลงไปเพิ่มความเย็นชื่นใจ หรือจะนำลูกตาลลอยแก้วไปแช่ในช่องแช่แข็งให้เย็นจัด แล้วยกไปเสิร์ฟก็ได้เช่นกัน
ลิ้มรสกวางตุ้งกระทุ้งใจ ที่ "หยิ่วกี่"
ร้านนี้เค้าเปิดกันมา 60 กว่าปีแล้ว โดยเน้นขายอาหารจีนแบบกวางตุ้ง แต่ก็มีอาหารไทยไว้ให้ลองชิมกันด้วย ซึ่งนอกจากจะมีร้านอยู่ที่นี่แล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งสาขา อยู่แถว ถ.งามวงศ์วาน ตรงข้ามกับซอยชินเขต 1 ที่คอยให้บรรดานักชิมแวะเวียนไปลองลิ้มของอร่อยที่มีมาตรฐานเดียวกัน | ||||
บนจานเป็ดย่างที่เสิร์ฟมานั้นจะมีน้ำจิ้มซีอิ้วพริกดองมาด้วย เพื่อเพิ่มรสชาติ รวมทั้งมีผักกวางตุ้งลวก แตงกวาดอง และขิงดองแก้เลี่ยน เนื้อเป็ดนั้นได้รสกลมกล่อม หนังบาง เนื้อนุ่ม ไม่มีมัน น้ำราดเป็ดได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศ เข้ากันดีกับเป็ดย่าง | ||||
มาต่อด้วยเมนู ลูกชิ้นกุ้งราดมันปู (120 บาท) ทางร้านทำลูกชิ้นกุ้งเองจากเนื้อกุ้งล้วนๆ นำมาผัดกับเนื้อปู เห็ดหอม ก่อนจะปรุงรส แล้วใส่แป้งมันเพื่อให้ได้น้ำที่เหนียว รสชาติของลูกชิ้นกุ้งนั้นเหมือนกินเนื้อกุ้งเลยทีเดียว รสชาติกลมกล่อม นุ่มละมุนลิ้น | ||||
เมนูอร่อยๆ ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ ยังมี ซาลาเปา (7/15 บาท) ขนมจีบ (20 บาท) ที่ทางร้านทำเอง รวมไปถึง บะหมี่ปู (70 บาท) โกยซีหมี่ (40 บาท) ราดหน้าทะเล (60 บาท) บะหมี่ราดหน้าเนื้อ (50 บาท) หรือจะสั่ง หมูย่าง (กก. ละ 350 บาท) หมูแดง (กก. ละ 350 บาท) ห่อกลับมากินที่บ้านก็ยังได้ | ||||
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ร้าน "หยิ่วกี่" ตั้งอยู่ที่ 1639/79-81 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. การเดินทางจากอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มุ่งหน้ามาทาง ถ.พหลโยธิน ฝั่งขาออก ผ่านสถานีรถไฟฟ้าสะพานควาย และผ่านซอยวัดไผ่ตันมาอีกเล็กน้อย จะเห็นร้านหยิ่วกี่อยู่ทางซ้ายมือ ก่อนถึงแยกกำแพงเพชร-สะพานควาย สามารถจอดรถได้บริเวณหน้าร้าน เปิดทุกวัน เวลา 7.00 - 19.30 น. โทร. 0-2279-3199 , 0-2278-5773 ส่วนสาขา ถ.งามวงศ์วาน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับ ซ.ชินเขต 1 โทร. 0-2589-8985 , 0-2589-8983 |
"Pandora Bakeshop" ร้านน่ารัก คัพเค้กโฮมเมดชวนกิน
ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ดิ อเวนิว ถ.แจ้งวัฒนะ เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนๆ มาเปิดร้าน จุดเด่นของที่นี่คือ เป็นคัพเค้กแบบโฮมเมด ที่หน้าตาของคัพเค้กนั้นก็คิดค้นขึ้นเอง นอกจากจะมีคัพเค้กหน้าพื้นฐานที่จะทำออกมาหมุนเวียนกันไปทุกวันแล้ว ยังมีหน้าพิเศษที่ผลัดเปลี่ยนกันไปตามเทศกาลต่างๆ ด้วย ซึ่งนอกจากจะมีที่สาขาแจ้งวัฒนะแห่งนี้แล้ว ก็ยังมีที่สาขา ดิ เอ็มโพเรียม อีกด้วย ภายในร้านที่เล็กกะทัดรัด ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น สบายๆ ที่สามารถมานั่งเล่นกันได้ทั้งวัน เพราะนอกจากจะมีคัพเค้ก เบเกอรี่ และเครื่องดื่มไว้คอยบริการแล้ว ก็ยังมี Wi-Fi ไว้ให้เล่นกันอีกด้วย โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งในร้านห้องแอร์เย็นสบาย หรือจะเลือกไปนั่งสูดอากาศข้างนอกก็ยังได้ | ||||
คัพเค้กที่ได้ลองชิมเป็นชิ้นแรกของวันนี้ก็คือ Red Valvet (45-75 บาท) เป็นเค้กวนิลาผสมโกโก้ ที่เพิ่มสีสันด้วยสีแดงสด แต่งหน้าด้วยครีมชีส แล้วโรยหน้าด้วยเค้ก Red Valvet อบแห้ง ชิ้นถัดไปเป็น Dark Knight (45-75 บาท) เป็นเค้กช็อกโกแลต ราดด้วยบัตเตอร์ครีม แต่งหน้าด้วยบราวนี่สูตรพิเศษที่ทางร้านทำขึ้นเอง ต่อด้วย Hummingbird (45-75 บาท) เป็นเค้กผลไม้ที่ทำจากสับปะรดและกล้วย ความพิเศษอยู่ที่ไม่ได้ปั่นเนื้อผลไม้ให้ละเอียดรวมไปกับเนื้อเค้ก แต่จะหั่นผลไม้เป็นชิ้นเล็กๆ ด้านบนของเค้กเป็นครีมชีส และแต่งด้วยน้ำตาลปั้นรูปดอกไม้ อีกชิ้นเป็น Carrot & Spices (45-75 บาท) เค้กแครอทที่มีส่วนผสมของอบเชย และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ด้านบนเป็นครีมชีสฟรอสติ้ง และน้ำตาลปั้นรูปแครอทชิ้นเล็กน่ารัก ส่วน Citrus Odor (45-75 บาท) เป็นเค้กวนิลา หน้าบัตเตอร์ครีมมะนาว รสเปรี้ยวๆ หวานๆ และ Blueberry Bush (45-75 บาท) เค้กวนิลาสอดไส้แยมบลูเบอรี่ หน้าบัตเตอร์ครีมกลิ่นบลูเบอรี่ ปิดท้ายด้วย Swiss Chocolate (45-75 บาท) เค้กช็อกโกแลตเนื้อนุ่ม หน้าช็อกโกแลตฟัจน์ และวิปปิ้งครีม แต่งหน้าด้วยเชอรี่สีแดง | ||||
นอกจากจะมีคัพเค้กแสนอร่อยแล้ว ทางร้านก็ยังมีเบเกอรี่ไว้ให้ลองชิมอีกหลายอย่าง อาทิ บราวนี่ไวท์ช็อค (70 บาท) นิวยอร์คชีสเค้ก (85-120 บาท) เมอแรงค์รสต่างๆ (120 บาท) รวมไปถึงเครื่องดื่มนานาชนิดที่จะช่วยให้กินคัพเค้กอย่างเอร็ดอร่อยยิ่งขึ้น เวลานึกถึงคัพเค้กสวยๆ หน้าตาน่ากิน รสชาติไม่เป็นรองใคร ก็แวะเวียนกันมาได้ที่ร้าน "Pandora Bakeshop" | ||||
ร้าน "Pandora Bakeshop" ตั้ง อยู่ภายในโครงการ ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ 104/28-29 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. การเดินทางจากห้าแยกปากเกร็ด ให้ตรงมาตาม ถ.แจ้งวัฒนะ จนผ่านแยกคลองประปาให้ชิดซ้าย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการ ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ ร้านจะตั้งอยู่ทางขวามือ ตรงข้ามกับวิลล่า มาร์เก็ต เปิดทุกวัน เวลา 10.00 - 21.00 น. โทร. 0-2982-5229, 08-1489-0611, 08-1420-7667 ทางร้านรับสั่งทำเค้ก และมีบริการแคทเธอริ่ง ส่วนสาขา ดิ เอ็มโพเรียม ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 หน้ากูร์เมต์มาร์เกต ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pandorabakeshop.com และ www.facebook.com/pandorabakeshop |
เพลินใจ อร่อยปากที่ร้าน"ดีบุก"ภูเก็ต
หลังเดินชมตึกสวยอย่างเพลิดเพลินจนออกอาการเมื่อยล้า "ผ่านมาแวะกิน" ก็ เริ่มเมียงมองหาร้านอาหารนั่งพักเหนื่อยและแวะเติมพลัง และก็มาสะดุดตา สะดุดใจกับร้านอาหารเล็กๆ ที่น่ารักดูอบอุ่นมีสไตล์ ซึ่งแทรกกายอยู่ภายในตึกสวยๆ ตรง ถ.ดีบุก ร้านอาหารที่ว่านี้มีชื่อเดียวกับถนนเลยนั่นคือร้านอาหาร "ดีบุก" มีคุณนก สุนทรีย์ ทิพย์รัตน์ เป็น เจ้าของร้าน จากการได้พูดคุยด้วย คุณนกบอกว่าร้านนี้เปิดมานานกว่า 9 ปีแล้ว ขายอาหารฝรั่งเศสที่มีการปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย และมีอาหารไทยพื้นถิ่นบริการด้วย | ||||
เอาล่ะหลังจากเลือกที่นั่งในมุมที่ถูกใจได้แล้ว เราก็ขอเมนูมากางเปิดสั่งอาหารมาชิมกันดีกว่า และในมื้อนี้ก็ขอเอกสั่งเป็นอาหารฝรั่งเศสมาลิ้มรสก็แล้วกัน เริ่มจากเมนูแรกเป็น ซุปหอมฝรั่งเศส (120 บาท) ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วลิ้น ทางร้านเอาหอมหัวใหญ่มาผัดกับเนย น้ำมันโอลีฟ และต้มกับน้ำซุปเคี่ยวอยู่นานจนได้ที่ โรยหน้าด้วยชีสอีกที แล้วเสิร์ฟกับขนมปังกระเทียมใส่ชีส ซดซุปร้อนๆ หอมหวานกลมกล่อม และอร่อยกับเนื้อหัวหอมที่กินเข้ากับขนมปังกรอบๆ | ||||
| ||||
แต่ทว่าในเมนูอาหารก็ยังมีอาหารจานเด่นอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ ปอเปี๊ยะปู (169 บาท) น้ำตกคอหมูย่าง (130 บาท) Crepe de Paris (220 บาท) และอีกหลายเมนูอาหารไทย อาหารฝรั่งเศส พร้อมทั้งยังมีไวน์ให้เลือกดื่มคู่กับอาหาร คลอเคล้าไปกับบรรยากาศร้านที่แสนจะสบายๆ และโรแมนติก ที่ถ้าหากใครมีโอกาสมาเที่ยวภูเก็ต ก็อยากให้ลองแวะมาที่ร้าน "ดีบุก" มาสัมผัสกับความอิ่มอร่อยในท่ามกลางมนต์เสน่ห์เมืองเก่าที่สวยงาม * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ร้าน "ดีบุก" (Dibuk Restaurant) ตั้งอยู่ที่ 69 ถ.ดีบุก ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. โทร. 0-7625-8148, 08-1719-5340 |
Subscribe to:
Posts (Atom)