homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

4 สุดยอดร้านอาหาร กับบรรยากาศเทพๆ

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 10 มกราคม 2555 15:09 น. 
 ตลอดปี 2554 ที่ผ่านมา ฟรีก็อปปี้ Taste ได้ออกตระเวณ Test ตามล่าหาร้านอาหารรสเลิศที่วางตัวอยู่ในเมืองหลวง ซึ่งพูดกันจริงๆ ก็ไม่มีร้านไหนกินขาดไปกว่าร้านอื่นๆ สักกี่มากน้อย แต่กระนั้นก็ดี ถ้าให้เราต้องกัดฟันเลือกร้านอาหารสัก 4-5 ร้านที่ “โดนใจ” เรามากที่สุด ต่อไปนี้ คือร้านที่อยู่ในความทรงจำของเราอย่างแจ่มชัด และเราอยากจะหยิบมาแนะนำ สำหรับหลายๆ ท่านที่กำลังมองหาร้านนั่ง Eat & Drink แบบชิลๆ ใน กทม.
       The Long Bar
       บาร์หรูทันสมัย ที่โดดเด่น ด้วยเคาน์เตอร์บาร์ยาวเหยียดกว่า 14 เมตร พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มรสเลิศควบคู่อาหารว่างสไตล์อิตาเลี่ยน ให้ผู้มาเยือนด้วยด้วยการบริการ ระดับ 5 ดาวตามแบบฉบับ แชงกรี-ลา
       ด้วยการตกแต่งแบบโทนสีน้ำตาลธรรมชาติ เพิ่มลูกเล่นด้วยสีม่วง และแสงจากโคมไฟประดับบนผนังไม้ด้านหลัง เปล่งแสงสว่างเรืองรองให้ เดอะ ลอง บาร์ ดูสว่างสดใส สะกดสายตาทุกคู่ที่ผ่านมาพบเห็น
       จุดเด่นหลักของความเป็นบาร์ คงไม่พ้นเครื่องดื่มหลากหลายชนิด เช่น ค๊อกเทลคลาสสิค กาแฟและชา ที่มีส่วนผสมของสุราพรีเมี่ยมและเครื่องเทศต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า ทุกที่นั้น ต้องมีตัวเด็ด ! อย่าง “เฟลิตวิธมี” ของ เดอะ ลอง บาร์ หนึ่งในเครื่องดื่มค๊อกเทลสูตรสร้างสรรค์ ที่มีส่วนผสมของ ดอกกุหลาบสีแดงสด วอดก้าราสเบอร์รีเข้มข้น น้ำแครนเบอร์รีและน้ำสับปะรด หรือจะเป็น “ริเวอร์แคว” ที่เกิดจากการผสมของ วอดก้า มะกรูด เหล้าแตงโม น้ำแอบเปิ้ล น้ำมะนาวและน้ำเชื่อม
       สำหรับผู้ชอบดื่มกาแฟ ยังมี คาราเมลคาปูชิโน่ และคอฟฟี่อาฟเตอร์เอท ที่มีส่วนผสมของซอสช็อกโกแลตขาว และรวมถึงเครื่องดื่มสุขภาพและเครื่องดื่มที่ผสมให้ตามรสชาติตามที่ผู้มา เยือนต้องการ
       ส่วนเรื่องของอาหารที่ เดอะ ลอง บาร์ นั้น ก็พร้อมสรรพด้วยอาหารว่าง ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารอิตาเลี่ยน โดยฝีมือการปรุงของ เชฟมาร์โค่ ริวา นำเสนอในแบบอิตาเลี่ยนคลาสสิค เป็นเมนูเบาๆ สไตล์โฮมเมดและอาหารจานเด่นอื่นๆที่ ปรุงจากเนยแข็ง ของดีจากอิตาลี เป็นกับแกล้มชั้นดี เพื่อเติมเต็มความเป็นบาร์อย่างสมบูรณ์แบบ
       หากใครยังมองหาที่สักแห่ง ไว้เพื่อประชุมธุรกิจ นัดสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่อยากผ่อนคลายกับเพลงเพราะๆ ในช่วงเย็นย่ำ พร้อมจิบเครื่องดื่มก่อนมื้ออาหารค่ำแล้วล่ะ ก็ ที่ เดอะ ลอง บาร์ น่าจะช่วยรับหน้าที่เป็นจุดหมายปลายทางนั้นให้คุณได้เป็นอย่างดี
       และสำหรับคนรักช็อกโกแลต ที่ ล๊อบบี้เลานจ์ ของ แชงกรี-ลา ติดกับเดอะ ลอง บาร์ ยังถูกแบ่งออกเป็นมุม “ช็อกโกแลต บูติก” ไว้ต้อนรับช็อกโกแลต เลิฟเวอร์ ด้วย ช็อกโกแลตในรูปแบบต่างๆ ที่สวยงามทั้งรูปลักษณ์และรสชาติ ผ่านการปรุงจากวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยม ให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มรส และยังสามารถซื้อกลับ ไปเป็นของขวัญ ของฝาก ได้อีกด้วย
       ที่ตั้ง โรงแรมแชงกรี-ลา บางรัก กรุงเทพฯ
       เวลาให้บริการ 07.00 - 01.00 น.
       โทร. 02 236 7777 ต่อ 6205-6
       website www.shangri-la.com/bangkok
       Inversus
       Inversus (อินเวอร์ซูส) ร้านอาหารอิตาเลี่ยนแบบ modern luxury 2 สไตล์ ในร้านเดียว ได้จับจองมุมดีดี บนพื้นที่ K-Village ไป-มาสะดวก ที่จอดรถกว้างขวาง ทำให้ อินเวอร์ซูส ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
       พื้นที่ 2 ชั้นของ อินเวอร์ซูส ผ่านการตกแต่งเป็น 2 สไตล์อย่างชัดเจน โดยชั้นบน ถูกดีไซน์เป็นพื้นที่โปร่ง ภายใต้บรรยากาศห้องเหลี่ยมเพชร ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เตรียมไว้รองรับลูกค้าที่ต้องการ ทาน dinner โดยเฉพาะถึง 70 ที่นั่ง ส่วนชั้นล่าง นั้นเป็นการใช้งานหลุยส์มาเพิ่มลูกเล่นให้กับฟังค์ชั่นต่างๆ ของร้าน ไม่ว่าจะประตู ผนังร้าน ไปจนถึงป้ายชื่อร้าน แสดงถึงความคลาสสิค เลอค่า อย่างมีสไตล์ ให้บรรยากาศขรึมๆ รับหน้าที่ความเป็น บาร์ ขนาด 60 ท่านได้อย่างไม่บกพร่อง
       เรื่องของอาหารทั้งหมดนั้น ได้ เชฟ Roberto Pezza เจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์ อย่างที่กล่าวไปตอนต้นนั่นเอง ที่ลงมือปรุงอาหารด้วยตัวเอง และไม่ใช่เพียงแค่แวะมาช่วงสั้นๆ แล้วผ่านไปเท่านั้น เพราะไม่ว่าคุณจะมาเยือนที่นี่ วันไหน เมื่อไร รับรองได้ว่า โอกาสชิมอาหารฝีมือเชฟชื่อดัง นั้นเป็นของคุณแน่นอน
       จากประสบการณ์ของ เชฟโรเบอร์โต้ ที่มีโอกาสเรียนรู้จากการเดินทางไปนานาประเทศ หลากหลายวัฒนธรรม ทำให้เกิดเป็นไอเดียในการปรุงอาหารแบบฟิวส์ชั่นฟู้ด ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังเพิ่มเสน่ห์ ให้อาหารอิตาเลี่ยนด้วยการ ผสมผสานความเป็นไทย ด้วยการนำผักพื้นบ้าน มาแสดงเอกลักษณ์รสชาติอาหารไทย ที่แทรกซึมอยู่ในอาหารต่างชาติได้อย่างดี
       การเลือกใช้วัตถุดิบนั้นก็เนี๊ยบและพิถีพิถัน โดยเชฟโรเบอโต้บอกกับเราผ่านล่าม ว่า “วัตถุดิบบางอย่างที่ต้องการความสดใหม่จริงๆนั้น จะหลีกเลี่ยงการนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะจะทำให้ความสดใหม่นั้น สูญหายไประหว่างทางได้”
       อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้นว่า 2 ชั้น 2 สไตล์ ของ อินเวอร์ซูส นั้น แบ่งรับความต้องการของผู้มาเยือนอย่างชัดเจน ซึ่งหากผู้ที่ต้องการ ดินเนอร์สุดหรูตามแบบฉบับอิตาเลี่ยน ด้วยอาหารรสเลิศชื่อยาวๆ ทั้งหลาย ที่แฟนตัวจริงของอาหารอิตาเลี่ยนต้องคุ้นหู อย่าง ไอศกรีมหอมหัวใหญ่กับปลาซีบาสรมควัน, ลาวิโอลีฟักทองกับเห็ดทรัฟเฟิล, แกะออสเตรเลียเนื้อนุ่มชุ่มด้วยซอส ปิดท้ายด้วยของหวานทีเด็ด Roberto Petza style Tiramisu เค้กทีรามิสุ สูตรเฉพาะของเชฟโรเบอร์โต้ เท่านั้น
       หรือว่าจะเปลี่ยน feel มาเฮฮากับก๊วนเพื่อนที่บาร์ ด้านล่างก็ยังมีอาหารจานเดียวทานเล่น อย่าง พิซซ่า สปาเกตตี้ ไว้ให้คุณทานควบคู่กับเครื่องดื่ม alcochol และ non-alcohol อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คอกเทลสูตรเฉพาะอย่าง The inversus, 7 days, 4season miracle, และที่อยากแนะนำ โมเลกุลล่า ที่ผสานส่วนประกอบของสมุนไพรและผลไม้ไทยไว้อย่างลงตัว ส่วนผู้ชอบทานไวน์ ก็ยังมี ไวน์ โปรโมชั่น 990 บาท หรือจะเป็น สมูตตี้ รสชาติต่างๆ อีกมากมาย
       โดยทางร้านยังมีคอนเซ็ปต์ต้อนรับผู้มาเยือน ด้วยโค้ด 774 ซึ่งใน 7 วันที่มาเยือน จะได้พบกับการเพิ่มบรรยากาศด้วย เพลงใน 7 รูปแบบ ทั้งยังสัมผัสอาหารรสเยี่ยมจาก 4 เชฟรับเชิญที่หมุนเวียนกัน ในแต่ละฤดูกาล
       เชื่อว่าเพียงเท่านี้ คงทำให้ Inversus นั้น เหมาะสมกับเป็นพื้นที่ไว้เผยความในใจ บอกความรู้สึกดีแก่คนพิเศษ ภายใต้บรรยากาศโรแมนติกของแสงเทียนอันอบอุ่นให้กับผู้มาเยือนได้ไม่ยาก
       ที่ตั้ง K-Village สุขุมวิท 26
       เวลาบริการ ทุกวัน ชั้นบน 11.00 - 22.30 น. ชั้นล่าง 17.00 - 01.00 น.
       โทร 0 -2665-6447
       Bangkok Balcony
       bangkok balcony ห้องอาหารที่ปัจจุบันได้ครองตำแหน่ง “ห้องอาหาร open-air ที่สูงที่สุดในเมืองไทย” เป็นไฮไลต์ของโรงแรมใบหยกสกาย ที่แฝงตัวอยู่บนชั้น 81 ซึ่งถ้าไม่ลองขึ้นไปสักครั้ง ผมคิดว่าคงจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่า ชั้นที่ 81 ของตึกนั้น สูงแค่ไหนกัน
       bangkok balcony นอกจากการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สีขาวสะอาดตา ยังถูกออกแบบให้เปิดโล่ง เปิดมุมมองแบบพาโนราม่ารอบด้าน ผู้มาเยือนสามารถชื่นชมและสัมผัสความงามของเมืองหลวงได้แบบไร้สิ่งกีดขวาง เรียกได้ว่า ให้ทัศนียภาพของมหานครกรุงเทพ รับหน้าที่เป็นวอลเปเปอร์ ไปโดยปริยาย
       180 ที่นั่งของห้องอาหาร ถูกแบ่งเป็นส่วน in door และ open-air ด้านนอกทั้ง 4 balcony ที่ออกแบบมาเสมือนเป็น “ระเบียงของกรุงเทพฯ” ทั้ง 4 ทิศ ที่มีเสน่ห์แตกต่างกันไป โดยในส่วนของ balcony นั้น ถูกจำกัดความเป็นส่วนตัวไว้เพียงด้านละ 20 ที่นั่งเท่านั้น
       อาหารที่เตรียมไว้บริการนั้น เป็นอาหารประเภทกริลล์ และซีฟูด รวมถึงบุฟเฟต์นานาชาติ สำหรับผู้ที่รักการทานอาหารแบบหลากหลายในมื้อเดียว การคัดสรรวัตถุดิบนั้น นอกจากมาตรฐานระดับโรงแรมแล้ว ยังใช้วัตถุดิบเกรดเอในการปรุง อย่างเช่นเนื้อแกะ และเนื้อเซอร์ลอยด์นำเข้าจากออสเตรเลีย หรือจะเป็น หอยแมลงภู่ตัวเขื่อง จากแหล่งขึ้นชื่ออย่างนิวซีแลนด์ รวมถึงผักสดปลอดสารพิษจากโครงการหลวง ทำให้กว่า 100 เมนูที่เตรียมไว้บริการนั้น กลายเป็นอาหารนานาชาติสุดพิเศษ
       นอกเหนือจากเมนูบุฟเฟต์กว่า 100 เมนูนั้น ผู้ที่เลือกรับประทานอาหารในส่วน open-air ก็สามารถรับบริการเมนูพิเศษเพิ่มจากไลน์บุฟเฟต์ได้อีกหลากหลายเมนู เริ่มกันตั้งแต่ “ซุปหูฉลาม” ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ ผ่านการปรุงจากเชฟมือดีที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงอาหารจีนมากว่า 20 ปี “หางวัวตุ๋นไวน์แดง” ที่ใช้ท่อนหางวัวช่วงกลาง ขนาด 300-400 กรัม มาตุ๋นจนได้ที่ “อกเป็ดซอสส้ม” “โครงแกะย่างซอสไวน์แดง” “สะโพกนางฟ้า” และอื่นๆ อีกมากมาย ให้ผู้มาเยือนได้ชิมควบคู่กับบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟของโซน balcony
       หากคุณยังหาสถานที่โรแมนติกเพื่อเติมเต็มค่ำคืนแสนพิเศษนี้ยังไม่ได้ ล่ะก็ Bangkok Balcony จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ลงตัวสมบูรณ์แบบ ทั้งอาหารเลิศรส และทัศนียภาพบนระดับความสูงที่เหนือจินตนาการ...รับรองว่าถ้านี่คือครั้งแรก ของคุณล่ะก็ คุณจะไม่มีทางลืมประสบการณ์นี้เลยทีเดียว
       ที่ตั้ง ชั้น 81 โรงแรมใบหยกสกาย ประตูน้ำ กรุงเทพฯ
       ราคา โซน in door 690 บาทต่อท่าน โซน open-air 1,250 บาทต่อท่าน (ทานหมดรับ cash back 200 บาท เหลือ 1,050 บาทต่อท่าน)
       เปิดบริการทุกวัน 17.30-23.00 น.
       โทร.0-2656-3456 กด 4, 0-2656-3939
       เว็บไซต์ : www.baiyokehotel.com
       FABB Fashion CAFE'
       เพียงเลี้ยวเข้ามายัง ซอยเอกมัย 12 ก็หลีกหนีความวุ่นวายของ เอกมัยสายหลัก สังเกตทางขวามือ จะเป็นที่ตั้งของร้าน FABB CAFE' อย่างชัดเจน และพร้อมให้คุณหลบมุมพักผ่อน บรรยากาศที่อบอุ่น ลานนั่งด้านนอกถูกจัดให้เป็นสไตล์คาเฟ่กลางแจ้ง ภายใต้แมกไม้ที่เขียวชอุ่ม เพิ่มดีกรีความสบายให้กับมื้ออาหารของทุกคน
       หากใช้ที่นี่เป็นที่นัดพบทางธุรกิจ ซึ่งต้องการความสบายเหนือระดับขึ้นไปอีก บริเวณด้านในร้านก็รับมือได้อย่างดี ด้วยส่วนผสมของความสบายและความหรูหราอย่างลงตัว ทั้งบรรยากาศและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่เป็นของสะสมส่วนตัวของเจ้าของร้าน ที่ให้กลิ่นอายของความร่วมสมัยอยู่ในที
       เรามาพบกับ คุณเลิฟ-เจนจิรา กมลเศวตกุญ เจ้าของร้าน ในวันงาน cup test กาแฟรสเลิศของ FABB ที่คุณเลิฟ สละเวลามาเป็นบาริสต้าด้วยตัวเองพอดี โดยมีที่มาจากร้านอาหารหรูหรา แบบ fine-dining ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ในทำเลใจกลางเมืองย่านชิดลม เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ จนกระทั่งกระแสการบริโภคของคนกรุงเปลี่ยนไป ทำให้จากร้านที่เมื่อมาทานต้องดูมีพิธีรีตองเยอะเป็นพิเศษ กลายมาเป็นร้านที่ดูสบายๆ ทานง่ายขึ้นแบบฉบับ bistro นั่นเอง
       อีกทั้งที่นี่ยังเพิ่ม section ของความเป็นร้านกาแฟ เพื่อรองรับผู้มาเยือนระหว่างมื้ออาหารได้มากยิ่งขึ้น จากความชอบกาแฟเป็นการส่วนตัวของคุณเลิฟเอง ทำให้กาแฟชั้นเยี่ยมกว่า 50 ชนิดทั่วโลก ผ่านการคั่วจนได้ที่ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเพิ่มบรรยากาศร้านได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเร็วๆ นี้ ที่นี่ยังมีโครงการ Coffee Academy ไว้ถ่ายทอดความรู้สำหรับผู้ที่สนใจอยากเป็นบาริสต้าอีกด้วย
       นอกจากที่นี่จะเป็นสวรรค์สำหรับคนรักกาแฟแล้ว คุณสามารถฝากท้องที่นี่ได้เป็นอย่างดี ด้วยอาหารกว่า 60 เมนู ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นยอด ผ่านฝีมือการปรุงจาก เชฟมาโย (Marian Baranek) เชฟหนุ่มไฟแรงชาวสโลวัก ที่ผ่านประสบการณ์หน้าเตา กับเชฟชื่อดัง Mark Hix จากร้านอาหารขึ้นชื่อในลอนดอนมาแล้วกว่า 6 ปี
       หากแวะเวียนมาเมื่อใด อย่าพลาดจานเด็ดของที่นี่ “สลัดคาเปรเซ่แบบร้อน กับกุ้งลายเสือ” (Hot Caprese & Tiger prawn) ที่ผสมผสานชีสมอซซาเรลลา กับมะเขือเทศพันธุ์เนื้อ อบในเตาจนชีสละลาย พร้อมกับกุ้งลายเสือเนื้อแน่นผัดอย่างเร็ว ปรุงรสด้วยกระเทียมและพาร์สลีย์สับ หรือใครชอบทานปลา ขอแนะนำ “ปลากะพงขาวย่าง กับครีมถั่วลันเตา” (Grill Sea Bass with Creamy Peas , Leek and Bacon) จากเนื้อปลาชิ้นเขื่องย่างจนหนังกรอบ คลุกเคล้ากับครีมซอสข้นๆ ก็เป็นอีกจานที่ไม่ควรพลาด
       นอกจากนี้ใครที่ชอบรสชาติแบบไทยๆ ลองแวะมาทาน Lunch set ราคาพิเศษ ที่นำเสนออาหารไทย 3 ภาค 3 สไตล์ รวมถึงเมนูไทยแบบฟิวชั่น ให้บริการตลอดทั้งวันอีกด้วย
       เรียกได้ว่า ตั้งแต่มื้อเช้า กระทั่งมื้อเย็น FABB CAFE' เตรียมอาหารนานาชนิดรับมืออาการท้องร้อง เคียงข้างคุณ ตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน
       ที่ตั้ง : 39 ซ.เอกมัย 12 วัฒนา กรุงเทพฯ 10110
       ราคา 150-990 บาท
       เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 06.00-24.00 น.
       โทร.0-2713-1290-2 แฟกซ์ 0-2713-1293
       www.fabbcafe.com และ www.facebook.com/fabb.cafeandbistro






















การ์ตูนผู้หญิงแบบ PDF สั่งได้เลยที่ไลน์ไอดี fattycatty หรือแสกนคิวอาร์โค้ดไลน์ที่นี่




สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน
การ์ตูนผู้หญิงแบบ PDF
มีเป็นพันเล่มคลิกเข้าไปเลือกดูได้เลยที่นี่

Bangkok Bistro Waterfront : ความสุขที่คุณดื่มได้

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 26 มกราคม 2555 15:58 น.
       ช่วงเวลาคาบเกี่ยวจากปีเก่า ที่กำลังผ่านไป ไปจนถึงปีใหม่ที่ก้าวมาถึง หนุ่มสาวคนเมืองที่ไม่ห่างงานปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อน มักถามหา “ลานเบียร์” อยู่เสมอ... จากที่นานมาแล้วเคยรวมตัวอยู่ที่เดียว ณ ใจกลางกรุง เวลาที่เปลี่ยนผ่าน มันยิ่งแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปเรื่อยๆ จนปัจจุบัน ตรงไหนพอจะมีพื้นที่ ปลายปีก็มีลานเบียร์ให้แฮงเอาต์กันทุกที่ไป แต่โอกาสนี้ Taste ขอเปลี่ยน!
       ลบภาพลานเบียร์ที่คุณเคยเจอมาให้หมด แล้วไปเปิดประสบการณ์ใหม่กับเรา
        Bangkok Bistro Waterfront คือปลายทางที่ถูกเลือกในปักษ์นี้ อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า ให้ลืมภาพลานเบียร์ ที่มีวิวเป็นถนนและการจราจรที่คับคั่งเป็นฉาก หรือแม้กระทั่งลานเบียร์บนชั้นดาดฟ้าที่มีภาพของกรุงเทพมหานครแบบสลัวสลัว เป็นวิวให้คุณทิ้งสายตา
        แต่ที่นี่ สิทธิ์นั้นตกอยู่ที่ท้องน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา บวกกับภาพเรือลำน้อยใหญ่วิ่งผ่านไปมา ในระยะที่ไม่ส่งเสียงรบกวนการพักผ่อน รวมไปถึงทัศนียภาพริมแม่น้ำสายหลักของประเทศที่แม้จะไม่สูงอย่างใคร แต่ก็กว้างสุดลูกหูลูกตาได้เข้ามาแทน ในช่วงเวลาที่คุณยกเบียร์แก้วเขื่องขึ้นดื่ม และมันได้ทิ้งคราบฟองขาวๆ ลงบนริมฝีปาก
       Bangkok Bistro Waterfront ได้ใช้พื้นที่โซนริมน้ำของ โครงการ Asiatique บน ถ.เจริญกรุง (ตรงข้ามซอยเจริญกรุง 93) ที่กำลังจะเปิดในไม่ช้า มาใช้ต้อนรับผู้มาเยือน กว้างขวางถึง 450 ที่นั่ง
        นอกจากบรรยากาศสุดโรแมนติก ยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เตรียมต้อนรับผู้มาเยือนเกือบ 100 ชนิด ให้คุณและเพื่อนฝูงมาปลดปล่อยอารมณ์กันตามความต้องการ ด้วยเบียร์ระดับพรีเมียม อย่าง Paulaner Hoogaarden stella และอีกกว่า 30 ชนิดก็มีให้ผู้มาเยือนทุกท่านเลือกอย่างจุใจ
       คุณหนึ่ง-พีระพล พิภวากร ผู้สร้างประสบการณ์ใหม่ในครั้งนี้ เล่าให้ Taste ฟังว่า “ผมบังเอิญมาเห็นทำเลตรงนี้เมื่อต้นเดือนธันวาคม 54 แล้วถูกใจบรรยากาศมาก เลยติดต่อขอใช้พื้นที่ แล้วก็เปิดเมื่อวันที่ 24 ธันวา ใช้เวลาเตรียมงานไม่ถึงเดือน โดยตั้งใจจะให้ออกมาเป็นอารมณ์แบบ international beer and wine festival น่าจะเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้มาเยือนได้ดีครับ” นักธุรกิจหนุ่มกล่าว ซึ่งพวกเราก็เห็นด้วยกับเขา ว่าสิ่งที่เล่ามาไม่ได้เกินจริงเลยซักนิด
       “เราได้ Dolce มาดูแลเรื่อง catering ให้ในงาน ก็วางใจได้เลยว่าเรื่องอาหารกว่า 40 เมนูนั้น ค่อนข้างจะเนี้ยบ แล้วก็ยังเพิ่มเมนูจากเชฟชื่อดังที่หมุนเวียนมาครีเอตเมนูใหม่ๆ อีกทุกวันพุธของแต่ละสัปดาห์ เพื่อเพิ่มความหลากหลายในด้านอาหารอีกด้วย ซึ่งทุกวันพุธเราจะมีอีเวนต์ Amazing Chef มาโชว์ฝีมือการทำอาหารกันสดสด แล้วเมนูนั้น ก็จะบรรจุในเมนูไป 1 สัปดาห์” คุณหนึ่ง หนุ่มใหญ่ใจดี กล่าว
       แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้คงหนี ไม่พ้นดนตรีไพเราะบนเวที ที่จัดให้ดื่มด่ำกันทุกวัน แล้วยังมีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังหมุนเวียนกันมามอบความสุขให้อีกด้วย ทุกวันอังคารและพฤหัสบดี (สามารถเช็กตารางได้จาก website)
        ทั้งบรรยากาศดีดี อาหารอร่อย รวมถึงเครื่องดื่มที่มากมายนั้น แลกมาด้วยค่าใช้จ่าย 300-500 บาทต่อท่าน เรียกว่าคุ้มเกินจริง มากไปกว่านั้นยังมีส่วนลด 25% สำหรับผู้ที่ถือบัตรเครดิต platinum และ titanium ของธนาคารกรุงเทพ และ 15% สำหรับบัตรอื่นๆ ที่ร่วมรายการอีกต่างหาก
       Note
       
       ทร.083-077-8101
       www.bangkokbistrowaterfront.com และ facebook.com/bkkbistro
       
       หมายเหตุ : เปิดประสบการณ์ใหม่ได้แล้ว วันนี้-4 มีนาคม 2555

EST 33 by Singha : บ้านหลังที่ 2 ของนักดื่มมืออาชีพ

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 24 กุมภาพันธ์ 2555 13:31 น. 
       by ตาหวาน
      
       ปล่อยความกังวล ทิ้งความเหนื่อยล้า และปัญหาโลกแตกทั้งหลายของคุณที่แบกมาตลอดทั้งวันให้หมดไป ถึงเวลาแล้วที่จะเติมเต็มความสุขให้กับชีวิตส่วนที่เหลือด้วยการ กิน ดื่ม เที่ยว ให้เต็มที่ ใช้ชีวิตให้เกินคุ้ม Taste ปักษ์นี้ขอรับอาสาพาคุณไปจัดเต็มกับ EST 33 by Singha (เอส.33 บายสิงห์) ร้านอาหารสุดชิวล์ ที่จะมอบประสบการณ์พิเศษให้กับคุณด้วยบรรยากาศแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครในรูปแบบ Brewtique Factory
       ถ้าความรู้สึกแรกที่ก้าวเข้ามาในร้านแล้วได้ฟิลเหมือนอยู่ในโรงงาน บ่มเบียร์ ไม่ว่าจะเป็นใบพัดสนิมเกอระกรัง แทงค์บ่มเบียร์ อะไหล่เก่าๆ นั่นคือสิ่งที่จะทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าร้านอื่นๆที่คุณเคยไปแวะเวียนมา ด้วยการตกแต่งร้านภายใต้คอนเซ็ปที่เรียกว่า “Brewtique Factory Brewtique Cuisine” เป็นศิลปะการตกแต่งที่ทำให้ร้านดูดีมีสไตล์ “ดิบ - แต่ - เนี้ยบ”
       ด้วยความพิถีพิถันใส่ใจในความรู้สึกของผู้มาเยือนเป็นหลัก ทางร้านได้แบ่งโซนให้เลือกนั่งรับประทานอาหารได้ตามความต้องการถึง 3 โซนด้วยกัน เริ่มด้วยโซน Workshop แบบเปิดโล่ง ใครที่อยากจะสัมผัสกับบรรยากาศภายนอกร้านชอบความเป็นส่วนตัวและไม่ชอบเสียง ดังๆ โซนนี้จะเป็นโซนที่ดึงดูดใจคุณที่สุด ต่อมาเป็นโซน Brew House ที่เหมือนกับเป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของ EST 33 โซนนี้เราขอแนะนำให้กับผู้ที่ชอบความสนุกสนานครื้นเครง และหลงใหลการถูกขับกล่อมด้วยดนตรีสไตล์ Jazz และ Bossa แถมยังสามารถออกสเต็ปกันแบบเบาๆได้อีกด้วย สุดท้ายเป็นโซน Tank Room ถ้าคุณอยากจะมาจัดงานปาร์ตี้ส่วนตัว โซนนี้จะตอบสนองความต้องการของคุณได้มากที่สุด
       นอกจากการตกแต่งร้านที่มีสไตล์เป็นของตัวเองแล้ว EST 33 ยังโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ในเรื่องของอาหารและเครื่องดื่มที่คุณไม่ควรพลาด วันนี้ “คุณหมี สุวัฒน์ อึ้งเกียรติกุล ผู้จัดการของร้าน” นำสเปเชียลเมนู ทั้งเด็ด ทั้งอร่อยมาให้เราชิมกันถึง 5 เมนู คือ Tuna Rocket Salad (สลัดทูน่าร็อคเก็ต), Roasted Pork Rib EST.33 Sauce (ซี่โครงหมูอบซอสเอส. 33), Hrs. Slow – Cocked Lamb Stew with Sauté Potato and Mushroom (เนื้อแกะตุ๋น 6 ชม.เสิร์ฟกับสตูว์ผัก), Roasted Chicken with Bier- B- Q Sauce (ไก่อบเอส.33 เสิร์ฟพร้อมกับหอมแดง เบคอนรมควันและสมุนไพรสด) Black Spaghetti Pink (สปาเก็ตตี้เส้นดำซอสชมพู)
       กว่า 40 รายการในเมนู ล้วนถูกคัดสรรวัตถุดิบที่สด สะอาด และเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมตรงตามสไตล์ Brewtique Cuisine ซึ่งเป็นการปรุงอาหารแบบ Fusion ที่ให้ทั้งความสวยงามและรสชาติที่ถูกปาก นอกจากจะมีเมนูที่มาสลับสับเปลี่ยนทุก 3 เดือนแล้ว จุดเด่น จุดโดนของ EST.33 อีกอย่าง คือ เบียร์สดรสนุ่ม สูตรพิเศษที่คุณหาที่ไหนไม่ได้นั่นเอง
       หนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมที่ถือเป็นพระเอกของร้าน เรียกได้ว่าถ้ามาแล้วไม่สั่ง ถือว่ามาไม่ถึง!! คือ Copper Beer เบียร์สีทองแดง ที่มีส่วนผสมของ Gaba Rice หรือข้าวกล้อง ที่เป็นสูตรพิเศษของร้าน รสชาติหอมนุ่ม รับรองว่าถ้าคุณคือแฟนพันธุ์แท้เบียร์สด แก้วเดียวไม่หนำใจแน่นอน นอกจากนี้ยังมี Lager, Dunkel, Weizen Beerให้คอเบียร์ได้เลือกดื่มกันอีกเพียบ สำหรับนักดื่มที่ดูแลรูปร่าง Taste ขอกระซิบบอกนิดนึงว่า เบียร์สูตรพิเศษของที่นี่ ไม่ทำให้อ้วนอย่างแน่นอน
      
      
       สำหรับสุภาพสตรีที่ยังติดใจรสแอลกอฮอล์หวานๆอยู่ล่ะก็ ทางร้านมีค็อกเทลสูตรเฉพาะ ชื่อว่า “Destiny Cocktail” โดยชั้นล่างจะเป็น Spirit ที่ถูกตกแต่งด้วยสีทับทิม และ Top ด้วย Weizen Beer กลิ่นผลไม้หอมนุ่ม ที่จับคู่ผสานกันได้อย่างลงตัว
       เล่ามายืดยาว สรุปง่ายๆคือ ร้านนี้สนอง need ได้ครบองค์ประกอบมั๊กๆ ทั้งสบาย ชิล แถมไม่ต้องกระเป๋าแบนกลับบ้านอีกต่างหาก เพราะราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 300 บาทเท่านั้น ถ้าคุณพร้อมที่จะใช้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยง แล้วก็ Let's go !!!
      
       More Info
       ที่ตั้ง : The Nine ถ.พระราม 9 แขวงสวนหลวง สวนหลวง กทม.10250
       เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 17.00 - 00.00 น.
       สำารองที่นั่งโทร 02-716-7933 / 089-205-1933