homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

กินเจรสอร่อย ที่ "ฉาง โซ่ว"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 ตุลาคม 2551 10:54 น.
บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้านอาหารเจ ฉาง โซ่ว
       พอถึงช่วง "เทศกาลกินเจ" ทีไร (ปีนี้ตรงกับวันที่ 29 ก.ย. – 7 ต.ค.) "ผู้จัดการตระเวนกิน" ก็ไม่พลาดที่จะขอร่วมกินเจ ละเว้นการกินเนื้อสัตว์ เพื่อเป็นการทำบุญไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และถือว่าเป็นการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีต่อร่างกายกับเขาด้วย และในมื้อนี้เราก็ได้มาอิ่มบุญกับการกินอาหารเจรสดีกันที่ร้านอาหารเจ "ฉาง โซ่ว"
       

       ร้านอาหารเจ ฉาง โซ่ว ร้านนี้เขาไม่ได้ขายอาหารเจแต่เฉพาะช่วงเทศกาลกินเจเท่านั้น เพราะที่นี่บริการอาหารเจให้ได้อิ่มอร่อยกันได้ตลอดทั้งปี เพราะว่าเจ้าของร้านคือคุณใหญ่ หรือ สำเภา เส็ง นั้นเธอเป็นคนหนึ่งที่กินเจมาตลอดนานกว่า 7 ปีแล้ว และก็เห็นว่าในวงการร้านอาหารในบ้านเรานั้นยังมีร้านอาหารเจที่ขายเจตลอด อยู่น้อยมาก เธอก็เลยไปซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหารเจ ฉาง โซ่ว มาจากอินโดนีเซีย และนำมาเปิดบริการในบ้านเราเพื่อให้ผู้ที่กินเจได้บริโภคอาหารเจรสเลิศลิ้น กัน
เกี๊ยวซ่า
       อาหารเจของที่ร้านนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นแฟรนไชส์มาจากอินโดนีเซีย แต่ว่าทางร้านก็ได้นำมาปรับเปลี่ยนและดัดแปลงอาหารเจให้มีรสชาติที่ถูกปาก นักกินคนไทยมากยิ่งขึ้น และมีอาหารเจทั้งสไตล์อาหารจีน และอาหารไทย ให้ได้เลือกลิ้มลองรสชาติอย่างมากมายกว่า 100 เมนู ซึ่งอาหารเจของที่นี่จะเน้นใช้วัตถุดิบประเภทโปรตีนจากถั่วเหลืองเป็นหลัก และมีพวกฟองเต้าหู้ และผักสดต่างๆ ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี และนำมาปรุงแต่งเป็นอาหารเจรสเลิศที่ชวนลิ้มรสมากมาย
      
       อย่างในมื้อนี้ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ก็ได้เลือกสั่งเมนูจานเด็ดของที่นี่มากินมากมาย เริ่มจากเมนูขายดีอย่าง เกี๊ยวซ่า (70 บาท) สูตรจากอินโดนีเซียที่มีหน้าตาไม่เหมือนที่ร้านไหน เป็นเกี๊ยวซ่าแป้งบางนุ่มข้างในห่อด้วยไส้ขาเห็ด ผัดกาดขาว และวุ้นเส้นปรุงรส และก็ยังนำเอาเกี๊ยวซ่าไปทอดบนกระทะพร้อมกับแป้งที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเอง ชิมชิ้นเกี๊ยวซ่าเคี้ยวแป้งบางนุ่มได้รสชาติไส้เข้มข้นกลมกล่อมปาก หรือจะจิ้มกับจิ๊กโช่วเพิ่มรสชาติ
ลาบไก่
       เมนูต่อมาเป็นเจสไตล์ไทย คือลาบไก่ (120 บาท) ตัวไก่นั้นทำมาจากโปรตีนถั่วเหลือง เห็ดหิมะ และเห็ดหอมที่นำมาทอดและสับละเอียด แล้วก็นำมาคลุกเคล้ากับเครื่องลาบไทยๆ กินแล้วเหมือนได้กินลาบไก่จริงๆ ที่รสแซบเด็ดครบเครื่องลาบ
น้ำตก
       ส่วนอีกหนึ่งเมนูเจรสแซบแบบไทยที่ไม่ควรพลาดสั่งมากินคือ น้ำตก (100 บาท) เป็นหมูย่างที่ทำมาจากโปรตีนถั่วเหลืองปรุงรสและรมควัน แล้วก็นำมาทอดปรุงรสชาติแบบน้ำตกใส่ข้าวถั่วส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ชิมน้ำตกหมู เนื้อหมูเคี้ยวนุ่มปากออกรสหวานซึมรสชาติเครื่องน้ำตกออกรสเปรี้ยว เผ็ดถูกปาก
เห็ดโบราณผัดเจ
       สลับรสชาติแซบๆ มากินเมนูนี้ เห็ดโบราณผัดเจ (120 บาท) เป็นสูตรจากอินโดนีเซียที่นำเอาเห็ดหิมะมาชุปแป้งทอด และผัดใส่พริกหวานสีเขียว พริกชี้ฟ้าแดง ขิง และผัดกับพริกเครื่องเทศยาจีนสูตรเด็ดของทางร้าน ลิ้มรสชาติเห็ดโบราณเคี้ยวกรอบนอกนุ่มในได้รสชาติพริกเครื่องเทศที่ออกเผ็ด ลิ้นสักนิด
ปลานึ่งซีอิ้ว
       แล้วก็มาอิ่มกันต่อที่ ปลานึ่งซีอิ้ว (150 บาท) ตัวปลาทำมาจากฟองเต้าหู้ ข้าวโอ๊ด และสาหร่ายทะเลที่ปั้นมาเป็นชิ้นๆ และนำมาทอด แล้วก็มีน้ำซีอิ้วสูตรเด็ดของทางร้านราดมา พร้อมกับโรยหน้าด้วยแครอทและขิงซอย ชิมปลานึ่งซีอิ้วถูกปากตรงที่เนื้อปลาเคี้ยวแน่นชุ่มน้ำซีอิ้วออกรสเค็มนิดๆ หอมกลิ่นขิงขึ้นจมูก
ต้มยำรวมมิตร
       กินเมนูแห้งๆ มาหลายจานคอชักฝืดต้องสั่งเมนูซดน้ำร้อนๆ อย่าง ต้มยำรวมมิตร (100 บาท) มากินกัน เป็นต้มยำน้ำใส ครบเครื่องใส่ทั้งกุ้ง ที่ทำมาจากหัวบุกและโปรตีนถั่วเหลือง ขาเห็ด ที่ทำมาจากขาเห็ดหอมปรุงรส ปลาหมึกทำมาจากหัวบุก และมีหมูยอเจ ได้ซดน้ำต้มยำร้อนๆ เปรี้ยว เผ็ด โล่งคอ
มะเขือไส้เผือก
       หลังจากได้กินเมนูอาหารคาวจนใกล้จะอิ่มท้อง เราก็ไม่ลืมที่จะเหลือพื้นที่ในกระเพาะให้กับของหวาน อย่างมะเขือไส้เผือก (80 บาท) เป็นขนมที่ได้สูตรมาจากอินโดนีเซีย ที่นำเอามะเขือยาวมาสอดไส้ด้วยเผือกกวนปรุงรส แล้วก็ชุปแป้ง คลุกเกล็ดขนมปังทอดจนเหลืองกรอบ กินแล้วมะเขือยาวกรอบนอกนุ่มใน ไส้เผือกหวานนุ่มหอมได้ใจ
      
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" ได้อิ่มเอมกับอาหารเจรสดีจนพุงกาง แต่ถ้าหากใครมากันหลายๆ คนก็แนะนำว่ายังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนสั่งมาลิ้มรสกันอีกเพียบ อาทิ กุ้งเปรี้ยวหวาน (120 บาท) ขาหมูผัดไส้ (150 บาท) ปลาดุกฟู (120 บาท) ยำสาหร่าย (60 บาท) หอยจ้อเจ (120 บาท) กุ้งผัดผงกะหรี่ (120 บาท) เต้าหู้เย็น (80 บาท) ฯลฯ และนอกจากที่ร้านอาหารเจ ฉาง โซ่ว จะมีเมนูเจที่ทำสำเร็จให้ได้กินกันแล้ว ที่นี่ยังมีพวกวัตถุดิบอาหารเจทั้งของแห้งและของแช่แข็งสารพัดอย่าง ให้ชาวเจได้เลือกซื้อหาไปทำเป็นเมนูเด็ดกินกันเองที่บ้านได้อีกด้วย
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       ร้านอาหารเจ ฉาง โซ่ว ตั้งอยู่ที่ 84/88 หมู่ที่ 7 ท่าข้าม ถ.พระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. การเดินทางถ้ามาจากดาวคะนอง ให้วิ่งตรงมายังถ.พระราม 2 วิ่งตรงมาจนถึงโฮมโปรแล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสน.ท่าข้าม ขับตรงเข้ามาในซอยประมาณ 800 ม. จะเห็นร้านอาหารเจ ฉาง โซ่ว ตั้งอยู่ขวามือริมถนน ตรงหน้าปากซอยท่าข้ามซ. 8 มีที่จอดรถในร้าน เปิดทุกวัน เวลา 10.00-15.00 น. และ 17.00-22.00 น. ทางร้านรับจัดโต๊ะจีนนอกสถานที่ด้วย โทร. 0-2895-4895

เสพติด(รส)อาหาร ที่ ร้าน"Lizm"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ตุลาคม 2551 11:38 น.
บรรยากาศน่านั่งแบบชิลล์ ชิลล์ ของร้าน Lizm
       มิตรรักนักกินเคยเกิดอาการเสพติดอะไรบางอย่างไหม เสพติดในที่นี้ไม่ใช่เสพติดยานะ เพราะนั้นเราย่อมรู้ว่ามันเป็นสิ่งไม่ดีไม่ควรติดมัน แต่อาการเสพติดที่กำลังจะพูดถึง คือ เสพติดกับใครบางคน เสพติดกับบรรยากาศของสถานที่ เสพติดหนังสือพิมพ์ ต้องอ่านทุกเช้าไม่เช่นนั้นชีวิตเหมือนขาดบางสิ่ง หรือบางคนตอนนี้ก็อาจจะกำลังเสพติด "ผู้จัดการตระเวนกิน"อยู่
      
       สำหรับ "ผู้จัดการตระเวนกิน" ตอนนี้ก็กำลังค้นพบสิ่งเสพติดอันน่าหลงใหลแห่งใหม่เข้าให้แล้ว นั้นก็คือ การมานั่งเสพติดกินอาหารในบรรยากาศชิลล์ ชิลล์ ที่ร้านน่านั่งอย่าง "Lizm"(ลิซึ่ม) ย่านประชานุกูล
กุ้งวาซาบิ
       ฟังดูอาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่าอาการเสพติดอาหารที่ร้าน "Lizm"เป็นอย่างไร จะค่อยๆชี้แจ้งแถลงไขให้หายข้องใจ "Lizm" มีสไตล์การตกแต่ง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การออกแบบและตกแต่งภายใน ที่ถูกจัดวางได้อย่างลงตัว ด้วยเฟอร์นิเจอร์โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา แบบย้อนยุค เส้นสายลายเหล็กดัดสีขาวให้อารมณ์ของยุค 60 - 70 เน้นความเรียบหรู แบบคลาสสิก แต่ไม่ล้าสมัย
เนื้อปลาช่อนผัดสมุนไพร
       ภายในร้านแบ่งเป็น 3 โซน มีโซนเล่นสด ดีเจโซน โซนซูซิบาร์ ร้านมีด้วยกัน 2 ชั้น จุคนได้เกือบ1,000คน มีโต๊ะสนุกเกอร์ตั้งอยู่ตามมุมเป็นการผ่อนคลาย มีบาร์ที่บริการเครื่องดื่มครบครัน
      
       สิ่งน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งก็ คือ เรื่องของดนตรี ภายในร้านทุกๆวันจะมีวงดนตรีขึ้นเล่นสดหมุนเวียนกัน 3 วง ต่อวัน สลับกับการเปิดแผ่น เพลงของที่นี่มีทุกแนวอาทิ Hip hop & เพลงไทยทั้งใหม่และเก่า แนวสกา ที่กำลังนิยมเขาก็มีเล่นกัน ดนตรีจะเริ่มเล่นตั้งแต่เวลา 20.30-02.00น. ที่นี่มีมินิคอนเสิร์ตทุกเดือน
สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเล
       และถึงจะเป็นร้านอาหารสไตล์ Pub& Restaurant เขาก็ไม่ได้มีดีที่บรรยากาศเท่านั้น แน่นอนว่าอาหารก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าดึงดูดใจไม่แพ้บรรยากาศของร้านที่ เดียว ด้วยเมนูอาหารแบบไทยๆ มีเมนูให้เลือกสรรมากกว่า 100 เมนู
      
       ว่าแล้วก็ไม่รอช้าเลือกสั่งเมนูเด็ดมาลิ้มลองกันเลยดีกว่า เริ่มประเดิมด้วย กุ้งวาซาบิ (130 บาท)ดูเผินๆคล้ายกุ้งแช่น้ำปลา เป็นการนำกุ้งแชบ๊วยสดๆที่ผ่านการผ่าหลังเรียบร้อยแล้วมาปรุงรสด้วยการราด น้ำจิ้ม 3 รส สูตรพิเศษตรงที่มีการผสมผงวาซาบิลงไป ทำให้ได้รสชาติเผ็ดขึ้นจมูก เวลากินจะต้องตักกินทั้งตัว เพราะใต้ตัวกุ้งยังมีเครื่องเคียงอย่างผักกระถินรองมาด้วย รสชาติเปรี้ยว เผ็ด เข็ดฟันแบบนี้ แนะนำว่าจานนี้เหมาะสำหรับเป็นกับแกล้มถูกใจคอเบียร์ เป็นแน่
ปลาสำลียำมะม่วง
       อย่ารอช้าสั่งมาอีกเมนูเลยดีกว่า กับ เนื้อปลาช่อนผัดสมุนไพร (130 บาท)เมนูดีๆที่อุดมด้วยสมุนไพรนานาชนิด อย่าง หอมแดงเจียว ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด กระชาย ขิง พริกไทยอ่อน พริกแห้ง ที่ผ่านการทอดจนกรอบน่ากิน นำมาโรยลงบนเนื้อปลาช่อนที่แล่เอาแต่เนื้อ แล้วลงปะแป้งเล็กน้อย ก่อนทอดจนเหลืองกรอบน่ากิน จานรสกลมกล่อมเลยทีเดียวเนื้อปลาช่อนกรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นสมุนไพรมาแต่ไกล
      
       ตามด้วยอีกหนึ่งเมนูเส้นอย่าง สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเล (120 บาท) จานนี้รสจัดจ้านแบบขี้เมาแท้ ด้วยเส้นสปาเก็ตตี้อันเหนียวนุ่ม เมื่อนำมาผัดรวมกับ กุ้ง ปลาหมึก แครอท พริกไทยอ่อน เหยาะซอสขี้เมาสูตรพิเศษลงไปโรยหน้าด้วยใบกระเพรากรอบ ก็กลายเป็นเมนูน่ากินแล้ว กุ้งก็สด ปลาหมึกก็เคี้ยวหนึบชิ้นโต ยากจะห้ามใจไม่ให้กิน
ลาบหมูทอด
       อีกหนึ่งเมนูชวนหม่ำ ปลาสำลียำมะม่วง (250 บาท) เป็นปลาสำลีไร้กาง นำมาชุบแป้งแล้วชุบเกล็ดขนมปัง กินคู่กับน้ำยำมะม่วง สูตรลับเฉพาะ รสชาติของเนื้อปลากรอบนอก นุ่มใน จะกินเนื้อปลาเปล่าๆก็หวาน เพราะปลาสด จะกินคู่กับน้ำยำก็เข้ากัน เพราะได้รสชาติความเปรี้ยวจากเนื้อมะม่วง
ชิคาโกฟรายด์
       เมนูนี้มาแล้วไม่สั่งไม่ได้ เพราะเป็นเมนูขึ้นชื่อของทางร้าน ลาบหมูทอด (90 บาท) เขาเอาหมูสับมาหมักเครื่องลาบแล้วตีจนเหนียว จากนั้นปั้นก้อน มีเคล็ดลับคือทอดในน้ำมันเดือด รอจนลาบลอยตัวเองก็ถือว่าสุกใช้ได้ แล้วเสิร์ฟพร้อมผักชีฝรั่ง ใบมะกรูดซอย สะระแหน่ รสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ดมาก หอมกลิ่นข้าวคั่ว
      
       ตบท้ายกันด้วย ชิคาโกฟรายด์ (100 บาท)เมนูอาหารว่างที่ใช้เฟรนฟรายด์ชุบแป้ง หมักเครื่องเทศ ทอดจนกรอบเหลือง กินคู่กับน้ำจิ้มมายองเนสสูตรเฉพาะของทางร้าน หอมกลิ่นเครื่องเทศ ด้วยรสเค็มนิดๆเหมาะสำหรับนักดื่มยิ่งนัก ระวังหยิบชิ้นเพลินหมดจานอย่างไว
อีกมุมหนึ่งของบรรยากาศภายในร้าน
       ใครมาแต่หัวค่ำกินหมดเร็ว จะสั่งเพิ่มก็ยังมีอีกหลากหลายเมนู ที่ขึ้นชื่อทั้ง เกี๊ยวห่อชีสทอด (90 บาท),ทาโร่อบเนย (70 บาท),เม็ดมะม่วงผัดขี้เมา (100 บาท),เนื้อสิงห์ย่าง(120 บาท) ที่เป็นเมนูพิเศษเป็นเนื้อวัวหมักเครื่องเทศ หมักเบียร์สิงห์, มีอาหารเซตคู่ราคา(170 บาท)อาทิ ปีกไก่ทอดน้ำปลาคู่กับยำก้านคะน้า,แหนมข้อไก่คู่กับยำรวมเห็ด,หมูมะนาวคู่กับไก่คั่วเกลือ เป็นต้น
      
       ประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีให้เลือกนานาชนิด แต่ถ้าใครชอบแบบเบาๆหน่อยประเภทค็อกเทลขอแนะนำ Sex on the beach (140 บาท),Pink lady (140 บาท) ด้วยสรรพคุณมากมายขนาดนี้เห็นหรือยังเล่าว่า"Lizm"มีดีที่น่าเสพติดตรงไหน
Pink lady
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน "Lizm" ตั้งอยู่ที่ 9/240 ซ. รัชดาภิเษก 74 บางซื่อ กทม. การเดินทางจากแยกประชานุกุลให้วิ่งตรงมายังเส้นที่จะไปวงศ์สว่าง แล้วกลับรถใต้สะพานที่จะข้ามไปยังสี่แยกวงศ์สว่าง ขับมาอีกเล็กน้อยจะพบป้ายร้านขนาดใหญ่และร้านตั้งอยู่ซ้ายมือ จุดสังเกตร้านตั้งอยู่ริมถนน ด้านหลัง ร.พ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 - 02.00น. ส่วนดนตรีจะเล่นประมาณ 20.30-02.00 ทางร้านยินดีรับบัตรเครดิตทุกชนิด สามารถจอดรถได้ภายในร้าน ผู้สนใจสอบถามได้ที่โทร.โทร.0-2913-9880-1

“ไก่ย่างเสือใหญ่” ถึงใจ แซบหลาย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 กันยายน 2551 15:41 น.
บรรยากาศภายในร้านไก่ย่างเสือใหญ่
       “ไก่ย่าง” เมนูง่ายๆ ที่หากจะทำให้อร่อยนั้นไม่ง่ายเลย แต่ทว่าในเมืองไทยนั้นก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านการทำไก่ย่างในระดับฝีมือเป็น เอกอุอยู่หลายร้าน ดังเช่นร้าน “ไก่ย่างเสือใหญ่” ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ไปประสบพบเจอในมื้อนี้
      
       สำหรับร้าน“ไก่ย่างเสือใหญ่” ร้านนี้หลายคนๆ ที่เป็นคออาหาร โดยเฉพาะอาหารอีสานสุดแซบคงจะพอได้ยินชื่อเสียงกันมาบ้าง เพราะที่จริงแล้วร้านไก่ย่างเสือใหญ่นั้นมีสาขาแรกอยู่ตรงซอยเสือใหญ่อุทิศ (ซ.รัชดาภิเษก 36) ซึ่งเปิดขายมานานกว่า 20 ปีแล้ว ส่วนร้านที่พวกเรามากินกันในมื้อนี้เป็นสาขา 2 ที่ขยับขยายกิจการมาเปิดอยู่ที่นี่ก็นานกว่า 10 ปี โดยที่นี่เน้นขายอาหารอีสานแบบรสชาติดั้งเดิมสุดแซบ และก็ยังมีอาหารไทย อาหารจีนให้ได้เลือกลิ้มรสกันด้วย ซึ่งอาหารของที่นี่นอกจากจะมีรสชาติอันดีที่ชวนกินแล้ว เรื่องของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารทางร้านเขาก็ใส่ใจคัดสรรแต่ของที่มี คุณภาพมาทำ แถมทั้งอาหารของที่ยังปรุงแบบไม่ใส่ผงชูรส กินได้อย่างสบายใจ
ส้มตำไทย
       ในมื้อนี้พวกเราด้วยความที่มากันหลายคน และแต่ละคนก็ชื่นชอบอาหารที่แตกต่างกันไป พวกเราก็เลยเลือกที่จะสั่งเมนูอาหารมากินแบบหลากหลาย แบบว่าเลือกสั่งเมนูเด่นๆ ของที่นี่มากินกันจนเต็มโต๊ะ เมนูแรกที่ถูกเสิร์ฟมาคือ ส้มตำไทย (50 บาท) ที่ตำมาได้แบบครบเครื่องส้มตำ ชิมรสชาติส้มตำไทยมะละกอเคี้ยวกรุบกรอบเพราะทางร้านเลือกใช้มะละกออย่างดี จากดำเนินสะดวก (ราชบุรี) และปรุงรสชาติเปรี้ยวได้ใจเพราะใช้มะนาวคั้นสดๆ เผ็ดนิดๆ จากพริกขี้หนูสวน และเคี้ยวมันปากกับถั่วลิสงหอมๆ ที่ทางร้านคั่วเองแบบสดใหม่
แหนมหม้อทอด
       จากนั้นตามมาด้วยเมนู แหนมหม้อทอด (90 บาท) เป็นแหนมหม้อที่ทางร้านสั่งตรงมาจากเชียงใหม่โดยเฉพาะ นำมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าแล้วนำไปคลุกกับไข่และเกร็ดขนมปังทอดจน เหลืองกรอบ กินแหนมทอดร้อนๆ เคี้ยวกรอบนอกเนื้อในนุ่มได้รสชาติแหนมรสดีไม่เปรี้ยวหวาน กินแกล้มกับถั่วลิสงทอด ขิงอ่อน ผักชีฝรั่ง ผักกาดหอม และกะหล่ำปลี
ไก่ย่าง
       เมนูต่อมาถือว่าเป็นเมนูเด่นชูโรงของที่นี่ ถ้ามาแล้วไม่สั่งมากินไม่ได้ นั่นคือไก่ย่าง (ตัวละ 160 บาท ครึ่งตัว 80 บาท) เป็นไก่ย่างที่ตัวไม่ใหญ่มากนัก ทางร้านเลือกใช้ไก่บ้านสีทองจากโคราชที่คัดมาอย่างดี นำมาหมักกับเครื่องสมุนไพรไทยค้างคืนไว้ ก่อนจะนำมาย่างด้วยเตาไร้ควันจนไก่สุก แล้วพอลูกค้าสั่งก็จะนำมาย่างด้วยเตาถ่านอีกทีเพื่อให้หนังกรอบ ทำให้ไก่ย่างของที่นี่มีรสชาติโดดเด่นตรงที่ไก่หนังบางกรอบ เนื้อแห้งเคี้ยวนุ่มได้รสชาติเครื่องหมักที่ซึมลึกถึงเนื้อในไก่ และยังมีน้ำจิ้มหวาน กับน้ำจิ้มแจ่วที่ทางร้านทำเองมาให้จิ้มเพิ่มรสชาติ
ต้มโคล้งปลากรอบ
       กินแต่เมนูแห้งๆ มาหลายจาน ชักเริ่มฝืดคอเลยสั่ง ต้มโคล้งปลากรอบ (120 บาท) มากินซดน้ำร้อนๆ ให้คล่องกันหน่อย ต้มโคล้งปลากรอบของที่นี่รสดีตรงที่ปลากรอบเป็นปลาเนื้ออ่อนที่นำมาทอดจน กรอบอีกที กินแล้วได้ทั้งความหอมและรสชาติปลากรอบรสดี ที่เข้ากันกับน้ำซุปต้มโคล้งเปรี้ยวแซบได้ใจ
หมี่กรอบชาววัง
       และเรายังไม่อิ่ม ยังสั่งหมี่กรอบชาววัง (90 บาท) มากินกันต่อ เป็นเส้นหมี่ขาวนำมาทอดจนฟูกรอบและผัดปรุงรสชาติเคล้ากับเครื่องต่างๆ ตามสูตรเด็ดของทางร้านได้หมี่กรอบที่กินแล้วเคี้ยวกรอบนุ่มซึมรสชาติเครื่อง ปรุงที่เข้มข้นกลมกล่อมถูกปาก และหอมกลิ่นผิวส้มซ่าที่โรยมาบนหมี่กรอบ
โรตีเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย
       สุดท้ายพวกเราเลือกที่จะขอปิดมื้ออิ่มกันด้วย โรตีเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย (120 บาท) เป็นเมนูแกงจานเด็ด ที่ทางร้านโขลกเครื่องแกงเขียวหวานเองนำมาแกงใส่ลูกชิ้นปลากรายที่ทำเองแบบ ใช้เนื้อปลากรายล้วนๆ ลิ้มรสแล้วโดนใจปากมากๆ ตรงที่ลุกชิ้นปลากรายเคี้ยวนุ่มหนึบหนับปาก น้ำแกงเขียวหวานเข้มข้นถึงเครื่องแกงออกเผ็ดนิดๆ กินคู่กับโรตีทอดกรอบสุดยอดนักเชียว
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมเย็นๆ
       และนอกจากเมนูจานเด็ดเหล่านี้ที่พวกเราได้สั่งมากินกันจนอิ่มแน่น ท้องแล้ว ก็ยังแอบชำเลืองเห็นว่าในเมนูอาหารยังมีอาหารจานเด็ดอื่นๆ ที่ชวนชิมอีกมาก อาทิ แกงคั่วหอยขม (100 บาท) ทอดมันปลา (100 บาท) ส้มตำปูม้าสด (90 บาท) แกงเผ็ดเป็ดย่าง (120 บาท) เต้าหู้ทรงเครื่อง (120 บาท) และยังมีของหวานอย่าง ไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม (ถ้วยละ 25 บาท) และน้ำสมุนไพรชวนดื่มที่ทางร้านทำเอง อาทิ น้ำกระเจี๊ยบ ตะไคร้ ลำไย (แก้วละ 30 บาท) แต่เห็นทีว่ามื้อนี้คงจะกินไม่ไหวแล้วจริงๆ เอาเป็นว่าขอติดเอาไว้ก่อน แล้วคราวหน้าจะขอกลับมาอิ่มแซบสบายท้องกันที่ร้าน "ไก่ย่างเสือใหญ่" กันอีก
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “ไก่ย่างเสือใหญ่” ตั้งอยู่ที่ 150/1 ถ.กรุงเทพกรีฑา แขวงและเขตสะพานสูง กทม. การเดินทางถ้ามาจากเส้นศรีนครินทร์ วิ่งตรงมายังสี่แยกกรุงเทพกรีฑา จากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าถนนกรุงเทพกรีฑา วิ่งตรงเข้าไปประมาณ 1-2 กม.จะเห็นร้านไก่ย่างเสือใหญ่ตั้งอยู่ริมถนนทางซ้ายมือ มีป้านร้านให้เห็น จุดสังเกตร้านจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับสนามกอล์ฟยูนิโก้ เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนที่เบอร์ 0-2736-2200

ครบรสสไตล์คันทรี่ ที่ ร้าน“เลยฝัน”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มิถุนายน 2551 11:31 น.
บรรยากาศน่านั่งที่ร้านเลยฝัน
       คนเราทุกคนย่อมมีความฝันเป็นของตัวเอง บ้างฝันอยากเป็นนักบิน นักร้อง บ้างฝันอยากร่ำรวยมีกิจการเป็นของตัวเอง แต่จะมีสักกี่คนที่ทำความฝันนั้นให้สำเร็จเป็นจริงขึ้นมาได้ ร้านอาหารที่มีชื่อว่า “เลยฝัน” ย่านถนนราชพฤกษ์ ซึ่ง “ผู้จัดการตระเวนกิน”พามาเยือนในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจของคนมีไฟฝัน แถมยังเป็นฝันที่เกินฝันเสียด้วย
อีกหนึ่งมุมบรรยากาศภายในร้านเลยฝัน
       ร้านเลยฝันเกิดขึ้นจากความฝันของเจ้าของร้าน ที่ครั้งแรกฝันไว้ว่าอยากทำเป็นร้านอาหารเล็กๆ แต่พอสร้างไปสร้างมากลับใหญ่โตเกินคาดเกินกว่าที่ฝันไว้ ก็เลยเป็นที่มาของชื่อร้านว่า “เลยฝัน” เป็นร้านอาหารสไตล์คันทรี่โฮม ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ เป็นบรรยากาศของเรือนไม้ซุง ภายในค่อนข้างเปิดโล่ง มีในเลือกทั้งแบบ open air รับลมเย็นสบายๆและแบบ in door ที่ร่มรื่นสามารถนั่งกินข้าวไปเคล้าคลอกับเสียงเพลง ที่มีดนตรีในแนวคันทรี่และสากลร่วมสมัยคอยขับกล่อมเป็นการเพิ่มอรรถรส
ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ
       โดยเฉพาะคืนวันศุกร์ที่สามของเดือน ทางร้านเลยฝันแห่งนี้จะกลายเป็น “จุดนัดพบคาวบอย” ที่มีเหล่าคนรักฝันอยากเป็นคาวบอยมารวมกัน เสริมสร้างบรรยากาศครื้นเครงให้กับร้านเป็นสีสันได้เป็นอย่างดี ด้านเรื่องของอาหารที่นี่เน้นหนักไปทางอาหารไทย รสชาติจัดจ้านมีเมนูให้เลือกสรรกว่า100 เมนู ที่ขึ้นชื่อก็มีด้วยกันหลากหลาย ทั้ง
      
       ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ(200บาท) ร้านเขานำปูนิ่มมาลวกน้ำร้อนก่อนที่จะนำไปชุบแป้งทอด แล้วผัดใส่ซอสพริกไทยดำสูตรพิเศษของทางร้าน ผัดรวมกับแครอท พริกหยวกสามสี พริกไทยอ่อน หอมใหญ่ รากผักชีสับ กระเทียมสับ คลุกเคล้าน้ำมันหอย ซอสปรุงรส และซีอิ้วขาว เท่านี้ก็จะได้ปูนิ่มผัดพริกไทยดำจานเด็ดพร้อมเสิร์ฟด้วยรสชาติหอมและเผ็ด ร้อนพริกไทยดำปูนิ่มถึงเครื่องเคี้ยวได้ทั้งตัว
ออส่วนกรอบ
       อีกหนึ่งจานที่ทางร้านเขาแนะนำคือ ออส่วนกรอบ (120บาท)ทางร้านเขารับประกันว่าออส่วนที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น เพราะเป็นออส่วนกรอบที่นำเอาหอยนางรมลวกน้ำร้อน แล้วลงผสมกับแป้งสูตรลับเฉพาะอีกสามชนิดใส่ไข่ไก่เพื่อช่วยเพิ่มสีสัน ใส่กระเทียมเจียว แครอทสับ ปรุงรสด้วยเหล้าจีน น้ำมันหอย ผงปรุงรส น้ำตาล ลงทอดจนเหลืองกรอบน่ากิน ก่อนเสิร์ฟตบท้ายด้วยการโรยหน้าถั่วงอกและผักชี ก็จะได้ออส่วนกรอบกรอบนอกนุ่มในรสกลมกล่อม
ต้มโคล้งปลากระทิง
       เมนูที่ไม่ควรพลาดอีกหนึ่งเมนูก็คือ ต้มโคล้งปลากระทิง(180บาท) เนื่องจากปลากระทิงเป็นปลาที่หายากมีเฉพาะฤดูกาลเท่านั้น ใครมาแล้วได้กินจึงถือว่าโชคดี ต้มโคล้งของที่นี่เขาจะนำปลากระทิงมาย่างรมควันให้หอม จากนั้นใส่เครื่องต้มโคล้ง อย่าง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เห็ดฟาง มะเขือเทศสีดา หอมแดง ที่นำไปเผาให้หอมแล้วค่อยนำมาคั่วอีกที ก่อนใส่น้ำซุปแล้วปรุงรสด้วย พริกขี้หนู น้ำมะขาม ต้มโคล้งรสกลมกล่อมแซบดีแท้
ผัดฉ่าปลากระทิง
       ยังไม่หมดกับเมนูปลากระทิงขออีกสักหนึ่งเมนูกับ ผัดฉ่าปลากระทิง(180บาท) ที่นำปลากระทิงกับใบยี่หร่าสดหั่น เพิ่มความเผ็ดหอมด้วยน้ำพริกสูตรของทางร้านที่นำมาปั่นรวมกัน แล้วผัดใส่ผงปรุงรสผัดพอสุก ก่อนนำเครื่องผัดฉ่า ที่มีกระชายหั่นฝอย พริกชี้ฟ้าเหลือง หั่นแฉลบ พริกไทยอ่อน พริกขี้หนู มาผัดฉ่าจนหอมฟุ้ง จานนี้จัดจ้านไม่เบาทีเดียว
ปลากะพงสมุนไพร
       ปิดท้ายขบวนกันด้วย ปลากะพงสมุนไพร(250บาท) ปลากะพงสดล้างแล้วบั้งจากนั้นนำลงทอด กินคู่กับเเครื่องสมุนไพรที่ต้องผ่านกรรมวิธีการทอดเช่นกันอย่าง กระชาย ตะไคร้ซอย ขิง ข่า ใบมะกรูด พริกไทยอ่อน กระเทียม หั่นแว่น ชุบแป้งเล็กน้อยทอดกรอบ แล้วราดเครื่องยำ อย่างขิง ตะไคร้ซอย ถั่วลิสง หอมแดง พริกขี้หนู น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล เนย ที่เคี่ยวรวมกัน จะได้ปลากะพงเนื้อนุ่มรสดีอีกหนึ่งจาน
      
       และหากใครยังไม่อิ่มหนำกับเมนูอาหารที่แนะนำมาทางร้านก็ยังมีเมนูดีๆรอคอยพร้อมนำเสนออีกมากมายอาทิ ลาบหมูทอด(100บาท),ปลากะพง2รส (250บาท),ปอเปี้ยะสาหร่าย (120บาท), หมูพันคะน้า (90 บาท ),ปลารากกล้วย 5รส( 90 บาท) ใครที่มีความฝันหรือกำลังคิดฝันอยู่ล่ะก็ลองแวะกินอาหารที่ร้าน “เลยฝัน” ดูบางทีรสชาติอาหารที่นี่อาจจะทำให้ความคิดฝันของคุณเป็นจริง
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       การเดินทางมายังร้าน “เลยฝัน” จากทางด่วนงามวงศ์วานถนนรัตนาธิเบศน์ข้ามแยกแครายข้ามสะพานพระนั่งเกล้า เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์กลับรถใต้สะพานเข้าช่องซ้ายใกล้โรงแรมเอริค กลับรถ 500 เมตรจะเจอป้ายร้านเลยฝัน ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-01.00 น. มีดนตรีเล่นทุกวัน รับบัตรเครดิตของวีซ่า มาสเตอร์การ์ด โทร.02-9222-537,08-1843-5487,08-4136-4689