homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

อิ่มเอมอาหารเวียดนาม ที่ “เลอ ดาลัด อินโดจีน”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 ธันวาคม 2547 14:11 น.
มุมโซฟาติดกระจกชวนนั่ง มองเห็นสวนดอกไม้ด้านนอก
       “อาหารเวียดนาม” เป็นอีกหนึ่งอาหารที่ตอนนี้คนไทยให้ความสนใจเลือกหม่ำกันอยู่ไม่น้อย ด้วยความที่อาหารเวียดนามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตรงที่เป็นอาหารออกแนวเพื่อสุขภาพ เน้นผักที่เป็นส่วนประกอบของอาหารหรือกินแกล้มกับอาหาร
      
       ในมื้อนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เลยขอเอาใจผู้พิสมัยอาหารเวียดนาม พามาตระเวนกินกันที่ร้าน “เลอ ดาลัด อินโดจีน” ตรงสุขุมวิท 23 เป็นร้านอาหารเวียดนามที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง บ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 80 ปี ถูกเนรมิตให้เป็นร้านอาหารที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ
โต๊ะนั่งหม่ำอาหารที่เน้นการตกแต่งด้วยถ้วยชามและผ้าปูโต๊ะสีน้ำเงิน
       บรรยากาศด้านในร้านมีพื้นที่นั่งหม่ำอาหารหลายส่วน ชั้นล่างมีห้องล็อบบี้บาร์ บริการเครื่องดื่มและอาหารว่างเบาๆ และอีก 3 ห้อง ที่ถูกตกแต่งเต็มไปด้วยรูปภาพของ มาดาม Hoaly ที่เป็นเจ้าของร้าน และเครื่องตกแต่งลายครามจำนวนมาก รวมไปถึงถ้วยชาม ผ้าปูโต๊ะที่จะเน้นสีน้ำเงินเป็นหลัก ซึ่งเป็นสีโปรดของเจ้าของร้าน ส่วนด้านบนก็มี 3 ห้อง และตกแต่งสไตล์เดียวกับชั้นล่าง เน้นบรรยากาศนั่งสบายๆ เหมือนนั่งหม่ำข้าวอยู่ที่บ้าน
      
       ด้านอาหารของที่นี่เป็นอาหารเวียดนามที่เน้นความพิถีพิถันในการปรุงและการตกแต่ง อย่างที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้เลือกสั่งมาหม่ำลิ้มลองรสชาติ แล้วอยากจะบอกต่อว่าถ้ามาแล้วไม่ควรพลาดสั่ง
      
       เริ่มกันที่เมนูเบาๆ ท้อง ขลุ่ยปู (ชิ้นละ 55 บาท) ขลุ่ยปูนี้เป่าไม่ได้ แต่ว่าหม่ำได้ เป็นขลุ่ยปูที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อปูล้วนๆ คลุกเคล้ากับวุ้นเส้นและปรุงรสด้วยเครื่องเทศ นำมาห่อด้วยแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะชนิดบางที่ต้องสั่งมาเป็นพิเศษจากเวียดนาม ทอดจนเหลืองกรอบ เวลากินราดด้วยน้ำจิ้มหวานสูตรเฉพาะของทางร้าน ส่งเข้าปากรับรู้ได้ถึงความกรุบกรอบของแป้งและรสชาติของเนื้อปูข้างในที่ เนื้อแน่นผสานกับความหวานของน้ำจิ้มที่ลงตัว
ขลุ่ยปู
       ตามมาด้วย สลัดไหลบัว หรือ ยำรากบัว (165 บาท) เมนูนี้หาหม่ำยากสักหน่อย เพราะว่ารากบัวนั้นค่อนข้างหายากและลำบากในการนำมาทำ ทางร้านจะนำส่วนของรากบัวมาล้างให้สะอาดแล้วลอกเปลือกออกให้เหลือแต่เนื้อ ของรากบัวข้างในเท่านั้น นำมายำรวมกับกุ้งสด และน้ำยำสไตล์เวียดนามที่รสชาติออก 2 รส เปรี้ยวๆ อมหวาน มีข้าวเกรียบทอดให้กินแกล้มกัน กินเมนูนี้แล้วช่วยแก้ร้อนในได้ดีเพราะตัวรากบัว
      
       เฝอเนื้อ (150 บาท) เฝอเป็นก๋วยเตี๋ยวประจำชาติของเวียดนาม แต่ว่าเฝอร้านนี้มีความพิเศษกว่าร้านอื่นๆ ตรงที่นอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวที่ใส่เนื้อเปื่อยสันนอกแล้ว ยังมีชุดเนื้อให้จุ่มเพิ่มเติม โดยเนื้อที่ให้จุ่มนั้นเป็นเนื้อสันในสไลด์บางๆ จุ่มลงในน้ำซุปเนื้อ ทีเด็ดของเมนูนี้อยู่ตรงที่ น้ำซุปเนื้อหอมหวาน และเนื้อที่นุ่มเหนียวเสียจริงเชียว
เฝอเนื้อ
       เมนูสุดท้ายเป็น ปลาหมี่ทอ (590 บาท) ที่ดูอลังการงานสร้าง ตกแต่งมาอย่างสวยงาม สมกับชื่อเมนู หมี่ทอนั้นเป็นชื่อเมืองๆ หนึ่งของเวียดนามที่มีความงดงามตามธรรมชาติเต็มไปด้วยต้นไผ่ เมนูนี้จึงถูกตกแต่งออกมาแบบแลดูเป็นธรรมชาติ ปลาแรดทอดกรอบตัวโตตั้งอยู่ท่ามกลางต้นผักบุ้งที่นำมาจำลองคล้ายกับเป็นต้น ไผ่ มีใบขึ้นฉ่ายกับผักกาดหอมตกแต่งรองพื้นจาน ปลาหมี่ทอจานนี้ จะกินลักษณะคล้ายกับแหนมเนืองคือ มีแผ่นแป้งห่อมากับผักกาดหอม ใส่เนื้อปลาลงไป ใส่เครื่องเคียง มะม่วง แตงกวา ต้นหอม ใบโหระพา กระเทียม พริกขี้หนูสด แล้วราดด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ดของที่นี่ ที่มีให้เลือก 2 แบบ น้ำจิ้มกะปิออกรสไทยๆ เปรี้ยวหวาน กับน้ำจิ้มซีฟู้ดปรุง 3 รส เปรี้ยว หวาน เค็ม หม่ำทั้งคำเคี้ยวเข้าปากคำโต
ปลาหมี่ทอ
       แต่ใช่ว่าจะมีเฉพาะอาหาร 4 เมนูนี้ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ลิ้มลองแล้วนำมาเสนอให้ได้รับรู้กัน เพราะยังมีเมนูอื่นๆ ที่ทางร้านบอกว่าเด็ดสะระตี่ไม่แพ้กัน อาทิ ปูผัดเกลือ (790 บาท) ฉู่ฉี่ปลาผักชีลาว (320 บาท) กุ้งห่อเนื้อปูย่าง (490 บาท)
      
       ก็ถ้าใครชื่นชอบอาหารเวียดนามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หรือใครที่ไม่เคยกินอาหารเวียดนามมาก่อน ก็ลองแวะมาหม่ำอาหารเวียดนาม ที่ร้าน “เลอ ดาลัด อินโดจีน” นี้ดู แล้วอาจจะติดใจกับบรรยากาศและรสชาติของอาหารจนกลายเป็นลูกค้าประจำร้านนี้ไปเลยก็เป็นได้ แถมทางร้านยังใจดีบอกว่า ถ้าใครมาหม่ำอาหารที่ร้านแล้วบอกว่าอ่านมาจากนสพ.ผู้จัดการ จะมอบส่วนลดให้ 10% ทันที ถึงเดือนสิ้นเดือนธ.ค.นี้
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
       
       “เลอ ดาลัด อินโดจีน” ตั้งอยู่ที่ 14 ซอยสุขุมวิท 23 ประสานมิตร กรุงเทพฯ เข้ามาจากปากซอยสุขุมวิท 23ประมาณ 100 ม. ร้านอยู่ขวามือใกล้กับไปรษณีย์ประสานมิตร เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00-22.30 น. ถ้ามาในวันเสาร์ อาทิตย์ โทรจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนจะดีที่เบอร์ 0-2661-7967-8 และมีอีกหนึ่งสาขาชื่อร้าน "เลอ ดา ลัด" อยู่ซอยเดียวกันถัดไปอีก 200 ม. โทร. 0-2260-1849

“ต้นเครื่อง” ถึงเครื่องอาหารไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ธันวาคม 2547 15:10 น.
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมเย็นๆ ของร้าน “ต้นเครื่อง”
       หากเอ่ยถึงชื่อ “ซอยทองหล่อ” ขึ้นมา เชื่อแน่ว่าเป็นใครๆ ก็ต้องรู้จัก โดยเฉพาะเหล่าบรรดานักกินตัวยงทั้งหลาย เชื่อได้แน่ว่าคงจะต้องรู้จักซอยทองหล่อดี เพราะในซอยทองหล่อแห่งนี้ถูกใจนักกินนักละ ตรงที่มีร้านอาหารเปิดบริการอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งร้านเก่าร้านแก่ที่เปิดขายกันมานาน หรือว่าจะเปิดร้านน้องใหม่ที่ต่างทยอยกันเปิดตามๆ กันมา ซึ่งร้านอาหารที่เปิดบริการนั้นก็มีอาหารหลากหลายชาติให้เลือกกินกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารฝรั่ง อาหารอิตาเลียน อาหารจีน โอ้ย!! เยอะมากจนไม่สามารถสาธยายได้หมด
      
       ซึ่งถ้าถาม “ผู้จัดการตระเวนกิน” ว่าตระเวนกินอาหารตามร้านต่างๆ นี้หมดครบทุกร้านแล้วหรือยัง เห็นทีต้องตอบแบบเสียงดังฟังชัดว่า “ยัง” เพราะว่ามีร้านอาหารใหม่ๆ เปิดตัวขึ้นมาเยอะเสียเหลือเกิน ตามไปกินไม่หวั่นไม่ไหว แต่ถ้าถามว่ามีร้านไหนที่ตระเวนกินมาแล้วบ้างในซอยทองหล่อแล้วถูกใจในเรื่อง รสชาติของอาหารละก็ อันนี้ยังพอตอบได้บ้าง
ห่อหมกขนมครก
       อย่างร้านที่อยากจะแนะนำก็ต้องร้านนี้เลย “ต้นเครื่อง” เป็นร้านอาหารไทยร้านแรกที่เปิดขายในซอยทองหล่อนี้เลยละ ถ้านับอายุร้านแล้วก็เปิดมากว่า 23 ปีเห็นจะได้ ซึ่งอาหารไทยของร้านนี้ถือว่าเป็นอาหารไทยแบบต้นตำรับชาววังเชียวนะ มีเมนูอาหารไทยเยอะมากกว่า 200 รายการให้เลือกสั่งกัน
       

       ส่วนเรื่องสถานที่ร้านก็กว้างขวาง มีหลากหลายบรรยากาศให้เลือกนั่ง มีทั้งห้องแอร์ ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้เป็นห้องจัดเลี้ยงได้ด้วย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบนั่งกินอาหารสบายๆ แอร์เย็นๆ หรือจะเป็นบรรยากาศร่มรื่นแบบ open air ที่เอาไว้รองรับลูกค้าที่จะสูบบุหรี่ ซึ่งในส่วนนี้จะถูกตกแต่งให้เหมือนกับว่านั่งอยู่ในสวนหย่อมที่บ้าน บรรยากาศดูอบอุ่นเป็นกันเองดี
น้ำพริกลงเรือ
       ทีนี้มาถึงอาหารที่อยากจะแนะนำว่ามาถึงร้าน “ต้นเครื่อง” แล้วไม่ควรพลาดสั่งขึ้นโต๊ะ อย่างแรกที่แนะนำให้สั่ง คือ ห่อหมกขนมครก (110 บาท) เป็นเมนูเด็ดสุดยอดขายดี ซึ่งห่อหมกขนมครกนี้ ต้องบอกว่าร้านนี้เป็นเจ้าต้นตำรับห่อหมกขนมครกเจ้าแรกเลยนะ ที่นำห่อหมกใส่ลงไปในหลุมขนมครก ซึ่งหลุมขนมครกนี้ไม่ได้ทำมาจากดินเผา แต่ว่าสั่งทำพิเศษเป็นเซรามิก เพราะเซรามิกสะอาดกว่าและทำหลุมใหญ่กว่าขนาดขนมครกปกติ ส่วนห่อ หมกนั้นเป็นห่อหมกที่มีส่วนผสมจากเนื้อปลากราย และเครื่องแกง ที่นวดกับกะทิจนเหนียวเข้ากัน ห่อหมกที่นี่จะไม่เหม็นคาว และไม่มีก้าง เมื่อชิมแล้วรู้สึกนุ่มลิ้น ทุกอย่างกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน แต่ก็ไม่ทิ้งรสเครื่องแกง รสเผ็ดกลางๆ กำลังดี
ปลาสำลีแดดเดียว
       อย่างต่อมาเป็น น้ำพริกลงเรือ (95 บาท) น้ำพริกที่นี่ จะมี 3 รส แบบคนในสมัยก่อน คือ เค็ม เปรี้ยว หวาน ความพิเศษของอยู่ตรงที่ใส่หมูหวาน โดยน้ำไปผัดกับเครื่องน้ำพริก แล้วก็โรยหน้าด้วยปลาดุกฟู รสออกเน้นเค็มสักหน่อย ทานกับผักแกล้มแตงกวา สายบัว มะเขือเปาะ ถั่วฟักยาว กะหล่ำปลี
      
       ปลาสำลีแดดเดียว (210 บาท) เป็นปลาสำลีเลาะกระดูกปรุงรสเสร็จสรรพ ก่อนนำไปคลุกกับเกล็ดขนมปังแล้วนำไปทอด ทีเด็ดของเมนูนี้อยู่ที่น้ำจิ้ม ที่เป็นน้ำจิ้มมะม่วงซอย ใส่หมูหวาน หอมเล็ก แล้วปรุงรส รสชาติออกเปรี้ยวนำจากมะม่วงซอย
กุ้งนางราดพริกขิง
       กุ้งนางราดพริกขิง (220 บาท) เป็นการนำเอากุ้งนาง (กุ้งน้ำจืด) ทอดในน้ำมันจนสุก แล้วปรุงด้วยเครื่องแกงน้ำพริกขิง และนำมาราดบนตัวกุ้งนาง รสชาติออกเค็มๆ หวานๆ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ เหมาะเจาะลงตัว
      
       อย่างสุดท้ายเป็น ปลาหมึกยัดไส้เจี๋ยน (250 บาท) หน้าตาอาหารเหมือนกับลูกบอลกลมๆ แท้ที่จริงแล้วเป็นเนื้อปลาหมึกรองข้างล่าง และมีทอดมันกุ้งปั้นเป็นลูกกลม ๆ วางบนเนื้อปลาหมึก เสร็จแล้วเอาไปทอด และมีน้ำราด ที่เป็นซอสน้ำมันหอยปรุงรสราดลงไป รสชาติจานนี้ออกจืดๆ เค็มๆ จากน้ำราด
      
       ที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ ถือว่าเป็นเมนูเด็ดหลากหลายรสชาติ แต่ถ้าใครได้ลองมาตระเวนหม่ำแล้วเกิดอยากจะสั่งเมนูอื่นบ้างก็มีให้เลือก สั่งอีก อาทิ พระรามลงสรง (95 บาท) ขนมผักกาดกุ้งสด (68 บาท) หมูโสร่ง (90 บาท) หมี่กรอบ (80 บาท) เอาเป็นว่าถ้าใครยังไม่จุใจ เกิดอยากจะหม่ำเมนูอาหารไทยอื่นๆ อีก ก็มาตระเวนหม่ำที่ร้าน “ต้นเครื่อง” นี้ดูกันเองก็แล้วกัน จะได้เลือกสั่งมาหม่ำให้สมอารมณ์อยาก
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       “ต้นเครื่อง” ตั้ง อยู่ที่ 239 ซ.ทองหล่อ 13 (สุขุมวิท 55) คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-22.30 น. ถ้ามาช่วงเย็นสำรองโต๊ะล่วงหน้าจะดี เพราะโต๊ะจะเต็ม โทรสำรองโต๊ะได้ที่เบอร์ 0-2391-8703, 0-2391-8719

หลายหลากเมนูจีน หอเจี๊ยะ ที่ “ภัตตาคารแต้จิ๋ว หูฉลาม”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 กุมภาพันธ์ 2548 18:56 น.
บรรยากาศ“ภัตตาคารแต้จิ๋ว หูฉลาม” โออ่า กว้างขวาง
       “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” “ผู้จัดการตระเวนกิน”เอ่ยคำทักทาย สวัสดีปีใหม่จีน (ตรุษจีน) ที่จะมาถึงในวันที่ 9 ก.พ.นี้ กับบรรดาแฟนานุแฟน
      
       สำหรับตรุษจีนที่จะมาถึงนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” มีอั่งเปาซองโตมาฝากแฟนๆ แต่ไม่ใช่อั่งเปาตังค์ที่ได้รับไปแล้วตุงกระเป๋าแต่อย่างใด กลับเป็นอั่งเปาที่ได้รับแล้วเกิดอาการตุง (ท้อง) แทน เพราะว่าเราจะพาไปเจี๊ยะอาหารจีน ที่ “ภัตตาคารแต้จิ๋ว หูฉลาม” เข้ากับบรรยากาศตรุษจีนที่จะมาถึงนี้
ติ่มซำหลายรายการ
       ที่เราเลือกพามาเจี๊ยะอาหารจีนที่ “ภัตตาคารแต้จิ๋ว หูฉลาม” นี้ ก็เพราะว่าด้วยเรื่องของบรรยากาศที่ร้านนี้ โออ่า กว้างขวาง ตัวร้านมี 2 ชั้น มีมุมให้เลือกนั่งได้อย่างสบายอารมณ์ และมีห้องวีไอพีหลายห้อง ไว้คอยบริการสำหรับผู้ที่ชอบความเป็นส่วนตัว หรือไว้จัดเลี้ยง (ไม่คิดค่าเซอร์วิสชาร์จ) และที่สำคัญอาหารจีนของที่นี่ที่มีให้เลือกเจี๊ยะหลายอย่าง เป็นอาหารจีนที่เน้นสไตล์แต่จิ๋วเป็นหลัก และสไตล์อื่นๆ มีซีฟู้ดสดๆ และก็ติ่มซำ รวมทั้งพวกเป็ดปักกิ่ง หูฉลาม ซึ่งแต่ละเมนูอาหารของที่นี่จะเน้นคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพดีมาปรุงเป็น อาหาร
      
       โอ๊ย!! เดี๋ยวจะหาว่าเราพล่ามมากไป หลายๆ คนอาจจะอยากรู้แล้วว่าเมนูอาหารของที่นี่ที่ว่าเด็ดๆ นะมีอะไรกันบ้าง งั้นไม่ให้เป็นการเปลืองหน้ากระดาษไปมากกว่านี้ ตาม “ผู้จัดการตระเวนกิน” ไปเจี๊ยะกันเลย
กระเพาะปลาผัดแห้ง
       มื้อนี้เราเริ่มต้นอุ่นเครื่องกันที่ ติ่มซำ ซึ่งที่นี่มีให้เลือกมากกว่า 27 รายการ เอาเท่าที่เราคัดสั่งแต่เด็ดๆ มาก็มี ขนมจีบกุ้ง (60 บาท) สาหร่าย (60 บาท) ไส้ครีมทอด (50 บาท) ฮะเก๋า (60 บาท) กรรเชียงปู (75 บาท) ก๋วยเตี๋ยวหลอดหอยเชลล์ (60 บาท) ติ่มซำแต่ละอย่างล้วนทำสดๆ นึ่งมาร้อนๆ หอเจี๊ยะทุกอย่าง ซึ่งถ้าใครมากินติ่มซำที่นี่เลือกกินแบบบุฟเฟ่ต์ก็เข้าท่า เพราะคุ้มค่าราคาเพียง 350 บาท เจี๊ยะได้ไม่อั้นเลย
      
       หลังจากอุ่นเครื่องแล้ว ก็เดินหน้าเต็มพิกัดกับอาหารจานหลัก ที่กระเพาะปลาผัดแห้ง (จานเล็ก 300, ใหญ่ 500 บาท) เป็นกระเพาะปลาแท้ๆ นำมาผัดกับกุ้งตัวใหญ่ และปรุงรสด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ผัดให้ทุกอย่างเข้ากันจนแห้งๆ แล้วใส่ต้นหอมผัดเคล้ากันอีกที กระเพะปลาจานนี้จะออกแห้งๆ ไม่ค่อยมัน ส่งชิ้นกระเพะปลาเข้าปากได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำซอส และพอเคี้ยวกระเพาะปลาสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มของกระเพาะปลาและรสชาติของ น้ำซอสรสกลมกล่อมที่ซึมอยู่ในกระเพาะปลา
      
       ตามมาด้วยจานเด็ดสุดยอดของที่นี่ ใครมาแล้วไม่สั่งมาหม่ำเป็นไม่ได้ หูฉลามน้ำแดง (หม้อละ 500, 800, 1,200 บาท) เป็นหูฉลามเกรดเอปรุงด้วยน้ำซุปไก่ที่เคี่ยวจนข้น ใส่เห็ดหอม และเนื้อปู จัดเสิร์ฟมาแบบร้อนๆ เดือดปุดๆ มีผักชีและถั่วงอกให้ใส่เสริมกินคู่กัน รสชาติของหูฉลามของที่นี่เด็ดสะระตี่ตรงที่น้ำซุปที่เข้มข้น กลมกล่อมลิ้น และหูฉลามเป็นชิ้นๆ ไม่มีกระดูกติดเลย หม่ำแล้วนุ่มนิ่มลื่นคอ
หูฉลามน้ำแดง
       เป็ดปักกิ่ง (ตัวละ 700 บาท) อีกหนึ่งเมนูเด็ดของทางร้าน ที่เป็นที่นิยมของลูกค้า เป็นเป็ดปักกิ่งที่ใช้เป็ดเชอรี่น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 3 กก. ทำเป็นเป็ดปักกิ่ง ผ่านขั้นตอนการทำที่พิถีพิถัน จนได้เป็ดปักกิ่งที่เวลาแร่หนังออกเป็นชิ้นๆ จะได้หนังเป็ดที่กรอบ เวลากินจะกินคู่กับแผ่นแป้งที่นึ่งมาร้อนๆ คลี่แผ่นแป้งออกแล้ววางหนังเป็ดลงไป ใส่ต้นหอม แตงกวา ราดซอสตามและม้วนให้เป็นคำ เคี้ยวกร้วมทั้งคำ แป้งนุ่มหอม หนังเป็ดกรุบกรอบ น้ำซอสหวานผสมกลมกลึงเข้ากัน จนต้องรีบม้วนคำต่อไปตามเข้าปาก
เป็ดปักกิ่ง
       นกพิราบทอด (ตัวละ 370 บาท) เมนูนี้เด็ดแปลก สำหรับใครที่ไม่เคยหม่ำนกแนะนำว่าไม่ควรพลาดสั่ง เป็นนกพิราบที่สั่งตรงมาจากฮ่องกงโดยเฉพาะ ผ่านกรรมวิธีการล้างที่สะอาดและลวกจนสุก ก่อนนำมาต้มกับน้ำพะโล้ให้ซึมลึกถึงตัวนก จากนั้นนำมาผึ่งลมให้แห้ง แล้วนำลงทอดในน้ำมันจนหนังกรอบ เสิร์ฟคู่กับข้าวเกรียบทอดกินแกล้มกัน และน้ำจิ้มที่เป็นพริกไทยกับเกลือและผงพะโล้ และซอสเปรี้ยว ความเด่นของนกพิราบทอดจานนี้อยู่ที่หนังจะกรอบ และเนื้อก็นุ่มแน่นไม่เหนียว ไม่สาป
      
       เท่านี้ยังไม่พอสำหรับอาหารของที่นี่ยังมีอีกหลายเมนูที่น่าหม่ำ อาทิ หูฉลามพระกระโดดกำแพง (ถ้วยละ 1,300 บาท) ปลาบู่นึ่งซีอิ้ว (คิดตามน้ำหนักปลาขีดละ 100 บาท) ก้ามปูอบวุ้นเส้น (ก้ามละ 250, 300, 400 บาท) เป๋าฮื้อเจี๋ยน (ราคาเริ่มต้นที่ 800 บาท)
      
       เป็นยังไงกันบ้างสำหรับอั่งเปาที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เอามาฝากกัน คงจะถูกใจนักหม่ำทั้งหลายไม่มากก็น้อยใช่ไหม แต่ถ้าขืนมัวแต่มานั่งอ่านแล้วไม่ได้ไปลองตระเวนเจี๊ยะเองแล้วละก็ คงได้แต่น้ำลายสอที่มุมปาก เพราะอาหารที่ “ภัตตาคารแต้จิ๋ว หูฉลาม” นี้หอเจี๊ยะจริงๆ ไม่เชื่อก็ลองไปเจี๊ยะกัน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       “ภัตตาคารแต้จิ๋ว หูฉลาม” ตั้ง อยู่ที่ 888/14 ชั้น 1 อาคารแกรนด์ไดมอนด์ ประตูน้ำ ถ.เพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. เปิดทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. และ 17.30-22.30 น. ถ้าจะมาวันศุกร์-อาทิตย์ ควรโทรศัพท์จองโต๊ะล่วงหน้าก่อนที่เบอร์ 0-2656-6555

ดินเนอร์ใต้ต้นไม้ในสไตล์บาหลี ที่ “บาหลี การ์เด้น”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กุมภาพันธ์ 2548 17:05 น.
บรรยากาศร้านร่มรื่นท่ามกลางแมกไม้
       วันวาเลนไทน์ที่ใกล้จะมาถึงนี้ มีร้านอาหารดีๆ ที่จะพาคนรักไปดินเนอร์กันหรือยัง ถ้ายัง “ผู้จัดการตระเวนกิน” ขอพาไปร้านที่มีบรรยากาศดีๆ มีสิ่งที่น่าสนใจไม่ซ้ำแนวใคร กับร้านที่ชื่อว่า “บาหลี การ์เด้น” ที่หากเข้าไปสัมผัสข้างใน จะรู้สึกคล้ายกับหลุดเข้าไปอยู่ในเกาะบาหลีเลยทีเดียว
      
       เริ่มตั้งแต่พนักงานทุกคนจะสวมใส่ชุดแบบชาวบาหลีมาคอยต้อนรับ สถานที่ตกแต่งด้วยน้ำพุ รูปปั้น หินแกะสลัก วางอยู่ทุกมุม ซึ่งบางตัวก็สั่งตรงมาจากบาหลีโดยเฉพาะ แถมยังมีต้นไม้เต็มไปหมด
      
       นอกเหนือจากบรรยากาศร้านที่ร่มรื่นเย็นสบายแล้ว ถ้าว่าถึงอาหารแล้วก็ต้องยกนิ้วให้ในไอเดียที่โดดเด่น เพราะอาหารที่นี่เป็นแนว “ฟิวชั่น” คือการผสมผสานอาหารไทยกับอาหารต่างชาติ ที่ให้รสชาติและหน้าตาการจัดแต่งอาหารเป็นความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
ก๋วยเตี๋ยวป่าบาลินี่
       “ผู้จัดการตระเวนกิน” ไม่รอช้าเลือกเปิดเมนูแรกด้วย ก๋วยเตี๋ยวป่าบาลินี่ (100 บาท) ฟังชื่อแล้วก็นึกว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวที่เป็นเส้นๆ อยู่ในน้ำข้นขลุกขลิก แต่ปรากฏว่าหน้าตาคล้ายๆเมี่ยง คือเป็นอกไก่หนานุ่มปรุงรสด้วยเครื่องเทศ ผัดเข้ากับเห็ดหอมแล้วห่อด้วยแผ่นก๋วยเตี๋ยว ก่อนจะนำไปนึ่งอีกรอบ ราดด้วยซอสสูตรพิเศษของร้าน รสชาติออกเปรี้ยวๆ หวานๆ ถูกปากดีแท้
      
       จานถัดมาเป็น กุ้งกระหรี่หมี่กระเทียม (220 บาท) จานนี้เป็นกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ทอดกรอบ เนื้อแน่นกำลังดี ราดด้วยน้ำที่มีส่วนผสมของผงกระหรี่ นมสด และเครื่องเทศสมุนไพรอีกหลายอย่าง เสิร์ฟมาพร้อมกับสปาเก็ตตี้เส้นเล็กผัดกระเทียม รสชาติจานนี้เด่นที่กุ้งออกหวานมัน หอมนมสด เส้นสปาเก็ตตี้นุ่มหอมกระเทียม
      
       ตามมาด้วย แกงส้มไข่ปลาเรียวเซียวสาหร่ายทะเล (240 บาท) ปกติปลาเรียวเซียวนี่ก็ทำแกงส้มได้อร่อยเด็ด แต่อย่างว่าร้านนี้ไม่เหมือนใคร จึงใช้เฉพาะไข่ปลาเม็ดกลมๆ ใหญ่ๆ แล้วใช้เนื้อปลากะพงและสาหร่ายทะเล มาทำเป็นแกงส้ม ถึงจะดูหน้าตาแปลกๆ แต่รับรองรสชาติเปรี้ยวแซบถึงใจ
กุ้งกระหรี่หมี่กระเทียม
       หลังคาบาหลี (120 บาท) จานนี้เด่นด้วยของกินสารพัน นอกจากข้าวเหลืองที่หอมหวนด้วยกลิ่นของผงกะหรี่และกะทิ ยังมีกุ้งตัวพอเหมาะทอดกับกระเทียมกลิ่นหอมกรุ่น ไข่ต้มผ่าซีกน่ากิน เต้าหู้ทอดชุบไข่ พร้อมผักบุ้งดองรสเปรี้ยวจี๊ด และซอสผงกะหรี่สูตรเด็ดของร้าน
      
       ปิดท้ายที่ แซลมอน 2 ทวีป (200 บาท) ปลาแซลมอนสดม้วนพอดีคำ ราดมาด้วย 2 น้ำซอสสูตรเด็ด สีสันสดใสชวนให้สงสัยว่าสองทวีปนี้ต่างกันอย่างไร ปรากฏว่าทวีปเขียวรสชาติเปรี้ยวนำ ส่วนทวีปเหลืองออกรสเผ็ดปลายลิ้น แต่ถ้าจะแทนว่า 2 สี 2 ทวีปนี้จะเป็น เอเชีย แอฟริกา อเมริกา หรือยุโรป ก็ต้องไปลองลิ้มกันเอง
หลังคาบาหลี
       ถึงจะอิ่มแสนอิ่ม แต่ก็ขอเหลือบไปดูเมนูอื่น เผื่อไว้ครั้งหน้าพาคนรู้ใจมาอีก เห็นมีเมนูแนะนำ ปลากะพงหลงทาง (240 บาท) เป็นปลากะพงทอดกรอบ ราดด้วยน้ำยำสมุนไพร ต้มแดงแกงจืด (200 บาท) กุ้งแม่น้ำตัวโต ในน้ำต้มยำสมุนไพรและยอดมะพร้าวอ่อน สีสัน ร้อนแรง เป็ดนุ่มบาลีนี่ (180 บาท) เนื้ออกเป็ดเสิร์ฟกับซอสมะขาม
แซลมอน 2 ทวีป
       และถ้าสังเกตจะเห็นว่าอาหารทุกจานจะตกแต่งด้วยดอกลีลาวดี ซึ่งถ้าใครอยากกินก็มี ลีลาวดีชุบแป้งทอด (60 บาท) ที่ออกจะแปลกแต่ว่ากินได้จริงๆ ให้ลองสั่งมากินกัน และก็มีเมนูอื่นๆ อีกเกือบร้อยรายการ แต่สำหรับใครที่อาจจะมีเมนูแปลกใหม่อยู่ในใจ ที่นี่ เขาก็มี เมนู Up to you ที่เรียกว่าให้เราสั่งได้ตามความต้องการ ซึ่งถ้าพ่อครัวสามารถทำได้ ก็จะได้กินเมนูนั้นสมใจอยาก
พนักงานสาวมาในชุดบาหลีพร้อมเครื่องดื่มดีๆ หลากรสชาติ
       สำหรับ “ผู้จัดการตระเวนกิน” แล้วขอบอกได้เลยว่ามื้อนี้ถูกใจขนาดกับการมาตระเวนกิน ที่ร้าน “บาหลี การ์เด้น” เพราะได้อิ่มกับอาหารและดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบบาหลีๆ จึงอยากจะแนะนำให้แฟนๆ มาลองตระเวนกินกันดูบ้าง เอาเป็นว่าถือโอกาสวันวาเลนไทน์นี้ ควงแขนคนรู้ใจ มาสวีทกันสองต่อสองรับรองประทับใจไม่รู้ลืม
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “บาหลีการ์เด้น” ตั้งอยู่ที่ถนนศรีนครินทร์ เลยโรงแรมโนโวเทล บางนา ประมาณ 300 เมตร ร้านอยู่ด้านซ้ายมือ แต่ถ้ามาทางถนนบางนา-ตราด เลยห้างเซ็นทรัล บางนา ประมาณ 3 กม. เลี้ยวซ้ายใต้ทางด่วน ร้านอยู่ด้านขวามือ ร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-24.00 น. มีที่จอดรถสะดวกสบาย โทร. 0-2743-0901-2