homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

"เลอกรอง ล้านนา" หรูหรา น่านั่ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 ตุลาคม 2547 13:17 น.
“ห้องเจดีย์” หนึ่งในห้องแบบส่วนตัวที่จัดเสิร์ฟเฉพาะอาหารฝรั่งเศสเท่านั้น
       ดูเหมือนว่าลมหนาวจะเริ่มพัดผ่านมาแล้ว อากาศบ้านเราเลยเริ่มเย็นขึ้น และอากาศเย็นๆ แบบนี้ทีไร ทำเอา "ผู้จัดการตระเวนกิน" นึกถึงเชียงใหม่เสียทุกที เพราะหนาวครั้งใด ถ้าได้ไปเชียงใหม่แล้วมันสุขใจ ได้ทั้งเที่ยว ทั้งกิน อิ่มอกอิ่มใจนักละ
      
       เหมือนที่คราวนี้พอลมหนาวพัดมา เราก็มีโอกาสไปรับลมหนาวที่เชียงใหม่ก่อนใครเพื่อน ซึ่งการไปครั้งนี้ไม่ได้ไปเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวอย่างเดียว สำหรับนักกินตัวยงอย่างเราแล้วละก็ต้องตระเวนหาอาหารเหนือแต้ๆ มาชิมกันสักหน่อย มื้อนี้เราจึงไปตระเวนหม่ำอาหารเหนือให้สมใจอยากกันที่ร้าน "เลอกรอง ล้านนา"
       

บรรยากาศด้านนอกระเบียงไม้นั่งหม่ำอาหารรับลมเย็นสบายๆ
       "เลอกรอง ล้านนา" ชื่อออกจะแปลกหูสักหน่อย คำว่าเลอกรองนั้นเป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึงความยิ่งใหญ่ ตระการตา ส่วนล้านนา หมายถึง อารยธรรมล้านนานั่นเอง เมื่อรวมกันเข้าจึงหมายถึง “ความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมล้านนา”
       

       ซึ่งที่นี่ก็ใหญ่โออ่ากว้างขวางสมชื่อจริงๆ ด้วยพื้นที่กว่า 40 ไร่ ถูกจัดสรรพื้นที่ได้อย่างเหมาะเจาะ ลงตัว ด้วยสไตล์การตกแต่งแบบล้านนาเมืองเหนือร่วมสมัย บรรยากาศโดยรวมดูร่มรื่นสบายๆ มีสวนหมาก และต้นไม้หลากหลายพันธุ์ขึ้นครึ้มไปหมด
      
       สำหรับใครถ้ามานั่งหม่ำอาหารที่นี่แล้วต้องการความเป็นส่วนตัวทางร้านเขาก็จัดห้องไว้คอยให้บริการถึง 6 ห้องด้วยกัน คือ ห้องโคโลเนียล ห้องไดอาน่า ห้องช่อฟ้า ห้องอังคาร ห้องเจดีย์ และห้องคิงส์ ซึ่งทุกห้องจะมีความเป็นส่วนตัวสูง ถูกตกแต่งไว้อย่างงดงามทุกห้อง และมีความแตกต่างกัน เพื่อมีทางเลือกให้ลูกค้าได้เลือกนั่งตามความชอบใจ
ออเดิร์ฟเมือง
       ส่วนถ้าใครชื่นชอบแบบสัมผัสบรรยากาศธรรมชาตินั่งหม่ำอาหารรับลมเย็นๆ ก็มีโต๊ะนั่งตามแนวระเบียงไม้ให้เลือกนั่งเช่นกัน หรือจะเป็นลานสระบัวด้านล่างร้านก็ชวนนั่งไม่แพ้กัน
      
       นี่ขนาดพื้นที่สำหรับนั่งหม่ำอาหารยังมีห้องอาหารให้เลือกนั่งตั้ง หลายห้อง หลายบรรยากาศ เรื่องอาหารของที่นี่ไม่ต้องพูดถึง มีทั้งอาหารให้เลือกสั่งมาหม่ำอยู่หลายรายการเหมือนกัน เอาเท่าที่ทางร้านแนะนำว่ามาแล้วไม่ควรพลาดสั่งมาขึ้นโต๊ะก็มี
แกงผักปั๋งใส่จิ้นส้ม
       ออเดิร์ฟเมือง (220 บาท++) เป็นออเดิร์ฟที่พร้อมสรรพไปด้วยอาหารเมืองเหนือแต้ๆ มีทั้ง หมูย่าง หมูยอ แหนมสด ไส้อั่ว แค๊บหมูแบบติดมัน และที่สำคัญมีน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง ให้เลือกจิ้มกิน แถมมีผัดต้มอย่างข้าวโพดอ่อน ดอกกะหล่ำ ให้กินแกล้มเข้ากัน แค่กินออเดิร์ฟจานนี้เล่นเอาหนักท้องเหมือนกัน
      
       แกงผักปั๋งใส่จิ้นส้ม (180 บาท++) ดูชื่อแปลกๆ แต่ว่าเป็นอาหารพื้นเมืองของชาวเหนือ ผักปั๋งที่ว่าเป็นผักพื้นบ้าน ส่วนจิ้นส้มก็คือ แหนมนั่นเอง เป็นการนำเอาผักปั๋งมาต้มกับจิ้นส้มเหมือนแกงจืดภาคกลางนั่นเอง รสชาติจะออกเปรี้ยวนิดๆ จากจิ้นส้ม และผักหวานสดกรอบ ซดน้ำแกงร้อนๆ ชุ่มคอดีแท้
      
       แกงฮังเลหมู (200 บาท++) ถ้าไม่สั่งมาหม่ำเหมือนมาไม่ถึงเมืองเหนือ เป็นแกงใส่เครื่องเทศทั้งกระเทียมดอง ขิงสด ถั่วลิสง และหมูที่เลือกเอาแต่หมูเนื้อแดงล้วนๆ ไม่มีมัน มาตุ๋นรวมกับเครื่องเทศออกน้ำคลุกคลิก รสชาติออกหวานนำเข้มข้น เนื้อหมูเปื่อยนุ่ม คลุกกินกับข้าวสวยร้อนๆ ลำนักๆ
แกงฮังเลหมู
       รายการอาหารที่นำเสนอมานี่ถือว่าเป็นแค่ส่วนน้อยที่มีอยู่ในเมนู เพราะว่ายังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าหม่ำอีกเยอะ อาทิ แกงแคไก่ (180 บาท++) ต้มยำมะพร้าวอ่อน (310 บาท++) ปลาแซลมอลแช่น้ำปลา (350 บาท++) แพนงกุ้ง (390 บาท++) ต้มข่าไก่ (280 บาท++) กุ้งดอย (250 บาท++)
      
       ก็ถ้าใครมีโอกาสได้มาแอ่วเชียงใหม่ แล้วอยากจะหม่ำอาหารพื้นเมืองเหนือ พร้อมกับสัมผัสบรรยากาศความเป็นล้านนาแล้วละก็ มาที่ "เลอกรอง ล้านนา" แห่งนี้แล้วไม่มีคำว่าผิดหวัง เพราะอาหารก็รสชาติถูกลิ้น บรรยากาศก็สบายชวนนั่ง "ผู้จัดการตระเวนกิน" เองหลังจากมื้อนี้อันอิ่มหนำ บอกได้เลยว่า ถ้ามีโอกาสมาแอ่วเชียงใหม่อีกเมื่อไหร่ จะปิ๊กมาที่ "เลอกรอง ล้านนา" อีกกะเจ้า
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
       
       "เลอกรอง ล้านนา" (Le Grand Lanna) ตั้งอยู่ที่ 51/4 หมู่ 1ถ.เชียงใหม่-สันกำแพง ต.ท่าศาลา อ. เมือง จ.เชียงใหม่ การเดินทางสะดวกอยู่ห่างจากสนามบินเชียงใหม่เพียง 11 กม. ใช้เวลาขับรถ 10 นาทีก็ถึงร้าน หรือถ้ามาจากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น เปิดบริการทุกวันเวลา 11.00-22.00 น. แต่สามารถนั่งต่อได้ถึง 23.00 น. ซึ่งถ้าใครจะมานั่งหม่ำอาหารที่นี่แนะนำว่าโทรจองก่อนล่วงหน้าจะดีที่เบอร์ 0-5388-8888

สรวลเสเฮฮา ที่ “บัดดี้ เบียร์”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤศจิกายน 2547 12:08 น.
บรรยากาศภายในร้าน “บัดดี้ เบียร์” มีหลายมุมให้เลือกนั่งตามใจชอบ
       เอ้า!! ชนแก้วกันหน่อย.............พร้อมกับเสียงหัวเราะสรวลเสเฮฮาของบรรดาเหล่านักดื่มทั้งหลาย ที่มาร่วมก๊วนตระเวนกินกับ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ในครั้งนี้ เสียงดังเป็นระยะไม่ขาดสาย
      
       มื้อนี้ดูเหมือนจะเป็นมื้อที่แฮปปี้สุดๆ ก็ว่าได้ เพราะว่าแหม!! ต้นเดือนอย่างนี้ เงินมันตุงกะเป๋าเลยนัดบรรดาเพื่อนเก่าๆ มาสังสรรค์ฉลองเงินเดือนออกกันสักหน่อย แล้วก็เลยไม่ขอไปกินไกลที่ไหน เอาแบบสะดวกเราใกล้ๆ ที่ทำงานแถวถนนข้าวสารนี่ละเป็นดี
สลัดกุ้งผลไม้
       “บัดดี้ เบียร์” จึงเป็นร้านที่เราเลือกมาสังสรรค์กันในมื้อนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ร้านนี้น่านั่ง มีโซนให้เลือกนั่งหลายมุม เหมาะนักสำหรับคนที่มีหลายใจอย่างเรา (เอ้ย!! ไม่ใช่) อย่างถ้าใครชอบฟังดนตรี ก็มีมุมเปียโนที่บรรเลงเพลงสากลเก่าๆ ให้ฟัง ซึ่งจะเล่นตั้งแต่ 12.00-18.00 น. หลังจากนั้นก็จะเป็นการเปิดแผ่นของดีเจ เปิดเพลงสากลสนุกสนาน ตั้งแต่ 18.00-01.00 น.
หอยนางรมอบชีส
       หรือถ้าใครชอบแบบกินไปเล่นไป หมายถึงเล่นพลูนะ เขาก็มีโต๊ะพลูถึง 2 โต๊ะไว้คอยบริการ และก็มีมุมเบเกอรี่ด้วยอีกต่างหาก เผื่อใครเบื่อดื่มแอลกอฮอล์ ก็ดื่มชา กาแฟได้ และมุมเด่นที่สุดเห็นจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่ใจกลางร้าน ที่มีเครื่องดื่มให้เลือกสั่งแบบฟูลออปชั่นกันเลย
      
       ด้านอาหารของที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้เรื่องบรรยากาศ มีทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่งหลายหลากเมนู แค่ขอเมนูมาเปิดดูก็เลือกสั่งกันไม่ถูกแล้ว ก็เลยต้องขอให้ทางร้านช่วยแนะนำเมนูเด็ดๆที่น่าหม่ำ เอาแบบลูกค้าชอบสั่งมากินเยอะๆ เพราะติดใจในเรื่องรสชาติอาหารก็มี
      
       สลัดกุ้งผลไม้ (80 บาท) เป็นสลัดผลไม้ที่เสิร์ฟมาเก๋ไก๋ในกระทงแป้งขนมปัง ระดมผลไม้หลายชนิดใส่มาในกระทงมีทั้ง แอปเปิ้ล องุ่นเขียว สับปะรด แคนตาลูป ฝรั่ง และทีเด็ดอยู่ตรงที่มีกุ้งแชบ๊วยต้มสุกใส่มาด้วย ส่วนน้ำสลัดที่ราดมาเป็นน้ำสลัดครีมข้นมายองเนสผสมกับไข่ รสชาติน้ำสลัดออกเปรี้ยวอมหวานผสานกับผลไม้สดกรอบคลุกเคล้าเข้ากันดี
      
       หอยนางรมอบชีส (120 บาท) เป็นหอยนางรมตัวโตสดๆ ลวกจนสุก แล้วมีน้ำซอสครีมที่ทำด้วยไวท์ซอส โยเกิร์ต โปะหน้าอบจนพอสุก แล้วเอาออกมาโรยหน้าด้วยชีสอีกที แล้วนำไปอบจนชีสสุกได้ที่ ออกมาเป็นหอยนางรมอบชีสหน้าตาน่ากิน และมีขนมปังกระเทียมให้กินแกล้มคู่กัน เนื้อหอยนางรมหวานสดไม่คาว ได้รสชาติของน้ำซอสครีมที่ซึมถึงเนื้อหอยบวกกับความหนืดของชีส
แซลมอนสเต็ก
       แซลมอนสเต็ก (250 บาท) สเต็กจานนี้ขายดี ถูกใจคนชอบกินปลา เพราะเป็นเนื้อปลาแซลมอนชิ้นโตมาก ที่นำมาย่างจนได้ที่ เสิร์ฟพร้อมกับผักโขมผัดเนยราดด้วยชีส และมันฝรั่งต้มทาเนย ปลาแซลมอนเนื้อแน่นหวาน ผักโขมไม่ขมอย่างที่คิดออกมันๆ กินแกล้มกับเนื้อปลาเข้ากัน
      
       ขาหมูบาวาเรี่ยน (140 บาท) ขาหมูจานนี้กินแล้วไม่อ้วนนัก เพราะทางร้านคัดแต่ขามหมูส่วนน่อง เพราะมีแต่เนื้อล้วนๆ แล้วนำมาทอดจนเหลืองกรอบสุกทั้งข้างในข้างนอก ราดด้วยน้ำซอสมายองเนสผสมมะเขือเทศ หั่นเนื้อขาหมูส่งเข้าปาก สัมผัสได้ถึงความกรอบนอกแต่นุ่มในของเนื้อขาหมู ส่วนน้ำซอสที่ราดมาออกเปรี้ยวนำหวานตาม ช่วยตัดความเลี่ยนของขาหมูได้ดี
ขาหมูบาวาเรี่ยน
       แกงส้มยอดมะพร้าวกุ้ง (100 บาท) เมนูไทยๆ ที่ลูกค้าติดใจชอบสั่ง ตรงที่เป็นแกงส้มใส่กุ้งแชบ๊วยตัวโต และที่สำคัญใส่ยอดมะพร้าวสดๆ มาด้วย ส่งให้แกงส้มถ้วยนี้ รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องแกงส้ม ออกเปรี้ยวนำ และเผ็ดร้อนถึงใจ ซดน้ำแกงส้มร้อนๆ ส่งยอดมะพร้าวใส่ปากเคี้ยวกรุบกรอบดีแท้
      
       อาหารที่เอ่ยมานี่ เป็นแค่หนึ่งในส่วนของเมนูทั้งหมดที่มีและที่เราสั่งมากินกัน แต่ถ้าใครมาที่นี่แล้วอยากสั่งอย่างอื่นมากินอีกก็มี ไส้กรอกรวมย่าง (250 บาท) พล่าปลาช่อน (180 บาท) แกงเขียวหวานเนื้อ/หมู พริกขี้หนูโรตี (90 บาท)
      
       ก็ถ้าใครเกิดนึกอยากจะมาสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง เหมือนอย่างมื้อนี้ของ “ผู้จัดการตระเวนกิน” บ้าง ก็ลองชวนกันมาที่ “บัดดี้ เบียร์” นี้ดู ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศการพูดคุย มาลิ้มรสอาหารรสชาติใหม่ๆ มาเฮฮาตามประสาเพื่อนฝูงกันไป ทั้งกิน ทั้งเม้าท์กันให้กระจาย คงไม่มีอะไรสนุกสนานเท่านี้อีกแล้วว่าไหม!!
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       
“บัดดี้ เบียร์” (Buddy Beer) ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ของ ตึกบัดดี้ ลอดจ์ ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 0-2629-4477, 0-2629-4499

SAMURAI…ไฮ้! ญี่ปุ่นแท้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤศจิกายน 2547 11:24 น.

บรรยากาศสบายสไตล์ญี่ปุ่นของร้าน “SAMURI”
       มีคนเคยบอก “ผู้จัดการตระเวนกิน” ว่า อาหารญี่ปุ่นของแท้นั้นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แต่มร.นาโอะฟูมิ ซาโต้ หนุ่มแดนปลาดิบที่มาเที่ยวเมืองไทยเมื่อหลายปีก่อนบอกว่าแวะไปชิมอาหาร ญี่ปุ่นหลายที่ในเมืองไทยแล้วบอกได้คำเดียวว่า...นี่ไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นของ แท้
      
       เพราะความอร่อยนั้นมาจากความหวานสดของวัตถุดิบจากธรรมชาติ แต่ตอนนี้อาหารญี่ปุ่นกำลังถูกบิดเบือนด้วยสารปรุงแต่งและสารเคมีจนเป็น อันตรายต่อสุขภาพไปแล้ว
      
       ว่าแล้วคุณซาโต้ก็อดรนทนไม่ได้จนต้องมาเปิดร้าน “SAMURAI” ที่เมืองไทยเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารแท้ของญี่ปุ่นให้คนไทยได้ลิ้มลองกัน
      
       ความอร่อยของร้าน SAMURAI จึง เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบที่สด สะอาดและปลอดสารพิษ อาทิ เนื้อปลาคัดสด ๆ ผักHarmony กางมุ้งมาจากโคราช เนื้อหมูอนามัย ไก่บ้านที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ปูอัดจากญี่ปุ่นที่ไม่ใส่สี เป็นต้น แถมได้เชฟชาญชัย ที่เคยอยู่กับเชฟญี่ปุ่นมาหลายแห่ง อาทิ นิปปอนไต และฮานาย่า มาแล้ว อาหารแต่ละจานจึงกลายเป็นสไตล์ฟิวชั่นทันสมัย
แคลิฟอร์เนียมากิ ที่ใช้ไข่ปลาของแท้
       แน่นอนว่าวัตถุดิบเหล่านี้ต้องมีราคาแพง แต่สนนราคาของอาหารในร้านนี้เริ่มต้นที่ 80 บาท จนถึง 400 บาท ในย่านสยามสแควร์แล้วถือว่าราคานี้รับกันได้
เอบิชีส กับซอสถั่วแระ น่ากิน
       เมนูอร่อยที่ลองสั่งมาลิ้มลอง จานแรกเอบิชีส ( 180 บาท ) จานนี้เห็นแล้วน่ากินมากใช้ฟองเต้าหู้มาพันกับชีส แล้วหุ้มตัวกุ้งสดอีกทีนำไปทอดกรอบนอกนุ่มใน ทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่ “ซอสถั่วแระ” คือนำถั่วแระไปบดให้ละเอียดแล้วเคี่ยวกับนมสดจนกลายเป็นครีม หอม ๆ มัน ๆ
      
       อีกจานเป็นออร์เดิร์ฟที่เรารู้จักกันนั่นคือ เกี๊ยวซ่า แต่ขอบอกว่าไม่เหมือนร้านไหน เพราะเกี๊ยวซ่าของที่นี่ใช้มะเขือม่วงแทนแผ่นเกี๊ยว เริ่มจากใช้หมูบดมาปรุงรสแล้วห่อด้วยมะเขือม่วง นำไปชุบแป้งเทมปุระทอดให้กรอบกำลังดีคือเนื้อมะเขือกำลังกินไม่เละคาปาก
      
       ถ้าจะทอดสอบความสดของอาหารญี่ปุ่นต้องสั่งจานนี้ ซาซิมิ ( 400 บาท ) มีแซลมอน กุ้ง ปลาไหล ปลาตาเดียว ปลาทูน่า อย่างละ4 – 5 ชิ้น กัดเข้าไปคำแรกจะลิ้มรสของความหวานจากเนื้อสดได้ ถ้าใครชอบเผ็ดให้จิ้มวาซาบิสดที่ต้องสั่งมาต่างหากในราคา 50 บาท เพราะที่นี่ใช้วาซาบิสดกิโลกรัมละ 6,000 บาทของจริงมาจากญี่ปุ่นฝนให้ดูกันเลย
ซาซิมิ เมนูนี้โชว์ความสดรสอร่อย
       ไปร้านนี้ห้ามพลาด แคลิฟอร์เนียมากิ เด็ดขาด เพราะไม่เหมือนใครตรงที่”ไข่กุ้ง”ที่ คลุกมานั้น คุณซาโต้บอกว่าไข่กุ้งสีแดงเป็นลูกขนาดเท่าปลายก้อยนั้นแท้จริง คือไข่ปลาแล้วนำมาแช่สารเคมีให้พองเหมือนแช่ปลาหมึกกรอบแล้วแต่งสีด้วยสีส้ม เข้าไปหน่อยจะได้น่ากิน ถ้าอยากรู้ว่าไข่กุ้งที่ญี่ปุ่นเขากินกันอย่างไรก็ลองสั่งจานนี้ดู เป็นข้าวปั้นห่อด้วยปูอัด อโวคาโด และผักอื่นๆ คลุกเคล้าด้วยไข่ปลาเม็ดเล็ก ๆ ส่งเข้าปากไปคำเดียวค่อย ๆ เคี้ยวจะได้ความอร่อยสดของรสชาติข้าวปั้นของแท้
สเต็กสไตล์ญี่ปุ่น
       ร้านนี้ยังมีของอร่อยให้สั่งอีกมากมาย อาทิ สเต็กญี่ปุ่น( 180 บาท ) แซลมอนผัดหอยตลับ(180 บาท ) แบงคอกโรล ( 80บาท) หรือจะสั่งเป็นเซ็ทเมนูในราคาสบายกระเป่า อาทิ ชุดA มีอาหารจานละ 80 บาท 3 อย่างในราคา 190 บาทเท่านั้น
      
       บรรยากาศของร้านก็ทันสมัยแต่ยังคงความเป็นสไตล์ญี่ปุ่นคือเงียบและมีความเป็นส่วนตัวในอารมณ์สบาย ๆ
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       ร้าน “SAMURAI” มี 2 สาขา ใครอยากกินรสชาติญี่ปุ่นแท้ไปที่สุขุมวิท 39  ส่วนที่สยามซอย 5 รสชาติปรับให้เข้ากับลิ้นคนไทยหน่อย เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11.00 – 23.00 น. หรือโทรไปสอบถามที่02-250-1856

“Noodle’n More” สารพันก๋วยเตี๋ยว สไตล์ฮ่องกง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 ธันวาคม 2547 10:00 น.
บรรยากาศชวนนั่งหม่ำอาหารที่ ชั้น 3 ของร้าน “Noodle’n More”
       ป๊อก..ป๊อก...ป๊อก...ก๋วยเตี๋ยวมาแล้วจ้า..........
       

มุมโต๊ะติดกระจกนั่งหม่ำอาหารมองวิวด้านนอกด้วย
       เสียงพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวตะโกนร้องเรียกลูกค้าตามหมู่บ้าน ซึ่งก๋วยเตี๋ยวส่วนใหญ่ที่ขายนั้นก็จะเป็นพวกก๋วยเตี๋ยวหมู ลูกชิ้นธรรมดาๆ ทั่วๆ ไป ไม่มีความหลากหลายอะไรมากมายนัก
      
       ซึ่งผิดกับร้านก๋วยเตี๋ยวที่ชื่อว่า “Noodle’n More” ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ไปตระเวนหม่ำมา ร้านนี้เขามีก๋วยเตี๋ยวหลากหลายเมนูให้เลือกหม่ำ และเป็นก๋วยเตี๋ยวสไตล์ฮ่องกง ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ตรงที่เส้นบะหมี่ของที่นี่ทำเอง เป็นเส้นบะหมี่สไตล์ฮ่องกง ที่เส้นบะหมี่จะเส้นเล็ก เส้นร่วน เน้นไข่ ไม่ใส่แป้ง(มากจนเกินไป) ทำให้ได้เส้นบะหมี่ที่มีความสด เส้นไม่แฉะ เวลาเคี้ยวจะรู้สึกถึงความนุ่มๆ ของเส้น ออกเด้งๆ หนึบๆ
      
       “Noodle’n More” ร้านที่ว่านี้อยู่ตรงหัวลำโพงใกล้ๆ แค่นี้เอง ตัวร้านเป็นตึกแถว 3 ชั้น ที่มีสไตล์การตกแต่งร้านที่เชิญชวนน่านั่ง ชั้น 1 ถูกแบ่งเป็นพื้นที่ของครัวปิดครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นโต๊ะนั่ง เดินขึ้นมาชั้น 2 เป็นส่วนของพื้นที่นั่งทั้งหมด เป็นห้องกระจก มองเห็นวิวด้านนอกได้อย่างชัดเจน และที่พิเศษสุดเห็นจะเป็นชั้น 3 ที่เรียกว่าเป็นห้อง Tea room ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม โต๊ะเก้าอี้ โซฟาน่านั่ง เหมือนนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นบ้านตัวเองเลย
บะหมี่ปูผงกระหรี่
       เราจึงขอเลือกที่นั่งมุมโซฟานุ่มๆ พร้อมกับสั่งอาหารมาหม่ำกัน โดยขอเลือกให้ทางร้านช่วยแนะนำเมนูรายการเด็ดดวงของทางร้าน ที่ลูกค้ามาแล้วนิยมสั่งมาหม่ำกัน เริ่มกันที่บะหมี่ปูผงกระหรี่ (59 บาท) เมนูนี้ขอบอกว่าถูกใจคนชอบเครื่องเทศนิดๆ เป็นบะหมี่แห้ง ราดหน้ามาด้วย เนื้อปูสดๆ ลวกสุก และน้ำเครื่องปรุงผงกะหรี่เข้มข้น ที่ใส่หัวหอมใหญ่ ไข่ และเนย กลิ่นเครื่องเทศผงกระหรี่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลากินคลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นบะหมี่ คีบเส้นบะหมี่เข้าปากเคี้ยวเส้นนุ่มๆ เคล้ากับรสชาติปูผงกระหรี่ที่เข้มข้นเครื่องเทศดี
      
       เพิ่มดีกรีความเผ็ดของเครื่องเทศอีกนิด ที่เมนูนี้ บะหมี่กุ้งพริกไทยดำ (59 บาท) เป็นบะหมี่แห้งอีกเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่เป็นกุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ลวกสุก น้ำราดเป็นน้ำพริกไทยดำ ที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศพริกไทยดำ หอมใหญ่ และเนย รสชาติออกเผ็ดร้อนเครื่องเทศพริกไทยดำ ถูกปากคนชอบรสจัดนักละ
      
       ส่วนถ้าใครชอบแบบรวมมิตรใส่ทุกอย่าง ก็ต้องสั่งเมนูนี้ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งทุกอย่าง (80 บาท) ระดมใส่มาทั้ง เนื้อหมูแดง เนื้อเป็ดย่าง เนื้อปู เกี๊ยวกุ้งลูกขนาดกำลังดี และก็ที่ขาดไม่ได้ก็บะหมี่นั่นเอง แถมราดน้ำเป็ดมาให้ด้วย กินบะหมี่ชามนี้ชามเดียวสำหรับคนกินน้อยขอบอกว่าเล่นเอาอิ่มเชียวละ
บะหมี่กุ้งพริกไทยดำ
       แต่ถ้าคนกินมากแล้วยังไม่อิ่มก็ต่อด้วย เกี๊ยวกุ้งจัมโบ้ (น้ำ) (59 บาท) ชามนี้กันเลย ตัวเกี๊ยวกุ้งลูกโตมากๆ เป็นแป้งเกี๊ยวห่อด้วยไส้กุ้งกับมันหมูบด ที่คลุกกับเครื่องเทศและพริกไทย ใส่ผักกวางตุ้งมาด้วย ส่วนน้ำซุปนั้นเป็นน้ำซุปเห็ดหอม ซดน้ำซุปร้อนๆ เคี้ยวเกี๊ยวกุ้งคำโตตามไป รสชาติกลมกล่อมลิ้นนักเชียว
      
       นอกจากบะหมี่ที่เป็นเมนูหลัก และมนูเด็ดของที่นี่แล้ว ยังมีเมนูอาหารอื่นๆ อีกให้เลือกหม่ำ ซึ่งเป็นเมนูอาหารออกแนวจีนๆ ไม่ว่าจะเป็น ติ๋มซำ (เข่งละ 30 บาท) ที่มีให้เลือกหลายอย่าง อย่างที่อยากจะแนะนำให้ลองลิ้มกันก็มี ปลากะพงนึ่งซีอิ้ว เป็นปลากะพงยัดไส้กุ้ง ไข่ม้วนไส้กุ้ง เป็นไข่ที่ห่อด้วยไส้กุ้ง ขนมจีบกุ้งล้วน เป็นขนมจีบที่ใช้แผ่นเกี๊ยวหยก (สีเขียว) ข้างในเป็นไส้กุ้งล้วนๆ
บะหมี่เกี๊ยวกุ้งทุกอย่าง
       ซาลาเปาชั้น (20 บาท) ที่เป็นเนื้อแป้งซาลาเปา แบ่งเป็นชั้นๆ มีไส้ครีมสอดไส้ด้วยไข่เค็ม รสชาติออกหวานๆ จากไส้ครีม เนื้อแป้งซาลาเปาเคี้ยวนุ่ม หูฉลาม (250 บาท) กระเพาะปลาน้ำแดง (60 และ 100 บาท) โก๊ยเซียมหมี่ (40 บาท) ข้าวพระรามลงทรง (30 บาท)
      
       เรียกว่างานนี้ถ้าใครได้ลองมาตระเวนกินก๋วยเตี๋ยวและอาหารเมนูอื่นๆ ที่ร้าน “Noodle’n More” แห่งนี้แล้วละก็ “ผู้จัดการตระเวนกิน” มีเรื่องอยากจะเตือนนักหม่ำทั้งหลายว่า “ระวังจะเดินพุงโย้ออกมาจากร้านเหมือนเรานะจ๊ะ”
      
       

       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       
“Noodle’n More” สาขาหัวลำโพง ตั้งอยู่ที่ 513 ถ.รองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพง ทางออกที่ 3 เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-23.00 น. โทร. 0-2613-8977 นอกจากนี้ก็ยังมีสาขาอื่นอีก สาขาเยาวราช เจริญกรุง 16 โทร. 0-2623-1992-3 สาขาสยามสแควร์ ซ.10 โทร. 0-2658-4154-55 สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ชั้น BF โทร. 0-2958-5131