"No.43" อาหารอิตาเลียนรสละมุน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 มกราคม 2551 16:42 น. 
บรรยากาศภายในร้าน "No.43"
       ไม่รู้ว่าจะมีใครเคยนับร้านอาหารที่ตั้งบริการอยู่ภายในซอยหลังสวนกันบ้างหรือเปล่า?? ว่ามีด้วยกันทั้งหมดกี่ร้าน?? "ผู้จัดการตระเวนกิน" เองถึงจะเป็นนักกินที่แวะเวียนไปกินอาหารที่ซอยหลังสวนนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยมานั่งนับร้านอาหารที่มีอยู่มากมายในซอยนี้ ที่มีตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยสักทีว่ามีกันกี่ร้าน รู้แต่ว่าหากหิวๆ แล้วอยากกินอาหารรสดีมาที่ซอยหลังสวนนี้เป็นเมื่อไหร่ ไม่มีคำว่าผิดหวัง เป็นต้องได้อิ่มท้องถูกปากกลับบ้านไปทุกที
โต๊ะนั่งมุมโซฟา
       เหมือนที่ในมื้อนี้ เราได้หอบหิ้วเอาท้องน้อยๆ ที่โหยหิวอาหารมาหาอาหารกินกันที่ซอยนี้เหมือนเดิม และหลังจากที่เลือกร้านอาหารอยู่เป็นนานสองนานว่ามื้อนี้จะกินอะไรดี สุดท้ายก็มาลงเอยกับอาหารอิตาเลียนที่ร้าน "No.43" (นัมเบอร์ 43) ที่ตั้งอยู่ภายในเคปเฮาส์ เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์
Fettucini with shrimps in cream sauce
       "ผู้จัดการตระเวนกิน" เลือกมาอิ่มกับอาหารอิตาเลียนที่ร้านนี้ ก็เพราะว่าที่นี่บริการอาหารอิตาเลียนสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ โดยมีเชฟชาวอิตาเลียนชื่อ Mr.Claudio Viale เป็นคนรังสรรค์และปรุงแต่งเมนูอาหาร และวัตถุดิบส่วนใหญ่ในการปรุงก็นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี
      
       สำหรับเมนูอิตาลียนที่ชวนกินของที่นี่ก็มีอยู่หลายรายการ อย่างที่เราได้เลือกสั่งมาลองลิ้มรสชาติก็มีด้วยกันหลายเมนู เมนูแรกเราสั่งมาเป็นอาหารประเภทพาสต้า คือ Fettucini with shrimps in cream sauce (330 บาท++) เส้นพาสต้าของที่นี่เขาทำเองแบบสดใหม่ ได้เส้นที่เหนียวนุ่มนำมาผัดกับกุ้ง ใส่หอมใหญ่ กระเทียม ใส่ไวน์ขาว ครีมสด และปรุงรสชาติด้วยเกลือ พริกไทย ชิมรสชาติพาสต้าหอมกลิ่นครีม เส้นเหนียวนุ่ม รสเนียนละเมียดลิ้น
Pork medallions in Marsala sauce and balsamic onions
       เมนูต่อมาเป็น Pork medallions in Marsala sauce and balsamic onions (400 บาท++) หน้าตายั่วน้ำลายด้วยเนื้อหมูส่วนติดกระดูกที่หั่นมาเป็นชิ้นๆ แล้วทอด และมีน้ำซอสข้นๆ ที่มีส่วนผสมของเหล้าMarsala และกรีวีซอสราดหน้ามาบนชิ้นหมู เสิร์ฟมาพร้อมกับหัวหอมที่ต้มกับบาซามิค และมีผักผัดกับเนยมาให้กินแกล้มแก้เลี่ยน ลิ้มรสหมูเนื้อนุ่มชุ่มน้ำซอสที่หอมและรสเข้มข้น
เชฟClaudio Viale กับเมนูPizza salmon
       ต่อด้วยถ้ากินอาหารอิตาเลียนแล้วต้องไม่พลาดที่จะสั่งพิซซ่ามาลิ้มลอง เป็นPizza salmon (230 บาท++) พิซซ่าสไตล์อิตาเลียนขนานแท้แบบแป้งบางกรอบ ใส่ซอสมะเขือเทศกับมอสซาเรลล่าชีสอบจนสุก แล้วราดหน้าด้วยปลาแซลมอนรมควันชิ้นใหญ่ หยิบชิ้นพิซซ่าร้อนๆ ส่งเข้าปากเคี้ยวกร้วมแป้งพิซซ่าบางกรอบแต่เนื้อในนุ่มด้วยเนื้อปลาแซลมอน หวานหอม
Panna cotta
       หลังจากกินเมนูของคาวไปแล้ว 3 อย่าง มาล้างปากด้วยของหวานที่มีชื่อของทางร้านกัน เมนูแรกเป็น Panna cotta (120 บาท++) ลักษณะคล้ายๆ กับคัสตาร์ด ทำมาจากวิปปิ้งครีมต้มผสมกับไข่และใส่วนิลาปรุงแต่งรสชาติ ราดด้วยซอสสตรอเบอร์รี่และซอสวนิลา ตักPanna cottaเข้าปากสัมผัสได้ถึงเนื้อที่นุ่มเนียนเด้งๆ หอมหวานอยู่ในปาก กินคู่กับซอสสตรอเบอร์รี่หวานๆ อมเปรี้ยว และซอสวนิลาหอมหวานช่างเข้ากันดี และส่งท้ายด้วย Tiramisu (110 บาท++) ที่เสิร์ฟมาชิ้นใหญ่ เป็นทีรามิสุที่เนื้อนุ่มเนียนเย็น หอมหวานกลิ่นกาแฟ กินแล้วชุ่มชื่นใจ
Tiramisu
       และนอกจากอาหารอิตาเลียนแล้ว ที่ร้านนี้ยังมีเบเกอรี่ และอาหารไทยบริการอีกด้วย มีเมนูที่ชวนกิน อาทิ แพนงหมู/ไก่ (120 บาท++) แกงส้มชะอมทอด (150 บาท++) ปอเปี๊ยะทอด (110 บาท++) และก็ยังมีบุฟเฟต์ที่มีอาหารอิตาเลียน ไทย และญี่ปุ่น บริการอีกด้วยในช่วงเวลา 11.00-13.00 น. ในราคาเพียง 300 บาท เรียกว่าหากนักกินท่านใดมีโอกาสแวะเวียนมาที่ซอยหลังสวน แล้วเกิดนึกอยากกินอาหารอิตาเลียนรสดีขึ้นมา แนะนำว่าร้าน "No.43" เป็นอีกหนึ่งร้านอิตาเลียนที่ชวนลิ้มลอง
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       
"No.43" (นัมเบอร์ 43) ตั้งอยู่ที่ 43 ซ.หลังสวน ถ.เพลินจิต ปทุมวัน กรุงเทพฯ การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าลงที่สถานีชิดลม แล้วลงมาทางซอยหลังสวน เดินตรงเข้าไปในซอยหลังสวนจนถึงเคปเฮาส์ เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ ที่อยู่ทางซ้ายมือ ก็จะเห็นร้านนัมเบอร์ 43 ตั้งอยู่ด้านใน มีป้ายให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 11.30-24.00 น. โทร. 0-2658-7444

หอเจี๊ยะอาหารจีนมงคล ที่ "หล่งฟ่ง"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2551 15:43 น. 
       "ซิน เจีย หยู่ อี่ ซิน นี้ ฮวด ใช้" "ผู้จัดการตระเวนกิน" ขอเอื้อนเอ่ยทักทายมิตรรักนักกินต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งตามความเชื่อของชาวจีนแล้ว ถ้าถึงวันตรุษจีน ปีใหม่มาถึง หากได้กินแต่ของดีๆ ตั้งแต่ต้นปีแล้ว ก็จะได้กินแต่ของที่ดี มีมงคลแก่ชีวิตไปตลอดทั้งปี
      
       และนั่นก็เป็นเหตุให้ในมื้อนี้เราจึงเดินทางไปตระเวนกินอาหารจีนมงคลรสเลิศกันที่ "ห้องอาหารจีนหล่งฟ่ง" รร.สวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ ที่มีเมนูอาหารจีนพิเศษที่แฝงไปด้วยความหมายอันเป็นมงคล ซึ่งทางเชฟวิวแมน ลีออง และเชฟเลิ่ง ย่วน คั่น ได้รังสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะไว้ให้อิ่มฉลองในช่วงตรุษจีนนี้
       สำหรับเมนูจีนมงคลที่ชวนกินก็มี หยี่ซัง-เมนูมั่งมีศรีสุข (เริ่มต้นที่ 488 บาท++) "หยี่" หมายถึง ปลา "ซัง" หมายถึง ดิบ "หยี่ซัง" จึงหมายถึง ปลาดิบ ลักษณะเมนูนี้เหมือนสลัด คือประกอบไปด้วยเนื้อปลาดิบ 3 ชนิด หั่นสไลด์บางๆ มีปลาแซลมอน หมายถึง ทองคำ ปลากะพง หมายถึง สุขภาพร่างกายแข็งแรง และปลาทูน่า หมายถึง เงินทองไหลมาเทมาและธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเรือง และมีมะนาวไว้ให้บีบโรยหน้าปลา นอกจากนี้ยังมากมายไปด้วยเครื่องเคียงซึ่งเป็นผักและผลไม้มากกว่า 10 ชนิด และมีน้ำมันกระเทียม น้ำมันงา น้ำบ๊วย อบเชยและพริกไทย ไว้ให้ราดคลุกเคล้า
       การกินหยี่ซังมีเทคนิคการกินสักนิด คือให้บีบน้ำมะนาวบนปลาและกล่าวคำอวยพรให้ร่ำรวย มีชีวิตราบรื่นจากนั้นใส่ปลาทั้ง 3 ชนิดลงไปในส่วนผสมที่มีทั้งผักและผลไม้ต่างๆ ตามด้วยโรยผงอบเชย พริกไทย พร้อมพูดว่าให้มีธุรกิจเจริญรุ่งเรือง และราดด้วยน้ำมันกระเทียม น้ำมันงา และน้ำบ๊วย แล้วก็คลุกส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน โดยระหว่างที่คลุกเคล้านั้นจะต้องยกตะเกียบขึ้นสูงๆ พร้อมพูดคำอวยพร และนึกถึงแต่เรื่องดีๆ เพราะชาวจีนเชื่อว่ายิ่งยกตะเกียบสูงมากเท่าไร เงินทองก็จะยิ่งไหลมาเทมา สุขภาพแข็งแรง ธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเรืองมากเท่านั้น
       และการกินหยี่ซัง นั้นมีเกร็ดเล็กๆ ว่าต้องเลือกกินปลาดิบให้ครบทั้ง 3 ชนิด จะได้มีทั้งเงินทองมากมาย มีโชคลาภ ประสบความสำเร็จ และมีสุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งรสชาติหยี่ซังนั้นปลาดิบสดหวาน เคล้ากับรสชาติน้ำราดต่างๆ ที่ราดมาหอมกลิ่นน้ำมันงา ผักต่างๆ เคี้ยวกรอบกรุบเข้ากับเครื่องทุกอย่างถูกปากโดนใจ
       กุ้งแม่น้ำเจี๋ยนซอสเหล้ากุหลาบ (688 บาท++) เชื่อว่ากินแล้วจะโชคดีมีสุข เป็นกุ้งแม่น้ำตัวโต ที่ปรุงมา 2 รูปแบบในตัวเดียว คือส่วนตัวนำไปคลุกเคล้ากับซอสเหล้ากุหลาบ แล้วทอดให้กรอบนอก เนื้อในนุ่ม ส่วนหัวกุ้งนำไปนึ่ง และมีน้ำราดที่ได้จากซุปไก่กับเหล้าจีนผสมกัน ชิมกุ้งเนื้อแน่นหวานกรอบ น้ำราดรสนุ่มเนียนลิ้น
       ปลาหิมะทอดสลัดผลไม้ (เริ่มต้นที่ 688 บาท++) เมนูนี้กินแล้วเชื่อว่าเสริมให้มีสิริมงคล เป็นเนื้อปลาหิมะที่เอาก้างออกแล้วนำมาคลุกเคล้ากับแป้งทอดกรอบจนเหลืองสุก ราดด้วยซอสหอยเชลล์อบ เสิร์ฟพร้อมสลัดผลไม้ ลิ้มรสเนื้อปลานุ่มหวานเคล้ารสชาติซอสกลมกล่อมลิ้น แกล้มด้วยสลัดผลไม้
       แปดเซียนน้ำแดง (เริ่มต้นที่ 1,288 บาท++) กินเมนูนี้แล้วเชื่อว่าจะเจริญรุ่งเรือง 8 เซียนที่ว่าประกอบไปด้วยหูฉลาม กระเพาะปลา แฮมยูนนาน หอยมุก หอยหน่อไม้ทะเล หอยนางรม เห็ดหอม และสาหร่ายเส้นผม นำมาผัดกับน้ำมันหอย และนำไปเคี่ยวกับน้ำสต็อกหูฉลามผสมเหล้าจีน เสิร์ฟมาร้อนๆ หอมกรุ่น ลองลิ้มรสชาติเครื่องทุกอย่างกลมกล่อมลงตัวเข้ากันหมด
       และนอกเหนือจากเมนูอาหารจีนมงคลเหล่านี้แล้ว ยังมีบุฟเฟต์อาหารจีนนานาชนิด และติ่มซำกว่า 80 รายการ (480 บาท++/ท่าน)อาทิ ปอเปี๊ยะกุ้งมะม่วง ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง ฮะเก๋าหูฉลาม ขนมจีบไข่กุ้งโทบิโกะ เป็ดย่างหล่งฟ่ง หมูแดงอบน้ำผึ้ง ซึ่งตรุษจีนปีนี้ลองมาฉลอง อิ่มหนำหอเจี๊ยะกับอาหารจีนมงคลที่ "ห้องอาหารจีนหล่งฟ่ง" กันได้ตั้งแต่วันนี้-21 ก.พ. นี้
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       
"ห้องอาหารจีนหล่งฟ่ง" ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ 204 ถ.รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาขึ้นที่สถานีห้วยขวาง ออกทางออกที่ 2 เมื่อขึ้นมาจากสถานีแล้วให้เดินเลี้ยวไปทางซ้ายประมาณ 60 ม. จะเห็นโรงแรมฯ ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ ห้องอาหารหล่งฟ่งเปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวัน 11.30 – 14.30 น. มื้อเย็น 18.00 – 22.30 น. สำหรับเมนูอาหารจีนมงคลให้บริการตั้งแต่วันนี้ – 21 ก.พ. นี้ โทร. 0-2694-2222 ต่อ 1540

"kakao cafe"หวานรักรสช็อคโกแลต

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กุมภาพันธ์ 2551 17:05 น. 
       รู้กันไหมว่า "ช็อคโกแลต"เป็นหนึ่งในอาหารที่มี คุณสมบัติพิเศษ ที่ช่วยเสริมสร้างไฟรักในร่างกายให้ลุกโชนเป็นอาหารเสริมพลังรักอย่างดี ช็อคโกแลตช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน กินแล้วช่วยผ่อนคลายความเครียด หลายคนกินช็อคโกแลตแล้วจะรู้สึกอารมณ์ดีมีความสุข เป็นขนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ให้พลังงานคาร์โบไฮเดรตและไขมันวิตามิน เอ ดี เค และธาตุเหล็กค่อนข้างสูง
      
       จึงไม่แปลกที่ในโอกาสพิเศษต่างๆหลายครั้ง ช็อคโกแลต จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นสิ่งพิเศษให้แก่คนสำคัญของเรา อย่าง"วันวาเลนไทน์"ปีนี้ นอกเหนือจากกุหลาบแดงแทนใจแล้ว "ผู้จัดการตระเวนกิน"แนะนำให้ลองพาคนที่คุณรักและห่วงใยมาเติมพลังรักแสนหวานแก่ชีวิตด้วยช็อคโกแลตกันที่
"kakao cafe"(คาเคา คาเฟ่) ในซอยสุขุมวิท 24 กันดู แล้วจะรู้ว่าความหวานของช็อคโกแลตช่วยคุณได้อย่างไร
       "kakao cafe" เป็นร้านช็อคโกแลตเพื่อคนรักช็อคโกแลต ซึ่งนำเสนออาหารรูปแบบใหม่ที่ชูช็อคโกแลตให้เป็นพระเอก เป็นจุดเด่นของร้าน แถมด้วยไอเดียเก๋ไก๋ทั้งรูปลักษณ์และการดีไซน์ ที่โดยมาก ช็อคโกแลต ที่นิยมกินกันแล้วสัมผัสได้ว่ามีรสลื่นๆในปากและละลายช้านั้น เกิดจากการใช้ส่วนผสมของ palm oil ในการทำ แต่ช็อคโกแลตของ kakao จะใช้ส่วนผสมของ cocoa butter ซึ่งมีราคาสูงและหายากในเมืองไทย
      
       รสชาติของช็อคโกแลตที่ kakao จึงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อีกทั้งแหล่งที่มาของช็อคโกแลตที่นี่ ก็ล้วนแต่คัดมาจากแหล่งผลิตช็อคโกแลตชั้นเยี่ยมจากทุกมุมโลก อาทิ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เป็นต้น
      
       kakao cafe เป็นร้านที่ตกแต่งด้วยความร่วมสมัย สไตล์หลุยส์ประยุกต์ บรรยากาศตกแต่งโทนสีเย็นตา ที่ร้านมี 2 ชั้น ชั้นล่างจัดเป็นที่นั่งมีเก้าอี้รูปช็อคโกแลตแปลกตา มีตู้โชว์สินค้าคือช็อคโกแลต ที่ด้านในมีช็อคโกแลตชนิดพอดีคำมากมายหลายรสยั่วยวนอยู่ เมื่อขึ้นมาชั้นสองจึงจะพบโซนของคาเฟ่ ที่มีมุมนั่งสบายๆทั้งในห้องแอร์และส่วนให้นั่งรับลมที่ระเบียงด้านนอก
       ด้านเมนูอาหาร พระเอกยอดนิยมของ kakao cafe ที่ใครมาเป็นต้องสั่งเห็นจะหนีไม่พ้น Pure Kakao (140บาท++) นมสดร้อนๆจุดไฟด้านล่าง แก้วเพื่อในนมอุ่นตลอดเวลา เสิร์ฟพร้อมกับเม็ดช็อคโกแลต ที่สามารถเลือกได้ว่าจะกินรสไหนระหว่าง ดาร์กช็อคโกแลต มิลค์ช็อคโกแลต และไวท์ช็อคโกแลต หรือ เหมาหมดทั้งสามอย่างก็ยังได้
      
       แต่ทางร้านมักแนะนำให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อที่รสชาติจะได้กลมกลืนไปในทิศทางเดียวกัน Pure Kakao มีความน่าสนใจอยู่ที่ วิธีการกิน คือการนำช็อคโกแลตเม็ดกลมใส่ลงไปในนมสดที่ร้อนๆใช้ช้อนคนให้ช็อคโกแลตละลาย ง่ายๆเท่านี้ก็ได้ลิ้มรสอัน หอม หวาน ของช็อคโกแลตที่ละลายในนมสดได้แล้ว
       มีพระเอกแล้วก็ต้องมีนางเอก Kakao Lava Metl (240บาท++) ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนางเอกของร้านที่ได้รับความนิยม นอกเหนือจากจากส่วนผสมของ แป้ง ไข่ น้ำตาล เนย เมนูนี้ยังรังสรรค์จากช็อคโกแลตเข้มข้นที่มีส่วนผสมของเม็ดวนิลาแท้ ช่วยส่งให้อาหารจานนี้หอมกรุ่นน่ากินยิ่งขึ้น เคล็ดลับจานนี้เชฟมือทองของร้านแอบกระซิบว่าอยู่ที่กระบวนการอบที่ลองผิดลอง ถูกนานกว่า 7 เดือน จึงออกมาเป็นลาวาเมลท์แสนถูกใจนักกินช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ทั้งหลาย
      
       ความพิเศษของจานนี้อยู่ที่ เค้กลาวาเมลท์แสนนุ่ม ที่เมื่อตักผ่านเนื้อนอกเข้าไปชั้นใน จะเจอช็อคโกแลตเหลวที่ยังร้อนๆอยู่ กินคู่กับไอศกรีมวนิลาหวานเย็น ที่ราดท็อปปิ้งสตรอเบอรี่ และมีสตรอเบอรี่สดวางตกแต่งอยู่พร้อมกับใบสาระแหน่ ข้างๆมีวิปปิ้งครีมที่เป็นสูตรพิเศษคิดค้นมาเพื่อความลงตัวของช็อคโกแล ตเคียงคู่อยู่
       อีกหนึ่งเมนูที่ "ผู้จัดการตระเวนกิน"ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวและอยากบอกต่อคือ Waffles kakao (240บาท++) วาฟเฟิลสูตรพิเศษลับเฉพาะที่มีทั้งความ กรอบ หวาน นุ่ม และหอมกลิ่นวนิลากลิ่นที่ช่วยกระตุ้นไฟรักในลุกโชน กินคู่กับไอศกรีมวนิลา ราดหน้าด้วยช็อคโกแลตเข้มข้นและวิปปิ้งครีม โรยด้วยผงช็อคโกแลต ตกแต่งด้วยใบสาระแหน่ มีกล้วยหอมตัดเป็นชิ้นๆ รสหวานละมุนดี
       และถ้าคุณเป็นกูเมต์ช็อคโกแลตตัวจริงไม่ควรพลาดที่จะลิ้มลอง Mill Crepe (140บาท++) เครปที่มีความสูงถึง 22 ชั้น สอดแทรกด้วยวนิลา คัสตาสด์ และช็อคโกแลต ในแต่ละชั้นสลับกันไปจนครบ 22 ชั้น ราดด้วยท็อปปิ้งสตรอเบอรี่และตกแต่งด้วยสตรอเบอรี่สีแดงจะได้เครปที่มีรส ชาติหวานหอมและเปรี้ยวนิดๆ
       สำหรับใครที่ไม่มีเวลาว่างพอจะพาคนรู้ใจมานั่งกินที่ร้าน ก็ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งคือ สั่งกลับบ้านเป็นของขวัญของฝากด้วย ช็อคโกแลตแบบชิ้น ที่มีให้เลือกหมุนเวียนมากกว่า 30 รายการ สนนราคาอยู่ที่ชิ้นละ30บาทและ40บาทต่อชิ้น
      
       แต่สำหรับวาเลนไทน์นี้ทางร้านมีช็อคโกแลตพิเศษเฉพาะช่วงวาเลนไทน์ให้ลิ้มลองอย่าง Sexy Champagne (40บาทต่อชิ้น) ช็อคโกแลตรูปหัวใจสีแดงที่มีส่วนผสมของแชมเปญเวลากัดเข้าไปแล้วจะรู้สึกถึงกลิ่นของแชมเปญได้ทันที นอกจากนี้ยังมี pink Champagne ช็อคโกแลตสีชมพูก้อนกลม คลุกเคล้าด้วยไอซิ่งสีชมพูรสหวาน (40บาทต่อชิ้น)เหมาะสำหรับเป็นของขวัญแด่คนรู้ใจเช่นกัน
       เพราะความที่เป็นร้านช็อคโกแลต kakao cafe จึงสะสมเมนูช็อคโกแลตไว้มากมายรอให้ชาวช็อคโกแลตมาชมชิม เครื่องดื่มที่อยากแนะนำในช่วงวาเลนไทน์นี้ก็มีอย่าง Strawberry Kiss (220บาท)เครื่องดื่มที่เหมาะกับคุณผู้หญิงมีส่วนผสมของวอดก้าอ่อนๆอาหารก็หลากหลายเมนูเช่น Deep Freeze Chocolate (180บาท++),Caramel Freeze (180บาท++),Extreme Kakao Cake (240บาท++),Virgin Strawberries(110บาท++)
       และเนื่องในวันแห่งความรักนี้ หากใครจะจูงมือคนรู้ใจไปนั่งกินช็อคโกแลตที่ kakao cafe ก็เก๋ไม่หยอกเลยทีเดียว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       
ร้าน “kakao cafe” ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 จากปากซอยเข้ามาประมาณ 500 เมตร จุดสังเกตร้านจะอยู่ตรงข้ามโรงแรม The Davis ร้านอยู่ขวามือในตึก President Park เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-23.00น.ในวันจันทร์-พฤหัสบดี และวัน ศุกร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-24.00น.ยินดีรับเครดิตของวีซ่า มาสเตอร์การ์ด รับประทานเกิน 1,000 รับบัตรสมาชิก โทร.0-2661-1777,0-2661-1766-7

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World