ดูแลเหงือกและฟันด้วยการกิน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กันยายน 2548 15:35 น.
       ปากของเราเป็นด่านแรกที่อาหารจะต้องผ่านเข้าไป แต่ลองคิดดูสิว่า หากในปากเราไม่มีเหงือกและฟัน การกินอาหารคงจะหมดรสชาติไปไม่น้อยเลยทีเดียว
       

       ฟันถือเป็นอวัยวะที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกาย แต่ก็ยังผุกร่อนได้เพราะการกินอาหารไม่ถูกต้อง และไม่ได้รับการดูแลรักษา แต่เหงือกนั้นสำคัญยิ่งกว่าฟันเสียอีก เพราะเป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อน มีหน้าที่หุ้มรากฟัน ทันตแพทย์มักจะบอกเสมอว่า รักษาโรคเหงือกยากกว่ารักษาโรคฟันเสียอีก วันนี้ "108 เคล็ดกิน" จึงมีวิธีบำรุงรักษาฟันและเหงือกด้วยการกินมาฝาก
      
       สำหรับฟันของเรานั้น ต้องการสารอาหารประเภทแคลเซียมและฟอสฟอรัส รวมทั้งวิตามิน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นตัวประกอบให้ฟันเราแข็งแรง โดยปกติแล้ว ถ้าเรากินอาหารครบ 5 หมู่ เราก็จะได้ฟอสฟอรัสเพียงพอจากการกินอาหาร แต่อาหารส่วนใหญ่ไม่ได้มีแคลเซียมเสมอไป ร่างกายเราจึงมักขาด ดังนั้นจึงต้องเสริมด้วยอาหารจำพวกน้ำนม เนยแข็ง หรือผักประเภทกะหล่ำดอก มะเขือเทศ ฟักทอง ผักโขม ตำลึง ใบมะกรูด ใบกระเพาขาว ใบแค ใบบัวบก ใบยอ ใบ ไข่แดง ปลา ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูก และสำหรับน้ำอัดลมนั้นถือเป็นศัตรูของฟันเลยทีเดียว เพราะมีฤทธิ์กัดกร่อนมาก
      
       ส่วนเหงือกนั้น ก็ควรบำรุงด้วยการกินผลไม้สด ผักสด ที่ให้วิตามินซี เช่น ส้มต่างๆ มะนาว มะเขือเทศ มะละกอ ฝรั่ง สับปะรด กะหล่ำปลี ผักกาดหอม หัวหอม ซึ่งอาหารประเภทนี้จะ ให้วิตามินสูง เหงือกของเราจะได้สีสดใส ไม่คล้ำหรือซีด ดูเป็นคนสุขภาพดี ไม่เป็นโรคเลือดออกตามไรฟันด้วย
      
       คนที่เคยเป็นโรคเหงือกหรือโรคฟันคงจะเข้าใจถึงความทรมานได้ดี เพราะฉะนั้นเรามาดูแลอวัยวะสำคัญสองสิ่งนี้ของเราไว้ก่อนจะสายเกินไปดีกว่า

กินเจมื้อไหนก็ไม่ขาดโปรตีน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 ตุลาคม 2548 14:46 น.
เทศกาลกินเจมาถึงแล้ว หลายๆ คนก็เริ่มกินเจกันไปเป็นที่เรียบร้อย แต่บางคนยังสองจิตสองใจ กลัวว่าร่างกายจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสารอาหารโปรตีน เพราะการกินเจนั้นจะห้ามกินเนื้อสัตว์
      
       แต่จริงๆ แล้ว โปรตีนไม่ได้มีอยู่ในเนื้อสัตว์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังพบในพืชด้วย เช่น ในถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวสาลี ข้าวโพด จะมีสารอาหารโปรตีนเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถั่วเมล็ดแห้ง จำพวกถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำและถั่วลิสงจะมีปริมาณของโปรตีนที่สูงพอสมควร
      
       แน่นอนว่าหากจะเปรียบเทียบกับโปรตีนที่ได้จากพืชและเนื้อสัตว์ใน ปริมาณที่เท่ากัน จะพบว่าพืชจะให้โปรตีนน้อยกว่าเนื้อสัตว์ และโปรตีนจากเนื้อสัตว์จะให้สารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนกว่า แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ตาม ในเนื้อสัตว์ไม่ได้ให้โปรตีนเพียงอย่างเดียว แต่มักจะได้ไขมันที่ปนอยู่เข้าไปด้วย ทำให้ผู้ที่กินเนื้อสัตว์มากๆ มักจะเกิดโรคหัวใจและมะเร็งจากคอเลสเตอรอลที่ได้รับมามากๆ
      
       ก็เป็นอันว่าผู้ที่กินเจสามารถสบายใจได้ว่าร่างกายจะไม่ขาดโปรตีนแน่ เพราะยังสามารถกินถั่วหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วได้อยู่ แถมยังเป็นการขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ผิวพรรณผ่องใส โลหิตจะถูกฟอกให้สะอาดขึ้นด้วย “108 เคล็ดกิน” ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการกินเจกันถ้วนหน้า

ใบเตย พืชธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 สิงหาคม 2547 14:20 น.

       ใบอะไรเอ่ย ใช้ได้สารพัดประโยชน์ ใช้กินก็ได้ ใช้ดื่มก็ดี กลิ่นก็หอมชื่นใจ แถมยังมีประโยชน์มากมายต่อร่างกายอีกด้วย??
      
       หากยังนึกไม่ออก "108 เคล็ดกิน" จะเฉลยให้ก็ได้ว่าใบที่ว่านั่นก็คือ "ใบเตย" พืชพื้นบ้านของไทยเรานั่นเอง
      
       ใบเตย ถูกนำมาใส่เพื่อเพิ่มสีเพิ่มกลิ่นให้ขนมไทยหลายๆ อย่าง ถูกนำมาเป็นเครื่องดื่มดับกระหาย แถมบางครั้ง ก็ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนน้ำหอมดับกลิ่นในรถยนต์อย่างที่เห็นในรถแท็กซี่ บ่อยๆ
      
       แต่ถึงอย่างนั้น บางคนก็อาจยังไม่ทราบถึงประโยชน์จริงๆ ของใบเตย ซึ่งจะขอนำมาบอกเล่าให้ทราบกันว่า ในใบเตยนั้นประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย และคลอโรฟิลด์ ใบของต้นเตยนั้น เมื่อนำมาชงเป็นเครื่องดื่มนอกจากจะช่วยให้ชุ่มคอ ชื่นใจ สามารถลดการกระหายน้ำได้แล้ว ก็ยังช่วยบำรุงหัวใจได้อีกด้วย และถ้านำใบสดมาตำก็สามารถรักษาโรคผิวหนัง และโรคหัดได้ ส่วนรากของใบเตยก็สามารถช่วยขับปัสสาวะและรักษาโรคเบาหวานได้ หากเอามาชงเป็นชาก็จะสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยผู้ป่วยสามารถนำใบเตยมาทำเป็นชาไว้ดื่มเอง เพียงนำใบเตยมาล้างให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง นำมาชงกับน้ำร้อนดื่มได้เลย หรือหากจะเก็บไว้ชงได้นานๆ ก็ให้นำไปเตยที่หั่นแล้วนั้นไปคั่วไฟอ่อนๆ จนแห้งดี และเก็บใส่ภาชนะปิดฝาให้เรียบร้อย หากอยากดื่มขึ้นมาเมื่อไรก็นำมาชงได้ทันที
      
       
คราวนี้ก็ได้รู้กันแล้วว่า ใบเตย พืชธรรมดาแต่คุณค่าไม่ธรรมดาที่เราได้เคยพบเคยเห็นกันจนชาชินจนดูเหมือนไม่ มีความสำคัญนั้น จริงๆ แล้ว มีดีมากกว่าที่ใครๆ คิดไว้เสียอีก ว่าแล้วก็คอแห้ง ต้องขอตัวไปหาน้ำใบเตยหอมๆ มาดื่มหน่อยดีกว่า      

ข้าวต้มลูกโยน กับวันออกพรรษา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 พฤศจิกายน 2547 16:44 น.
ประเพณีตักบาตรเทโวอย่างยิ่งใหญ่ ที่จังหวัดอุทัยธานี
       เมื่อพูดถึงวันออกพรรษา ชาวพุทธหลายคนก็คงนึกถึงการ “ตักบาตรเทโว” หรือชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “ตักบาตรเทโวโรหนะ” ที่ทำกันเป็นประจำหลังวันออกพรรษา ซึ่งคำว่า “เทโวโรหนะ” แปลว่า การหยั่งลงจากเทวโลก ซึ่งก็หมายถึงว่า วันนั้นเป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงจากสวรรค์ หลังจากที่ได้เสด็จไปเทศนาโปรดพระมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งวันออกพรรษาในปีนี้ตรงกับวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา
      
       แล้วข้าวต้มลูกโยนมาเกี่ยวข้องกับวันออกพรรษาอย่างได้ไร “108 เคล็ดกิน” จะเฉลยให้ฟัง
      
       ในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลกนั้น นอกจากเหล่าเทวดาจะมาคอยส่งเสด็จและเสกบันไดแก้ว บันไดเงิน บันไดทองให้พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงมาแล้ว เหล่าประชาชนทั้งหลายต่างก็ตั้งใจจะไปทำบุญตักบาตรกับพระพุทธเจ้ากันอย่าง มากมายเช่นกัน
      
       เนื่องจากมีผู้คนไปรอใส่บาตรอย่างเนืองแน่น จึงมีบางคนที่ไม่สามารถเข้าไปใส่บาตรได้ ดังนั้นจึงได้มีคนคิดทำข้าวต้มลูกโยน ซึ่งเป็นข้าวเหนียวนึ่ง ห่อด้วยใบมะพร้าว ทิ้งหางยาว แล้วตั้งจิตอธิษฐาน และโยนขนมลูกโยนนั้นใส่บาตรของพระพุทธเจ้า
      
       แต่มาถึงวันนี้อาจจะหาขนมลูกโยนได้ยากสักหน่อย แต่หากใครไปตักบาตรเทโวที่จังหวัดอุทัยธานีแล้วละก็เชื่อว่าคงจะได้เห็นแน่ นอน เพราะข้าวต้มลูกโยนนั้นถือเป็นสัญลักษณ์ของการตักบาตรเทโวที่จังหวัดนี้ไป เสียแล้ว

ใบบัวบก...ประโยชน์ที่มากกว่าแก้ช้ำใน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 มกราคม 2548 18:43 น.
       "108 เคล็ดกิน" เคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าหากใครเกิดอาการช้ำในเมื่อไรละก็ ให้ไปหาน้ำใบบัวบกมาดื่มซะ จนกลายเป็นว่า นึกถึงใบบัวบกเมื่อไร ก็ต้องนึกถึงสรรพคุณแก้ช้ำในทุกครั้งไป
      
       แต่นอกจากการแก้ช้ำในแล้ว ใบบัวบกยังมีประโยชน์มากกว่านั้น การ บริโภคใบบัวบกจะช่วยบำรุงสมอง ทั้งช่วยซ่อมแซมสมองส่วนที่ถูกทำลายไปแล้ว และช่วยป้องกันไม่ให้สมองส่วนที่ยังปกติดีอยู่นั้นถูกทำลายลง แถมยังช่วยให้ความทรงจำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเครียดได้ด้วย ใบบัวบกยังช่วยกระตุ้นระบบการรับส่งกระแสประสาท ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ (Reflex Reaction) หรือปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงาน และยังช่วยควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมันได้อีกด้วย
       

       นอกจากนั้น ในใบบัวบกยังมีสารไกลโคไซด์ (Glycosides) ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ที่จะทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายเราเสื่อมเร็ว และสารที่ว่านั้นก็ยังช่วยสร้างคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้แผลสมานตัวกันเร็วขึ้น สำหรับผู้ที่มีแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือฟกช้ำตามร่างกาย ให้ใช้ใบบัวบกตำละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำมาทาหรือเอากากมาพอกไว้ที่แผล ก็จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และยังช่วยเร่งการสร้างเนื้อเยื้อ ลดการติดเชื้อ ช่วยห้ามเลือด ลดการอักเสบ ทั้งยังลดการเกิดแผลเป็นชนิดนูนได้ด้วย ประโยชน์เยอะขนาดนี้ ปลูกเอาไว้ใช้ที่บ้านก็คงไม่เสียหลาย แถมยังคุ้มค่าเสียอีก

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World