ไฟนอลแฟนตาซี

รู้ไปโม้ด
nachart@yahoo.com


ถึง น้าชาติ

ผมเป็นแฟนตัวยงของเกมไฟนอลแฟนตาซี แต่เล่นเกมอย่างเดียว ไม่รู้ที่มา จึงอยากทราบความเป็นมาครับ

จาก น้องข้าวห่อไข่

ตอบ น้องข้าวห่อไข่


ไฟ นอลแฟนตาซี (Final Fantasy) เป็นซีรีส์เกมอาร์พีจี หรือเกมสวมบทบาท สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งมีภาคต่อมากที่สุดเกมหนึ่งของโลก ผลิตโดยบริษัทสแควร์ ซอฟต์ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น สแควร์อีนิกซ์ เนื่องจากร่วมมือกับบริษัท อีนิกซ์) ลงเครื่องเกมของบริษัทโซนี นินเทนโด้ ไมโครซอฟท์ และอื่นๆ

ความโด่งดังของซีรีส์ไฟนอลแฟนตาซีทำให้ผู้พัฒนานำไปดัดแปลงเป็นเกมออนไลน์ เกมบนโทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์

ไฟ นอลแฟนตาซี ถือกำเนิดขึ้นในปี 2530 และเป็นเดิมพันชิ้นใหญ่ที่ นายฮิโรโนบุ ซาคากุจิ นักออกแบบเกมของ สแควร์ ซอฟต์ เทหมดหน้าตักเพื่อช่วยบริษัทให้รอดจากวิกฤตทางการเงินหลังประสบภาวะขาดทุน ติดต่อกันหลายโปรเจ็กต์

ไฟนอลแฟนตาซีภาคแรกสร้างเป็นตลับเกมสำหรับ เครื่องเกม แฟมิคอม ตัวละครได้รับแรงบันดาลใจจากเกมดราก้อนเควส ของบริษัทอีนิกซ์ นายซาคากุจิตั้งชื่อเกมว่า "ไฟนอลแฟนตาซี" หรือแปลว่า "ความมหัศจรรย์ครั้งสุดท้าย" เพราะตั้งใจให้เป็นผลงานทิ้งทวนของทั้งตนเองและบริษัทที่กำลังจะล้มละลาย แต่แล้วความอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเมื่อรูปแบบการบังคับเกมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ตัวทำให้ไฟนอลแฟนตาซีกลายเป็นที่นิยมในข้ามคืน ส่งผลให้สแควร์ ซอฟต์ ทำกำไรมหาศาล



จาก ความสำเร็จถล่มถลายของภาคแรกและเพื่อเป็นเกียรติให้กับ "ความมหัศจรรย์ครั้งสุดท้าย" ที่ช่วยกู้วิกฤต สแควร์ ซอฟต์ จึงสร้างเกมภาคต่อขึ้น โดยคงชื่อ "ไฟนอล แฟนตาซี" ไว้แต่เปลี่ยนตัวละครและเนื้อเรื่องใหม่ยกเครื่องและกลายเป็นแนวทางหลักของ บริษัทเรื่อยมา

ภาคที่โด่งดังจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือ ไฟนอล แฟนตาซี 7 คลาวด์ สไตรฟ์ ตัวเอกของเรื่องต้องต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ "ชินระ คัมพานี" เพื่อปกป้องโลกจากหายนะ ส่วนไฟนอลแฟนตาซี 8 เป็นเรื่องราวของกลุ่มนักเรียนเลือดร้อนที่ต้องต่อสู้กับอริเพื่อปกป้องโลก และชีวิตวัยรุ่น


แม้ ว่าไฟนอลแฟนตาซีทุกภาคจะมีเรื่องราวและระบบการเล่นต่างกัน แต่ผู้ผลิตก็คิดหาสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงทุกภาคเข้าด้วยกันเพื่อคงกลิ่นอาย ของเกมไว้ อย่างเช่น "นกโจโคโบะ" (Chocobo) ซึ่งเป็นนกสีเหลืองทอง จะงอยปากสีส้ม ลักษณะคล้ายนกกระทา เป็นสัตว์พาหนะที่วิ่งเร็วและขี้เล่น ส่วน "มนต์อสูร" (Summons) เป็นเวทมนตร์เฉพาะที่เกมอาร์พีจีหลายสำนักพยายามเลียนแบบมนต์อสูร ที่โด่งดังได้แก่ ชิวา (Shiva) รามู (Ramu) และ ลีไวอาธัน (leviathan) นอกจากนี้ ยังมี ระบบสกุลเงินกิล (Gil) ที่ผู้เล่นจะต้องใช้แลกเปลี่ยนเป็นอาวุธและไอเท็มชนิดต่างๆ

นอกจาก ความโดดเด่นของเกมแล้ว สแควร์ ซอฟต์ ยังให้ความสำคัญกับเพลงประกอบมาก โดยเชิญ นายโนบุโอะ อุเอมัตสึ นักประพันธ์เพลงชื่อดังมาประพันธ์เพลงให้แก่ซีรีส์ไฟนอลแฟนตาซีทุกภาค จนเกษียณตัวเองไปในเดือนพ.ย.ปี 2547

เพลงหลายเพลงของเกมไฟนอลแฟนตาซี เป็นที่นิยมถึงขั้นขึ้นท็อปชาร์ตหลายสำนัก อย่างเพลง อายส์ ออน มี (Eyes on Me) ขับร้องโดยนักร้องจีน เฟย์ หว่อง ประกอบไฟนอลแฟนตาซี ภาค 7 ที่คว้ารางวัล Annual Japan Gold Disc Awards ครั้งที่ 14 สาขาเพลงตะวันตกยอดเยี่ยม ด้วยกระแสเรียกร้องของแฟนเพลงทำให้ในปี 2547 สแควร์ ซอฟต์ เป็นตัวตั้งตัวตีจัดแสดงคอนเสิร์ตออร์เคสตร้า ไฟนอลแฟนตาซี 2 ครั้ง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จนวงลอนดอนซิมโฟนีออร์เคสตร้าขอลิขสิทธิ์เพลงไปเล่น

สแควร์อี นิกซ์ ยังมีผลงานเกมที่มีชื่อเสียงอื่นๆ อีกมาก เช่น คิงดอม ฮาร์ต (Kingdom Heart) โปรเจ็กต์ร่วมกับบริษัท ดิสนีย์ ซึ่งเป็นเรื่องราวของ โซระ หนุ่มน้อยที่ต้องเดินทางร่วมกับสองสหาย กู๊ฟฟี่และโดนัลด์ เพื่อปิดผนึกดินแดนมหัศจรรย์ของดีสนีย์ไม่ให้ เหล่าฮาร์ตเลสเข้ายึดครองได้

วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7292 ข่าวสดรายวัน


ปั๊มน้ำมัน


คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com



น้าครับ การตั้งปั๊มน้ำมันมีหลักการไหม เพราะเป็นวัตถุไวไฟ เกี่ยวกับความปลอดภัยของคน น้าเห็นด้วยไหม

Ton32

ตอบ Ton

สถานีบริการน้ำมันที่จะเปิดบริการต้องมีความปลอดภัยตามกฎของกรมโยธาธิการ โดยเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ดังนี้ 1.สถานที่ตั้งสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีทางเข้าออกติดหรือเชื่อมกับ ถนนหลวงหรือถนนสาธารณะที่มีความกว้างไม่น้อยกว่า 8-12 เมตร ทางเข้าออกมีขนาดกว้างพอให้รถผ่านเข้าออกได้สะดวก ไม่อนุญาตให้สร้างสถานีบริการน้ำมันบริเวณทางโค้ง เพราะเป็นจุดที่ล่อแหลมต่อการเกิดอุบัติเหตุ ภายในเขตสถานีบริการต้องไม่มีอาคารอื่นใดนอกจากอาคารบริการสูงไม่เกิน 2 ชั้น สร้างด้วยวัสดุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีชั้นลอย และจัดระยะห่างระหว่างอาคารเหมาะสม

นอกจากนี้ เครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอยู่ห่างจากริมผนังของอาคารบริการ ไม่น้อยกว่า 4 เมตร และตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องยึดแน่นอยู่บนแท่นคอนกรีตสูงกว่าระดับพื้น โดยรอบไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร มีแสงสว่างเพียงพอในยามค่ำคืน หรือติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน


2.ภายในสถานีบริการต้องติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการจ่ายน้ำมัน และต้องตรวจตราความเรียบร้อยอยู่เสมอ อาทิ เครื่องวัดระดับน้ำมันในถังใต้ดิน ในแต่ละวัน พนักงานต้องเช็กปริมาณน้ำมันจากเครื่องวัดระดับน้ำมันในถังใต้ดิน เพื่อสังเกตดูว่าเกิดการรั่วไหลออกมาภายนอกหรือไม่ และตรวจสอบอุณหภูมิภายในถังให้อยู่ในภาวะ ปกติ ทั้งมีระบบสวิตซ์ฉุกเฉินของวงจรไฟฟ้าที่จะพร้อมทำงานทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุก เฉิน ในส่วนของหัวจ่ายจะมีอุปกรณ์หยุดการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันมิให้น้ำมันเชื้อเพลิงล้นถังในขณะเติมน้ำมัน หัวจ่ายถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้ลื่นไหลหลุดจากช่องเติมน้ำมันได้ง่าย

3.จัดเก็บสารเคมีอันตรายอย่างเป็นระบบชัดเจน สารเคมีอันตรายต้องจัดเก็บในห้องอย่างมิดชิด เชื้อเพลิงที่มีจุดวาบไฟสูงอย่างน้ำมันเบนซินต้องเก็บไว้ในถังใต้ดิน เป็นถังที่มีผนังหรือชั้นที่ออกแบบคำณวนและผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากลเพื่อ ความปลอดภัย โดยเชื้อเพลิงจะติดไฟได้ก็เมื่อมีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ ไอน้ำมัน อากาศ และความร้อนที่ถึงจุดวาบไฟหรือประกายไฟ วิธีลดความเสี่ยงคือแยกสิ่งทั้ง 3 ออกจากกัน ความร้อนที่ถึงจุดวาบไฟจะเป็นตัวที่ควบคุมได้ง่ายที่สุด ดังนั้นการเก็บถังน้ำมันใต้ดินนับเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแยกไอน้ำมันเชื้อ เพลิงออกจากอากาศและประกายไฟ และต่อท่อหายใจจากถังน้ำมันเพื่อเป็นทางระบายและควบคุมความดัน เพื่อความปลอดภัยต่อถังน้ำมัน

4.มีอุปกรณ์ดับเพลิงเตรียมพร้อมบริเวณลานจ่ายเสมอ โดยกฎหมายกำหนดว่า ต้องมีเครื่องดับเพลิงอย่างน้อย 2 เครื่อง ต่อตู้จ่ายน้ำมัน 1-4 ตู้จ่าย และ 3 เครื่องต่อตู้จ่าย 5-8 ตู้จ่าย หากมีตู้จ่ายเกิน 8 ตู้จ่าย ให้ติดเครื่องดับเพลิงเพิ่ม 1 เครื่องต่อทุกๆ 3 ตู้จ่าย 5.ความรับผิดชอบของบริษัทน้ำมันก็มีส่วนสำคัญ โดยการควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงใน 2 ระดับ ระดับที่หนึ่งจะควบคุมไอน้ำมันที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นจากการจ่ายน้ำมันที่ คลังและขณะลงน้ำมันในสถานีบริการ และระดับที่สองจะควบคุมระหว่างจ่ายน้ำมันจากตู้จ่ายลงสู่รถ ส่วนที่สำคัญที่สุดของอุปกรณ์กักไอน้ำมันระดับที่หนึ่ง คือตัวที่เรียกว่าพีพีวาล์ว เป็นตัวควบคุมไอน้ำมันไม่ให้ออกสู่สิ่งแวดล้อมและช่วยควบคุมความดันในขณะที่ มีการจ่ายน้ำมัน

6.ติดตั้งอุปกรณ์ระบบความปลอดภัยอื่นๆ ในสถานีบริการ เช่น การติดตั้งสายดินบริเวณต่างๆ อย่างจุดที่ลงน้ำมัน บริเวณท่อรับไอน้ำมันสู่ถังรถ หรือบริเวณตู้จ่ายสายมือจ่าย เพื่อป้องกันไฟฟ้าสถิตที่สะสมอยู่ในท่อขณะลงน้ำมันซึ่งเป็นตัวที่ทำให้เกิด ประกายไฟและการลุกไหม้ 7.พนักงานควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดในขณะให้บริการผู้ขับขี่เพื่อ ความปลอดภัย และผู้รับบริการก็ควรจะปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด
ข้าวผัดอเมริกัน

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com


ถึง น้าชาติ

"โน้ส"อุดม แต้พานิช บอกว่าข้าวผัดอเมริกัน ไม่มีขายในอเมริกา มีแต่ที่เมืองไทย จริงหรือเปล่าครับ

จาก แซม ยโสธร

ตอบ แซม ยโสธร

ข้าวผัดอเมริกันเป็นเมนูที่คนไทยคิดขึ้นมาเอง ถ้าไปสั่งข้าวผัดอเมริกันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งคงงง

วิ กิพีเดีย บอกประวัติของข้าวผัดอเมริกันไว้ว่า คุณหญิงสุรีพันธ์ มณีวัต (เจ้าของนามปากกา "นิตยา นาฏยะสุนทร" ภรรยานายวิลาศ มณีวัต บรรณาธิการ น.ส.พ.ชาวกรุง คนแรก) เคยให้สัมภาษณ์หนังสือ สกุลไทย เกี่ยวกับต้นกำเนิดของ "ข้าวผัดอเมริกัน" ว่าเป็นอาหารที่คุณหญิง สุรีพันธ์ประยุกต์ขึ้นเอง ขณะทำงานเป็น ผู้จัดการราชธานีภัต ตาคาร ซึ่งเป็นร้านอาหารประจำสนามบิน (แอร์พอร์ต เรสเตอรองต์) ของกรมรถไฟ ในสนามบินดอนเมือง



จาก การที่มีสายการบินแห่งหนึ่งสั่งจองอาหารเช้าและอาหารกลางวันไว้ แต่ยกเลิกเที่ยวบินทำให้อาหารเช้าแบบอเมริกันที่เตรียมไว้ เช่น ไข่ดาว ไส้กรอก เหลืออยู่จำนวนมาก คุณหญิงสุรีพันธ์จึงนำข้าวผัดที่มีอยู่มาประกอบกับอาหารเช้าแบบอเมริกัน เพื่อรับประทาน นายทหารอากาศไทยที่เห็นเข้าก็สั่งมารับประทานด้วย เมื่อทหารอเมริกันมาเห็นและถามถึงชื่อข้าวผัดดังกล่าว คุณหญิงสุรีพันธ์ ตั้งชื่อว่า "อเมริกัน ฟรายด์ ไรซ์" หรือ "ข้าวผัดอเมริกัน"

พล.อ.อ.ทวี จุลละทรัพย์ เสนาธิการทหารอากาศในขณะนั้นทราบแล้วชอบชื่อนี้มาก ข้าวผัดอเมริกันขณะนั้นมีส่วนประกอบไม่แน่นอน บางวันส่วนประกอบก็เปลี่ยนจากไส้กรอกหรือไก่อบเป็นเนื้อทอด แล้วแต่ว่าในครัวจะเหลืออะไร

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขณะคุณหญิงสุรี พันธ์แต่งงานและมีลูกแล้ว จึงเป็นเหตุการณ์หลังวันที่ 6 พ.ค. 2492 ซึ่งเป็นวันที่คุณหญิงแต่งงาน แม้ยังไม่พบข้อมูลแน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อใด แต่น่าจะเกิดก่อนปี 2497 ที่คุณหญิงสุรีพันธ์ลาออกจากราชธานีภัตตาคาร ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ


ส่วน อีกที่มาหนึ่ง เล่ากันว่าสูตรข้าวผัดอเมริกัน เกิดจาก พ่อครัวชื่อ "โกเจ๊ก" คิดค้นขึ้นเพื่อให้บริการทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ในช่วงที่ไทยยังเป็นที่ตั้งฐานทัพอเมริกาในสงครามเวียดนามระหว่างปี 2500-2518 ต่อมาได้รับความนิยมจนเผยแพร่ไปทั่วประเทศ เนื่องจากมีสารอาหารครบและวิธีทำไม่ยุ่งยาก

สูตรข้าวผัดอเมริกัน

เครื่อง ปรุงข้าวผัด ประกอบด้วย ข้าวสวย เนยเค็ม หอมหัวใหญ่ ลูกเกด พริกหวาน ซอสมะเขือเทศ แครอต ซีอิ๊วขาว เกลือ น้ำตาลทราย ไส้กรอก ไข่ไก่

วิธีทำ

นำ ปีกไก่หรือน่องไก่ไปหมักกับซีอิ๊วขาว น้ำตาล น้ำมันหอย และพริกไทย แช่เย็นไว้สัก 2 ชั่วโมง แล้วทอดเพื่อเป็นเครื่องเคียงกินกับข้าวผัด จากนั้น ทอดไส้กรอกและไข่ดาว

ข้าวผัดปรุงให้หน้าตาดูดีและเพิ่มรส ชาติโดยใส่หอมหัวใหญ่ปอกเปลือกหั่นตามยาว ลูกเกด พริกหวาน และแครอต หั่นเป็นลูกเต๋า จากนั้น นำกระทะตั้งไฟใส่เนยลงไป พอละลายแล้วก็ใส่หอมหัวใหญ่ ลงผัด ตามด้วยลูกเกด พริกหวาน แครอต ซอสมะเขือเทศ ผัดให้เข้ากัน แล้วใส่ข้าวสวยลงไปผัด คนให้เข้ากัน

เติมรสชาติตามชอบ เสร็จแล้วตักใส่ถ้วย กดให้แน่นแล้วคว่ำถ้วยลงบนจานที่จะใช้เสิร์ฟ จัดไก่ทอด ไส้กรอก และไข่ดาวลงในจาน

วันที่ 06 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7312 ข่าวสดรายวัน


ทีดีอาร์ไอ


รู้ไปโม้ด
nachart@yahoo.com



คุณน้า อยากทราบว่าทีดีอาร์ไอเป็นหน่วยอะไร และตั้งอยู่ที่ไหน

MU214

ตอบ MU214


สถาบัน วิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เป็นสถาบันวิจัยเชิงนโยบายที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2527 บริหารงานในรูปของมูลนิธิ ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร โดย ทีดีอาร์ไอ (TDRI) ย่อมาจาก The Thailand Development Research Institute ดำเนินการวิจัยเชิงนโยบายในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านเศรษฐกิจ และเผยแพร่ผลงานวิจัยต่อหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานระหว่างประเทศ ตลอดจนริเริ่มการวิจัยเอง เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายระยะยาวอันมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องให้เป็นนโยบายที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและ มีคุณภาพ

ทีดีอาร์ไอก่อตั้งขึ้นโดยความริเริ่มของสำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดย ดร. เสนาะ อูนากูล อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภาสถาบันและประธานคณะกรรมการบริหารสถาบัน ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยคนแรก โดยมี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีไทยในขณะนั้น และ นายปิแอร์ ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา เป็นประธานร่วมในพิธีลงนามในข้อตกลงให้ความช่วยเหลือเพื่อมอบทุนดำเนินการ จัดตั้งสถาบันในระยะเริ่มแรก


ทั้ง นี้ นับตั้งแต่ก่อตั้ง สถาบันได้ดำเนินงานวิจัยไปแล้วมากกว่า 800 โครงการ ในหัวข้อต่างๆ ทั้งระดับประเทศ ทั้งประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ โดยมีเป็นหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานต่างประเทศเป็นผู้ว่าจ้างหลัก สถาบันมีฝ่ายการวิจัย 6 ฝ่าย ได้แก่ 1.เศรษฐกิจรายสาขา 2.ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 3.นโยบายเศรษฐกิจส่วนรวม 4.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.ทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคม 6.การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภารกิจหลักของทีดีอาร์ไอเพื่อให้ บรรลุพันธกิจดังกล่าว มีดังนี้ 1.ผลิตงานวิจัยเชิงนโยบายที่มีคุณภาพสูง อยู่บนพื้นฐานของหลักวิชาการและข้อมูลที่ถูกต้อง 2.สร้างข่ายงานการวิจัยระหว่างสถาบันและนักวิชาการที่เกี่ยวข้องในประเด็น วิจัยเชิงนโยบาย ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ 3.เผยแพร่ผลงานวิจัยเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายของประเทศ

ปัจจุบัน ทีดีอาร์ไอมี นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เป็นประธานสภาสถาบันและประธานคณะกรรมการบริหารสถาบัน และ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร เป็นประธานสถาบัน ส่วนนักวิชาการที่มีชื่อเสียงของสถาบัน เช่น ดร.อัมมาร สยามวาลา ดร.ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ เป็นต้น สำหรับผู้สนับสนุนหลักในช่วงก่อตั้งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ประกอบด้วย สำนัก งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมวิเทศสหการ องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งแคนาดา (CIDA) องค์การเพื่อการพัฒนานานาชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา (USAID) นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนบริจาคเงินสนับสนุนสมทบอีกหลายกลุ่ม

มูลนิธิสถาบัน วิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 565 ซอยรามคำแหง 39 (เทพลีลา) ถนนรามคำแหง แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ 0-2718-5460 โทรสาร 0-2718-5461-2 เว็บไซต์ http://www.tdri.or.th

วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7300 ข่าวสดรายวัน


ไม้ตะพด


รู้ไปโม้ด
nachart@yahoo.com



ไม้ตะพด ทราบว่าเป็นอาวุธ มีความเป็นมาประวัติอย่างไร อยากทราบครับ

สุธี

ตอบ สุธี


พบ คำตอบในสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคกลาง ของมูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ อาจารย์จุลทัศน์ พยัคฆรานนท์ อรรถาธิบายว่า เมื่อเอ่ยถึง "ไม้ตะพด" คนรุ่นใหม่อาจคิดว่าคือสิ่งเดียวกับ "ไม้เท้า" ที่คนแก่ถือไว้ยันตัวเวลาเดิน ซึ่งโดยแท้จริงแล้วแม้ไม้ทั้งสองจะมีรูปร่างคล้ายกัน แต่ประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์การใช้สอยที่ต่างกันมาก ดังนี้

ใน สมัยโบราณ ไม้ตะพดจัดเป็นเครื่องป้องกันตัวชนิดหนึ่งสำหรับผู้ชายโดยทั่วไป ด้วยสมัยก่อนถือว่าดาบเป็นอาวุธร้ายแรง ชาวบ้านจะถือดาบออกไปนอกบ้านหรือจะพกดาบเปลือยฝักไปในที่สาธารณะโดยไม่มี เหตุผลอันสมควรไม่ได้ เนื่องจากมีพระราชกำหนดห้ามไว้ ยกเว้นพวกทหาร ตำรวจ กรมการเมืองที่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย แต่คนเหล่านี้หากถอดดาบออกจากฝักโดยบันดาลโทสะ เมาสุรา หรือไม่มีเหตุผลอันสมควร ต้องได้รับโทษเช่นกัน และด้วยข้อห้ามมิให้พกดาบในที่สาธารณะดังกล่าวนี่เองที่ทำให้ผู้ชายสมัยก่อน เลี่ยงมาใช้ไม้ตะพดเป็นอาวุธแทนดาบ และมักมีไม้ตะพดถือไว้ประจำมือทุกคน โดยนิยมถือเมื่อจะลงจากเรือนไปยังที่ต่างๆ เช่น ไปช่วยงานบวช งานแต่งงาน

ทั้ง นี้ เพราะไม้ตะพดสามารถใช้เป็นสิ่งป้องกันอันตราย มิให้กล้ำกรายมาถึงตัวได้โดยง่าย อย่างเช่น เมื่อต้องเดินทางไปต่างถิ่นยามค่ำคืน ก็ใช้ระพุ่มไม้ให้เกิดเสียงดังเพื่อให้สัตว์ตกใจหนีไปก่อน นอกจากนี้ ผู้ชายชาวบ้านสมัยก่อนยังนิยมถือไม้ตะพดเพื่อแสดงศักดิ์ศรีลูกผู้ชายด้วย

กล่าวคือ หากผู้ใดไม่ถือไม้ตะพดติดมือไปยังต่างถิ่น ผู้คนในถิ่นนั้นๆ จะถือว่าผู้ชายที่มามือเปล่าเหยียบถึงถิ่นตนจะมาลองดี

ไม้ ตะพดที่นิยมใช้กันเมื่อก่อนส่วนมากจะทำมาจากไม้ไผ่ที่เรียกว่า ไม้ไผ่เปร็ง โดยเลือกไม้ที่แก่จัด มีข้อดี เนื้อแน่นตัน เพราะต้องการให้มีน้ำหนัก เมื่อตัดไม้ไผ่มาแล้วจะต้องนำมาตากให้แห้งสนิทจึงค่อยนำมาตัดแต่งลำให้ตรง ด้วยการลนไฟอ่อนๆ จนลำไม้ตรงตามต้องการ แล้วใช้กาบมะพร้าวชุบทรายละเอียดเคล้ากับขี้เถ้าและน้ำ ขัดถูไม้ตะพดจนสะอาดหมดจดและผิวเกลี้ยงเรียบ แล้วล้างด้วยน้ำอีกครั้ง เป็นอันเสร็จการขัดผิวไม้ หรือบางคนอาจจะตกแต่งผิวไม้ให้สวยงามด้วยการทำให้เป็นลวดลายต่างๆ ซึ่งมีอยู่หลายวิธี เช่น ใช้วิธีเทตะกั่ว นาบด้วยโลหะเผาไฟ หรือย้อมสี เป็นต้น

เนื่องจากคนไทยส่วนมากมีประเพณีนิยมที่จะใช้สอยแต่สิ่งที่ เป็นสิริมงคล โดยมักกำหนดเป็นตัวเลขบ้าง จำนวนบ้าง สัดส่วนบ้าง ซึ่งข้อกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่งที่กล่าวนี้เรียกกันว่า โฉลก (ตามพจนานุกรม คำนี้หมายถึง โชค โอกาส หรือ ลักษณะที่มีทั้งส่วนดีและไม่ดี มักกำหนดด้วยการดูลักษณะ วัดขนาด หรือนับจำนวนของคน สัตว์ สิ่งของ ว่าเป็นมงคลหรือไม่เป็นมงคล) ซึ่งในเรื่องไม้ตะพด โบราณก็บัญญัติโฉลกเอาไว้ให้เลือกไม้ตะพดที่เป็นสิริมงคล เช่น โฉลกที่ 1 "กูตีมึง" และ "มึงตีกู" ใช้สำหรับนับข้อบนไม้ตะพด โดยขึ้นต้นที่หัวไม้ข้อแรกว่า กูตีมึง ข้อที่สองว่า มึงตีกู ว่าสลับกันไปจนหมดข้อสุดท้ายที่ปลายไม้ หากตก กูตีมึง จัดเป็นไม้ตะพดดี แต่ถ้าตก มึงตีกู ถือว่าไม่ดี

โฉลกที่ 2 มีคำว่า "คุก ตะราง ขุนนาง เจ้าพระยา" ใช้นับขนาดความยาวของไม้ตะพด โดยกำมือให้รอบส่วนหัวไม้แล้วจึงว่า คุก คำแรก แล้วเอามืออีกข้างกำต่อลงมาพูดคำว่า ตะราง จากนั้นเปลี่ยนมือแรกมากำต่อลงไปเป็นลำดับที่สามแล้วว่า ขุนนาง แล้วเปลี่ยนมือที่กำอันดับสองมากำต่อไปเป็นอันดับ 4 แล้วว่า เจ้าพระยา เอามือกำสลับกันไปเรื่อย พร้อมทั้งท่องทั้งสี่คำสลับกันไปจนสุดปลายไม้ หากตกคำว่า คุกและตะราง ถือเป็นไม้ตะพดไม่ดี หากตกคำว่า ขุนนาง เสมอตัว แต่ถ้าตกคำว่า เจ้าพระยา ถือว่าดีเลิศ

อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปความยาวของไม้ตะพดที่ใช้ส่วนมากกำหนดให้ยาวประมาณ 8 กำ กับเศษ 4 นิ้ว หรือประมาณ 1 เมตร ซึ่งเป็นขนาดที่พอเหมาะพอดีกับกำลังมือ

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World