ร้องเพลง

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com


วิธีการร้องเพลงที่ถูกต้องฝึกด้วยตัวเองอย่างไร คุณน้ามีคำอธิบายได้ไหม

Paweena

ตอบ Paweena

ได้ความรู้จาก อาจารย์ดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล และ "ครูกบ"เสาวนิตย์ นวพันธ์ เป็นเคล็ดไม่ลับร้องเพลงให้เก่ง ดังนี้

อาจารย์ ดุษฎีมีข้อแนะนำวิธีการฝึกร้องเพลงด้วยตนเองง่ายๆ เป็นขั้นตอน 1.ฝึกการหายใจประกอบการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ขั้นตอนการปฏิบัติ ยืนตรง สองเท้าห่างกันเท่าความกว้างของหัวไหล่ เหยียดแขนที่ประสานกันขึ้นเหนือศีรษะ หงายมือขึ้น พยายามเหยียดแขนขึ้นให้สุด ให้แขนทั้งสองข้างตึง หายใจเข้าช้าๆ อาจนับ 1 2 3 พร้อมกับเขย่งเท้าขึ้นช้าๆ ด้วย กลั้นหายใจไว้ชั่วขณะในสภาพเขย่งเท้า และค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ นับ 1 2 3 4 5 6 ช้าๆ พร้อมกับวางมือข้างตัวอย่างช้าๆ ขณะที่วางส้นเท้าลงกับพื้น แบบฝึกหัดนี้ ปฏิบัติทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง



2.ฝึก การเปล่งเสียงประกอบการหายใจ หายใจเข้าช้าๆ สบาย นับ 1 2 3 ช้าๆ ไว้ในใจ ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางจมูก โดยหุบปากเปล่งเสียง "ฮึม" (เหมือนเสียงบ่นพึมพำเวลาคนทำอะไรไม่ถูกใจเรา) หายใจเข้าช้าๆ อีก และจากเสียง ฮึม สั้นๆ เปลี่ยนเป็น ฮึม ยาวๆ พร้อมผ่อนลมหายใจออก นับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ครบแล้วจึงหยุดเสียง ฮึม ปฏิบัติซ้ำวันละไม่ต่ำกว่า 8 ครั้ง

3.ฝึกการร้องให้ถูกต้องตามทำนองและจังหวะ หาเพลงที่ชอบมาฟังหลายๆ เที่ยว ฮัมตามทำนองเพลงให้ถูกทั้งทำนองและจังหวะ ร้องด้วยคำว่า "ลา..." ตามความสูงต่ำของเสียงเพลงตลอดทั้งเพลง

4.ฝึก ท่องจำเนื้อเพลงให้แม่นยำ นำเพลงบทนั้นมาอ่านเนื้อร้องให้คล่อง พยายามออกเสียงพยัญชนะ อักขระ และตัวสะกดต่างๆ ให้ถูกต้องและถูกวรรคตอน เมื่อแน่ใจแล้วก็ลองร้องทั้งเพลง ใส่อารมณ์ความรู้สึกตามเนื้อเพลงนั้นๆ

ส่วน เทคนิคการร้องเพลงของครูกบ-เสาวนิตย์ มีเคล็ดลับที่ 1: เคล็ดลับการดูแลเส้นเสียงให้แข็งแรง ต้องฝึกการใช้เส้นเสียงที่เหมาะสมกับปริมาณลมอย่างสม่ำเสมอ เหมือนกับการออกกำลังกายทีละนิดทีละหน่อยจนร่างกายคุ้นเคย ฝึกวิธีการใช้เสียงตั้งแต่ตอนพูด ใช้ความกังวานของเสียงช่วยเพิ่มความดังแทนการตะโกน ตะเบ็ง ไม่พูดเสียงสูง-ต่ำเกินความเป็นจริงของธรรมชาติเสียงตัวเองหรือไม่พูดเสียง ที่เป็นลมจนเกินไป

ออกกำลังกายเพื่อช่วยเพิ่มพลังและผ่อนคลายกล้าม เนื้อให้ร่างกายโดยรวม และเพื่อช่วยความแข็งแรงให้ระบบหายใจ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (ร่างกายแต่ละคนต้องการแตกต่างกัน) รับประทานอาหารให้ครบหมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ หรือเกินต่อความต้องการของร่างกายเสมอ หากดื่มน้ำน้อยไป หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน-แอลกอฮอล์มากเกินไป เส้นเสียงจะแห้ง อ่อนแอ ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องจะดีที่สุด ทั้งนี้ การดื่มน้ำเย็นไม่ได้มีผลต่อการใช้เสียงมากจนเกินควร ขณะที่น้ำอุ่น-ร้อนเกินจะทำให้คอแห้งผาก ไม่ดี โดยเฉพาะก่อนใช้เสียง ไม่เสพสารเสพติด เช่น บุหรี่ สารนิโคตินจะทำให้เส้นเสียงอ่อนแอ เวลาใช้งานจะเหนื่อย ต้องออกแรงมากกว่าปกติ หลีกเลี่ยงสภาวะอากาศที่ทำให้รู้สึกไม่สบายคอ หรือหายใจลำบาก เช่น มีความชื้นมากเกินไป ฝุ่นมากไป

เคล็ดลับที่ 2: เคล็ดลับการควบคุมปริมาณลมที่พอดีกับการใช้เส้นเสียง วิธีที่ทำให้สามารถสัมผัสได้มากกว่าการได้ยินเสียงคือ ใช้นิ้ว หรือฝ่ามือ มารองเสียงที่เปล่งออกมาจากปาก พยายามอย่าให้มีลมปนออกมากับเสียงมาก เพราะหากเสียงร้องมีลมออกมากพร้อมกัน แสดงว่าเส้นเสียงไม่ปิดเข้าหากัน หรือมีการใช้ลมมากเกินไป (คือปริมาณลมไม่พอดีกับการปิดของเส้นเสียง ทำให้ใช้เส้นเสียงได้ไม่เต็มที่ เกิดข้อจำกัดในการใช้เสียง โดยเฉพาะการร้องเพลง)

วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7357 ข่าวสดรายวัน


ลอดช่องสิงคโปร์


คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com



ถึง น้าชาติ

หนูเคย กินลอดช่องสิงคโปร์แล้วติดใจมาก อยากรู้ว่ามีที่มาจากสิงคโปร์จริงไหมคะ

จาก Miss Sweety

ตอบ Miss Sweety

ความจริงแล้ว "ลอดช่องสิงคโปร์" เป็นของไทยแท้ๆ คิดค้นโดยคนไทยนี่เอง โดยมีต้นกำเนิดจากร้านอาหารชื่อ "สิงคโปร์โภชนา"

"คุณ อุ้ยเจ็ง" ทายาทร้านสิงคโปร์โภชนา เจ้าของต้นตำรับลอดช่องสิงคโปร์เล่าว่า คุณพ่อเป็นผู้คิดค้นสูตรลอดช่องที่มีลักษณะพิเศษ คือ แป้งเหนียวนุ่ม หอมและใหม่สดทุกวัน ทำขายมาเกือบ 70 ปีแล้วและยังขายอยู่ที่เดิม 680-682 ถ.เจริญกรุง สามแยกหมอมี แขวง/ เขตสัมพันธวงศ์ กทม. โทร.0-2221-5794

หาก มาจากสถานีรถไฟหัวลำโพง วิ่งตรงมาตามถ.พระราม 4 จนสุดทางจะพบแยกหมอมี แล้วเลี้ยวซ้าย ร้านจะอยู่ทางขวามือ ตรงข้ามธนาคาร UOB เปิดทุกวัน 11.00-22.00 น. ปัจจุบันยังมีอีกสาขาหนึ่งที่สะพานควาย ใกล้ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี แต่ตอนนี้ปิดปรับปรุงร้านชั่วคราว


สาเหตุ ที่คนติดปากเรียกว่า "ลอดช่องสิงคโปร์" เพราะเป็นชื่อร้าน ซึ่งมีที่มาจากร้านสาขาดั้งเดิมตั้งอยู่หน้าโรงภาพยนตร์ไทยชื่อ "โรงภาพยนตร์สิงคโปร์" แต่คุณอุ้ยเจ็งไม่รู้ว่าร้านอาหารสร้างก่อนโรงภาพยนตร์ หรือโรงภาพยนตร์สร้างก่อนร้านอาหารเพราะเกิดไม่ทัน

อีกสาเหตุหนึ่ง คือ สมัยก่อนแป้งที่ทำลอดช่องนำเข้ามาจากสิงคโปร์

คนที่มากินลอดช่องต่างเรียกว่า "ลอดช่องหน้าโรงหนังสิงคโปร์" ไปๆ มาๆ ก็เหลือเพียง "ลอดช่องสิงคโปร์"

คน ที่มาดูหนัง พากันมากินลอดช่องทั้งก่อนและหลังเข้าไปชมภาพยนตร์ ต่อมาโรงภาพยนตร์ เปลี่ยนชื่อเป็น "เฉลิมบุรี" ก่อนจะปิดตัวไปเนื่องจากต้านกระแสวิดีโอไม่ไหวและทุบทิ้งไปแล้ว ปัจจุบันทำเป็นลานจอดรถ แต่ยังมีลูกค้ามาอุด หนุนก๋วยเตี๋ยวหมูและลอดช่องเหมือนเดิม

ปัจจุบันร้านสิงคโปร์โภชนา ยังคงสูตรดั้งเดิมของลอดช่องสิงคโปร์ไว้โดยไม่ได้เผยแพร่ให้ผู้อื่น เพื่อคงความเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ไม่ให้ผิดเพี้ยน เน้นความเป็นธรรมชาติ ได้ความหอมมันจากกะทิ แม้ทุกวันนี้มะพร้าวจะขึ้นราคาเป็นกิโลกรัมละ 70 บาท แต่ยังคงคุณภาพไว้เหมือนเดิม สีที่ใช้ก็มาจากใบเตยและสีผสมอาหารเพื่อเพิ่มสีสันให้น่ากิน ส่วนน้ำเชื่อมก็ไม่หวานมากนักและใส่ขนุนลงไปด้วย

ทุกวันนี้ ยังมีลูกค้าเก่าแก่วัย 80-90 ปีมากินลอดช่องสิงคโปร์รำลึกความหลังกันเสมอๆ และเคยมีคนดังมากินแล้วมากมาย เช่น นายสมัคร สุนทรเวช นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมทั้งดารานักแสดงอีกมากหน้าหลายตา

เดิม ขายอยู่ถ้วยละไม่ถึง 1 บาท ก่อนจะขยับราคามาเรื่อยๆ ตามยุคสมัย จนปัจจุบันมะพร้าวกิโลกรัมละ 70 บาท ซึ่งแพงที่สุดในประวัติการณ์ ก็ขายในราคาถ้วยละ 18 บาท

คนที่เคยมากินแล้วติดใจ ไปกินลอดช่องสิงคโปร์ที่ร้านอื่น ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติไม่เหมือนเจ้าต้นตำรับ

ถึง น้าชาติ

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com


ชาวจีนเชื่อว่ามังกรเป็นสัตว์นำโชคกันมาช้านานแล้ว แต่ผมยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว มังกรมีที่มาอย่างไร น้าช่วยหาคำตอบให้ด้วยครับ

จาก เล้ง

ตอบ เล้ง

คนถามมีชื่อแปลเป็นไทยได้ว่า มังกร

วันนี้ วันตรุษจีนพอดี หลายๆ ที่มีการเชิดมังกรเพื่อ เป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนเพราะเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดม สมบูรณ์ นำมาซึ่งความสุขและโชคดี

ตามความเชื่อของชาวจีนโบราณกว่า 4 พันปี ว่ากันว่าในบรรดา สัตว์เทพทั้งสี่ที่คุ้มครองน่านฟ้าทั้ง 4 ทิศ คือ กิเลน หงส์ เต่า และมังกรนั้น สัตว์ที่ได้รับการนับถือสูงสุดคือมังกร

วิกิพีเดีย ระบุว่าคนจีนเชื่อว่ามังกรมีลักษณะเด่น 9 อย่าง ได้แก่

หัว คล้ายกับหัวของอูฐ บางตำราก็บอกว่ามาจากหัวม้า หรือหัววัว หรือหัวจระเข้ หนวด คล้ายกับหนวดของมนุษย์เขา คล้ายเขากวาง มังกรจะมีเขาได้ก็ต่อเมื่อมีอายุ 500 ปี และเมื่ออายุถึง 1 พันปีจะมีปีกเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง ตา คล้ายตากระต่าย บางตำราบอกว่ามาจากตาของมารหรือปีศาจ หรือตาของสิงโต หู คล้ายหูวัว แต่ไม่ได้ยินเสียง บางตำราก็ว่าไม่มีหู บางตำราบอกว่ามังกรได้ยินเสียงทางเขาที่เหมือนเขากวาง คอ คล้ายกับคองู ท้อง คล้ายกับท้องกบ บางตำราบอกว่ามาจากหอยแครงยักษ์ เกล็ด คล้ายกับเกล็ดปลามังกร บางตำราว่ามาจากปลาจำพวกตะเพียนหรือกระโห้ จำนวน 81 เกล็ด ฝ่าเท้า คล้ายกับฝ่าเท้าของเสือ

ลักษณะกรงเล็บของมังกร คล้ายกรงเล็บของเหยี่ยว เฉพาะมังกร 5 เล็บเท่านั้น ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิจีนและองค์ชาย ในลำดับที่ 1 และ 2 ส่วนมังกร 4 เล็บ เป็นมังกรทั่วไป ใช้กับองค์ชายในลำดับที่ 3 และ 4 องค์ชายลำดับที่ 5 เป็นต้นไป รวมถึงข้า ราชการชั้นธรรมดาใช้รูปคล้ายงูที่มี 5 เล็บ แต่บางตำราก็ว่าเป็นมังกร 3 เล็บ

มังกรในตำนานจีน มีโหนกบนหัวทำให้บินได้ แต่ถ้ามังกรจีนตัวใดไม่มีโหนกที่บริเวณหัว จะกำคทาเล็กๆ ซึ่งทำให้มังกรลอยตัวในอากาศได้

สถาน ที่ที่อาจจะพบมังกรได้ คือ แม่น้ำและทะเลสาบ เพราะมังกรชอบอยู่ท่ามกลางสายฝน และเปลี่ยนแปลงขนาดของตัวเองให้มีขนาดใหญ่เท่ากับจักรวาลหรือมีขนาดเล็กเท่า กับหนอนไหมได้

ลักษณะนิสัยของมังกร คือ เมตตากรุณา เป็นมิตร ทะเยอ ทะยาน มองโลกในแง่ดี เฉลียวฉลาด มีปัญญามาก มีความเด็ดขาด และมีพลัง แต่มังกรจีนมีทิฐิในตัว จะถือตัวว่าถูกหมิ่นประมาทเมื่อผู้นำไม่ยอมทำตามคำแนะนำของมังกรจีนหรือ เมื่อผู้คนไม่เคารพไม่ให้ความสำคัญ มังกรจีนจะทำให้ฝนหยุดตก หรือเป่าเมฆดำหรือเมฆฝนทำให้เกิดพายุและน้ำท่วม ส่วนมังกรตัวเล็กก็ทำเรื่องป่วนเล็กๆ น้อยๆ ได้ เช่น ทำหลังคารั่ว หรือทำให้ข้าวเหนียวเหนอะหนะ

ชาวจีนถือว่ามังกรเป็นสัญลักษณ์ของ พลัง อำนาจ ความยิ่งใหญ่ และเพศชาย อีกทั้งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างกฎแห่งความใจบุญ และเป็นสิ่งที่เสริมสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้แก่กษัตริย์ใน ราชวงศ์ชิง โดยกษัตริย์จะนั่งบนบัลลังก์มังกร เดินทางโดยเรือมังกร เสวยอาหารบนโต๊ะมังกรและบรรทมบนเตียงมังกร

แม้มังกรจะมีอิทธิฤทธิ์ต่างๆ แต่มังกรก็มีสิ่งที่หวาดกลัวเช่นกัน ได้แก่ ใบสน ไหม 5 สี ขี้ผึ้ง เหล็ก และตะขาบ

ช.พ.ค.

รู้ไปโม้ด
nachart@yahoo.com


เคยได้ยินคำว่า ช.พ.ค. อยากรู้ว่าเป็นองค์กรเกี่ยวกับอะไรกับครูหรือคะ เป็นอย่างไร

ปวีณา

ตอบ ปวีณา


"ช.พ.ค." ย่อมาจาก การฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา จัดตั้งเมื่อปี พ.ศ.2494 โดยคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ซึ่งมี นายเลียง ไชยกาล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา เห็นชอบให้จัดตั้งขึ้น มีเจตนารมณ์เพื่อเป็นสวัสดิการช่วยเหลือสงเคราะห์สมาชิกในการจัดการศพให้ เป็นไปอย่างสมเกียรติของผู้ที่เคยเป็นครู รวมทั้งสงเคราะห์ครอบครัวของครูสมาชิก และกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นประกันทางจิตใจให้แก่ผู้ที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษาของชาติ ได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยไม่ต้องกังวลถึงเหตุการณ์ในอนาคต เมื่อตนถึงแก่กรรม

ในปีแรก มีจำนวนสมาชิกประมาณ 20,000 คน เมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม ได้รับเงินค่าจัดการศพรายละ 2,000 บาท และเงินสงเคราะห์ครอบครัวรายละประมาณ 7,700 บาท กิจการ ช.พ.ค. ดำเนินไปได้ด้วยดี เพื่อนครูให้ความสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกปี ระยะเวลาผ่านมาถึง พ.ศ.2517 มีสมาชิกประมาณ 140,000 คน

ปีเดียว กัน กฎหมายได้บัญญัติให้มีพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2517 ขึ้น เพื่อควบคุมการดำเนินกิจการฌาปนกิจสงเคราะห์ ทั้งส่วนราชการ องค์การของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสมาชิกต่างๆ ที่ดำเนินการฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศ คุรุสภา ในฐานะเป็นผู้ก่อตั้ง ช.พ.ค. ได้แก้ไขปรับปรุงระเบียบปฏิบัติให้สอดรับกับพระราชบัญญัติการฌาปนกิจ สงเคราะห์ และระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการกำหนดให้มีพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นผลดีต่อกิจการ ช.พ.ค. อย่างมาก เพราะยิ่งเป็นหลักประกันให้กิจการมีความมั่นคง มีระเบียบและวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนรัดกุม เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง ช.พ.ค. ส่งผลให้สมาชิกได้รับประโยชน์ในด้านสวัสดิการอย่างดียิ่ง

กิจการ ช.พ.ค. ดำเนินไปด้วยความเจริญก้าวหน้า กระแสความนิยมเพิ่มมากขึ้นในความนิยมเชื่อมั่นและศรัทธา วิเคราะห์ได้จากจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ.2554) ช.พ.ค. ดำเนินงานมาเป็นเวลา 60 ปี มีสมาชิกทั้งสิ้นกว่า 850,000 คน นับเป็นฌาปนกิจที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดในประเทศไทย และในโอกาสที่เป็นมงคลต่างๆ สมาชิกได้เรียกร้องให้คุรุสภาเปิดรับสมัครสมาชิกเป็นกรณีพิเศษ โดยในปี พ.ศ.2542 ได้เปิดรับสมัครสมาชิกเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ วันที่ 5 ธันวาคม

ผู้มีสิทธิสมัคร ช.พ.ค. จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาในสังกัด ดังนี้ 1.กระทรวงศึกษาธิการ 2.องค์การมหาชน หรือองค์กรในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ 3.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กทม., เทศบาล, เมืองพัทยา ฯลฯ) 4.กระทรวงอื่นที่โอนจากกระทรวงศึกษาธิการ ตาม พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 และ 5.สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ค. ต้องมีคุณสมบัติ อายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันสมัคร และต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง หรือปฏิบัติหน้าที่อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ 1.ครู 2.คณาจารย์ 3.ผู้บริหารสถานศึกษา 4.ผู้บริหารการศึกษา 5.บุคลากรทางการศึกษาอื่น 6.ผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา หรือ 7.สมาชิกคุรุสภา (สังกัดกระทรวงอื่น อันเนื่องมาจากการโอนตามกฎหมาย และเป็นสมาชิกคุรุสภาก่อนวันที่ 12 มิถุนายน 2546)

สมาชิก ช.พ.ค. มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบ คือ จะต้องชำระเงินค่าสงเคราะห์รายศพให้แก่เพื่อนสมาชิกที่ถึงแก่กรรม ทุกๆ เดือน ในอัตราค่าสงเคราะห์รายศพศพละ 1 บาท ส่วนผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ครอบครัว ได้แก่ บิดา มารดา คู่สมรส บุตรชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงบุตรนอกสมรสที่บิดารับรองแล้ว จึงจะมีสิทธิ

ราย ละเอียดเกี่ยวกับ ช.พ.ค. ศึกษาได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) www.otep.go.th
พิซซ่า

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com


หนูชอบรับประทานพิซซ่ามากเลยค่ะ หนูอยากรู้ว่าพิซซ่ามีความเป็นมาอย่างไรคะและเมืองไทยมีพิซซ่าตั้งแต่เมื่อไหร่

จาก Pizza Lover

ตอบ คนรักพิซซ่า

วิ กิพีเดีย บอกว่า ยุคกรีกโบราณมีอาหารชนิดหนึ่ง ทำจากขนมปังอบ ราดหน้าด้วยน้ำมัน สมุนไพรและเนย ต่อมาชาวโรมันนำมาพัฒนาเป็นรูปแบบใหม่ โดยมีแป้งอบ โปะหน้าด้วยเนย น้ำผึ้ง และแต่งรสชาติด้วยใบกระวาน เรียกว่า "พลาเซ็นตา" (Placenta)

ส่วนพิซซ่าสมัยใหม่ที่มีหน้าตาคล้ายกับพิซ ซ่าในปัจจุบัน มีต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลี เมื่อพ.ศ.622 ภูเขาไฟวีซูเวียสระเบิดขึ้นและทลายเมืองปอมเปอีทั้งเมือง ทำให้เมืองชายทะเล ริมอ่าวเนเปิลส์ ตอนกลางของอิตาลีพังทลาย ลาวาและขี้เถ้าคร่าชีวิตผู้คนหลายพันคน



ต่อ มาประมาณพ.ศ.1183 แกตาโน ฟิโอเรลลี่ ค้นพบเตาฟืนโบราณจำนวนมาก มายในซากปรักหักพังของเมืองที่ถูกลาวาถล่ม บางเตาพบเถ้าถ่านขนมปังติดอยู่ในเตาอยู่ถึง 7 กิโลกรัม เป็นหลักฐานว่าทหารโรมันและชาวเมืองนาโปลีเคยกินขนมปังที่อบด้วยเตาฟืนโบราณ มานานแล้ว

พ.ศ.2243 ชาวเมืองนาโปลีเริ่มใส่มะเขือเทศกับสมุนไพรบางอย่างลงในขนมปังแล้วนำไปอบใน เตาฟืนโบราณ เป็นที่มาของต้นตำรับ "มารีนาราพิซซ่า"

ส่วนร้านพิซเซ อเรียร้านแรกในนาโปลีเปิดขายในพ.ศ. 2373 ชื่อร้านพอร์ต อัลบ้า (Port" Alba) ซึ่งอบพิซซ่าในเตาที่ทำจากหินภูเขาไฟวีซูเวียสและใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง

ต่อ มาปีพ.ศ.2393 นายดอน ราฟาเอล เอสโพสิโต ชาวเมืองเนเปิลส� เป็นคนแรกที่ใช้มอซซาเรลล่าชีส หรือชีสนมควายเป็นเครื่องปรุง และโด่งดังสุดๆ เมื่อทำพิซซ่าถวายสมเด็จพระราชาธิบดีอุมแบร์โตที่ 1 และสมเด็จพระราชินีมาเกอริต้า เมื่อครั้งเสด็จเยือนเมืองเนเปิลส� ซึ่งนายเอสโพสิโตทำพิซซ่าเป็นสีธงชาติของอิตาลี โดยใช้ใบเบซิลแทน สีเขียว ใช้มอซซาเรลล่าชีสแทนสีขาว และมะเขือเทศแทนสีแดง และตั้งชื่อพิซซ่าเพื่อเป็นเกียรติแด่พระราชินีว่า มาเกอริต้า ซึ่งพระนางทรงอนุญาตให้ใช้ชื่อพระนางเป็นชื่อของพิซซ่า และกลายมาเป็นมาตรฐานของพิซซ่าในปัจจุบัน


"เมือง หลวงของพิซซ่า" คือ เมืองเซา เปาโล ในประเทศบราซิล เพราะมีการ บริโภคพิซซ่ามากที่สุดในโลก ประมาณ 1 ล้านชิ้นต่อวันและมีร้านพิซซ่ามากกว่า 6,000 ร้าน ยิ่งกว่านั้น บราซิลจัด "วันพิซซ่า" ในเดือนก.ค.ของทุกปี ภายในงานมีการทำพิซซ่าขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร และมีการแข่งขันกินพิซซ่า

บราซิลยังมีพิซซ่าที่ปรุงด้วยกล้วย ช็อกโกแลตและสับปะรด ของขึ้นชื่อของประเทศ

ส่วนออสเตรเลียก็มีพิซซ่าหน้าเฉพาะของประเทศเช่นกัน ได้แก่ พิซซ่าหน้าเนื้อจิงโจ้ อีมู และจระเข้

ใน ไทย พิซซ่าเริ่มเป็นที่รู้จักกันตั้งแต่พ.ศ.2503 สมัยสงครามเวียดนาม เพราะทหารอเมริกันจำนวนมากเข้ามาตั้งฐานทัพในเมืองไทยและนำวัฒนธรรมการกิน พิซซ่าเข้ามาด้วย แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก สมัยนั้นต้องไปกินกันตามโรงแรมและห้องอาหารอิตาเลียนเท่านั้น

จนกระทั่งประมาณพ.ศ.2513 ร้านพิซซ่าฮัทมาเปิดสาขาแรก พิซซ่าจึงเป็นที่นิยมกันทั่วไป

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World