อูคูเลเล่

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com


ถึง น้าชาติ

อ่าน ข่าว ดาราหลายคน เช่น หยาดทิพย์ ราชปาล เล่นเครื่องดนตรีคล้ายกีตาร์ ชื่อ อูคูเลเล่ หนูอยากรู้ว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้มีที่มาอย่างไรคะ

จาก พลอย

ตอบ พลอย

อู คูเลเล่ (ukulele) มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกีตาร์ เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่าและมีเพียง 4 สาย (กีตาร์มี 6 สาย) เครื่องสายตัวจิ๋วพกพาง่าย เล่นไม่เจ็บนิ้วเหมือนกีตาร์ และมี 4 ขนาด คือ โซปรา โน, คอนเสิร์ต, เทเนอร์ และ บาริโทน

วิกิพีเดียบอกที่มาของอู คูเลเล่ ว่าเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 โดย 3 หนุ่ม มานูเอล นูเนส, โฆเซ่ โด เอสฟิริโต้ และ ออกัสโต ดิอัส ประดิษฐ์ ขึ้นมาจากการผสมผสานเครื่องดนตรีพื้นเมืองของโปรตุเกสคล้ายกีตาร์ขนาดเล็ก 2 ชนิด คือ "คาเวคินนู" และ "ราเฆา"



ต่อ มา ผู้อพยพชาวโปรตุเกสจากเกาะมาเดียร่าและเคป แวร์เด้ เดินทางไปเกาะฮาวายและนำเครื่องดนตรีชนิดนี้ติดมือไปด้วย จากนั้นมา เครื่องดนตรีดังกล่าวได้รับความนิยมกันทั่วเกาะฮาวาย เพราะกษัตริย์เดวิด คาลากาอัว ของฮาวายชอบเครื่องดนตรีชนิดนี้มาก

ชื่อ "อูคูเลเล่" เป็นภาษาฮาวาย แปลเป็นภาษาอังกฤษคร่าวๆ ได้ว่า "หมัดกระโดด" จากลีลาการเล่นนั่นเองเพราะเวลาคนเล่นอูคูเลเล่ นิ้วบนเฟรตดูเหมือนหมัดกระโดดไปมา

ส่วน "ราชินีลิลิอูโอกาลานิ" ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์พระองค์สุดท้ายของราชวงศ์ฮาวาย กล่าวว่า "อูคูเลเล่" มาจากคำว่า "อูคู" ซึ่งมีความหมายว่า "ของขวัญ" และ "เลเล่" หมายถึง "การมาถึง" ดังนั้น อูคูเลเล่จึงหมายถึง "ของขวัญที่มาถึงที่นี่"

อูคูเลเล่ยังมีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า "อู๊ก" (uke) หรือ "ยูก" ด้วย

ใน สมัยแรกๆ เพลงที่ได้รับความนิยมในการเล่นอูคูเลเล่เป็นเพลงพื้นเมืองของฮาวาย และต่อมานักดนตรีชาวอเมริกัน ชื่อ รอย สเม็ก และ คลิฟฟ์ เอ็ดเวิร์ด นำอูคูเลเล่เข้าไปเผยแพร่ในอเมริกา

ไม่นานนัก อูคูเลเล่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของวงแจ๊ซในอเมริกาและได้รับความนิยมเมื่อ 90 กว่าปีมาแล้ว เมื่อถึงยุคร็อกแอนด์โรล อูคูเลเล่ก็กลายเป็นเครื่องดนตรีที่สร้างสีสันให้กับเสียงเพลงไม่น้อย นักดนตรีดังๆ ในสมัยนั้น เช่น เรกัล ฮาร์โมนี และ มาร์ติน นำอูคูเลเล่มาเล่นกับแบนโจ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มาริโอ้ มักคาเฟอริ ผู้ผลิตพลาสติกคิดทำอูคูเลเล่จากพลาสติกขึ้นมาเป็นรายแรกและมียอดขายถึง 9 ล้านชิ้นเพราะราคาไม่แพง กระแสความนิยมอูคูเลเล่ยิ่งดังมากขึ้น เมื่อนำไปใช้ในการแสดงภาพยนตร์เรื่อง ดิ อาร์เธอร์ก็อดฟรีย์ โชว์ ทางทีวีในสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม อูคูเลเล่ถึงขาลงเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาจนถึง 10 ปีที่แล้ว จนกระทั่งมีผู้ผลิตอูคูเลเล่ขึ้นมาอีกครั้งและดังกว่าเดิม จากการบรรเลงของ อิสราเอล คามาคาวิโวโอเล่ ที่เล่นเพลง โอเวอร์ เดอะ เรนโบว์ และ ว็อต อะ วันเดอร์ฟูล เวิลด์ ซึ่งมีภาพยนตร์หลายเรื่องนำ 2 เพลงนี้ไปใช้จนเป็นที่นิยมกันทั่วไป

ในยุคนี้ เจสัน มราซ นำอูคูเลเล่มาเล่นในเพลง แอม ยัวส์ จนติดหูคนฟังไปทั่วโลก
โคคา-โคลา

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo,com



จอห์น เพ็มเบอร์ตัน
ถึง น้าชาติ

ผมอยากรู้ว่าเครื่องดื่มยอดฮิตอย่างโค้ก หรือ โคคา โคลา มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ

จาก เด็กซ่า

ตอบ เด็กซ่า

วิ กิพีเดียบอกว่า ผู้คิดค้นเครื่องดื่ม โคคา โคลา คือเภสัชกรชื่อ ดร.จอห์น เพ็มเบอร์ตัน ที่เมืองแอตแลนต้า มลรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2429 หรือ 125 ปีที่แล้ว โดยดร.เพ็มเบอร์ตันปรุงหัวเชื้อน้ำหวานในหม้อทองเหลืองสามขาซึ่งตั้งอยู่ใน สนามหญ้าหลังบ้านของเขาได้สำเร็จ และตั้งชื่อว่า "โคคาไวน์ฝรั่งเศสของเพ็มเบอร์ตัน" เพราะได้แรงบันดาลใจจาก "แวง มาริอานี" หรือ ไวน์โคคา ของยุโรป

ในวันเดียวกัน ดร.เพ็มเบอร์ตันนำไวน์ไร้แอลกอฮอล์ไปขายที่ร้านขายยาจาค็อปในเมืองแอตแลนต้า เป็นครั้งแรก ราคา 5 เซ็นต์ โดยรินน้ำดำชนิดนี้ให้คนไข้ดื่ม


สูตรต้นตำรับ


ปรากฏ ว่าได้รับความนิยมเพราะในขณะนั้นชาวบ้านเชื่อว่าน้ำชนิดนี้ดีต่อสุขภาพเพราะ ดร.เพ็มเบอร์ตันอ้างว่ารักษาโรคได้หลายชนิด เช่น รักษาอาการติดมอร์ฟีน อาหารไม่ย่อย อ่อน เพลีย ปวดศีรษะ รวมทั้งเสื่อมสมรรถ ภาพทางเพศ

ดร.เพ็มเบอร์ ตันไม่คิดว่าเครื่องดื่มนี้จะกลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตแบบถล่มทลาย เพราะในช่วงปีแรกโคคา-โคลาขายได้ประมาณวันละ 9 แก้ว จึงขายหุ้นให้กับ อาซา เกร็กส์ แคนด์เลอร์ ในปี 2430 ในปีเดียวกันนั้นเองดร.เพ็มเบอร์ตันติดมอร์ฟีนอย่างหนักจึงขายหุ้นให้กับนัก ธุรกิจอื่นๆ อีก 4 คน แต่ต่อมานายแคนด์เลอร์ก็กว้านซื้อหุ้นคืนมาทั้งหมดและเป็นเจ้าของกิจการ โคคา-โคลา เพียงผู้เดียว

ในปี 2435 นายแคนด์เลอร์ก่อตั้งบริษัทที่สอง คือ บริษัท โคคา-โคลา ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการอยู่ถึงทุกวันนี้

โฆษณา ราคา 5 เซนต์


เกร็ด เล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับก้าวแรกของโคคา-โคลาในเว็บไซต์ coke-world.exteen.com บอกว่า ที่มาของชื่อ "Coca-Cola" เกิดจากนายแฟรงก์ เอ็ม. โรบินสัน หุ้นส่วนและสมุหบัญชีของดร.เพ็มเบอร์ตันเสนอความเห็นว่า "ถ้าใช้ตัวอักษร C สองตัว ในโฆษณาเครื่องดื่มชนิดนี้น่าจะเข้าท่าดี" เขาจึงแนะให้ตั้งชื่อเครื่องดื่มนี้ว่า "Coca-Cola" และนายโรบินสันเขียนคำว่าโคคา-โคลาด้วยลายมือของเขาเอง ซึ่งต่อมากลายเป็นเครื่องหมายการค้าที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางทั่วโลก

สำหรับ สูตรต้นตำรับของโคคา-โคลาของแท้เก็บรักษาไว้อย่างดี โดยเพื่อนของดร.เพ็มเบอร์ตันเขียนด้วยลายมือแล้วส่งต่อให้ลูกหลานรุ่นต่อ รุ่นโดยเก็บรักษาไว้ที่ตู้นิรภัยของธนาคารยู.เอส. ซึ่งมีพนักงานบริษัทโคคา-โคลา เพียง 2 คนเท่านั้นที่รู้สูตรที่แท้จริง

แต่ เมื่อเวลาผ่านไป 125 ปีสูตรดังกล่าวได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณชนเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเว็บไซต์ Thisamericanlife.org นำสูตร โคคา-โคลา ต้นฉบับมาจากหนังสือพิมพ์ แอตแลนต้า เจอร์นัล-คอนสติติวชั่น ฉบับวันที่ 28 ก.พ.2522 มาเผยแพร่ หลังจากสูตรดังกล่าวตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ดังกล่าว แต่ไม่ได้โฆษณาประชาสัมพันธ์สักเท่าไหร่ จึงไม่ค่อยมีคนรู้

ด้านนาย มาร์ก เพนเดอร์กราสต์ ผู้เขียนประวัติเครื่องดื่ม โคคา-โคลา ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เดลี่เมล์ของอังกฤษโดยเชื่อว่าเอกสารชิ้นนี้เป็นของ แท้แน่นอน

nachart@yahoo.com

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7386 ข่าวสดรายวัน


บาริสต้า


คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com



ถึง น้าชาติ

ผมชอบกาแฟมาก ต้องกินกาแฟทุกวัน บางวันก็ไปดื่มที่ร้านกาแฟ อยากรู้ว่าคนชงกาแฟที่ดีต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้างครับ

จาก คอฟฟี่ปริ๊นซ์

ตอบ คอฟฟี่ปริ๊นซ์

นับ ตั้งแต่มีเมล็ดกาแฟเกิดขึ้นมาคู่กับโลก หลังจาก "คาลดี" เด็กเลี้ยงแกะชาวเอธิโอเปียค้นพบต้นกาแฟในราวคริสต์ศตวรรษที่ 9 ก็มีคนชงกาแฟเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน แต่สำหรับกูรูด้านกาแฟหรือขึ้นชั้นเป็น "บาริสต้า" ได้จะต้อง "มีดี" มากกว่าคนชงกาแฟทั่วไป

บาริสต้า ในภาษาอิตาเลียน หมายถึง บาร์เทนเดอร์ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ ทำงานหลังเคาน์เตอร์ เสิร์ฟเครื่องดื่มร้อนและเย็นทั้งชนิดที่เป็นแอลกอฮอล์หรือไม่เข้าแอลกอฮอล์ ไม่ได้หมายถึงคนชงกาแฟโดยเฉพาะ

แต่ "บาริสต้า" มีความหมายแคบลง เมื่อชาวอังกฤษขอยืมคำนี้ไปใช้และหมายถึงคนชงกาแฟ และยังมีคำว่า "บาริสโต้" (Baristo) ในภาษาอังกฤษอีกคำที่หมายถึง คนชงกาแฟที่เป็นผู้ชาย


ชิฮิโร โยโกยามะ บาริสต้าชาวญี่ปุ่นผู้เขียนหนังสือ Barista Book (เส้นทางสู่สุดยอดนักชงกาแฟ) บอกว่าในวัฒนธรรมอิตาลีซึ่งเป็นประเทศแรกที่มีร้านกาแฟแห่งแรกในโลก แนะว่า ข้อสำคัญสำหรับบาริสต้า ต้องมี 4 เอ็ม (ในภาษาอิตาเลียน) ได้แก่

Machina คือ เครื่องทำกาแฟ เอสเปรสโซแมชชีน

Miscela คือ การเบลนด์หรือผสมกาแฟพันธุ์ต่างๆ จากแหล่งปลูกต่างๆ กัน

Macinadosatore คือ เครื่องบดกาแฟ

Mano คือ คนทำกาแฟ หรือบาริสต้า

คุณสมบัติที่จำเป็นของการเป็นบาริสต้า คือ

1.รอบรู้เรื่องกาแฟ ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก สายพันธุ์กาแฟ รสชาติ กลิ่น สี น้ำมันของกาแฟชนิดต่างๆ จนถึงการเลือกเมล็ดที่คั่วและบดให้พอดีกับความละเอียดของเครื่องชง จากนั้น ต้องรู้วิธีการอัดกาแฟเข้าก้านชงกาแฟ หรือ Tamper ที่อัดได้แน่นพอเหมาะ ไม่แน่นหรือหลวมเกินไป การกะระยะเวลาน้ำกาแฟ อุณหภูมิการชง การทำฟองนม รวมถึงเชี่ยวชาญด้านเครื่องมือต่างๆ ในการชงกาแฟ

บางร้าน บาริสต้าจะคิดค้นเมนูเครื่องดื่มที่เป็นแบบฉบับของร้านเอง (ซิกเนเจอร์ ดริงก์)

2. รักงานด้านบริการและมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ที่อิตาลี บาริสต้าต้องเป็นผู้ควบคุมบาร์ทั้งหมด ทั้งต้อนรับลูกค้า พูดคุยกับลูกค้า ดูแลหน้าร้านความสะอาด

บาริสต้าที่ดี จะจำชื่อลูกค้าได้ เครื่องดื่มที่ลูกค้าชอบ บางคนจำไปถึงชื่อลูก และรถที่ลูกค้าขับมา

3. มีทักษะที่คล่องแคล่วในการทำงาน การชงกาแฟอย่างรวดเร็วบ่งบอกถึงความชำนาญในงาน ลูกค้าจะได้ประทับใจและเป็นการฝึกฝีมืออยู่เรื่อยๆ

4. มีไหวพริบปฏิภาณในการสื่อสารกับลูกค้า การรับคำสั่งจากลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการแนะนำเมนูให้กับลูกค้า ในกรณีที่ลูกค้าตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเครื่องดื่มชนิดไหนดี อีกทั้ง ต้องรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หากลูกค้าได้เครื่องดื่มที่ไม่ตรงตามที่สั่งหรือไม่พอใจรสชาติ

การแข่งขันบาริสต้าโลกจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2543 และจัดอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องเตรียมและเสิร์ฟเครื่องดื่มกาแฟคนละ 12 ชนิด คือ กาแฟเอสเปรสโซ่ 4 ชนิด คาปูชิโน 4 ชนิด และซิกเนเจอร์ ดริงก์ 4 ชนิด (ไม่มีแอลกอฮอล์) เพื่อให้กรรมการ 4 ท่านตัดสิน

กาแฟลดความอ้วน?

รู้ไปโม้ด
nachart@yahoo.com


กินกาแฟลดความอ้วนได้ไหมคะ ตอบด้วยนะ อยากทราบ

ปอย

ตอบ ปอย


เกี่ยว กับกาแฟโฆษณาสรรพคุณลดความอ้วน ภก.ดร.วิรัตน์ ทอง รอด ประชาสัมพันธ์สภาเภสัชกรรม ตอบเรื่องนี้ไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน สรุปความว่า จากกระแสสังคม 2 ประการ ได้แก่ 1.หุ่นผอม เพรียวลม และ 2.บริโภคนิยม ทำให้เกิดแรงกดดันในสังคมที่ต้องการความผอมเป็นสรณะ เกิดความต้องการ หรืออุปสงค์ ต่อความผอมหุ่นดีเป็นจำนวนมหาศาล ที่เฝ้ารอคอยความหวังว่าเมื่อใดจะมียาดีหรือของวิเศษที่จะช่วยตอบสนองเติม เต็มความอยากผอม อยากสเลนเดอร์เหมือนนางแบบ เหมือนดารา

สำหรับกาแฟลด ความอ้วนที่ส่วนใหญ่โฆษณาด้วยการขายตรงแบบปากต่อปาก หรือโฆษณาแอบแฝงตามสื่อมวลชนที่ไม่ได้พูดตรงๆ แต่ใช้กิจกรรมหรือท่าทางสื่อสารให้เข้าใจว่ากาแฟนั้นช่วยลดความอ้วนได้ โดยผลิตภัณฑ์กาแฟจำนวนมากอ้างว่าได้เพิ่มเติมสารอาหารดีๆ บางอย่างที่ช่วยให้ลดความอ้วน เช่น ไฟเบอร์ ช่วยเพิ่มกากอาหารในอุจจาระ, คอลลาเจน ที่พบได้ในเนื้อสัตว์ และจะถูกย่อยเป็นโปรตีนขนาดเล็ก ก่อนถูกดูดซึมเหมือนโปรตีนทั่ว ไป หรือ แอล-คาร์นิทีนและโครเมียม (ไม่มีผลต่อการลดน้ำหนัก) เป็น ต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นการอวดอ้าง โฆษณาเกินจริงทั้งสิ้น เพราะยังไม่มีหลัก ฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าสารเหล่านี้มีคุณสมบัติลดความอ้วนได้

อีก เหตุผลที่ทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อ คือเครื่องหมาย "อย." ซึ่งผู้ผลิตอ้างว่าได้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว ทั้งที่การได้เครื่องหมาย อย. นั้น หมายความว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจัดเป็นอาหาร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ไม่ใช่ยา) และรับรองว่าได้ผ่านการผลิตตามหลักการผลิตที่ดีแล้ว คือผลิตมาอย่างมีสุข ลักษณะ เป็นการควบคุมขั้นตอนการผลิตเท่านั้น ไม่ได้รับรองสรรพคุณเหมือนหรือเทียบเท่ากับยาที่สามารถลดน้ำหนักหรือลดความ อ้วน ดังที่โฆษณาหรือแอบอ้าง

ทั้งนี้ เคยมีรายงานข่าวว่า อย.เคยเข้าจับกุมผลิตภัณฑ์กาแฟที่เติมยาลดความอ้วน ลงไปผสม และเมื่อนำไปตรวจพบว่าเป็น ยาไซบูทรามิน (sibutramine) ซึ่งเป็นยาลดความอ้วนที่มีอันตรายสูง ในทางกฎหมายจัดเป็นยาควบคุมพิเศษที่จะต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อได้ในร้านขายยาทั่วไป ผลข้างเคียงของยาไซบูทรามินที่พบบ่อย ได้แก่ ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว ปากแห้ง ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ท้องผูก ที่สำคัญห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด ผู้ป่วยที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ดี ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ ผู้ป่วยโรคตับ ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่มีโรคต้อหิน รวมไปถึงหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรด้วย

นอกจากนี้ มีบทความทางการแพทย์รายงานว่า เครื่องดื่มมีส่วนสำคัญถึงครึ่งหนึ่งของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หรือครึ่งหนึ่งของความอ้วนเกิดจากเครื่องดื่ม โดยปัจจุบันมีเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบ ทั้งชนิดที่เป็นชา สมุนไพร กาแฟ ฯลฯ ซึ่งมีการปรุงสี กลิ่นและรสให้น่ากิน และในจำนวนนั้นก็มีน้ำตาลที่ช่วยให้หวาน หรือครีมที่ช่วยให้เข้มข้นน่ากิน ทั้งน้ำตาลและครีมตลอดจนสารปรุงแต่งอื่นๆ ที่มีอยู่ในเครื่องดื่ม ล้วนเป็นต้นเหตุถึงครึ่งหนึ่งของความอ้วนของมนุษย์

สรุปว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีเครื่องหมาย อย. ไม่ได้หมายความว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคได้ และย้ำว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น กาแฟ ถึงแม้จะผสมสารอาหารใดๆ ก็ตาม ก็ไม่มีคุณสมบัติในการลดความอ้วนได้ ตรงกันข้าม อาจทำให้เกิดโทษต่อสุขภาพ ถ้าบริโภคมากเกินไปหรือไม่เหมาะสม อาจต้องทนทุกข์กับผลข้างเคียงของยาอันตรายที่ลักลอบเติมมาในผลิตภัณฑ์เหล่า นั้นด้วย และบางครั้งอันตรายถึงชีวิต การเลือกผลิตภัณฑ์จึงควรอ่านฉลากให้ชัดเจน ใช้วิจารณญาณด้วยความรอบคอบ อย่าเชื่อคำกล่าวอ้างของผู้ขายหรือโฆษณาที่เกินความจริง ไม่เช่นนั้นจะตกเป็นเหยื่อของผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ

รู้ไปโม้ด
nachart@yahoo.com


อยากทราบความเป็นมาของท้องฟ้าจำลองที่เอกมัย

ฟิจิ

ตอบ ฟิจิ


ท้อง ฟ้าจำลองกรุงเทพ หรือ Bangkok Planetarium ตั้งอยู่ที่ 928 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 เริ่มก่อ สร้างเมื่อปีพ.ศ.2505 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด "อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแห่งชาติ" (ท้องฟ้าจำลอง) เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2507 จากบัดนั้น ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพจึงเปิดการแสดงให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2507 เป็นต้นมา

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพเป็นสถาบันการศึกษาแห่ง หนึ่ง สังกัดศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์สำคัญคือ เพื่อสร้างแหล่งที่ดีให้เยาวชนได้ชุมนุมหาความรู้ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ส่งเสริม การศึกษาวิชาดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โดยให้นักเรียนเรียนรู้จากของจำลองซึ่งคล้ายของจริง งบประมาณการก่อสร้างและดำเนินงานขั้นต้นจนสามารถเปิดแสดงได้ในปีพ.ศ.2507 เป็นเงินงบประมาณ 12 ล้านบาท



อาคาร ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ ห้องฉายดาว และส่วนแสดงนิทรรศการรอบห้องฉายดาว โดยห้องฉายดาวเป็นห้องวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20.60 เมตร หลังคาเป็นรูปโดม สูง 13 เมตร เพดานโดมเป็นแผ่นอะลูมิเนียมพรุน ทาสีขาวเพื่อรับแสง ที่ฉายออกจากเครื่องฉายดาวปรากฏเป็นดวงดาวในท้องฟ้าจำลอง คล้ายกับดวงดาวในท้องฟ้าจริง ความจุ 370 ที่นั่ง ตรงกลางห้อง ตั้งเครื่องฉายดาวระบบเลนส์ของ Carl Zeiss ของบริษัท คาร์ล ไซซ์ ประเทศเยอรมนี

เครื่องฉายดาว เป็นประดิษฐกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่มีระบบการทำงานซับซ้อน ประกอบด้วยระบบเครื่องกล ระบบไฟฟ้า และระบบแสงที่ประณีต ฉายภาพวัตถุท้องฟ้า และปรากฏการณ์หลายชนิด เลียนแบบธรรมชาติ สามารถปรับเครื่องขึ้นลงเพื่อแสดงดวงดาวในท้องฟ้าของประเทศใดก็ได้ตาม วัน-เวลาที่ต้องการ ทั้งดวงดาวในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เป็นเครื่องฉายดาวขนาดใหญ่เครื่องแรกในย่านเอเชียอาคเนย์


และ ต่อไปนี้คือศักยภาพของเครื่องฉายดาวของท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ 1.ฉายดาวฤกษ์ได้ประมาณ 9,000 ดวง ขณะที่ตาเปล่าสามารถมองเห็นดวงดาวในท้องฟ้าได้ราว 2,000 ดวง 2.ฉายดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ 5 ดวง และแสดงการเคลื่อนที่ผ่านไปในกลุ่มดาวต่างๆ ได้ชัดเจน 3.ฉายภาพกลุ่มดาวต่างๆ แสดงแนวทางช้างเผือก กระจุกดาว เนบิวลา กาแล็กซีบางแห่ง ดาวแปรแสง ดาวเทียม ดาวหาง ดาวตก เมฆ แสงรุ่งอรุณ แสงสนธยา แสดงการเกิดสุริยุปราคา จันทรุปราคา แสดงเส้นสมมติต่างๆ ในท้องฟ้า เช่น เส้นศูนย์สูตร เส้นสุริยวิถี เส้นเมอริเดียน แสดงขั้วทรงกลมฟ้า และตำแหน่งที่แกนผ่านขั้วโลกจะชี้ไปในรอบ 26,000 ปี แสดงระบบสุริยะ โลกหมุนในอวกาศ ภาพฉายแสดงรอบทิศ แสดงพื้นผิวดวงจันทร์ ดาวอังคาร พื้นผิวขั้วน้ำแข็งของโลก

ทั้งนี้ แต่ละรอบจะใช้เวลาจัดฉายประมาณ 1 ชั่วโมง และรายการแสดงจะผลัดเปลี่ยนไปทุกๆ เดือน

สำหรับ ส่วนแสดงนิทรรศการรอบห้องฉายดาวแบ่งออกเป็น 6 ส่วน ให้ความรู้ด้านดาราศาสตร์และอวกาศของไทยและของโลก (ไม่เสีย ค่าชม) ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 โลกดาราศาสตร์ ส่วนที่ 2 ชีวิตสัมพันธ์กับดวงดาวอย่างไร? ส่วนที่ 3 โลก แหล่งกำเนิดชีวิต ส่วนที่ 4 ชีวิตของดาวฤกษ์ ส่วนที่ 5 ความเป็นไปในเอกภพ และส่วนที่ 6 มนุษย์กับการสำรวจอวกาศ รายละเอียดเกี่ยวกับส่วนต่างๆ เข้าดูได้ที่เว็บไซต์ http:// www.bangkokplanetarium.com

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World