พวงมโหตร

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com


ถึง น้าชาติ

ผมเห็นพวงกระดาษสีต่างๆ ห้อยแขวนตามงานบุญที่วัด ลุงบอกว่า ชื่อ พวงมโหตร แปลว่าอะไรและเป็นมาอย่างไรครับ

จาก ต้อม

ตอบ ต้อม

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542 อธิบายว่า พวงมโหตร (อ่านว่า พวง-มะ-โหด) เป็นพวงอุบะ ซึ่งห้อยประดับอยู่ที่คันดาลฉัตร ทำด้วยผ้าตาดทอง ส่วนคันดาลฉัตร คือคันฉัตรที่มีรูปเป็นมุมฉาก 2 ทบอย่างลูกดาล เพื่อปักให้ฉัตรอยู่ตรงเศียรพระ พุทธรูป

ชาวอำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย มีประเพณีการสร้างพวงมโหตรกันมากว่า 50 ปี พวงมโหตรของที่นี่มีลักษณะเป็นดอกไม้ที่ปักกันเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นจะห่างกันประมาณ 50-70 เซนติเมตรจำนวน 7-9 ชั้น มีอุบะดอกไม้แห้งหรืออุบะนก ปลา ฯลฯ หรือกระดาษสายรุ้งสีต่างๆ ห้อยไว้ที่ปลายก้านของดอกไม้แต่ละดอกเพื่อให้ชั้นของดอกไม้ต่อเนื่องกันลงมา เป็นพวง และที่โคนของก้านดอกไม้แต่ละดอกจะผูกของกินของใช้ เช่น ขนมแห้ง ปากกา สมุด ดินสอ

ชาวบ้านจะเริ่มสร้างพวงมโหตรในวันขึ้น 14 ค่ำ ก่อนออกพรรษา 2 วัน และจะถวายพวงมโหตรในวันออกพรรษา ซึ่งเชื่อกันว่าการสร้างพวงมโหตรนี้ได้บุญกุศลมหาศาล เพราะนอกจากจะได้ร่วมฉลองเทศน์มหาชาติถึง 13 กัณฑ์แล้ว ชาวบ้านยังช่วยกันหาข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นถวายให้แก่วัด เป็นการสร้างความสามัคคีแก่คนในหมู่บ้านเดียวกันและหมู่บ้านใกล้เคียงอีก ด้วย

ส่วนชาวเพชร บุรีมีการสร้างพวงมโหตรอีกแบบหนึ่งซึ่งเห็นกันคุ้นตาตามงานบุญที่วัด

อ.จำลอง บัวสุวรรณ์ ที่ปรึกษากลุ่มลูกหว้า โรง เรียนเบญจมเทพอุทิศ จังหวัดเพชร บุรี อธิบายว่า พวงมโหตรมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าแพร่หลายอยู่ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์มานาน

ในประเทศไทยมีชื่อเรียกหลายอย่างตามแต่ละพื้นที่ เช่น แพร่ น่าน เชียงใหม่ เรียกตุงไส้หมู นครสวรรค์ ระยอง เรียกพวงเต่ารั้ง เลย อุดร เรียกพวงมาลัย แต่ที่เพชรบุรี เรียกกันว่าพวงมโหตร

พวงมโหตรมักจะติดอยู่ตาม "ธงราว" ซึ่งเป็นธงทำจากกระดาษว่าว ตอกลายเป็นรูปนักษัตร ใช้ตกแต่งสถานที่ในงานรื่นเริงหรืองานบุญ เพราะชาวเพชรมีความเชื่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษว่า สัตว์ 12 ชนิดที่เป็นสัญลักษณ์ปีนักษัตรนี้ ในอดีตเคยไปเฝ้าพระ พุทธเจ้าตอนปรินิพพาน สัตว์เหล่านี้จึงขอร้องว่าหากมีการเทศนาที่ไหนขอให้บอกด้วย อาจเป็นข้อคิดแก่ผู้คนว่าแม้สิงสาราสัตว์ยังรู้จักฟังเทศน์ฟังธรรม

การทำพวงมโหตรใช้กระดาษว่าวเช่นกัน ถ้าจะให้สวยต้องใช้กระดาษหลายๆ สี พับกระดาษสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้เป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วพับครึ่งสามเหลี่ยมนั้นต่ออีก 2 ครั้ง หมุนยอดสามเหลี่ยมเอาด้านสัน (ด้านที่เปิดไม่ได้) ไปไว้ทางขวามือ พับสันทับเข้าไปจนดูคล้ายสามเหลี่ยม 2 รูปซ้อนทับกันอยู่

จากนั้น ใช้กรรไกรตัดกระดาษสามเหลี่ยมแบบสลับฟันปลา โดยตัดจากยอดบนลงล่างจนเกือบถึงชายด้านล่างให้มีระยะห่างเท่าๆ กัน คลี่กระดาษออกและใช้กรรไกรเจาะรูตรงกลางกระดาษทั้ง 3 แผ่นเพื่อสอดกระดาษแข็งรูปวงกลมซึ่งร้อยด้ายผูกกับไม้ไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับทำเป็นไม้แขวน ใช้มือจับแต่งกระดาษที่ซ้อนกันอยู่นั้นให้เป็นทรงจอมแห


วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7482 ข่าวสดรายวัน


เจไอ-เจมาห์ อิสลามิยาห์


คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com



องค์การ J.I. ในอินโดนีเซีย คือกลุ่มไหนสำคัญอย่างไร

Taw

ตอบ taw

ข้อมูลจากกรมข่าวทหารอากาศ เขียนโดย พ.อ.อ.พอภัทร สด สร้อย ระบุว่า J.I. หรือชื่อเต็ม เจมาห์ อิสลามิยาห์ (Jemaah Islamiyah) คือกลุ่มนักรบอิสลามที่เคลื่อนไหวอยู่ในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ มีวัตถุประสงค์จะก่อตั้งรัฐอิสลามขึ้นในภูมิภาค โดย เจมาห์ อิสลามิยาห์ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 แต่ผู้เชี่ยวชาญ (ด้านการก่อการร้าย) ก็ไม่สามารถให้ข้อสรุปได้ว่าคำดังกล่าวเป็นชื่ออย่างเป็นทางการหรือไม่เป็น ทางการของชาวมุสลิมกลุ่มที่มีแนวคิดรุนแรง หรือเป็นคำที่รัฐบาลประเทศมุสลิมใช้เป็นคำจำกัดความของกลุ่มชาวมุสลิมที่ไม่ พอใจรัฐบาล

ต้นกำเนิดของกลุ่มเกิดจากเหตุการณ์ที่รวมเรียกว่า ดารุล อิสลาม (Darul Islam) เหตุรุนแรงที่ผลักดันให้เปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศอินโดนีเซียไปสู่การ ปกครองในระบบรัฐอิสลาม แม้ว่าอินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามอาศัยอยู่มาก ที่สุดในโลก แต่ก็มีประชาชนส่วนหนึ่งนับถือศาสนาคริสต์ ศาสนาฮินดู และศาสนาอื่น โดยแนวความคิดเรื่องดารุล อิสลามถือกำเนิดขึ้นในช่วงที่อินโดนีเซียหลุดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมของเน เธอร์แลนด์ ในช่วงทศวรรษที่ 1940 และกลุ่มที่เชื่อมั่นในแนวความคิดนี้ก็ต่อต้านระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐ ที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับเอกราชมาโดยตลอด ด้วยเห็นว่าระบอบสาธารณ รัฐเป็นแนวทางที่ขัดกับหลักทางศาสนา


กลุ่มเจไอถูกระบุว่าเป็นผู้ลงมือก่อการร้ายหลายคดีในหลายประเทศ รวมถึงเหตุระเบิดที่ไนต์คลับบนเกาะบาหลี ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 202 คน เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 2002 และเหตุรถยนต์บรรทุกระเบิด (Car Bomb) โจมตีโรงแรมเจ ดับบลิว แมริออท กลางกรุงจาการ์ตา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2003 อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดเหตุลอบวางระเบิดที่เกาะบาหลี ท่าทีของรัฐบาลอินโดนีเซียในการดำเนินการสืบสวนเกี่ยวกับกลุ่มเจไอยังดูไม่ เต็มที่ แม้ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์จะลงมือกวาดล้างเครือข่ายของเจไอไปบ้างแล้วก็ตาม กระทั่งเกิดเหตุระเบิดที่เกาะบาหลี สหรัฐอเมริกา ซึ่งเชื่อว่าไจเอมีความสัมพันธ์กับกลุ่มก่อการร้ายอัล ไคด้า ของ นายโอซามา บิน ลาเดน ประกาศชื่อ เจมาห์ อิสลามิยาห์ ไว้ในบัญชีรายชื่อกลุ่มก่อการร้ายสากล

ก่อนหน้านี้ สหรัฐพยายามให้รัฐบาลอินโดนีเซียร่วมมือในการทำสงครามต่อสู้กับการก่อการ ร้าย โดยไม่ก่อให้เกิดความบาดหมางขึ้นระหว่างพรรคการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาล หรือไม่เป็นการบ่อนทำลายสถานภาพของรัฐบาลสายกลางของ นางเมกาวาตี ซูการ์โน่ บุตรี ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และที่สุดเหตุลอบวางระเบิดที่เกาะบาหลีก็กระตุ้นให้รัฐบาลอินโดนีเซีย ตระหนักถึงขอบเขตของปัญหาที่เกิดจากกลุ่มก่อการร้าย เมื่อสหรัฐขึ้นบัญชีกลุ่มเจไอไว้ในรายชื่อกลุ่มก่อการร้ายสากล พร้อมกับสั่งอายัดทรัพย์สินของกลุ่ม รวมถึงห้ามไม่ให้สมาชิกเจไอเดินทางเข้าสหรัฐ

สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการของเจไอแทรกซึมครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อำนาจของรัฐบาลเข้าไปไม่ถึง, พื้นที่ที่ขาดแคลนเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือมีการทุจริตคอร์รัป ชั่นในหมู่เจ้าหน้าที่ และพื้นที่ติดทะเลที่มีเขตน่านน้ำที่เปิดกว้างของหลายประเทศ ทำให้กลุ่มเจไออาศัยข้อจำกัดเหล่านี้เป็นช่องทางในการปฏิบัติการได้ในหลาย ประเทศได้โดยสะดวก


วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7482 ข่าวสดรายวัน


เจไอ-เจมาห์ อิสลามิยาห์


คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com



องค์การ J.I. ในอินโดนีเซีย คือกลุ่มไหนสำคัญอย่างไร

Taw

ตอบ taw

ข้อมูลจากกรมข่าวทหารอากาศ เขียนโดย พ.อ.อ.พอภัทร สด สร้อย ระบุว่า J.I. หรือชื่อเต็ม เจมาห์ อิสลามิยาห์ (Jemaah Islamiyah) คือกลุ่มนักรบอิสลามที่เคลื่อนไหวอยู่ในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ มีวัตถุประสงค์จะก่อตั้งรัฐอิสลามขึ้นในภูมิภาค โดย เจมาห์ อิสลามิยาห์ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 แต่ผู้เชี่ยวชาญ (ด้านการก่อการร้าย) ก็ไม่สามารถให้ข้อสรุปได้ว่าคำดังกล่าวเป็นชื่ออย่างเป็นทางการหรือไม่เป็น ทางการของชาวมุสลิมกลุ่มที่มีแนวคิดรุนแรง หรือเป็นคำที่รัฐบาลประเทศมุสลิมใช้เป็นคำจำกัดความของกลุ่มชาวมุสลิมที่ไม่ พอใจรัฐบาล

ต้นกำเนิดของกลุ่มเกิดจากเหตุการณ์ที่รวมเรียกว่า ดารุล อิสลาม (Darul Islam) เหตุรุนแรงที่ผลักดันให้เปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศอินโดนีเซียไปสู่การ ปกครองในระบบรัฐอิสลาม แม้ว่าอินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามอาศัยอยู่มาก ที่สุดในโลก แต่ก็มีประชาชนส่วนหนึ่งนับถือศาสนาคริสต์ ศาสนาฮินดู และศาสนาอื่น โดยแนวความคิดเรื่องดารุล อิสลามถือกำเนิดขึ้นในช่วงที่อินโดนีเซียหลุดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมของเน เธอร์แลนด์ ในช่วงทศวรรษที่ 1940 และกลุ่มที่เชื่อมั่นในแนวความคิดนี้ก็ต่อต้านระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐ ที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับเอกราชมาโดยตลอด ด้วยเห็นว่าระบอบสาธารณ รัฐเป็นแนวทางที่ขัดกับหลักทางศาสนา


กลุ่มเจไอถูกระบุว่าเป็นผู้ลงมือก่อการร้ายหลายคดีในหลายประเทศ รวมถึงเหตุระเบิดที่ไนต์คลับบนเกาะบาหลี ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 202 คน เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 2002 และเหตุรถยนต์บรรทุกระเบิด (Car Bomb) โจมตีโรงแรมเจ ดับบลิว แมริออท กลางกรุงจาการ์ตา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2003 อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดเหตุลอบวางระเบิดที่เกาะบาหลี ท่าทีของรัฐบาลอินโดนีเซียในการดำเนินการสืบสวนเกี่ยวกับกลุ่มเจไอยังดูไม่ เต็มที่ แม้ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์จะลงมือกวาดล้างเครือข่ายของเจไอไปบ้างแล้วก็ตาม กระทั่งเกิดเหตุระเบิดที่เกาะบาหลี สหรัฐอเมริกา ซึ่งเชื่อว่าไจเอมีความสัมพันธ์กับกลุ่มก่อการร้ายอัล ไคด้า ของ นายโอซามา บิน ลาเดน ประกาศชื่อ เจมาห์ อิสลามิยาห์ ไว้ในบัญชีรายชื่อกลุ่มก่อการร้ายสากล

ก่อนหน้านี้ สหรัฐพยายามให้รัฐบาลอินโดนีเซียร่วมมือในการทำสงครามต่อสู้กับการก่อการ ร้าย โดยไม่ก่อให้เกิดความบาดหมางขึ้นระหว่างพรรคการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาล หรือไม่เป็นการบ่อนทำลายสถานภาพของรัฐบาลสายกลางของ นางเมกาวาตี ซูการ์โน่ บุตรี ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และที่สุดเหตุลอบวางระเบิดที่เกาะบาหลีก็กระตุ้นให้รัฐบาลอินโดนีเซีย ตระหนักถึงขอบเขตของปัญหาที่เกิดจากกลุ่มก่อการร้าย เมื่อสหรัฐขึ้นบัญชีกลุ่มเจไอไว้ในรายชื่อกลุ่มก่อการร้ายสากล พร้อมกับสั่งอายัดทรัพย์สินของกลุ่ม รวมถึงห้ามไม่ให้สมาชิกเจไอเดินทางเข้าสหรัฐ

สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการของเจไอแทรกซึมครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อำนาจของรัฐบาลเข้าไปไม่ถึง, พื้นที่ที่ขาดแคลนเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือมีการทุจริตคอร์รัป ชั่นในหมู่เจ้าหน้าที่ และพื้นที่ติดทะเลที่มีเขตน่านน้ำที่เปิดกว้างของหลายประเทศ ทำให้กลุ่มเจไออาศัยข้อจำกัดเหล่านี้เป็นช่องทางในการปฏิบัติการได้ในหลาย ประเทศได้โดยสะดวก


วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7481 ข่าวสดรายวัน


บิ๊กไบค์


รู้ไปโม้ด
nachart@yahoo.com



รถบิ๊กไบค์ มีเคล็ดลับการซื้ออย่างไรบ้างครับ

พจน์

ตอบ พจน์


มี คำตอบเรื่องการเลือกซื้อมอเตอร์ ไซค์ บิ๊กไบค์-Big bike จากเว็บไซต์ www.118bikes. com ว่า รู้ว่าชอบรถแนวไหนแล้วหาข้อมูลราคา โดยรวมค่าอุปกรณ์ในการขับขี่ด้วย ต่อมาดูสถานที่ออกรถ ถ้าเป็นรถบ้าน เจ้าของประ กาศขายเอง ข้อดี 1.ราคาโดยส่วนมากถูกกว่ารถหน้าร้าน 2.ต่อรองราคาได้มาก คุยกับเจ้าของโดยตรง รู้ประวัติรถ 3.เห็นสภาพเดิม ข้อเสีย 1.ราคาถูก แต่อาจต้องทำเพิ่มมากกว่าที่คุยกันไว้ ไม่มีรับประกัน 2.ถ้าผู้ขายไม่บอกความจริง หากต้องซ่อมแซมมากๆ จะเรียกร้องอะไรไม่ได้ ส่วนรถที่ร้าน ข้อดี 1.รถเก็บงานมาแล้ว ปรับปรุงสภาพเครื่องยนต์ อุปกรณ์ ทำสีใหม่ 2.รับประกันตามแต่จะตกลง ข้อเสีย ไม่เห็นสภาพเดิม ถ้าย้อมแมว จะสังเกตยาก

ข้อสังเกตเบื้องต้น ดูเลขเครื่อง-เลขคอที่ระบุในเล่มทะเบียนให้ตรงกับรถ โดยเลขเครื่องและเลขคอไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะประกอบจากอะไหล่เก่า ต้องขอรายละเอียดจากเจ้าของเดิมด้วยถึงข้อปลีกย่อยอื่นในภาวะปัจจุบัน คือทะเบียนสวม หรือทะเบียนแท้ แล้วดู


1.ชุด สี ให้สังเกตช่วงตัวยึดนอต ขายึดในจุดต่างๆ โดยเฉพาะด้านหน้า ว่ามีรอยเชื่อมมากรึเปล่า หลายจุดไหม อันนี้บอกได้ถึงการเกิด อุบัติเหตุว่าชนมาแล้วมากน้อยแค่ไหน เหล็กยึดโครงหน้ากากด้านหน้า ก็เช่นเดียวกัน

2.เฟรม สีอะลูมิเนียมเดิมๆ ไม่ทำสีจะดีที่สุด โดยมากถ้าไม่เคยเกิดอุบัติ เหตุรุนแรง การทำสีเฟรมมักเป็นทางเลือกสุดท้ายในการปกปิดร่องรอย

3.เครื่อง ไม่มีคราบเยิ้มน้ำมันตามรอยปะเก็น

4.สายไฟ น่าจะอยู่ในสภาพที่เก็บงานแล้ว จัดระเบียบมาได้เรียบร้อย

5.ปลายท่อ แห้ง เขม่าสีเทาๆ ถ้าสีออกดำแสดงว่ากรองอาจตันหรือหมดสภาพแล้ว (อันนี้เล็กน้อย รับได้)

6.ลองสตาร์ต เปิดไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟหน้าปัดเรือนไมล์

7.ลอง คร่อม โยกรถ (กำเบรกหน้า) ลองเด้งหลังโดยใช้น้ำหนักตัวว่าโอเคมั้ย โช้กหน้า แกนต้องไม่เป็นรอยลึกๆ รอยหลุมตามดเล็กๆ ไม่มีคราบน้ำมัน โช้กหลังต้องไม่เด้งขึ้นแรงๆ ทันที ต้องมีความหนืดของโช้กด้วย ทำนองว่ากดลงแล้วค่อยๆ เด้งขึ้น

8.ลองเดินเบาสักพัก แล้วเบิ้ลรอบเครื่องยนต์แรงขึ้นอีกนิด ดูความราบเรียบของรอบเครื่องยนต์

9.เครื่อง เดินเบาราบเรียบ ไม่กระตุก หรือไม่นิ่ง โดยปกติถ้าสตาร์ตใหม่ๆ รอบเครื่องอาจจะแกว่งๆ แต่ถ้าปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานต่อไปอีกสักพัก รอบเดินเบาจะคงที่ขึ้น

10.ต้องไม่มีเสียงประหลาดๆ ก๊อกๆ แก๊กๆ หรือเสียงวี้ดตามรอบเครื่องยนต์ ยกเว้นรถ Suzuki ที่เอกลักษณ์เสียงเครื่องยนต์อาจดังมากกว่ายี่ห้ออื่น

11.ถ้าสตาร์ต แล้วมีควันขาว ให้เดินเบาสักครู่ ลองเบิ้ลรอบดู ถ้าปกติควันจะจางไป หรือไม่มี แต่ถ้าเบิ้ลรอบยังมีควันออกมาตลอด อาจเป็นปัญหาที่เครื่องยนต์ และในกรณีที่ไม่สามารถติดเครื่องได้ อย่างน้อยควรได้ฟังเสียงการทำงานของเครื่องยนต์จะดีที่สุด

12.ถ้าไม่ ให้ลองขี่อย่าซื้อ ควรลองรถแบบมีระยะทางมากหน่อย ใช้เกียร์หลายๆ เกียร์ ทดลองงัดขึ้น-ลง ถ้าปกติอาการเกียร์แข็งจะไม่มี ใช้ความเร็วมากขึ้นนิดหน่อย เครื่องถ้าร้อนแล้ว แม้จะไม่ได้ใช้งานมานานแต่ถ้าปกติควันจะน้อยลงมาก ในกรณีสตาร์ตไปสักพัก เอามือไปอังที่ปลายท่อแล้วมีความชื้นหรือละอองน้ำกระเด็นออกมา แสดงว่าเครื่องฟิตมาก จนควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ (ดีมาก)

13.ทดลองเบรกหน้า-หลัง ขี่วนๆ กลับรถ เดินหน้า-ถอยหลัง

14.โซ่ สเตอร์ ยาง ถ้าไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้ อาจต่อรองราคาลงหน่อย แล้วไปเปลี่ยนเอาเอง แต่ต้องคำนวณราคาไว้แล้วจะได้รู้ยอดรวมโดยประมาณ เรื่องสีสันภายนอกเป็นประเด็นรอง ให้ดูเครื่อง เฟรม เป็นหลัก

อย่า ใจร้อน ให้ดูละเอียดหลายๆ คัน หลายๆ ที่ ศึกษารถที่สนใจ เช่น เลขเครื่อง เลขเฟรม อุปกรณ์ต่างๆ ปั๊มเบรก รู้มากๆ ไว้ก่อน โอกาสถูกหลอกจะได้น้อยลง


วันที่ 06 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7494 ข่าวสดรายวัน


พิณเพียะ


รู้ไปโม้ด
nachart@yahoo.com



ตอนเด็กเคยเห็นพิณเปี๊ยะ ตอนนี้ไม่ได้เห็น อยากทราบข้อมูลด้วย

ตูน

ตอบ ตูน


มี ความรู้เรื่องพิณเพียะ หรือ พิณเปี๊ยะ รวบรวมและเรียบเรียงโดย นพดล คชศิลา บัณฑิตสาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ไทย ภาควิชาศิลปกรรมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร สรุปความได้ว่า พิณเพียะเป็น 1 ใน 3 เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายของล้านนาที่มีอยู่ในปัจจุบัน เครื่องสายทั้งสาม ได้ แก่ พิณเพียะ ซึง สะล้อ กล่าวสำหรับพิณเพียะ เครื่องดนตรีโบราณที่ทุกวันนี้มีผู้บรรเลงได้น้อยมาก นักดนตรีและผู้ศึกษาทางด้านดนตรีได้เปรียบเสียงของพิณเพียะไว้ว่า "ดังม่วนเหมือนเหมยตกใส่ต๋องกล้วยยามเดิ๋ก" แปลว่า เสียงเพียะไพเราะเหมือนเสียงหยดน้ำค้างหยดกระทบใบตองกล้วยยามค่ำคืน

พิณ เพียะมีสาย 1-7 สาย กล่องเสียงทำด้วยกะลามะพร้าวผ่าครึ่ง คันทวนทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ชิงชัน ไม้มะเกลือ ส่วนหัวหล่อด้วยโลหะสำริด หรือทองเหลือง เป็นรูปนกหัสดิลิงค์ หัวช้าง หรือนกยูง และมีส่วนประกอบต่างๆ ดังนี้ 1.กล่องเสียง หรือ กะโหล้ง ทำด้วยกะลามะพร้าวผ่าครึ่งตามแนวขวาง ตรงกลางเจาะรูเพื่อร้อยเชือกกับเสาค้ำและคันทวย 2.เสาค้ำ ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เป็นส่วนต่อระหว่างกล่องเสียงกับคันเพียะ มีรูสำหรับเชือกรัดร้อยผ่านเพื่อผูกให้ยึดแน่นกับคันเพียะ 3.เชือกหรือหวายรัด เป็นเส้นเล็กๆ สำหรับรัดสายเพียะให้ติดกับคันเพียะ และรัดกะโหล้งให้ติดกับคันเพียะ มีเสาค้ำคั่นกลาง ด้านในของเสาค้ำมีรูให้ร้อยผ่านและมีไม้ขัดสำหรับผูกเชือก


4.คัน เพียะ ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ช่วงต้นใหญ่แล้วเรียวเล็กไปถึงช่วงปลายที่ใช้สำหรับสวมหัวเพียะ 5.ลูกบิด หรือหลักเพียะ ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง สำหรับทำหน้าที่ขันสายเพียะเพื่อปรับระดับเสียง 6.สายเพียะ ทำด้วยเส้นโลหะ เช่นทองเหลือง ทองแดง 7.หน่อง คือการรั้งสายเพียะด้วยเชือกเส้นเล็กๆ ตามตำแหน่งเสียงที่ต้องการทำให้สายเพียะเส้นนั้นมี 2 เสียง การหน่องจะมีเฉพาะเพียะที่มีสายตั้งแต่ 3 สายขึ้นไปถึง 7 สาย 8.หัวเพียะ ทำด้วยสำริดหล่อเป็นรูปหัวสัตว์ต่างๆ และมีรูสำหรับสวมกับปลายคันเพียะ

พิณ เพียะมีวิธีการบรรเลงโดยถือด้วยมือซ้าย แนบกล่องเสียงที่ทำด้วยกะลามะพร้าวไว้กับหน้าอกหรือท้อง ดีดด้วยมือซ้ายและขวาพร้อมขยับเปิด-ปิดกล่องเสียงเพื่อให้เกิดความสั่น สะเทือน และใช้วิธีการ "ป๊อก" คือใช้ปลายนิ้วนางมือขวา หรือเล็บ สะกิดสาย แล้วใช้โคนนิ้วชี้มือขวานั้นประคบสายไว้ เทคนิคนี้จะทำให้เกิดเสียงฮาร์โมนิค หรือโอเวอร์โทน เป็นเสียงที่มีความถี่สูงกว่าเสียงธรรมดาประมาณ 1 ช่วงคู่เสียงขึ้นไป ทำให้เสียงกังวานไพเราะ แต่เบากว่าเสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนโดยปกติ

ด้วย เอกลักษณ์ดังกล่าว การบรรเลงพิณเพียะจะต้องใช้การฝึกฝนเป็นอย่างมากเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ ทั้งการป๊อก การดีด การจ๊ก (ล้วงสาย) การไข (ขยับเปิดกล่องเสียง) การหับ (ขยับปิดกล่องเสียง) ซึ่งในการทำให้เกิดเสียงแต่ละครั้งอาจต้องใช้เทคนิคทั้งหมดโดยต่อเนื่องกัน จนการที่จะเล่นพิณเพียะได้นั้นมีความยากอยู่มาก ถึงขั้นที่นักดนตรีจาวเหนือมักพูดกันว่า "หัดเพียะสามปี๋ หัดปี่สามเดือน" ปี่คือปี่ซอ หรือปี่จุม ใช้บรรเลงประกอบการขับร้อง โดยผู้เป่าต้องใช้ไหวพริบที่จะเป่าให้สอดคล้องประสานกับเนื้อร้องและปี่เล่ม อื่นๆ ในกลุ่ม จึงต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกฝนค่อนข้างนาน การนำมาเปรียบเทียบแสดงให้เห็นว่าการหัดดีดเพียะเป็นเรื่องยากมาก

ประกอบ กับหัวเพียะทำด้วยโลหะ ชาวบ้านทั่วไปไม่สามารถหล่อขึ้นเองได้ ผู้ที่มีหัวเพียะส่วนมากได้มาจากบรรพบุรุษ ด้วยเหตุต่างๆ เหล่านี้ และรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายประการทำให้จำนวนของพิณเพียะมีน้อย ผลที่ตามมาคือทุกวันนี้มีผู้สามารถบรรเลงพิณเพียะได้น้อยคน

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World