ยำสลัดทูน่า + หมูย่างเส้นหมี่ ในวันที่แสนขี้เกียจ

ยำสลัดทูน่า + หมูย่างเส้นหมี่ ในวันที่แสนขี้เกียจ  credit NaneeUgly bloggang.com
 
ฝนตกทีไรอยากกินอะไรแซ่บๆ ทุกที ใครเป็นแบบเราบ้างคะ? ค้นตู้เย็นดูเจอเส้นหมี่สดที่แช่ทิ้งไว้ชาติที่แล้ว และหมูย่างที่หมักแบบมั่วๆทิ้งไว้สองวันที่แล้ว จะกำจัดอย่างไรดี?...มองไปอีกทีเจอมะนาว ตระใคร้ (เหี่ยวมาก) ผักกาดแก้ว และผักสลัดต่างๆ ที่เกือบจะเน่าแร่ะ...ทำอะไรดีล่ะ อืมมม ปิ๊ง!!! ยำสลัดทูน่า... แล้วมันทำอย่างไร ยากมั๊ย??? ไปเปิดอากู๋ดูจิ (เสียงหัวใจสั่งมาว่างั้น) อืมมม มันไม่ได้ยากเลยแฮะ มีวัตถุดิบพอดี ถึงแม้ว่าเกือบจะเน่าไปแล้ว...แล้วไอ่เจ้าหมูที่หมักไว้กับเส้นหมี่ล่ะจะทำ ไงดีน๊อ??? ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก

ว่าแล้วก็จัดการ หยิบมายองเนสใส่ชามผสมสักสามสี่ช้อนโต๊ะ เราประมาณเอาค่ะ หั่นพริกขี้หนูเยอะๆ เราชอบกินเผ็ดค่ะ ชอบกินเผ็ด...หั่นหอมแดงใส่ลงไป ตะใคร้เหี่ยวๆ ซอยๆๆๆ บีบมะนาวลงไป 1 ลูกครึ่ง ใส่เกลือลงไปหยิบมือนึง เราแอบใส่พริกไทลงไปด้วย แล้วคลุกๆๆๆๆ ให้เข้ากัน ตามด้วยปลาทูน่า 1 กระป๋องเราใส่หมดทั้งน้ำและเนื้อปลาทูน่าค่ะ น้ำยำสลัดจะเหลวแล้วค่ะหลังจากผสมเข้ากัน ชิมรสดู ขาดอะไร ชอบอะไร เติมลงไปตามชอบค่ะ จากนั้นใส่ผักสลัดที่มีเท่าที่หาได้ในตอนนั้นลงไปคลุกค่ะ เย้! มันออกมาน่ากินเหมือนที่ชาวบ้านเค้าทำออกมาเหมือนกันแฮะ...

แล้ว หมูหมักกะเส้นหมี่ล่ะทำอะไรดี...ก็อบเอาจิ ง่ายดี ส่วนเส้นหมี่ก็ลวกแล้วโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวก็ดีนะ ...อาหารบ้านนี้ไม่มีกฎตายตัวค่ะ มั่วได้อยู่เสมอ...

เสร็จออกมาเป็นแบบนี้... Fusion food แบบมั่วๆ ค่ะ







ขอบคุณทุกๆ ท่านที่แวะเข้ามาชมนะคะ

“ปลาพื้นบ้าน” สารพันเมนูปลาสด รสจัดจ้าน

ร้านปลาพื้นบ้านมีเมนูปลาให้เลือกกินมากมาย
       “ปลา” เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางสารอาหารหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย เนื้อปลามีไขมันต่ำ และมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่เรียกว่า โอเมก้า 3 ที่ดีต่อร่างกาย แถมยังมีวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และไนอะซีน รวมถึงมีธาตุเหล็ก แคลเซียมและฟอสฟอรัส เรียกว่าหากบริโภคเนื้อปลาก็จะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านในร้านปลาพื้นบ้าน
       ฉะนั้นในมื้อนี้ “ตระเวนกิน” เลยขอชวนมิตรรักนักกินทั้งหลายไปกินปลาเพื่อสุขภาพที่ดีกัน ยังร้านอาหารที่มีชื่อว่า “ปลาพื้นบ้าน” ซึ่ง ตั้งอยู่ตรงถ.ศรีนครินทร์ ที่นี่เป็นร้านอาหารที่เน้นขายอาหารประเภทปลาน้ำจืด หรือปลาพื้นบ้านของไทย ซึ่งปลาบางชนิดหากินได้ยาก แต่ถ้ามาที่ร้านนี้ขอบอกว่ามีให้ได้ลิ้มลองกัน
      
       ความโดดเด่นของอาหารเมนูปลาของร้านปลาพื้นบ้านนี้ อยู่ตรงที่ทางร้านจะมีปลาน้ำจืดหลากหลายชนิดให้ได้เลือกลิ้มรส และคัดสรรแต่ปลาที่มีคุณภาพ เน้นความสดของปลาเป็นหลักสำคัญ ซึ่งจะมีแหล่งปลาน้ำจืดที่ทางร้านเลือกสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นจากอ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครนายก และทางร้านนำปลาสดๆ เหล่านี้มาปรุงเป็นอาหารไทยๆ พื้นบ้านรสจัดจ้านให้ได้เลือกรสชาติกันมากมายกว่า 100 เมนู
ปลาม้าคั่วพริกเกลือ
       ว่าแล้วก็เปิดเมนูสั่งอาหารจานปลารสเด็ดของที่นี่มาลิ้มรสกันดีกว่า เริ่มด้วยเมนูแรก คือ ปลาม้าคั่วพริกเกลือ (180 บาท) เป็นปลาม้าจากที่สั่งมาจากสุพรรณบุรี หรือจากอ่างทอง ทางร้านนำเนื้อปลาม้ามาหั่นเป็นชิ้นๆ ใหญ่พอสมควรแล้วคลุกเครื่องปรุงสูตรพิเศษของทางร้าน ก่อนจะนำปลาไปทอดจนเหลืองกรอบ แล้วก็คั่วกับเครื่องสมุนไพรไทยๆ อย่างกระเทียมสับ พริกสับ หอมสับ รากผักชี พริกไทยเม็ดโขลก คั่วทุกอย่างให้เข้ากันแบบแห้งๆ เสิร์ฟมาร้อนๆ หอมกลิ่นพริกกระเทียมโชยขึ้นจมูก ลิ้มรสเนื้อปลากรอบนอกนุ่มในได้รสเครื่องกระเทียมพริกไทยที่เข้มข้นเข้ากับ ปลา
ปลาเนื้ออ่อนสามรส
       เมนูต่อมาเป็น ปลาเนื้ออ่อนสามรส (ราคาตามน้ำหนัก ปลา ขีดละ 70 บาท) ทางร้านเลือกปลาเนื้ออ่อนไวด์ใหญ่สักหน่อยนำไปทอดแล้วก็ทำน้ำสามรสสูตรเด็ด เฉพาะที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ ใส่สับปะรด หอมใหญ่ พริกยักษ์ 3 สี ราดมาบนตัวปลา ชิมรสชาติแล้วถูกปากดีตรงที่ปลาเนื้ออ่อนเนื้อนุ่มสดผสานรสชาติน้ำซอสที่ราด มาแบบกลมกล่อม ไม่เผ็ดมาก
ปลาคังผัดฉ่า
       จากนั้นมาชิม ปลาคังผัดฉ่า (180 บาท) ที่ส่งกลิ่นหอมของเครื่องผัดฉ่ามาแต่ไกล เป็นปลาคังแล่มาเป็นชิ้นแบบไม่มีก้าง และผัดมากับเครื่องผัดฉ่าแบบครบเครื่อง ใส่พริกไทยสด กระชาย พริกแกงที่ทางร้านโขลกเอง และใส่ข้าวโพดอ่อน ถั่วฝักยาว กินปลาคังผัดฉ่าจานนี้แล้วขอยกนิ้วให้ในความสดของปลาคัง ที่เนื้อแน่นนุ่มไม่คาวเลย และซึมรสชาติเครื่องผัดฉ่าที่จัดจ้านถึงใจจริงๆ
ปลาน้ำเงินฉู่ฉี่
       แล้วก็มากินเมนูนี้ ปลาน้ำเงินฉู่ฉี่ (ราคาตามน้ำหนักปลา ขีดละ 70 บาท) ซึ่งที่จริงจะมีให้กินเฉพาะฤดูหนาวช่องเดือนต.ค.-ธ.ค. แต่ว่าช่วงนี้ทางร้านได้ปลาน้ำเงินมาเป็นพิเศษเลยพอจะมีให้ได้ลิ้มรสกัน เมนูนี้ทางร้านนำปลาน้ำเงินหั่นมาเป็นชิ้นใหญ่แล้วนำไปนึ่ง แล้วก็ทำฉู่ฉี่ครบเครื่องแบบไทยๆ ตามสูตรเด็ดของทางร้านราดมาบนตัวปลา ชิมแล้วเนื้อปลาน้ำเงินไม่คาวเลย เนื้อนุ่มเนียนหวานสดมากๆ เข้ากันดีกับฉู่ฉี่รสเข้มข้นหอมมันกะทิ
ต้มโคล้งปลากระทิงย่าง
       และมาซดน้ำร้อนๆ ให้คล่องคอกับเมนู ต้มโคล้งปลากระทิงย่าง (180 บาท) เป็นปลากระทิงเอามาย่างกับเตาถ่านให้พอเหลืองสุกหอม แล้วจึงนำมาต้มโคล้งสูตรโบราณแบบครบเครื่อง ใส่หอมใหญ่ โหระพา พริกโขลก เห็ดฟาง และพริกแห้งทอด ซดน้ำร้อนๆ เปรี้ยว เผ็ดแซบถึงใจ หอมกลิ่นปลากระทิงย่างอ่อนๆ เนื้อปลานุ่มดี
กุ้งแม่น้ำเผา
       เดี๋ยวจะหาว่ามีแต่เมนูปลาเท่านั้น ทางร้านยังมี กุ้งแม่น้ำเผา (กิโลกรัม ละ 1,300 บาท) ให้ได้สั่งมากินกันด้วย เป็นกุ้งแม่น้ำไซด์ 3-4 ตัวโล ส่งตรงจากอ่างทอง หรือสิงห์บุรี ทางร้านจะนำกุ้งแม่น้ำสดๆ มาเผากับเตาถ่านจนสุกได้ที่ เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดที่ทางร้านทำเอง ลิ้มรสกุ้งแม่น้ำเนื้อแน่นหวานสดมาก มันกุ้งก็มันปากมาก จิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านโดนใจปากดีแท้
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมธรรมชาติ
       ถึงแม้จะแนะนำเมนูจานเด็ดมาก็หลายเมนูแล้ว แต่อย่างที่บอกว่าที่นี่มรเมนูปลาให้เลือกกินมากมายจริงๆ เพราะยังมีเมนูปลาจานเด่นอื่นๆ ที่ชวนชิมอีกเพียบ อาทิ ปลาบึกผัดฉ่า (180 บาท) ปลาเซียมทอดกรอบผัดพริกขิง (120 บาท) ยำตะไคร้ปลารากกล้วยทอด (120 บาท) ปลาซิวทอดกรอบ (80 บาท) ปลาช่อนเผาเกลือ (220 บาท) ปลาดุกอุยย่างกินกับน้ำปลาหวาน (120-180 บาท) ปลาม้าทอดน้ำปลา (180 บาท) ต้มขมิ้นปลาเนื้ออ่อน (ราคาตามน้ำหนักปลา ขีดละ 70 บาท) ฯลฯ
      
       เรียกว่าหากใครชื่นชอบกินเมนูปลาสดๆ รสจัดจ้านแบบไทยๆ ก็พากันมาได้ที่ร้าน “ปลาพื้นบ้าน” ซึ่งมีบรรยากาศร้านที่ชวนนั่งสบายๆ มีทั้งโต๊ะนั่งด้านในห้องแอร์ และส่วนด้านนอกจัดเป็นสวนมีโต๊ะนั่งรับลมธรรมชาติเย็นๆ
       

รายงานสดจากพื้นที่ข่าว

เดินทางไปที่นี่
Latitude: 13.67311714 Longitude: 100.6478502

      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “ปลาพื้นบ้าน” ตั้ง อยู่ที่ 1 ซ.ศรีนครินทร์ 62 แขวงบางนา เขตประเวศ กทม. การเดินทางจากถ.บางนา-ตราด (ขาออก) ให้วิ่งตรงมาจนถึงแยกศรีเอี่ยมแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถ.ศรีนครินทร์ สังเกตทางซ้ายมือจะเห็นร้านปลาพื้นบ้านตั้งอยู่ริมถนน มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน (จุดสังเกตอยู่ตรงข้ามโรงแรมโนโวเทลบางนา) มีที่จอดรถด้านหลังร้าน เปิดทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. ทางร้านรับจัดเลี้ยงด้วย ถ้ามาแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อนจะดีที่เบอร์ 0-2746-5399 และยังมีอีกสาขาอยู่ที่ อาคารปาล์มสตรีทเพลส ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม โทร. 0-2934-5488
 

“MOONICE” ไอศกรีมไม้ไผ่

“MOONICE” ไอศกรีมไม้ไผ่  credit sirivinit bloggang.com






บรรยากาศหน้าร้าน





ไอศกรีมไม้ไผ่





ไอศกรีมไวน์องุ่น



รูปแบบของไอศกรีมไม้ไผ่ เป็นไอศกรีมเกล็ดหิมะสีดำ ซึ่งสีดำที่ได้มาจากการนำถ่านไม้ไผ่มาสกัดได้สารสกัดจากถ่านไม้ไผ่ และนำมาผสมกับหัวเชื้อในการทำไอศกรีมเกล็ดหิมะ ก่อนจะส่งมาให้ทางร้านทำไอศกรีมขายหน้าร้าน

ซึ่งในส่วนของรสชาติ จะมีกลิ่นหอม และรสชาติที่สัมผัสได้ใกล้เคียงกับไม้ไผ่ที่เผาออกมาเป็นถ่านไม้ไผ่ ส่วนรสชาติความหวานมัน เหมือนกับไอศกรีมเกล็ดหิมะตัวอื่นของทางร้าน


ไอศกรีมไวน์องุ่น

“จุดเด่นของไอศกรีมเกล็ดหิมะของทางร้านเรา จะแตกต่างจากร้านไอศกรีมเกล็ดหิมะทั่วไป เพราะตัวน้ำแข็งที่นำมาทำไอศกรีมจะปรุงรสสำเร็จมาจากทางเจ้าของแฟรนไชส์ จะใช้ความหวานของสารสกัดตามธรรมชาติที่เป็นหัวเชื้อ ไม่ได้ใช้ความหวานของน้ำตาล

ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับคนรักสุขภาพ แต่ก็จะมีข้อเสียเพราะจะทำให้ละลายเร็วๆ เมื่อนำไอศกรีมเข้าเครื่องไสออกมาเป็นแผ่นแล้วจะต้องรับประทานเลย เพราะทิ้งไว้สัก 5-10 นาทีไอศกรีมจะละลายหมด”

ราคาไอศกรีม เริ่มต้นที่ 45 บาท ไปจนถึง 69 บาท ภายในร้านจะมีเมนูพิเศษ ที่ทางร้านได้คิดร่วมกับเจ้าของแฟรนไชส์ 6 เมนู ประกอบด้วย ไอศกรีมไวน์องุ่น ไวน์สตอเบอรี่ ส้ม สับปะรด ไม้ไผ่ งาดำ และมีรสชาติตามฤดูกาลผลไม้ไทย เช่น มะม่วง ลิ้นจี่ เป็นต้น

และที่ ถือว่าเป็นจุดเด่นของทางร้านที่ไม่เหมือนใครอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ ตัวท็อปปิ้ง ซึ่งนำเข้าจากไต้หวัน และกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก มีชื่อว่า โบโบ ลักษณะเด่นของโบโบ คือ เมื่อเคี้ยวจะแตกภายในปาก ซึ่งเป็นการทำออกมาเลียนแบบไข่ปลาคาเวียร์ มีให้เลือก 3 รสชาติ สตอเบอรี่ ลิ้นจี่ และโยเกิร์ต

ในส่วนของไอศกรีมไม้ไผ่ นั้น ยังเป็นจุดขายที่สามารถเรียกลูกค้าได้อยู่ เพราะเชื่อว่า เมื่อลูกค้าได้ลองชิมรสชาติของไอศกรีมไม้ไผ่ ก็จะต้องกลับมากินอีก และเมื่อไม่มีที่ไหน สุดท้ายก็ต้องเลือกมากินที่ MOONICE

และทาง เจ้าของแฟรนไชส์ยินดีจะไม่ทำไอศกรีมไม้ไผ่ ให้กับลูกค้าแฟรนไชส์รายอื่นๆ และปัจจุบันไอศกรีมไม้ไผ่ เป็นไอศกรีมที่ลูกค้าให้ความสนใจ และสั่งกินกันในครั้งแรกที่เข้ามาใช้บริการ เพราะทุกคนก็ต้องการจะลองของใหม่

โทร.08-8277-5954


ขอขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์


สวัสดิ์สิริชีววารค่ะ

รสดีเด็ด เนื้อตุ๋น ข้าวหน้าไก่ สะพานเหลือง

รสดีเด็ด เนื้อตุ๋น ข้าวหน้าไก่ สะพานเหลือง  credit ภูผาฟ้าทะเล bloggang.com

ร้านรสดีเด็ด ย่านสะพานเหลือง มื้อเที่ยงช่วงสายถึงบ่าย ขายเกาเหลาเนื้อตุ๋น (เนื้อ+หมู) และข้าวหน้าไก่ มื้อเย็น+กลางคืน มีสุกี้ ฯลฯ ด้วยสิบอกไห่...ย

ร้านนี้จะเน้นรสชาติเข้มข้น ไม่ใช่เช็งๆแบบคนจีน ก็อร่อยไปอีกแบบครับ ข้าวนุ่ม บรรยากาศโอ่โถง ดูสะอาดเมื่อเทียบกับร้านอาหารตึกแถวร้านอื่น กินแล้วไม่ค่อยคอแห้ง อาจจะไม่มี(หรือมีน้อย)ผงชูรสนะครับ เพราะของเค้าอร่อยอยู่แล้ว



ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น น้ำซุปหอมเข้มข้น มีทั้งเนื้อตุ๋นและหมู่ตุ๋น แบบก๋วยเตี๋ยวและเกาเหลา

เนื้อตุ๋นมีเครื่องให้เลือกไม่เยอะ คือมี เนื้อ ลูกชิ้น สด เปื่อย เอ็น น่องลาย ตับ แต่ว่าแค่นี้ก็อร่อยแล้ว

อ้อ ที่ร้านขายเนื้อวัวดิบด้วย เค้าเซียนเรื่องเนื้อจริงๆ



ข้าวหน้าไก่ ข้าวนุ่ม น้ำราดเข้มข้นกลมกล่อม มีพริกสดให้ด้วย

การ เดินทาง ร้านอยู่บนถนนพระรามสี่ ถ้ามาจากบ่อนไก่ ขึ้นสะพานมาเรื่อยๆ ข้ามแยกสามย่านมา ร้านจะอยู่ขวามือตรงข้ามธนาคารกรุงเทพฯ ต้องมากลับรถ หาไม่ยากเด้อคับ เพราะเป็นร้านสองห้อง ป้ายใหญ่หน่อย ร้านเปิด สายๆถึงดึกเลยครับ สายกับบ่าย จอดรถริมถนนได้ กลางวันก็จอดได้ แต่คงจะแน่นๆหน่อย วัดดวงครับ ส่วนหลังเลิกงานห้ามจอด

ต้มน้ำซุปกุ้งจากเปลือกกุ้ง

ต้มน้ำซุปกุ้งจากเปลือกกุ้ง credit swin bloggang.com

เวลาทำต้มยำกุ้ง แกงป่ากุ้ง จะต้องใช้น้ำซุป

ง่ายๆ ใช้เปลือกและหัวกุ้งมาต้มน้ำซุป

ตั้งน้ำให้เดือดก่อน เอาเปลือกและหัวกุ้งลงไปต้ม พอเปลือกและหัวกุ้งเปลี่ยนสีเป็นสีแดงแปลว่าสุกแล้ว

ตักเปลือกและหัวกุ้งขึ้นมา


บดเปลือกและหัวกุ้งใน Food Processor


บดให้ละเอียด


นำเปลือกและหัวกุ้งที่บดละเอียดไปต้มในน้ำซุป รอให้เดือดประมาณ 5 นาที


กรองเอาเปลือกและหัวกุ้งออก จะได้น้ำซุปกุ้งที่เข้มข้น


อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World