| โดย : ผ่านมาแวะกิน (travel_astvmgr@hotmail.com) | ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
และชิ้นสุดท้ายเป็น ทีรามิสุ (95 บาท) ที่ชั้นล่างเป็นสปองจ์เค้ก และใช้น้ำกาแฟเข้มข้นผสมกับเหล้าคาลัวร์มาพรมเนื้อเค้กให้ชุ่มฉ่ำ แทรกเป็นชั้นๆ สลับกับเนื้อเค้กด้วยมาสคาโพนชีส ซึ่งเป็นครีมชีสของอิตาลี และด้านบนสุดโรยด้วยผงโกโก้ ทีรามิสุชิ้นนี้หอมนำมาด้วยเหล้าคาลัวร์ รสชาติเข้มข้นถึงใจ และนุ่มเนียนไปกับครีมชีส | ||||
เห็นเค้กหน้าตาน่ากินแบบนี้แล้วเกิดอยากลองชิมขึ้นมา หรืออยากมานั่งผ่อนคลาย ละเลียดชิมเค้กอร่อยละมุนลิ้น ก็ตรงกันมาได้ที่ร้าน “YKB YING KA BUA” * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ร้าน “YKB YING KA BUA” ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล สาขารัตนาธิเบศร์ โซนพาร์คเลน การเดินทางถ้ามาจากแยกเกษตร ให้ตรงมาเรื่อยๆ ผ่านแยกพงษ์เพชร แยกแคราย ตรงมาเรื่อยๆ จนผ่าน บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ ให้ชิดซ้าย วิ่งในเส้นคู่ขนาน จากนั้นจะสังเกตเห็น เซ็นทรัล สาขารัตนาธิเบศร์ อยู่ทางขวามือ ให้ตรงไปจะมีสะพานกลับรถ เมื่อกลับรถมาแล้วให้วิ่งชิดซ้าย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเซ็นทรัล ร้านจะอยู่ที่ชั้น 1 บริเวณโซนพาร์คเลน ติดกับอินเด็กซ์ ลีฟวิ่ง มอลล์ เยื้องกับร้าน Daily Nail ทางร้านรับสั่งทำเค้ก (สั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน) เปิดทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น. โทร. 08-3994-3612 |
“YKB YING KA BUA” ละเลียดเค้ก ละมุนลิ้น
หอยสด รสอร่อย ที่ “หอยทอดชาวเล”
ร้าน “หอยทอดชาวเล” ตั้งอยู่ใน ซ.สุขุมวิท 55 หรือ ซ.ทองหล่อ จุดเริ่มต้นมาจากเปิดร้านขายหอยทอดอยู่ที่เชียงใหม่ แถวๆ หมู่บ้านเชียงใหม่แลนด์ แล้วก็ขยับขยายมาเปิดร้านที่นี่ได้ประมาณ 13 ปีแล้ว ปัจจุบัน ก็เลยมีสาขาอยู่ทั้งที่เชียงใหม่ ซ.ทองหล่อ และที่สีลม ซ. 10 อีกหนึ่งแห่ง | |||||
อย่างเมนูแรกที่ต้องมาลิ้มลองกัน หอยแมลงภู่ทอด (50 บาท) ที่จะใช้หอยแมลงภู่สดตัวโตมาทอดร้อนๆ เสิร์ฟบนแผ่นแป้งทอดบางกรอบที่ทอดพร้อมกับไข่ไก่ รองด้านล่างด้วยถั่วงอกผัดกับน้ำมันจนพอสุก ก่อเสิร์ฟโรยหน้าด้วยต้นหอมซอย แล้วยกเสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มซอสพริกที่ทางร้านปรุงขึ้นเองแบบไร้สารกันบูด ชิมหอยแมลงภู่ทั้งสด ทั้งหวาน ไม่มีกลิ่นคาว เนื้อแป้งกรุบกรอบนุ่มเนื้อไข่ น้ำจิ้มรสชาติกลมกล่อมกำลังดี | |||||
ส่วนอีกเมนูที่คล้ายๆ กันคือ อ่อลั่วะ (80 บาท) ที่ด้านบนเป็นเหมือนอ่อส่วน แต่ด้านล่างรองด้วยถั่วงอกผัดน้ำมันพอสุก และแผ่นแป้งบางกรอบ ชิมจานนี้จะได้ลิ้มรสทั้งเนื้อแป้งเหนียวนุ่มหอมไข่ หอยนางรมหวานอร่อย และแป้งกรอบๆ เคี้ยวเพลิน | |||||
| |||||
ถ้าหากใครอยากลิ้มรสหอยสดหวานอร่อย กับเมนูหอยทอดและผัดไท ก็แวะเข้ามาได้ที่ร้าน “หอยทอดชาวเล” | |||||
ร้าน “หอยทอดชาวเล” ตั้ง อยู่ที่ 25 ซ.สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. การเดินทาง จาก ถ.สุขุมวิท ให้เลี้ยวเข้า ซ. สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ เป็นตึกแถวริมถนน หรือหากใช้รถไฟฟ้า BTS ให้ลงที่สถานีทองหล่อ แล้วเดินเข้าซอยมาก็ได้เช่นกัน เฉพาะวันหยุดสามารถจอดรถได้บริเวณหน้าร้าน ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ และมีบริการเดลิเวอรี่ (ลูกค้าเสียค่าจัดส่งเอง) ร้านเปิดทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น. โทร.08-5128-3996, 08-9448-6289 ส่วนอีก 2 สาขา ตั้งอยู่ในสีลม ซ.10 และที่หมู่บ้านเชียงใหม่แลนด์ ถ.ช้างคลาน จ.เชียงใหม่ โทร. 08-5869-3330 |
“กะทิสด” รสเด็ดขนมไทย หอมชื่นใจ หวานอร่อย
ร้าน “กะทิสด” เปิดมาได้ 3 ปีแล้ว เป็นร้านขนมหวานไทยๆ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ “กะทิ” ซึ่ง จะแตกต่างจากร้านอื่นตรงที่เป็นลักษณะของกะทิคั้นแห้งไม่ได้ผสมกับน้ำ จึงทำให้ได้หัวกะทิแบบเน้นๆ และได้กลิ่นหอมของกะทิมากกว่า ซึ่งมะพร้าวกะทิที่จะนำมาทำน้ำกะทินั้นก็คัดสรรมาเป็นอย่างดี และนำมาทำกันสดๆ ใหม่ๆ ทุกวัน ทำให้ได้ขนมหวานแบบคุณภาพ | ||||
| ||||
| ||||
หรือถ้าอยากจะลองชิมทับทิมกรอบทั้งสามแบบก็ต้องสั่ง ทับทิมกรอบแฟนซี (ถ้วยละ 30 บาท) ที่จะได้ชิมครบทุกอย่าง หรือจะสั่ง ทับทิมกรอบใส่ลูกมะพร้าว (ลูกละ 40 บาท) และยังมี ทับทิมกรอบเกล็ดหิมะกะทิสด (ถ้วยละ 40 บาท) ที่จะนำตัวกะทิสดไปแช่แข็งแล้วนำออกมาปั่นเป็นเกล็ดหิมะ ใช้แทนกะทิสดที่เป็นน้ำ ได้รสชาติหวานหอมเย็นจับใจยิ่งกว่า | ||||
| ||||
ตามมาลองลิ้มชิมรสชาติขนมหวานไทยๆ กับกะทิสดหอมหวานมันอร่อยแบบนี้กันได้ที่ร้าน “กะทิสด” ใน ซ.แจ้งวัฒนะ 14 กะทิสดอร่อยสมชื่อร้านแบบนี้ กินกันจนลืมอิ่มเลยทีเดียว | ||||
ร้าน “กะทิสด” ตั้ง อยู่ที่ 29/5-6 ซ.แจ้งวัฒนะ 14 (ซ.บิ๊กซี) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. การเดินทางถ้ามาจากแยกหลักสี่ ให้วิ่งตรงมาบน ถ.แจ้งวัฒนะ ฝั่งที่จะไปปากเกร็ด ตรงมาเรื่อยๆ จนถึงแยกคลองประปา ให้กลับรถแล้วตรงมาจนถึงห้างบิ๊กซี แล้วเลี้ยวเข้าซอยด้านข้างห้าง (ซ.แจ้งวัฒนะ 14) ตรงไปอีกประมาณ 300 เมตร สังเกตทางซ้ายมือ จะเห็นร้านตั้งอยู่ติดริมถนน มีป้ายให้เห็นชัดเจน สามารถจอดรถได้ด้านหน้าร้าน ทางร้านรับออกงานภายนอก และรับสั่งทำกระเช้าขนม ร้านเปิดทุกวัน เวลา 10.30-22.00 น. โทร.0-2573-6071-2, 08-6620-4953 |
"อีโคไล" ป้องกันได้
เจ้าเชื้ออีโคไลที่ว่านี้ เป็นแบคทีเรียซึ่งพบได้ในลำไส้ของมนุษย์และสัตว์ สามารถทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหารที่รุนแรง โดยมีอาการที่สำคัญคือท้องเสียชนิดอุจจาระมีเลือดปน บางรายอุจจาระเป็นมูกเลือด และที่สำคัญคือมักพบว่าโรคนี้ทำให้เกิดภาวะไตวายร่วมด้วย เชื้อแบคทีเรียอีโคไลนี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป โดยเฉพาะในมูลสัตว์ ดังนั้นหากคนกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีเชื้อเหล่านี้เข้าไป ก็จะทำให้เกิดอาการท้องร่วง จนกระทั่งเกิดภาวะลำไส้อักเสบและมีอาการเลือดออกไม่หยุด เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและพบเลือดปนกับอุจจาระ บางรายถึงกับเสียชีวิตได้
สำหรับในเมืองไทยแม้จะยังไม่มีผู้ป่วยหนักด้วยเชื้อตัวนี้ แต่ "108 เคล็ดกิน" ขอแนะนำว่าควรระวังรักษาสุขภาพตัวเองไว้ก่อน โดยมีวิธีป้องกันอย่างง่ายๆ โดยใช้วิธี "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" วิธีเดียวกับการป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เพิ่งระบาดในประเทศไทยและทั่วโลกเมื่อไม่นานมานี้ เพราะเชื้อแบคทีเรียอีโคไลจะตายเมื่อผ่านความร้อนจากการปรุงอาหาร และการล้างมือก่อนกินอาหารก็เป็นวิธีฆ่าเชื้อโรคที่ได้ผล แต่สำหรับผู้ที่นิยมบริโภคผักสดเนื้อดิบ ต้องระมัดระวังให้มาก โดยควรล้างผักสดด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แช่น้ำทิ้งไว้ 10-15 นาที และล้างผักผ่านน้ำไหลนานประมาณ 2 นาที เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค หากเป็นผลไม้และผักสดที่มีเปลือกก็ควรปอกเปลือก รวมทั้งอาจใช้สารในการชะล้างสารปนเปื้อนออกไปร่วมด้วยก็ได้ เช่น ด่างทับทิม น้ำส้มสายชู หรือผงฟู ส่วนเนื้อดิบนั้นควรงดไปก่อนจะดีที่สุด
“ซูชิ” วัฒนธรรมการกินแดนปลาดิบ
“ซูชิ” หรือ ข้าวปั้นมีหน้าที่เรารู้จักกันดีนั้น เป็นอาหารของชนชาติญี่ปุ่น ซึ่งมักจะหมายถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของ ซูชิเมะชิ หรือข้าวที่ผสมกับน้ำส้มสายชู และมีหน้าแบบต่างๆ ทั้งอาหารทะเล ไข่ ผัก เนื้อดิบ หรือเนื้อที่ผ่านกระบวนการปรุงแล้ว และส่วนใหญ่ก็มักจะใส่วาซาบิลงไปบนข้าวด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อยให้มาก ยิ่งขึ้น
การทำซูชินั้นมีในญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานแล้ว จนคนเข้าใจกันว่าเป็นของดั้งเดิมของญี่ปุ่น แต่เมื่อมีการสืบค้นหาที่มาก็พบว่า ญี่ปุ่นรับวัฒนธรรมการกินปลาหมักกับข้าวมาจากเมืองจีน โดยมีหลักฐานจากเอกสารโบราณของจีนที่พูดถึงอาหารที่มีหน้าตาคล้ายกับซูชิ ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 2 อาหารที่พูดถึงนี้คือปลาเค็มที่หมักด้วยข้าว และจะนำปลามากินเมื่อหมักจนได้ที่แล้ว ส่วนข้าวที่นำมาหมักนั้นจะเอาไปทิ้ง
อีกส่วนหนึ่งก็เชื่อกันว่า วัฒนธรรมซูชินั้นเกิดมากจากประเทศแถบบ้านเรานี่เอง ซึ่งเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งข้าวทั้งปลา และมีวัฒนธรรมการถนอมอาหารให้คงอยู่เป็นเวลานาน โดยเฉพาะปลาที่จะนำมาหมักโดยมีส่วนผสมของข้าวด้วย อย่างเช่น ปลาร้า และปลาส้ม และวัฒนธรรมเหล่านี้ก็เข้าไปสู่ญี่ปุ่นโดยผ่านทางประเทศจีน
ซูชิดั้งเดิมของญี่ปุ่นจะใช้ปลาหมักมากินคู่กับข้าว แต่ต่อมาในสมัยเอโดะได้เปลี่ยนมาใช้เป็นของทะเลสดๆ แทน และมีเครื่องเคียงเป็นขิงดอง ที่มีคุณสมบัติช่วยในการฆ่าเชื้อโรค ส่วนในปัจจุบันนั้นมีให้เห็นกันหลากหลายหน้า อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาโอ ปลาหมึก กุ้ง ไข่หวาน ไข่ปลา ไข่กุ้ง แตงกวา ปลาไหล ฯลฯ
นอกจากนี้แล้ว ซูชิยังแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ ดังนี้
นิงิริซูชิ (Nigiri Sushi) เป็นซูชิพบได้บ่อยในภัตตาคาร ซูชิจะมีลักษณะข้าวเป็นก้อนรูปวงรีแล้ววางเนื้อปลาดิบ ปลาหมึก ฯลฯ ไว้ข้างบน อาจจะใส่วาซาบิเล็กน้อย หรือตกแต่งด้วยสาหร่ายทะเลก็ได้ ซูชิแบบนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด
มากิซูชิ (Maki Sushi) มีวิธีทำ 3 แบบด้วยกัน คือ 1.ม้วนข้าวไว้ด้านในสาหร่ายทะเลอยู่ด้านนอก 2.ม้วนสลับกับแบบแรกโดยที่สาหร่ายอยู่ด้านในส่วนข้าวอยู่ด้านนอก 3.ห่อเป็นรูปกรวย เรียกว่า แคลิฟอร์เนียเทมากิ
ชิราชิซูชิ (Chirashi Sushi) เป็นการจัดปลาดิบ ปลาหมึก กุ้ง ผัก ฯลฯ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ วางเรียงบนข้าวที่ใส่อยู่ในกล่อง
โอชิซูชิ (Oshi Sushi) หรือรูปแบบคันไซจากเมืองโอซาก้า เอาข้าวมาอัดลงในแม่พิมพ์รูปสี่เหลี่ยมตามยาวหั่นขนาดพอดีให้รับประทานเป็น คำๆ แล้ววางเนื้อปลาไว้ด้านบน
อินะริซูชิ ซูชิที่นำเนื้อมาใส่ในเต้าหู้ที่มีลักษณะเป็นถุง
คราวนี้ ถ้าไปเห็นซูชิที่ไหน ก็คงจะได้ละเลียดกินความอร่อยไปพร้อมกับความรู้ที่มาคู่กับเจ้าข้าวปั้นก้อนกลมๆ ตรงหน้ากันแล้ว
Subscribe to:
Posts (Atom)