“Faye’s” อาหารไทย-อินเตอร์ ครบรสความอร่อย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์23 สิงหาคม 2555 13:46 น.
บรรยากาศภายในร้าน “Faye’s” ชวนนั่งสบายๆ
       อาการท้องร้องโหยหิวหาอาหาร นี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เพราะถึงแม้ว่าบางทีเราเพิ่งจะกินข้าวผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง จู่ๆ ท้องก็ร้องจ๊อก..จ๊อก..อยากจะได้อาหารมาใส่ท้องกันอีกแล้ว
      
       “ตระเวนกิน” ก็เป็นพวกตามใจปากท้องเสียด้วยไม่ค่อยชอบให้ ท้องร้องหาอาหาร เราก็เลยต้องไปเสาะหาอาหารอร่อยๆ มาเติมเต็มความอิ่มให้กับปากท้องกัน และในมื้อนี้เราก็ได้มาอิ่มอร่อยกับอาหารรสเด็ดกันที่ร้าน“Faye’s” (เฟ ย์) ซึ่งถึงแม้จะเป็นร้านอาหารน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน แต่มีความน่าสนใจในเรื่องของอาหารและบรรยากาศร้านที่ชวนให้มานั่งกินข้าวแบบ สบายๆ
บรรยากาศห้องส่วนตัว
       บรรยากาศของร้าน“Faye’s” ถูกตกแต่งสไตล์ฮิปแอนด์ชิลล์ ดูโปร่งโล่งสบายชวนนั่ง แถมยังมีห้องส่วนตัวให้บริการอีก 4 ห้อง ส่วนอาหารของที่ร้านนี้นำเสนอทั้งอาหารไทยแนวประยุกต์รสจัดจ้าน และมีอาหารอินเตอร์ อย่างอาหารอิตาเลียน, ยุโรป และฝรั่งเศสให้ได้ลิ้มลองรสชาติ ตามสูตรเด็ดเฉพาะที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษ และใส่ใจในเรื่องของการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และมีวัตถุดิบที่ต้องอิมพอร์ตเข้ามาเป็นพิเศษอีกด้วย
ไก่ทอดซอสมะขาม
       ว่าแล้วก็เปิดเมนูอาหารเลือกสั่งอาหารจานเด็ดของที่นี่มาชิมกันดีกว่า เริ่มด้วยเมนูแรก ไก่ทอดซอสมะขาม (150 บาท++) เป็นเนื้อไก่ส่วนอกนำมาสไลด์เป็นชิ้นแล้วหมักกับเครื่องปรุงสูตรพิเศษของทาง ร้าน แล้วนำไปทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน และทำซอสน้ำมะขามสูตดเด็ดมาราดบนเนื้อไก่อีกที โรยหน้าด้วยตะไคร้ซอย ใบมะกรูด และพริกแห้งทอดกรอบ ชิมแล้วเนื้อไก่กรอบนอกนุ่มในได้รสชาติซอสมะขามรสดีออกเปรี้ยวๆ หวานๆ ถูกปากจริง
หมี่กรอบ
       เมนูถัดมานำเสนอ หมี่กรอบ (180 บาท++) สไตล์พิเศษของทางร้านที่นำเอาเส้นหมี่ขาวที่มีความยาว 1 นิ้ว มาทอดแล้วนำมาคลุกเคล้ากับน้ำซอสสูตรพิเศษ และใส่กุ้งแห้งทอดกรอบ เต้าหู้เหลืองทอด ใบกุยช่าย หอมแดง โรยหน้าด้วยไข่ฟูทอดกรอบ และกุ้ง แถมมีผักสดอย่างถั่วงอกกับใบกุยช่ายเป็นเครื่องเคียง กินแล้วเส้นหมี่กรอบกรุบซึมรสชาติน้ำซอสรสเข้มข้น
หมูตกน้ำมะนาว
       ตามมาด้วยเมนูนี้ หมูตกน้ำมะนาว (200 บาท++) เป็นเนื้อหมูส่วนสันนอกหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า แล้วนำมาหมักกับเครื่องปรุงจนนุ่มและนำมาย่าง และมีน้ำปรุงรสเด็ดที่ใช้น้ำมะนาวสดๆ ปรุงกับส่วนผสมต่างๆ นำมาราดบนเนื้อหมู ที่รองจานด้วยใบคะน้าทอดกรอบ โรยด้วยใบสะระแหน่หอมๆ ส่งชิ้นเนื้อหมูเข้าปากเคี้ยวนุ่มหนึบปากได้รสชาติเปรี้ยวแซบของน้ำปรุงโดน ใจ
เกี๊ยวสะดุ้งกุ้งสับ
       จากนั้นมากินเมนูนี้กันบ้าง เกี๊ยวสะดุ้งกุ้งสับ (180 บาท++) ทางร้านนำแผ่นเกี๊ยวมาทอดกรอบ แล้วก็ทำน้ำซอสข้นๆ หนืดๆ คล้ายกับราดหน้า มีส่วนผสมของเนื้อกุ้งสับ และผงกะหรี่หอมๆ แล้วนำมาราดบนแผ่นเกี๊ยว ชิมแล้วก็ถูกปากไปอีกแบบกับแผ่นเกี๊ยวเคี้ยวกรอบ ชุ่มน้ำซอสรสกลมกล่อมลิ้น
เพนเน่หมูเผ็ด
       แล้วก็มาชิม เพนเน่หมูเผ็ด (180 บาท++) เป็นเส้นเพนเน่นำมาผัดกับโอลีฟออย ใส่เบคอน หมูสับ เห็ดออรินจิ และใส่ชิลลี่ออยสไตล์อิตาเลียน และพริกไทยดำ ผัดมาแบบแห้งๆ โรยด้วยใบมะกรูดทอดกรอบ ลิ้มรสแล้วเส้นเพนเน่อร่อยถูกปากรสชาติออกเผ็ดจัดจ้านโดนใจดีแท้
ช็อกโก้โทส
       และมากินเมนูของหวาน ช็อกโก้โทส (180 บาท++) เป็นขนมปังนำมาชุบเนยแล้วอบ แล้วก็ราดด้วยซอสชอคโกแลตที่ทำมาจากดาร์กชอกโกแลตจากเบลเยี่ยม โรยด้วยน้ำตาลไอซ์ซิ่ง กินแล้วขนมปังกรอบนอกนุ่มในฉ่ำซอสชอคโกแลตหวานหอม
      
       นอกจากนี้แล้วทางร้านก็ยังมีเมนูจานเด่นอื่นๆ ให้ได้เลือกลิ้มรสกัน อาทิ ยำผลไม้จี๊ดจ๊าด (120 บาท++) ปลากระป๋องฟู (150 บาท++) สตูขาแกะ (620 บาท++) วากิวริบอาย (680 บาท++) และอีกหลากหลายกว่า 200 เมนู ให้ได้เลือกอิ่มอร่อยกันตามในชอบ เพียงแค่พากันมาที่ร้าน “Faye’s” แห่งนี้
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “Faye’s” ตั้งอยู่ที่ 1 ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กทม. การเดินทางถ้ามาจากถ.สีลม ให้ขับมาที่ ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ แล้วตรงมาที่ห้างแม็คโคร จะเห็นร้านเฟย์ตั้งอยู่บริเวณที่จอดรถด้านหน้าแม็คโคร มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน มีที่จอดรถด้านหน้าร้าน เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) เวลา 10.30-14.00 น. และ 17.30-22.00 น. ถ้ามากินอาหารแนะนำว่าควรโทร. มาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-2676-2559, 0-2676-2959 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.fayebyfai.com
      
       พิเศษสำหรับผู้ที่มากินอาหารที่ร้านแล้วบอกว่าอ่านมาจาก www.manager.co.th ทางร้านยินดีมอบยำผลไม้จี๊ดจ๊าดให้ฟรี 1 จาน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ส.ค. นี้



























การ์ตูนผู้หญิงแบบ PDF สั่งได้เลยที่ไลน์ไอดี fattycatty หรือแสกนคิวอาร์โค้ดไลน์ที่นี่



การปลูกตำลึง

ที่มา กรมส่งเสริมการเกษตร
ตำลึง เป็นผักพื้นบ้านที่คนทั่วไปรู้จักกันมานาน เป็นผักที่มี คุณค่าทางโภชนาการมาก สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น แกงจืด ต้มจิ้มน้ำพริก ใส่ก๋วยเตี๋ยวและต้มเลือดหมู เป็นต้น ในอดีตนั้นเราไม่ จำเป็น ต้องปลูกตำลึงเอาไว้รับประทานเอง เนื่องจากตำลึงมักพบเห็นทั่วไป ตามเถาไม้เลื้อยอื่น ตามพุ่มไม้เตี้ยหรือพุ่มไม้แห้งตาย รวมทั้งขึ้นตามริม รั้วบ้าน จนมีคำกล่าวถึง “ ตำลึงริมรั้ว ” อยู่เสมอ
แต่ในปัจจุบันเราไม่ค่อยพบตำลึงตามริมรั้วอีกแล้ว จะเห็นก็เฉพาะ ในที่รกร้างว่างเปล่า หรือไม่ก็ตามสวนที่ปลูกตำลึงไว้เพื่อการค้า ซึ่งสามารถ ทำรายได้อย่างงามแก่ผู้ปลูกตำลึงขายเป็นอย่างดี
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ตำลึงเป็นไม้เถาเลื้อย เถาตำลึงมี ลักษณะกลม แยกเพศกันอยู่คนละต้น ปลายดอก
แยกออกเป็น 5 แฉก โคนติดกันเป็นกรวย ผลมีรูปร่าง กลมรีคล้ายแตงกวาแต่มีขนาดเล็กกว่า ผลอ่อนมี
สีเขียวลายขาว เมื่อแก่กลายเป็นสีแดง ตำลึงเป็น พืชที่ชอบน้ำ จะสังเกตเห็นว่าในหน้าแล้งใบตำลึงจะ
แคระแกร็น แต่ในหน้าฝนยอดตำลึงจะอ่อนอวบอิ่ม น่ารับประทาน ตำลึงออกดอกประมาณ
เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม
คุณค่าทางอาหาร
ตำลึงเป็นผักใบเขียวเข้มมีคุณค่าทางอาหารสูงมีทั้งเบต้า – แคโรทีน ที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจขาดเลือด ทั้งในแคลเซียม และสารอาหารอื่น ๆ ที่พร้อมกันมาช่วยให้สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง นอกจากนี้ยังพบว่า ตำลึงยังประกอบไปด้วยเส้นใย ที่มีความสามารถในการจับ
ไนไตรท์ได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่น นี่เป็นคุณลักษณะพิเศษของตำลึง ที่มีเส้นใยคอยจับไนไตรท์เพราะจะเป็นการลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งใน กระเพาะอาหารได้
การปลูกและการขยายพันธุ์
ตำลึงมีการปลูกและขยายพันธุ์ได้ 2 วิธี คือ
• เพาะเมล็ด
• ปักชำด้วยเถา
การเพาะเมล็ด
มีวิธีการง่าย ๆ ดังนี้
เตรียมดินเหมือนปลูกผักทั่วไปผสมปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยคอกก็ได้ นำ ผลตำลึงแก่สีแดงแกะเอาเมล็ดออกมาโรยบนดินที่เตรียมไว้ โรยดินกลบหรือ ใช้ใบไม้แห้งกลบบาง ๆ รดน้ำให้ชุ่มเช้าเย็น ตำลึงชอบดินชุ่มแต่อย่าให้แฉะ เพราะจะเกิดโรคโคนเน่าได้ เมื่อต้นงอกขึ้นมาสักประมาณ 5 ซม. เริ่มมีมือเกาะให้ทำค้าง
(เนื่องจากตำลึงเป็นไม้เลื้อย จำเป็นต้องใช้ค้าง เพื่อให้ตำลึงไต่ขึ้นสู่ที่สูงเพื่อ รับแสงแดด ) เหมาะที่สุดคือ ความสูงระดับ 1 เมตรขึ้นไป แต่ไม่ควรสูงเกิน 3 เมตร เพราะจะไม่สะดวกในการเก็บยอดตำลึง โดยใช้ไม้ไผ่ต้นเล็ก 3 ต้น ปัก เป็น 3 เส้า รอบปลายเชือกเข้าไว้ด้วยกัน ผูกด้วยเชือกกล้วยหรือเชือกปอ ใช้
วัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพื่อช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง หรือหากมีรั้วไม้ระแนง ก็ถือโอกาสใช้ประโยชน์โดยโรยเมล็ดไปตามริมรั้วเลย ทีเดียว
ตำลึงต้องได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน ลมโกรกผ่านได้ ตำลึงจะ สังเคราะห์แสงแดดคายไอน้ำได้เต็มที่ ควรปล่อยให้มดแดงขึ้น เพราะจะช่วยกิน เพลี้ยและแมลงที่จะมากัดกินตำลึง
ปักชำด้วยเถา
การปลูกตำลึงเพื่อการค้านั้นนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ เนื่องจาก ตำลึงจะเจริญเติบโตเร็วกว่าการเพาะด้วยเมล็ด
วิธีการปักชำ
ให้นำเถาที่แก่พอสมควรมาตัดให้ยาว 15 – 20 ซม. ปักชำในหลุม ปลูกที่ได้เตรียมไว้แล้ว( ลักษณะขั้นตอนการปลูกเหมือนกับหัวข้อการเพาะ เมล็ด ) พอเจริญเติบโตเต็มที่ประมาณ 1 เดือน ก็สามารถเก็บยอดมาปรุงอาหาร ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ตำลึงแตกยอดใหม่ทยอยออกมาตลอดปี ต้องหมั่น เก็บมาบริโภคอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันให้ใส่ปุ๋ยคอก ช่วยเพิ่มเติมอาหารในดิน ประมาณเดือนละครั้ง ต้องหมั่นรดน้ำสม่ำเสมอในหน้าแล้งและหน้าหนาว ส่วนหน้าฝนจะเว้นได้บ้างแต่ต้องช่วยรดน้ำในขณะที่ฝนทิ้งช่วง

จัดทำ/เผยแพร่โดย : กลุ่มสื่อส่งเสริมการเกษตร
สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี
กรมส่งเสริมการเกษตร





















การ์ตูนผู้หญิงแบบ PDF สั่งได้เลยที่ไลน์ไอดี fattycatty หรือแสกนคิวอาร์โค้ดไลน์ที่นี่



อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World