homeowners insurance Claim home insurance Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim commercial insurance Claim cheap auto insurance Claim cheap health insurance Claim indemnity Claim car insurance companies Claim progressive quote Claim usaa car insurance Claim insurance near me Claim term life insurance Claim auto insurance near me Claim state farm car insurance Claim comprehensive insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim progressive renters insurance Claim state farm insurance quote Claim metlife auto insurance Claim best insurance companies Claim progressive auto insurance quote Claim cheap car insurance quotes Claim allstate car insurance Claim rental car insurance Claim car insurance online Claim liberty mutual car insurance Claim cheap car insurance near me Claim best auto insurance Claim home insurance companies Claim usaa home insurance Claim list of car insurance companies Claim full coverage insurance Claim allstate insurance near me Claim cheap insurance quotes Claim national insurance Claim progressive home insurance Claim house insurance Claim health insurance quotes Claim ameritas dental Claim state farm renters insurance Claim medicare supplement plans Claim progressive renters insurance Claim aetna providers Claim title insurance Claim sr22 insurance Claim medicare advantage plans Claim aetna health insurance Claim ambetter insurance Claim umr insurance Claim massmutual 401k Claim private health insurance Claim assurant renters insurance Claim assurant insurance Claim dental insurance plans Claim state farm insurance quote Claim health insurance plans Claim workers compensation insurance Claim geha dental Claim metlife auto insurance Claim boat insurance Claim aarp insurance Claim costco insurance Claim flood insurance Claim best insurance companies Claim cheap car insurance quotes Claim best travel insurance Claim insurance agents near me Claim car insurance Claim car insurance quotes Claim auto insurance Claim auto insurance quotes Claim long term care insurance Claim auto insurance companies Claim home insurance quotes Claim cheap car insurance quotes Claim affordable car insurance Claim professional liability insurance Claim cheap car insurance near me Claim small business insurance Claim vehicle insurance Claim best auto insurance Claim full coverage insurance Claim motorcycle insurance quote Claim homeowners insurance quote Claim errors and omissions insurance Claim general liability insurance Claim best renters insurance Claim cheap home insurance Claim cheap insurance near me Claim cheap full coverage insurance Claim cheap life insurance Claim

SAMURAI…ไฮ้! ญี่ปุ่นแท้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤศจิกายน 2547 11:24 น.

บรรยากาศสบายสไตล์ญี่ปุ่นของร้าน “SAMURI”
       มีคนเคยบอก “ผู้จัดการตระเวนกิน” ว่า อาหารญี่ปุ่นของแท้นั้นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แต่มร.นาโอะฟูมิ ซาโต้ หนุ่มแดนปลาดิบที่มาเที่ยวเมืองไทยเมื่อหลายปีก่อนบอกว่าแวะไปชิมอาหาร ญี่ปุ่นหลายที่ในเมืองไทยแล้วบอกได้คำเดียวว่า...นี่ไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นของ แท้
      
       เพราะความอร่อยนั้นมาจากความหวานสดของวัตถุดิบจากธรรมชาติ แต่ตอนนี้อาหารญี่ปุ่นกำลังถูกบิดเบือนด้วยสารปรุงแต่งและสารเคมีจนเป็น อันตรายต่อสุขภาพไปแล้ว
      
       ว่าแล้วคุณซาโต้ก็อดรนทนไม่ได้จนต้องมาเปิดร้าน “SAMURAI” ที่เมืองไทยเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารแท้ของญี่ปุ่นให้คนไทยได้ลิ้มลองกัน
      
       ความอร่อยของร้าน SAMURAI จึง เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบที่สด สะอาดและปลอดสารพิษ อาทิ เนื้อปลาคัดสด ๆ ผักHarmony กางมุ้งมาจากโคราช เนื้อหมูอนามัย ไก่บ้านที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ปูอัดจากญี่ปุ่นที่ไม่ใส่สี เป็นต้น แถมได้เชฟชาญชัย ที่เคยอยู่กับเชฟญี่ปุ่นมาหลายแห่ง อาทิ นิปปอนไต และฮานาย่า มาแล้ว อาหารแต่ละจานจึงกลายเป็นสไตล์ฟิวชั่นทันสมัย
แคลิฟอร์เนียมากิ ที่ใช้ไข่ปลาของแท้
       แน่นอนว่าวัตถุดิบเหล่านี้ต้องมีราคาแพง แต่สนนราคาของอาหารในร้านนี้เริ่มต้นที่ 80 บาท จนถึง 400 บาท ในย่านสยามสแควร์แล้วถือว่าราคานี้รับกันได้
เอบิชีส กับซอสถั่วแระ น่ากิน
       เมนูอร่อยที่ลองสั่งมาลิ้มลอง จานแรกเอบิชีส ( 180 บาท ) จานนี้เห็นแล้วน่ากินมากใช้ฟองเต้าหู้มาพันกับชีส แล้วหุ้มตัวกุ้งสดอีกทีนำไปทอดกรอบนอกนุ่มใน ทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่ “ซอสถั่วแระ” คือนำถั่วแระไปบดให้ละเอียดแล้วเคี่ยวกับนมสดจนกลายเป็นครีม หอม ๆ มัน ๆ
      
       อีกจานเป็นออร์เดิร์ฟที่เรารู้จักกันนั่นคือ เกี๊ยวซ่า แต่ขอบอกว่าไม่เหมือนร้านไหน เพราะเกี๊ยวซ่าของที่นี่ใช้มะเขือม่วงแทนแผ่นเกี๊ยว เริ่มจากใช้หมูบดมาปรุงรสแล้วห่อด้วยมะเขือม่วง นำไปชุบแป้งเทมปุระทอดให้กรอบกำลังดีคือเนื้อมะเขือกำลังกินไม่เละคาปาก
      
       ถ้าจะทอดสอบความสดของอาหารญี่ปุ่นต้องสั่งจานนี้ ซาซิมิ ( 400 บาท ) มีแซลมอน กุ้ง ปลาไหล ปลาตาเดียว ปลาทูน่า อย่างละ4 – 5 ชิ้น กัดเข้าไปคำแรกจะลิ้มรสของความหวานจากเนื้อสดได้ ถ้าใครชอบเผ็ดให้จิ้มวาซาบิสดที่ต้องสั่งมาต่างหากในราคา 50 บาท เพราะที่นี่ใช้วาซาบิสดกิโลกรัมละ 6,000 บาทของจริงมาจากญี่ปุ่นฝนให้ดูกันเลย
ซาซิมิ เมนูนี้โชว์ความสดรสอร่อย
       ไปร้านนี้ห้ามพลาด แคลิฟอร์เนียมากิ เด็ดขาด เพราะไม่เหมือนใครตรงที่”ไข่กุ้ง”ที่ คลุกมานั้น คุณซาโต้บอกว่าไข่กุ้งสีแดงเป็นลูกขนาดเท่าปลายก้อยนั้นแท้จริง คือไข่ปลาแล้วนำมาแช่สารเคมีให้พองเหมือนแช่ปลาหมึกกรอบแล้วแต่งสีด้วยสีส้ม เข้าไปหน่อยจะได้น่ากิน ถ้าอยากรู้ว่าไข่กุ้งที่ญี่ปุ่นเขากินกันอย่างไรก็ลองสั่งจานนี้ดู เป็นข้าวปั้นห่อด้วยปูอัด อโวคาโด และผักอื่นๆ คลุกเคล้าด้วยไข่ปลาเม็ดเล็ก ๆ ส่งเข้าปากไปคำเดียวค่อย ๆ เคี้ยวจะได้ความอร่อยสดของรสชาติข้าวปั้นของแท้
สเต็กสไตล์ญี่ปุ่น
       ร้านนี้ยังมีของอร่อยให้สั่งอีกมากมาย อาทิ สเต็กญี่ปุ่น( 180 บาท ) แซลมอนผัดหอยตลับ(180 บาท ) แบงคอกโรล ( 80บาท) หรือจะสั่งเป็นเซ็ทเมนูในราคาสบายกระเป่า อาทิ ชุดA มีอาหารจานละ 80 บาท 3 อย่างในราคา 190 บาทเท่านั้น
      
       บรรยากาศของร้านก็ทันสมัยแต่ยังคงความเป็นสไตล์ญี่ปุ่นคือเงียบและมีความเป็นส่วนตัวในอารมณ์สบาย ๆ
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       ร้าน “SAMURAI” มี 2 สาขา ใครอยากกินรสชาติญี่ปุ่นแท้ไปที่สุขุมวิท 39  ส่วนที่สยามซอย 5 รสชาติปรับให้เข้ากับลิ้นคนไทยหน่อย เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11.00 – 23.00 น. หรือโทรไปสอบถามที่02-250-1856

“Noodle’n More” สารพันก๋วยเตี๋ยว สไตล์ฮ่องกง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 ธันวาคม 2547 10:00 น.
บรรยากาศชวนนั่งหม่ำอาหารที่ ชั้น 3 ของร้าน “Noodle’n More”
       ป๊อก..ป๊อก...ป๊อก...ก๋วยเตี๋ยวมาแล้วจ้า..........
       

มุมโต๊ะติดกระจกนั่งหม่ำอาหารมองวิวด้านนอกด้วย
       เสียงพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวตะโกนร้องเรียกลูกค้าตามหมู่บ้าน ซึ่งก๋วยเตี๋ยวส่วนใหญ่ที่ขายนั้นก็จะเป็นพวกก๋วยเตี๋ยวหมู ลูกชิ้นธรรมดาๆ ทั่วๆ ไป ไม่มีความหลากหลายอะไรมากมายนัก
      
       ซึ่งผิดกับร้านก๋วยเตี๋ยวที่ชื่อว่า “Noodle’n More” ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้ไปตระเวนหม่ำมา ร้านนี้เขามีก๋วยเตี๋ยวหลากหลายเมนูให้เลือกหม่ำ และเป็นก๋วยเตี๋ยวสไตล์ฮ่องกง ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ตรงที่เส้นบะหมี่ของที่นี่ทำเอง เป็นเส้นบะหมี่สไตล์ฮ่องกง ที่เส้นบะหมี่จะเส้นเล็ก เส้นร่วน เน้นไข่ ไม่ใส่แป้ง(มากจนเกินไป) ทำให้ได้เส้นบะหมี่ที่มีความสด เส้นไม่แฉะ เวลาเคี้ยวจะรู้สึกถึงความนุ่มๆ ของเส้น ออกเด้งๆ หนึบๆ
      
       “Noodle’n More” ร้านที่ว่านี้อยู่ตรงหัวลำโพงใกล้ๆ แค่นี้เอง ตัวร้านเป็นตึกแถว 3 ชั้น ที่มีสไตล์การตกแต่งร้านที่เชิญชวนน่านั่ง ชั้น 1 ถูกแบ่งเป็นพื้นที่ของครัวปิดครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นโต๊ะนั่ง เดินขึ้นมาชั้น 2 เป็นส่วนของพื้นที่นั่งทั้งหมด เป็นห้องกระจก มองเห็นวิวด้านนอกได้อย่างชัดเจน และที่พิเศษสุดเห็นจะเป็นชั้น 3 ที่เรียกว่าเป็นห้อง Tea room ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม โต๊ะเก้าอี้ โซฟาน่านั่ง เหมือนนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นบ้านตัวเองเลย
บะหมี่ปูผงกระหรี่
       เราจึงขอเลือกที่นั่งมุมโซฟานุ่มๆ พร้อมกับสั่งอาหารมาหม่ำกัน โดยขอเลือกให้ทางร้านช่วยแนะนำเมนูรายการเด็ดดวงของทางร้าน ที่ลูกค้ามาแล้วนิยมสั่งมาหม่ำกัน เริ่มกันที่บะหมี่ปูผงกระหรี่ (59 บาท) เมนูนี้ขอบอกว่าถูกใจคนชอบเครื่องเทศนิดๆ เป็นบะหมี่แห้ง ราดหน้ามาด้วย เนื้อปูสดๆ ลวกสุก และน้ำเครื่องปรุงผงกะหรี่เข้มข้น ที่ใส่หัวหอมใหญ่ ไข่ และเนย กลิ่นเครื่องเทศผงกระหรี่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลากินคลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นบะหมี่ คีบเส้นบะหมี่เข้าปากเคี้ยวเส้นนุ่มๆ เคล้ากับรสชาติปูผงกระหรี่ที่เข้มข้นเครื่องเทศดี
      
       เพิ่มดีกรีความเผ็ดของเครื่องเทศอีกนิด ที่เมนูนี้ บะหมี่กุ้งพริกไทยดำ (59 บาท) เป็นบะหมี่แห้งอีกเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่เป็นกุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ลวกสุก น้ำราดเป็นน้ำพริกไทยดำ ที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศพริกไทยดำ หอมใหญ่ และเนย รสชาติออกเผ็ดร้อนเครื่องเทศพริกไทยดำ ถูกปากคนชอบรสจัดนักละ
      
       ส่วนถ้าใครชอบแบบรวมมิตรใส่ทุกอย่าง ก็ต้องสั่งเมนูนี้ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งทุกอย่าง (80 บาท) ระดมใส่มาทั้ง เนื้อหมูแดง เนื้อเป็ดย่าง เนื้อปู เกี๊ยวกุ้งลูกขนาดกำลังดี และก็ที่ขาดไม่ได้ก็บะหมี่นั่นเอง แถมราดน้ำเป็ดมาให้ด้วย กินบะหมี่ชามนี้ชามเดียวสำหรับคนกินน้อยขอบอกว่าเล่นเอาอิ่มเชียวละ
บะหมี่กุ้งพริกไทยดำ
       แต่ถ้าคนกินมากแล้วยังไม่อิ่มก็ต่อด้วย เกี๊ยวกุ้งจัมโบ้ (น้ำ) (59 บาท) ชามนี้กันเลย ตัวเกี๊ยวกุ้งลูกโตมากๆ เป็นแป้งเกี๊ยวห่อด้วยไส้กุ้งกับมันหมูบด ที่คลุกกับเครื่องเทศและพริกไทย ใส่ผักกวางตุ้งมาด้วย ส่วนน้ำซุปนั้นเป็นน้ำซุปเห็ดหอม ซดน้ำซุปร้อนๆ เคี้ยวเกี๊ยวกุ้งคำโตตามไป รสชาติกลมกล่อมลิ้นนักเชียว
      
       นอกจากบะหมี่ที่เป็นเมนูหลัก และมนูเด็ดของที่นี่แล้ว ยังมีเมนูอาหารอื่นๆ อีกให้เลือกหม่ำ ซึ่งเป็นเมนูอาหารออกแนวจีนๆ ไม่ว่าจะเป็น ติ๋มซำ (เข่งละ 30 บาท) ที่มีให้เลือกหลายอย่าง อย่างที่อยากจะแนะนำให้ลองลิ้มกันก็มี ปลากะพงนึ่งซีอิ้ว เป็นปลากะพงยัดไส้กุ้ง ไข่ม้วนไส้กุ้ง เป็นไข่ที่ห่อด้วยไส้กุ้ง ขนมจีบกุ้งล้วน เป็นขนมจีบที่ใช้แผ่นเกี๊ยวหยก (สีเขียว) ข้างในเป็นไส้กุ้งล้วนๆ
บะหมี่เกี๊ยวกุ้งทุกอย่าง
       ซาลาเปาชั้น (20 บาท) ที่เป็นเนื้อแป้งซาลาเปา แบ่งเป็นชั้นๆ มีไส้ครีมสอดไส้ด้วยไข่เค็ม รสชาติออกหวานๆ จากไส้ครีม เนื้อแป้งซาลาเปาเคี้ยวนุ่ม หูฉลาม (250 บาท) กระเพาะปลาน้ำแดง (60 และ 100 บาท) โก๊ยเซียมหมี่ (40 บาท) ข้าวพระรามลงทรง (30 บาท)
      
       เรียกว่างานนี้ถ้าใครได้ลองมาตระเวนกินก๋วยเตี๋ยวและอาหารเมนูอื่นๆ ที่ร้าน “Noodle’n More” แห่งนี้แล้วละก็ “ผู้จัดการตระเวนกิน” มีเรื่องอยากจะเตือนนักหม่ำทั้งหลายว่า “ระวังจะเดินพุงโย้ออกมาจากร้านเหมือนเรานะจ๊ะ”
      
       

       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       
“Noodle’n More” สาขาหัวลำโพง ตั้งอยู่ที่ 513 ถ.รองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพง ทางออกที่ 3 เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-23.00 น. โทร. 0-2613-8977 นอกจากนี้ก็ยังมีสาขาอื่นอีก สาขาเยาวราช เจริญกรุง 16 โทร. 0-2623-1992-3 สาขาสยามสแควร์ ซ.10 โทร. 0-2658-4154-55 สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ชั้น BF โทร. 0-2958-5131
       

หม่ำอาหารเหนือ บนเรือลอยน้ำ ที่ “ครัวล้านนา”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤศจิกายน 2547 13:31 น.
“ครัวล้านนา” ร้านอาหารครัวลอยน้ำ บนเรือ 2 ชั้น สีขาวลำโต
       ใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวคลองรังสิตบ่อยๆ คงจะชินตากับภาพของเรือลำน้อยลำใหญ่ ที่ถูกเนรมิตกลายเป็นร้านอาหารลอยน้ำได้ ซึ่งร้านเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะขายก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นหลัก จนได้กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนมักจะกล่าวขานกันไปแล้วว่า ถ้าอยากกินก๋วยเตี๋ยวเรือแบบเรือแท้ๆ ก็ต้องที่คลองรังสิตนี่ละของจริง!!
บรรยากาศภายในเรือ นั่งกินอาหารเหนือริมคลอง รับลมเย็นๆ
       และถ้าจะมีร้านอาหารที่เป็นเรือแบบนี้แต่ไม่ขายก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นหลักจะมีใครว่าอะไรไหม เพราะว่า “ผู้จัดการตระเวนกิน” เพิ่งจะไปตระเวนกินร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ริมคลองรังสิต 1 มา ชื่อร้านว่า “ครัวล้านนา” ซึ่งพอเห็นชื่อร้านก็เล่นเอาแปลกใจ ครัวล้านนาก็ต้องขายอาหารเหนือสิ แต่ทำไมมาตั้งขายบนเรือริมคลองรังสิตแบบนี้ ยังไม่พอตัวร้านที่เป็นเรือก็แปลกตากว่าเรือลำอื่นๆ เพราะ เรือลำนี้เป็นเรือสีขาว 2 ชั้น ที่ดูโดดเด่นกว่าลำอื่นๆ ในละแวกคลองเดียวกัน เป็นใครๆ ก็ต้องแวะเข้าไปให้รู้ให้เห็นกับตัวเองทั้งนั้น
ข้าวซอย
       เหมือนอย่างที่”ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็ขอแวะตระเวนหม่ำให้รู้แล้วรู้รอดไป ครั้นพอขอเมนูจากทางร้านมาเปิดดู ก็ถึงกับร้องว่า อู้ฮู!! มีเมนูอาหารเหนือขายจริงๆ ด้วย เราเลยต้องขอลองสั่งเมนูเหนือมาหม่ำกันสักหน่อย
      
       ประเดิมอุ่นเครื่องด้วยข้าวซอยไก่ ( 25 บาท ) หน้าตาดีเชียวตอนยกมา เป็นข้าวซอยที่ยังไม่ได้ราดน้ำข้าวซอยมา แยกมาต่างหากให้ราดเอง เส้นข้าวซอยมีทั้งบะหมี่ที่ทอดกรอบแล้ว และบะหมี่ลวก เวลากินก็ตักน้ำข้าวซอยราดเอง ได้รสชาติเข้มข้นเครื่องกะทิเครื่องแกง ออกเผ็ดนิดๆ กำลังดี และมีมะนาว หอมแดง ผักดองซอย และพริกให้เติมเพิ่มรสชาติและแก้เลี่ยน
ขนมจีนน้ำเงี้ยว
       ตามมาติดๆ กับเมนูเส้นๆ เหมือนกันเป็น ขนมจีนน้ำเงี้ยว ( 25 บาท ) ขนมจีนของคนเมืองเหนือ ที่ใส่ซี่โครงหมูหรือกระดูกแก้วติดเนื้อนิดๆ ถั่วเน่าที่เอามาย่าง แล้วค่อยตำรวมกับพริก ดอกงิ้ว มะเขือเทศ หอมแดง กระเทียมตะไคร้ ข่า รสชาติน้ำเงี้ยวจะออกเปรี้ยวๆ จากมะเขือเทศ และมันๆ แต่ที่เด็ดเห็นจะอยู่ที่ซี่โครงหมูกระดูกแก้วติดเนื้อที่เคี้ยวแล้วมันกรุบๆ ดี
      
       กินแต่เมนูเส้นๆ มา 2 อย่างแล้ว เครื่องเริ่มติดชุดไม่อยู่ ต้องสั่งเมนูหนักๆ ท้องตามติดๆ เป็นชุดใหญ่ มีทั้งน้ำพริกหนุ่ม + ของเคียง( 40 บาท) +ข้าวเหนียว ( 5 บาท ) น้ำพริกหนุ่มถ้วยนี้มีเครื่องเคียงมาให้กินเพียบเลย มีทั้ง ไข่ต้ม แคบหมู แครอท ถั่วฝักยาวต้ม น้ำพริกหนุ่มรสชาติถึงพริกถึงเครื่องดีแท้
      
       แกงฮังเล ( 50 บาท ) แกงฮังเลถ้วยนี้ถ้ากินมากพลาดจะอ้วนได้ เพราะเป็นหมูสามชั้นหมักซีอิ๊ว ชิ้นใหญ่ นำมาเคี่ยวกับหัวกะทิ เครื่องแกง กระเทียม หอมแดงปิ้ง ขิงซอย ถั่ว น้ำมะขามเปียก รสชาติออกเผ็ดเครื่องแกงเข้มข้นน้ำกะทิคลุกคลิก ส่วนหมูสามชั้นเปื่อยนุ่มเคี้ยวหนึบกำลังดี
อาหารเหนือชุดใหญ่ มีทั้ง น้ำพริกหนุ่ม แกงฮังเล ลาบคั่ว แกงแคไก่
       ลาบคั่ว ( 50 บาท ) จานนี้เป็นลาบทางเหนือ ที่ใช้เนื้อหมูบด หนังหมูซอย มาคั่วรวมกับเครื่องแกงทั้งกระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ขิง ข่า มะแคว่น และที่สำคัญใส่เลือดหมูสดด้วย รสชาติจัดจ้าน เผ็ดถึงเครื่องลาบใช้ได้เลย
      
       นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารเหนืออย่างอื่นที่น่าหม่ำอีกเพียบ อาทิ แกงแคไก่ ( 50 บาท ) คั่วแคไก่ (50 บาท) ยำจิ้นไก่ (50 บาท) แกงโฮ๊ะ (50 บาท) แกงอ่อม (50 บาท) ก๋วยเตี๋ยวเรือก็มีขายเหมือนกัน อาหารอย่างอื่นก็มีอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามสั่งทั่วไป อาหารทะเล กาแฟสด และเบียร์สด
      
       ไม่น่าเชื่อใช่ไหมละ ว่าบนเรือลำน้อยสีขาวลำนี้ จะมีอาหารเหนือให้เลือกหม่ำหลายอย่าง รวมทั้งอาหารอย่างอื่นอีกหลากหลาย ไม่ใช่ว่าพอนึกถึงร้านอาหารที่เป็นเรือริมคลองรังสิตจะต้องนึกถึงแต่ ก๋วยเตี๋ยวเรือเพียงอย่างเดียว เพราะร้าน “ครัวล้านนา” แห่งนี้ละที่จะเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ๆ ให้กับคุณ เปลี่ยนจากความรู้สึกเดิมๆ และรสชาติเดิมๆ มาเป็นความรู้สึกใหม่ๆ และรสชาติใหม่ๆ ที่ถ้าใครได้มาลองอาจจะติดใจโดยไม่รู้ตัว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       

       ร้าน “ครัวล้านนา” เรือลอยลำ ตั้งอยู่ที่ 40 ซ.37 ถ.รังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ถ้ามาจากเส้นถนนรังสิต จะอยู่รังสิตคลอง 1 อยู่ห่างจากฟิวเจอร์พาร์ครังสิตประมาณ 1 กม. เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.30-21.30 น. โทร. 0-2974-9828, 0-6394-7728, 0-6328-9147

“เบคโคฟิโน่” โชว์ความเป็นอิตาเลียนแท้ๆ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤศจิกายน 2547 14:10 น.
บรรยากาศภายในร้าน “เบคโคฟิโน่” ดูโล่ง โปร่งสบาย
       อาหารอิตาเลียน เป็นอีกหนึ่งรสชาติอาหารที่บรรดาหมู่นักกินทั้งหลายในบ้านเราให้ความนิยมไม่ น้อย ดูได้จากการที่มีร้านอาหารอิตาเลี่ยนเปิดขายกันอยู่อย่างมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนเหล่านี้กัน
      
       มื้อนี้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” จึงมีร้านอาหารอิตาเลียนเปิดใหม่มาแนะนำให้รู้จักกันเพิ่มอีกหนึ่งร้าน อยู่ตรงซอยทองหล่อ 4 นี่เอง กับร้านที่ชื่อว่า “เบคโคฟิโน่” เป็นร้านที่ขายอาหารอิตาเลียนแบบอิตาเลียนแท้ๆ กันเลย
ห้องไวน์บาร์ที่มีเครื่องดื่มค็อกเทลและไวน์จำนวนมาก
       เริ่มกันตั้งแต่ชื่อร้าน “Beccofino” ที่เป็นภาษาอิตาลี มีความหมายว่า การชิมอาหารอย่างมีระดับ และเมื่อเดินเข้ามาในตัวร้านก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งแบบ สไตล์อิตาลีที่ดูโมเดิร์นโล่งสบายตา พื้นที่ในร้านกว้างขวางถูกจัดสรรเป็นหลายส่วน โซนด้านหน้าจัดเป็นโต๊ะนั่งหลายมุมสบายๆ โซนด้านในจัดเป็นห้องส่วนตัวถึง 3 ห้องด้วยกัน และโซนด้านนอกเป็นมุมระเบียงเล็กๆ นั่งสัมผัสลมเย็นๆ
Assorted Italian appetizers
       ด้านอาหารของที่นี่ไม่ต้องพูดถึง เป็นอาหารสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ ทั้งวัตถุดิบและวิธีการทำ เพราะมีเชฟ “Angelo Rottoli” ซึ่งเป็นชาวอิตาเลียน ที่มีฝีมือทางด้านการปรุงอาหารอิตาเลียนเป็นอย่างดี มาปรุงอาหารอิตาเลียนทุกเมนูที่มีอยู่ในร้านให้เราได้หม่ำกัน ซึ่งแต่ละเมนูล้วนแล้วแต่น่าหม่ำทั้งนั้น
      
       อย่างที่เราเริ่มเรียกน้ำย่อยเปิดมื้อกันที่ Assorted Italian appetizers (390 บาท) มีทั้งร็อกเก็ตสลัด เนื้อหมูรมควันติดมัน parma ham เนื้อปูห่อด้วยพริกยักษ์ มะเขือเทศคลุกกับ pesto ซอส มีชีส เห็ดแชมปิญองผัด ผักย่างรวมทั้งพริกยักษ์เขียว แดง เหลือง มะเขือม่วงห่อด้วยชีส และราดด้วยน้ำส้ม Balsamic ทำให้เครื่องทุกอย่างหม่ำแล้วได้รสชาติอมเปรี้ยวนิดๆ
Bigoli with scallop and prawn
       เมนูต่อมาเป็น Caprese salad (230 บาท) เป็นสลัดที่ไม่ได้เน้นผักอะไรมากมาย แต่เด่นตรงที่เป็นชีสMozzarella สด วางสลับกับมะเขือเทศ ราดหน้าด้วยซอสน้ำส้มBalsamic น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ และโรยหน้าด้วยใบโหระพาจากอิตาลี หม่ำสลัดจานนี้แล้วไม่อ้วน เพราะตัวชีส Mozzarella สดนั้นไม่มีคอเลสเตอรอล รสออกมันๆ จืดๆ หม่ำคู่กับมะเขือเทศสดให้ความรู้สึกสดชื่นดี
      
       Bigoli with scallop and prawn (300 บาท) ถ้าไม่สั่งเมนูนี้ก็เหมือนกินอาหารอิตาเลี่ยนไม่ครบ เพราะอาหารอิตาเลี่ยนจะต้องมีเส้นพาสต้า ซึ่งจานนี้เป็นพาสต้าสีขาวเส้นยาว ผัดกับกุ้งและหอยเชลล์จาก USA. คลุกด้วยร็อกเก็ตสลัดและซอสมะเขือเทศสด ตักเส้นพาสต้าเข้าปากสัมผัสได้ถึงความนุ่มเหนียวของเส้นพาสต้า รสชาตินุ่มๆ ลงตัว กับหอยเชลล์และกุ้งที่หวานสด
      
       Fillet of king fish with asparagus gratin (680 บาท) อีกหนึ่งเมนูเด็ดของที่นี่ ไม่ควรพลาดสั่ง เป็นปลาทะเลจากออสเตรเลีย คลุกเกลือ พริกไทย ทอดด้วยน้ำมันมะกอก รองข้างล่างด้วยหน่อไม้ฝรั่งและ ชีสparmesan ราดหน้าด้วยซอสมะเขือเทศสด และต้นกระเทียมฝอยทอด ความเด่นของเมนูนี้อยู่ตรงที่เนื้อปลาสดๆ เนื้อนุ่มกำลังดี รสชาติออกเค็มๆ
เชฟ “Angelo Rottoli” กับเมนูเด็ด Fillet of king fish with asparagus gratin
       ปิดท้ายมื้อล้างปากกันด้วยของหวานกับ Crostatina (200 บาท) เป็นแป้งtart ทำเป็นเหมือนกระทง ข้างในชั้นตรงกลางเป็น chantilly cream และด้านบนแต่งหน้าด้วยผลไม้ตามฤดูกาลต่างๆ มีทั้งมะม่วง กีวี แคนตาลูป สตรอเบอร์รี่ องุ่นแดง องุ่นเขียว และรองพื้นด้วยวานิลาซอสอีกที หม่ำแล้วได้รสชาติหวานๆ มันๆจากครีม และสดชื่นลิ้นจากบรรดาสารพัดผลไม้
      
       นอกจากนี้ยังมีอาหารอย่างอื่นที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ Lamb chops with eggplant caponata (750 บาท) Tuna steak with eggplant, zucchini (500 บาท) Tiramisu (220 บาท)
      
       ซึ่งถ้าใครเป็นผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลี่ยนแล้วละก็ ลองแวะมาตระเวนกินที่ร้าน “เบคโคฟิโน่” นี้ดู แล้วจะได้สัมผัสกับทั้งเรื่องรสชาติอาหารอิตาเลี่ยนแท้ๆ ท่ามกลางบรรยากาศตกแต่งแบบอิตาเลี่ยนนั่งหม่ำอาหารสบายๆ เผลอๆ อาจจะติดใจจนต้องกลายมาเป็นขาประจำของร้านนี้ไปก็เป็นได้
      
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
      
       
“เบคโคฟิโน่” Beccofino ตั้งอยู่ที่ 146 สุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ 4) วัฒนา กรุงเทพ ร้านอยู่หัวมุมซอยทองหล่อ 4 ติดริมถนน มีที่จอดรถอยู่ด้านหลังร้าน เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00-22.30 น.  และ เบคโคฟิโน่ ยังมีห้องไวน์บาร์ ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของร้าน ให้บริการเครื่องดื่มและค็อกเทลทุกชนิดรวมทั้งไวน์ แต่ไม่มีอาหารขาย เปิดบริหารทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00-24.00 น. โทร. 0-2392-1881-2