| โดย : สันติ เศวตวิมล | ||||
"พี่วิวัฒน์ ธรรมชวนวิริยะ"...พี่ชายที่ผมเคารพนับถือกันมาสาม...สี่สิบปี โทรศัพท์มาชวนผมไปกินอาหารฝรั่งที่ตึกโชว์รูมรถ "บีเอ็ม" ที่ถนนเอกมัย คราวแรกก็ไม่กล้ารับปาก เพราะเคยไปกินอาหารอิตาเลียนร้านชื่อ "ฟูซิโอ" (FUZIO) ที่อยู่บนตึกสูงที่สวยสง่างามเมืองมาแล้วตอนที่พี่วิวัฒน์เปิดใหม่...ใหม่ | ||||
"พี่วิวัฒน์" ยังเป็นเจ้าของร้านอาหารอิตาเลียน "ฟูซิโอ" ที่ว่า ตั้งใจไปกินแล้วก็กลับมา เหมือนนัดกินข้าวกับผู้ใหญ่...ผู้น้อยที่มีอยู่เป็นประจำแทบทุกค่ำคืน ขืนเขียนให้ทุกร้าน...คงจะบานบุรีไม่มีเนื้อที่ให้เขียนกันได้พอ!! แต่ถึงเป็นเจ้าของร้านอาหาร "ฟูซิโอ" ก็ไม่ได้โอ้อวดอะไร ก็เหมือนพี่ชายที่คบค้ากันด้วยความจริงใจ เสมอต้นเสมอปลาย กินอิ่มแล้วจะกลับบ้าน พี่เค้าถึงได้ถามว่า...อร่อยมั้ย? ขอต้องบอกด้วยความจริง ไม่จิงโจ้ว่า...เอ็กซาเลนเต้ (EXCELENTE) ภาษาอิตาเลียนแปลว่า...ยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน ก็นั่นล่ะ พี่วิวัฒน์ถึงได้บอกว่า..."ร้านนี้เป็นของพี่เอง" | ||||
แต่เมื่อพี่เขาเชิญมากินข้างก็เตรียมปาก...เตรียมท้องมาเท่านั้น ขอโทษ...กะตังค์ก็ไม่ได้เตรียมเอามา ที่ว่าความจริงถ้าพี่วิวัฒน์บอกเสียตั้งแต่ตอนแรก ก็จะได้มั่นใจเพราะสมัยเมื่อสาม...สี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาไว...ไว พี่วิวัฒน์คนนี้ล่ะเป็นเจ้าของภัตตาคารจีนกวางตุ้งที่มีชื่อเสียงมากในยุค นั้น นักเปิบ...นักกินต้องรู้จัก "ภัตตาคารจีนโซโห" (SOHO) ที่เอามาตรฐานอาหารจีนที่ย่านโซโห เมืองลอนดอนมาขายเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย | ||||
โทรศัพท์มาเชิญคราวนี้ ผมกลัวว่าจะไม่ได้เตรียมเนื้อเตรียมตัวแต่ถึงอย่างนั้น พี่เค้าก็ว่าไม่ต้องเตรียมอะไรมา อยากให้มากินอาหารร้านใหม่ชื่อ "เดอะ การ์เรต" เป็นร้านเล็ก...เล็กอยู่ในร้านใหญ่ "ฟูซิโอ" ที่เพิ่งจะปิดมาไม่กี่เดือน อะไรคือ "เดอะ การ์เรต" คำนี้เป็นภาษาอังกฤษ แปลความหมายก็คือห้องเล็ก...เล็กใต้หลังคา ซึ่งฝรั่งถือว่าเป็นห้องส่วนตัว ซึ่งจะเก็บสะสมของรักของหวง | ||||
ส่วนที่เติมคำว่า "บิสโตร" (BISTRO) ก็หมายถึงเป็นห้องอาหารแบบกินง่าย...ง่าย มีบาร์เหล้าไว้สำหรับสังสรรค์แบบส่วนตัว ความแตกต่างระหว่าง ห้องอาหารอิตาเลียน "ฟูซิโอ" กับห้อง "เดอะ การ์เรต" อยู่ที่อาหาร "เดอะ การ์เรต" จะเน้นอาหารง่าย...ง่าย แบบ "ฟิวชั่น" คือมีอาหารฝรั่งหลายชาติที่อร่อย...อร่อยมารวมกัน ซึ่งก็รวมทั้งไวน์ดี...ดี ที่มีมาตรฐานในราคายุติธรรมไม่เวอร์ | ||||
ถ้าคุณยอมรับว่าอาหารอิตาเลียน "ฟูซิโอ"...เอ็กซาเลน!! (โปรดดูตัวอย่าง อาหารที่ผมเปิบคืนนั้น ตามที่เอารูปมาลงโชว์กัน) แต่สำหรับท่านที่ชอบอาหารสมัยใหม่ ที่เขาเรียกว่าทำจากครัวอเมริกัน (AMERICAN CUISINE) คืออะไร...อะไรอร่อยก็เอามาทำในครัวของชาติที่รวมคนหลายเผ่าพันธุ์ในโลก... ก็รับประกันได้ว่า ...คุณจะต้องกลับมาเชื่อผมเถิดครับ รับรอง... | ||||
| ***************************************** "เดอะ การ์เรต" บนชั้นดาดฟ้า โชว์รูมมินิ เอกมัยซอย 7 โทรศัพท์ 02-711-6999 เปิดทุกวันกลางวัน กลางคืน www.thegarretbistrobar.com และ www.facebook/thegarretbistrobar |
"เดอะ กาเรต" (THE GARRET BISTRO BAR) ห้องรโหฐาน ของอาหารที่เปิดเผย/สันติ เศวตวิมล
"อ า ซ้ อ" หูฉลามภัตตาคารระดับ 4-5 ดาว/สันติ เศวตวิมล
| โดย : สันติ เศวตวิมล | ||||
มีแฟนข้อเขียน "ผู้จัดการบันเทิง" ซึ่งก็ให้หมายถึงรวมด้วยกับแฟนของคุณป้า "แม่ช้อย นางรำ" บอกผมว่า... | ||||
สอบถามเขาซึ่งรับรองไม่ใช่เจ้าของร้าน บอกผมว่าชื่อ "ภัตตาคารอาซ้อ" ผมก็หัวร้อก๊าก...ไอ๊หยา!! ใช่อาซ้อเจ็ดหรือเปล่า? คนที่เขาแนะนำว่าคงไม่ใช่ เพราะซ้อเจ็ดไม่เขียนเล่าไว้ตอนบีบสิว บอกเช่นนี้ผมก็เลยหิว | ||||
ผมชอบกินหูฉลาม ตั้งแต่สมัยก่อนตอนผมยังเด็ก ก็ก่อน 2500 พ่อผมจะพาไปกินหูฉลามตามภัตตาคารดัง...ดัง ตั้งแต่ ห้อยเทียนเหลา, ก๊กจี่เหลาเยายื่น, เทียนห้อย อร่อยทั้งนั้น แต่สมัยก่อนยังไม่มีรานขายหูฉลามโดยเฉพาะ เหมือนอย่างทุกวันนี้ ผมจำได้ว่าร้านขายหูฉลามเฉพาะที่ว่า เริ่มจากแถวโรงหนังเฉลิมบุรี ตอนนั้นผมเริ่มเป็นหนุ่มแล้ว แต่ร้านโด่งดังอยู่แถวหัวเม็ด ที่เป็นร้านกำเนิดของหูฉลามหน้าโรงหนังสกาล่า ผมเรียนสวนกุหลาบสอบเสร็จผมต้องไปฉลองที่นั่น เพราะเป็นหูฉลามหาบขายชามละ 40 บาท | ||||
หูฉลามสมัยผมคนขายจะใช้เศษหูฉลาม ฉีกเป็นฝอยใส่ลอยลงกับไก่ต้มฉีก เรื่องจะทำแบบหูฉลามพิเศษอย่างสมัยรี้ที่จะใช้หูฉลามใหญ่ที่เรียกกันว่า "เม่งเซ็ก" ไม่มี แล้วเป๋าฮื้อก็ไม่ใส่ เพราะคนสมัยนั้นเขารังเกียจ เรียกว่า..."หอยโข่งทะเล" กินหูฉลามแบบธรรมดา แต่ก็ว่าอร่อยจนต้องเก็บค่าขนมวันละห้าบาท รวบรวมเอาไปฟาดหูฉลาม มารู้จักกินหูฉลามแบบหะหรูหะหราก็ตอนไปช่วยคุณ "ประดิษฐ์ อาจหาญวงค์" เจ้าของ "ภัตตาคารไออาต้า" ที่เขาต้องการสมนาคุณผมเพราะช่วยเหลือกันมาไม่เคยรับผลประโยชน์ตอบแทน (เรื่องนี้ใครสงสัย หมั่นไส้ผมให้ไปสอบถามกับคุณประดิษฐ์ได้ เขายังไม่ตาย ร้านของแกอยู่ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ย้ายจาก "สยามสแควร์" มาหลายปีดีดัก) | ||||
เป็นหูฉลามแบบขุนนางจีนชาวฮกเกี้ยนทำขึ้นก่อนใครในแผ่นดินใหญ่ เรื่องการกินหูฉลามของผมยังไม่หมดเท่านั้น ทำทัวร์ต่างประเทศมาสามสิบกว่าปี ไปประเทศไหน...ไหน ก็ต้องถามว่ามีหูฉลามอร่อย...อร่อยกินที่ไหน? สุดท้ายก็ต้องมาลงที่เซี่ยงไฮ้ คุณเคยกิน "หูฉลามใส่ไข่ปูขน" มณฑลเจอเจียงหรือเปล่าครับ ถ้าอยากจะกินก็คุยกับผมได้ ภัตตาคารจีนฮ่องกังหลบไป สีมือลื้อมันเด็ก...เด็ก | ||||
แต่แล้วในเมืองไทยล่ะ ภัตตาคารหูฉลามที่มีหลายเจ้า ผมไปกินมาแล้วแทบทั้งนั้น แต่ตอนนี้ผมขอแนะนำภัตตาคารหูฉลาม "อาซ้อ" ที่ไม่ใช่ซ้อเจ็ด "ภัตตาคารอาซ้อ" ร้านแรกอยู่ในซอยมัยลาภ ถนนรามอินทรา ขายไม่กี่ปีก็โด่งดังเลยไปเปิดอีกสาขาที่ถนนสุรวงศ์ ทั้งสองร้านผมไปกินมาแล้ว เพราะอยากจะรู้ว่าร้านไหนจะอร่อยกว่ากัน แล้วก็สรุปได้ว่า อร่อยทั้งสองร้านนั้นล่ะครับ แต่ต้องเอามาเขียนเพราะไม่ใช่อร่อยเฉพาะหูฉลามซะเมื่อไหร่ แต่มีสิ่งที่เรียกว่า...ที่สุดในยุทธจักร ให้คุณต้องทึ่ง!! หูฉลามใหญ่ที่สุด ความสูงประมาณเมตรหนึ่ง ความกว้างสักเมตร เป็น "เม่งเซ็ก" ใหญ่ที่สุดที่เคยเห็นมา กระเพาะปลาทองคำ เป็นกระเพาะปลาตากแห้งแพงที่สุด คนจีนบินมาซื้อให้ราคาห้าแสน...เชอะ ไม่ขายใครจะทำไม "ซิวหมาย" ใหญ่ที่สุด "ซิวหมาย"...หรือขนบจีบกุ้งที่นี่ใหญ่สุด เส้นผ่าศูนย์กลางสัก 2 นิ้วเห็นจะได้ ปากใครก็ใส่ไม่หมด ต้องผ่าสอง เห็นแล้วอึ้งกิมกี่ครับ "ภัตตาคารอาซ้อ" มีอาหารจีนแบบกวางตุ้งปนแต้จิ๋ว หิวไม่หิวไปทีไรก็กินเกลี้ยง อิ่มแล้วไม่ต้องกลัวเดี้ยง ราคาเขาไม่แพงสำหรับคนกินหูฉลาม เป๋าฮื้อเป็น เพราะที่เห็น...เห็นเศรษฐีใหม่ถูกหูฉลาม ถูกเป๋าฮื้อกินแทบทั้งนั้น ...ร้านอาหารอร่อย...อร่อย ภาษิตจีนเขาว่า...อยู่ในตรอก อยู่ในซอย คนยังต้องตามไปกินกันเลยครับ... *********************************************** *********************************************** "อาซ้อ หูฉลาม ซอยมัยลาภ" ถนนรามอินทรา โทรศัพท์ 02-943-7957 "อาซ้อ หูฉลาม ถนนสุรวงค์" โทรศัพท์ 02-637-1367 ถึง 8 |
“เตาปูน บิสโทร” (TAOPOON BISTRO) ร้านเล็ก...เล็ก แต่อาหารรสชาติใหญ่ / สันติ เศวตวิมล
| โดย : สันติ เศวตวิมล | ||||
กรุงเทพทางด้านเหนือก็มีร้านอาหารอร่อยนานาชาติ “ป้าช้อย”...ถามผมว่า เคยกินอาหารฝีมือพวกพระยามหาอำมาตย์ธิบดีแล้วหรือยัง ผมฟังแล้วก็เง็ง...เง็ง เพราะผมเป็นเด็กรุ่นหลัง ต่างไปจากคุณป้าที่มีปู่เป็นพระยา พวกผู้ใหญ่เขาถึงกัน ป้าแกคงจะอ่านความคิดเห็นผมทัน ก็เลยบอกผมว่า พระยามหาอำมาตย์ที่ว่าก็คือบิดาของคุณลุง “สรรพสิริ วิริยศิริ” นักหนังสือรุ่นพี่ของคุณป้าที่เคยเดือดร้อนสมัย 6 ตุลา 2519 ร่วมกันมา คุณลุงสรรพสิริเก่งสารพัดตั้งแต่เป็นนักข่าว ช่างภาพ เป็นผู้กำกับรายการโทรทัศน์ ผมจำได้ว่าเคยอ่านหนังสือที่ท่านเขียนไว้ ชื่อ “ก็แค่...นักหนังสือพิมพ์เท่านั้น” อ่านแล้วในมันฮึกเหิม เลยต้องมาทำงานเป็นนักข่าว นักหนังสือพิมพ์มาจนถึงทุกวันนี้ | ||||
ที่ต้องเรียกว่าเป็นอาจารย์ ก็เพราะเป็นอาจารย์โรงเรียนดนตรี “ศุภกร” อยู่แถวถนนสามเสน ท่าวาสุกรี เป็นโรงเรียนสอนดนตรีเก่าก่อน คนในวงการเพลงรู้จักกันดี ผมก็รู้จัก แต่ไม่ยักกะรู้ว่าอาจารย์เฉลิมเนตรเก่งเรื่องอาหาร จนกระทั่งป้าช้อยพาผมไปร้านชื่อ “เตาปูน บิสโทร” อยู่ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี เลยสามแยกเตาปูน แล้วก็อยู่เยื้องโรงพักเตาปูน ผมจึงได้รู้ว่า พวกนักดนตรีทำอาหารเก่ง!! | ||||
ความจริงร้านนี้เป็นบ้านเก่าสมัยเจ้าคุณปู่ เอามาดัดแปลงให้เป็นร้านอาหารแบบฝรั่ง อย่างที่เรียกว่า “บิสโทร” (BISTRO) ซึ่งมีความหมายว่า เป็นร้านอาหารเล็ก...เล็ก แต่อร่อยแบบ “โฮมเมด” คือทำกินกันเอง เพื่อความสุนทรีย์ อาจารย์เพลินเนตร ก็ตั้งใจประมาณนั้น ทำร้านอาหาร “เตาปูน บิสโทร” ก็เพราะจะโชว์ฝีมือในการทำอาหารมากกว่าจะค้ากำไร | ||||
อาหารร้านเตาปูน บิสโทร มีทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทย กระทั่งอาหารจีนประเภทจานเดียว กินง่าย...ง่าย ราคาไม่แพง อารหารฝรั่งเป็นฝีมือดัดแปลงของแม่ครัวตัวดีที่ไม่ก็อปปี้ฝรั่ง เพราะเรามีรสลิ้นเป็นของเรา แต่ถ้าเป็นอาหารไทย ก็จะเป็นอาหารของขุนน้ำขุนนางเก่า ทำกินกันในบ้านให้ลูกหลานรู้รสมือของปู่ย่าตายาย ผมไปกินกับป้าช้อยคราวนั้น ก็ติดอกติดใจ ก็เลยต้องมาเขียนเล่าให้ได้รู้...รู้กันไว้ เพราะนอกจากอร่อยราคาถูกแล้ว ร้านนี้สะดวกสบาย มีที่จอดรถในบ้านเป็นสิบคัน แถมเตาปูนไม่ไกลจากหน้าบ้านสวนเมืองนนท์ซะเท่าไหร่ | ||||
พระยามหาอำมาตย์ธิบดีที่เป็นเจ้ากรมแผนที่ และเป็นคนแรกที่เรียกร้องเสียมราฐ พระตะบอง มงคลบุรี ศรีโสภณให้กลับมาสู่อ้อมอกไทย เรื่องผู้ใหญ่ เรื่องขุนน้ำขุนนางทั้งหลาย ป้าช้อยแกเก่ง ส่วนผมคงจะเก่งแค่กิน ไปกินกันเถิดครับ ร้านลูกหลานบรรพบุรุษไทย ผู้สู้เพื่อประเทศชาติมาแล้วทั้งนั้น... * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ร้านเตาปูน บิสโทร 1242/1 ปากซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 28 บางซื่อ กทม. 10800 โทรศัพท์ 02-911-5898 เปิดขายทุกวัน ระหว่างเวลา 10.30 - 22.00 น. (หยุดวันจันทร์ที่ 2 และวันจันทร์ที่ 4 ของเดือน) |
ข้าวมันไก่ "นายโฮ" ไหหลำสิงคโปร์ ขายเมืองไทย/สันติ เศวตวิมล
| โดย : สันติ เศวตวิมล | ||||
เลี้ยงไก่เอง...ทำไก่เองแล้วก็ขายไก่เอง อร่อยเยี่ยมไร้เทียมทานเจ้าค่ะ” "แม่ช้อยนางรำ" ************* "ป้าช้อย"...แกมีฝีมือทำข้าวมันไก่ สูตรคุณป้าเป็นสูตรเบตง ใครอยากจะรู้ว่าเอร็ดอร่อยแค่ไหนก็ลองไปกินกันได้ที่ "ตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่" ป้าแกไปสอนลูกน้องคุณ "ปริญญา ธรรมวัฒนะ" ทำข้าวมันไก่ยิ่งเจริญขายมาหลายปีดีดัก จนกระทั่งมีคนว่าจ้างไปออกตามงานนอกสถานที่ แต่ข้าวมันไก่เจ้า "นายโฮ" ที่ป้าพาผมไปเปิบคราวนี้เป็นสูตรไหหลำที่คนไทยนิยมกินกันมานมนาน ถึงทุกวันนี้ก็ยังนิยมกินกันอยู่ แต่หาข้าวมันไก่แบบไหหลำแท้...แท้ เป็นข้าวมันไก่แบบ "กาฝาก" เสียส่วนใหญ่ เป็นข้าวมันไก่ที่ไม่ใช่คนไหหลำทำจนมีคนเขาตั้งให้ว่าเป็น..."ข้าวมันไก่ลาว " ****** | ||||
ข้าวมันไก่แท้นั้นอร่อยกว่าข้าวมันไก่เทียมอย่างไรกัน โน่นแน่ะครับ!! ป้าแกพาผมไปเกือบถึงมหาชัย สมุทรสาคร แต่ก่อนถึงตลาดมหาชัยเมืองไทย ตรงนั้นเขาเรียกว่า "บางน้ำจืด" อยู่บนถนนธนบุรี-ปากท่อ แล้วก็ต้องยูเทิร์นเข้ามาทางกรุงเทพฯ เลี้ยวเข้าไปในถนนชนบทเล็ก...เล็ก ร้านข้าวมันไก่ "นายโฮ" เขาตั้งอยู่ริมถนนเข้าไปสักกิโลก็จะมองเห็น *********** "ป้าช้อย"..บอกผมว่า ข้าวมันไก่ไหหลำแท้ประการแรกก็คือจะต้องใช้ไก่ตอนตัวโต...โต แต่ทุกวันนี้ที่ขายกันเป็นไก่ฟาร์ม เลี้ยงเอามาใช้สารพัด ไม่ใช่ไก่ตอนที่จัดเฉพาะทำข้าวมันไก่ ลักษณะไก่ตอนดูง่าย ตัวจะโตกว่าไก่ธรรมดา นอกจากตัวโตแล้วก็ยังตัวอ้วน มองเห็นหนังบาน้ำมันไก่เยิ้ม เวลาสับเนื้อจะเห็นเนื้อขาว ราวกับเนื้อสาวแรกรุ่น ไก่พวกนี้เอามาต้มแล้วจะได้นำมันใช้นุ่งข้าวใหม่จะมีกลิ่นหอมของสาปไก่ จิ้มกับซีอิ๊วหวาน หรือน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว พริก ขิง หมดเป็นจาน...จาน หรือหมดเป็นตัว...ตัว แทบไม่รู้เนื้อรู้ตัว มารู้อีกทีตอนจ่ายสตางค์ | ||||
"นายโฮ" พกวิชาข้าวมันไก่ซึ่งเป็นสูตรของเขาเองติดตัวมาด้วย ก็เลยทำข้าวมันไก่ขาย แต่นาโฮทำอย่างมืออาชีพก็คือ เลี้ยงไก่เอง ขุนไก่เอง ทำไก่เอง แล้วก็ขายข้าวมันไก่เอง เก่งทุกอย่าง ข้าวมันไก่ของ "นายโฮ" จึงไม่ใช่ไก่ฟาร์มที่เนื้อเหมือนกระดาษ แล้วพิสดารกว่านั้น ไก่ที่นายโฮเลี้ยงเป็นไก่พันธุ์พิเศษที่เพิ่งจะมีเลี้ยงเมืองไทย ด้วยภูมิปัญญาของเขาที่ทางการยอมรับแล้วก็ตั้งชื่อพันธุ์ให้ว่า..."ไก่สาม พันธุ์" | ||||
หลังร้าน "นายโฮ" ไก่สามพันธุ์ที่ว่า ประกอบด้วยไก่พันธุ์จีนที่เรียกว่า "ไก่ตะเภา" ที่มาจากเกาะไหหลำ "ไก่พันธุ์เนื้อ" เป็นพันธุ์ที่ฝรั่งผสมเพื่อทำอาหาร และไก่พันธุ์บ้านแบบไทยก็คือ "ไก่ชน" ไก่สามพันธุ์ที่นายโฮคิดค้นเลี้ยงขึ้นเองจึงเป็นไก่ที่ทำข้าวมันไก่อร่อย ชนิดหากินที่ไหนไม่ได้ และก็เพราะเลี้ยงไก่พันธุ์พิสดารเอาไว้ขาย ข้าวมันไก่นายโฮก็ไม่ได้มีขายตลอดทั้งปี เมื่อขุนไก่รุ่นไหนได้ที่ก็จะเอามาทำขาย ถ้าไก่หมดรุ่นแล้วก็ต้องรอต่อไปเป็นเดือน ก็เพราะทำข้าวมันไก่ไม่เหมือนใคร ใครที่ตั้งใจจะไปกินจะต้องโทรศัพท์ถามไถ่กันเสียก่อนว่า..."ตอนนี้มีไก่ขายหรือยัง" ถ้ายังไม่มีไก่ได้ที่ก็ไม่ขาย เป็นซะอย่างนี้ คนที่ไปกินจึงต้องทำใจ แต่ถ้ากินก็จะต้องว่าได้ใจ...ข้าวมันไก่ "นายโฮ" อร่อยเยี่ยมไร้เทียมทานจริง...จริงครับ... ***************************************** | ||||
| สอบถาม "นายโฮ" ว่าวันนี้จะมีไก่ขายหรือไม่มี โทรถามได้ที่ 034-812-444,081-776-7329 |
“แพอาหารกู๊ดวิว” นั่งชิลล์ อร่อยรส กลางแมกไม้ริมเจ้าพระยา
พอหลังจากที่ได้ตระเวนไหว้พระจนอิ่มบุญอิ่มใจกันเต็มที่แล้ว แน่นอนว่าเราก็ต้องขอหาอาหารใส่ท้องให้อิ่มกระเพาะกันด้วย และเมื่อมาถึงอยุธยาทั้งทีเราก็ต้องขอหาร้านอาหารที่มีบรรยากาศสบายๆ แบบได้นั่งกินข้าวอยู่ริมน้ำท่ามกลางธรรมชาติอันรื่นรมย์ | ||||
เมื่อได้มุมชวนนั่งแล้ว แน่นอนว่าอาหารของที่นี่ก็น่ากินเช่นกัน เพราะว่าทางร้านมีอาหารไทยพื้นบ้าน แบบรสจัดจ้านบริการให้เลือกกินหลายหลากกว่า 100 เมนู และในมื้อนี้เราก็ได้เลือกเมนูจานเด็ดทั้งนั้นมากินกัน | ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
|
Subscribe to:
Posts (Atom)