“KOI” อร่อยรสญี่ปุ่นสไตล์แคลิฟอร์เนีย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤศจิกายน 2554 13:23 น.
บรรยากาศภายในร้าน “KOI”
       “อาหารญี่ปุ่น” เป็นหนึ่งในอาหารต่างชาติที่มีนัก กินชาวไทยชื่นชอบในรสชาติและหน้าตาที่มีสวยงามและสดอร่อย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นอาหารญี่ปุ่นประยุกต์และรสชาติดั้งเดิม
      
       แต่ในมื้อนี้ “ตระเวนกิน” จะขอพาแฟนๆ คออาหารญี่ปุ่นไปลองลิ้มอาหารญี่ปุ่นอีกหนึ่งสไตล์ที่มีความน่าสนใจ โดยขอพามาที่ร้าน “KOI” (คอย แปลว่า ความรัก) ที่นี่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์แคลิฟอร์เนีย เปิดตัวครั้งแรกที่ L.A. ลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศอเมริกา และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แล้วได้เปิดตัว KOI นิวยอร์กและลาสเวกัสในเวลาต่อมา และก็ได้มาเปิดร้าน KOI Bangkok ตั้งอยู่ใจกลาง ซ.สุขุมวิท 20 มานานกว่า 5 ปีแล้ว
บรรยากาศห้องวีไอพี
       ร้าน “KOI” ที่เมืองไทยจะออกแบบตกแต่งร้านสไตล์เอเชีย มีความโมเดิร์นดูเรียบหรูด้วยโทนสีดำแดง และแฝงไว้ด้วยความโรแมนติก แวดล้อมด้วยสวนที่ดูเงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัว สามารถเลือกนั่งได้ในหลายโซนตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นโซนในสวน หรือจะเป็นภายในห้องกระจกที่มีโต๊ะนั่งสบาย และโต๊ะโซฟา รวมถึงยังมีโต๊ะแบบซูชิบาร์ที่จะได้เชฟทำอาหารด้วย แล้วก็ยังส่วนของชั้น 2 ที่จะมีห้องวีไอพีบริการอีกด้วย
      
       ส่วนเรื่องอาหารที่ร้าน KOI นำเสนออาหารญี่ปุ่นปรุงแต่งด้วยกลิ่นอายสไตล์แคลิฟอร์เนีย ที่ผสมผสานสไตล์ตะวันออก เข้ากับสไตล์ตะวันตกได้อย่างลงตัว และยังคงรสชาติความเป็นญี่ปุ่นไว้ในอาหาร ทั้งด้วยส่วนผสมและหน้าตาของอาหารที่รังสรรค์เป็นเมนูที่มีความโดดเด่นเป็น เอกลักษณ์ มีการนำเข้าวัตถุดิบคุณภาพ สดๆ และปรุงใหม่ทุกวัน คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และความเป็น KOI ที่เหมือนกันทั่วโลก เสมือนปรุงจากครัวเดียวกัน
Grilled Mixed Sea Food Salad
       เมนูอาหารที่น่าลองลิ้มนั้นมีมากมาย อย่างในมื้อนี้เราขอนำเสนอเมนูจานเด่นประจำร้านที่ถ้ามาแล้วต้องสั่งมากิน กันให้ได้ก็มีอยู่หลายเมนู
      
       เริ่มด้วยเมนูแรก Grilled Mixed Sea Food Salad (580 บาท++) เป็นเมนูใหม่ที่น่ากินมากๆ เพราะเป็นผักสลัดสดๆ มีทั้งหัวไชเท้าญี่ปุ่น แตงกวาสไลด์ หอมแดงสไลด์ มะเขือเทศสีด พริกหวานแดงสไลด์ คลุกเคล้ากับซีฟู้ดหลายอย่าง มีลอบส์เตอร์ กุ้งสด หมึก หอยแมลงภู่ ปลาทะเลเนื้อขาว และหอยเซลล์ ราดด้วยน้ำสลัดสูตรเฉพาะของทางร้าน กินแล้วผักสลัดกรุบกรอบเข้ากับเครื่องทะเลสดๆ และน้ำสลัดรสกลมกล่อมถูกปาก
Yellowtail Fusion Soy Yuzu & Truffle Oil
       เมนูต่อมาคือ Yellowtail Fusion Soy Yuzu & Truffle Oil (550 บาท++) เป็นเนื้อปลาทะเล Yellowtail ที่แล่มาเป็นชิ้นบางๆ แล้วราดด้วยซอส Soy Yuzu และ Truffle Oil และบนเนื้อปลายังมีหอมซอยกับพริกหวาน เวลากินให้กินทั้งเนื้อปลาและหอมซอยกับพริกพร้อมกันเลย จะสัมผัสได้ถึงความนุ่มของเนื้อปลาที่มีความหวานสด และได้รสชาติของซอสที่ออกเปรี้ยวนิดๆ กลมกลืนรสชาติเข้ากับเนื้อปลา หอมซอยและพริกได้อย่างลงตัว แล้วยังมียำสาหร่ายญี่ปุ่นให้กินเคียงกันด้วย
Tuna Tartar on Crispy Wontons
       ถัดมาเป็น Tuna Tartar on Crispy Wontons (380 บาท++) หน้าตาชวนกินเป็นเนื้อปลาทูน่าหั่นเป็นลูกเต๋า และมีเนื้ออโวคาโดหั่นเป็นลูกเต๋า คลุกเคล้ากับไข่กุ้งและสไปซี่มายองเนส ใส่มาบนแผ่นเกี้ยวทอดกรอบ ชิมแล้วเคี้ยวกร้วมคำแผ่นเกี๊ยวกรอบกรุบเข้ากับเนื้อปลาทูน่านุ่มหวาและ เนื้ออโวคาโดนุ่มๆ ได้รสชาติน้ำซอสมายองเนสออกรสเผ็ดนิดๆ
Creamy Rock Shrimp Tempura
       และถ้าชอบกินกุ้งต้องสั่งเมนูนี้ Creamy Rock Shrimp Tempura (420 บาท++) เป็นกุ้งตัวโตชุปแป้งทอดกรอบแล้วราดด้วยซอสสไปซี่สูตรพิเศษของทางร้าน กินแล้วกุ้งเนื้อแน่นเคี้ยวเต็มปากเต็มคำกรอบนอกนุ่มในฉ่ำรสซอสสไปซี่กลม กล่อมถูกใจปาก
Kappa Roll
       จากนั้นมาชิมเมนูใหม่ Kappa Roll (420 บาท++) เป็นแตงกวาสดด้านในสอดไส้ปูนิ่ม ปูอัดผสมมายองเนส ไข่กุ้ง สาหร่ายทะเล ผักสลัด อโวคาโด ห่อม้วนเป็นโรลแล้วหั่นมาเป็นชิ้น กินคู่กับซอสปลาไหลปรุงรสสูตรพิเศษของทางร้าน ชิมแล้วถูกปากตรงที่แตงกวากรุบกรอบเข้ากับปูนิ่มและไส้ต่างๆ ที่อยู่ข้างในและได้รสซอสปลาไหลกลมกล่อมเข้ากันดี
KOI Dragon Roll
       แล้วก็มากิน Koi Dragon Roll (580 บาท++) ที่ด้านในสอดไส้ด้วยปลาไหล แตงกวา ปูอัดผสมมายองเนส กุ้งทอดเทมปุระอโวคาโด แล้วห่อด้วยข้าวญี่ปุ่นและแผ่นสาหร่ายญี่ปุ่นทอดกรอบ คลุกงาดำ โรยหน้าด้วยกากเทมปุระ ราดด้วยซอสปลาไหลและโรยหน้าด้วยงาขาว แต่งจานด้วยซอสพริก ลิ้มรสชาติแล้วถูกปากเคี้ยวคำโตสัมผัสได้ถึงความกรอบกรุบและนุ่มในด้วยข้าว ญี่ปุ่นนุ่มๆ และไส้ต่างๆ รสกลมกลืนเข้ากับซอสถูกปากดีแท้
Grilled Imported Rack of Lamb
       ส่งท้าย“ตระเวนกิน”ของแนะนำ Grilled Imported Rack of Lamb (1,100 บาท++) เป็นซี่โครงแกะจากออสเตรเลียหมักเกลือพริกไทยก่อนจะนำไปกริลล์จนเนื้อสุกได้ ที่ แล้วราดด้วยซอสสไปซี่เทอริยากิ โรยด้วยงาขาวและหอมซอย เสิร์ฟกับมันฝรั่งบด แล่เนื้อแกะส่งเข้าปากเคี้ยวนุ่มหนึบหนับปากได้รสชาติซอสรสกลมกล่อม ไม่มีกลิ่นสาปแกะเลย
      
       ถึงแม้จะแนะนำเมนูเด็ดมาก็หลายเมนูแล้ว แต่ก็ยังมีเมนูจานเด่นอื่นๆ ที่ชวนกินอีกมากมาย อาทิ Crispy Rice Topped with Spicy Tuna (420 บาท++) Salmon Carpaccio Black Truffle & Ponzu (600 บาท++) Shrimp Dynamite on California Roll (580 บาท++) Miso Bronzed Black Cod Medley of Vegetables (780 บาท++) Imported Angus Tenderloin Tepan Style with Teriyaki Sauce (1,200 บาท++) Crispy Fillo Baklava Style (190 บาท++) และอีกสารพัดเมนูอาหารญี่ปุ่นสไตล์แคลิฟอร์เนีย ที่ทางร้าน “KOI” ภูมิใจนำเสนอให้มาลองลิ้มกันด้วยตัวเอง
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “KOI” (คอย) ตั้งอยู่ที่ 26 ซ.สุขุมวิท 20 คลองเตย กทม. การเดินทางถ้ามาจากถนนสุขุมวิทให้ตรงมาจนถึงซ. สุขุมวิท 20 แล้วตรงเข้ามาในซอยจะเห็นร้าน KOI อยู่ด้านขวามือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน มีที่จอดรถให้บริการแบบ Valet Parking เปิดทุกวัน เวลา 18.00 - 23.30 น. ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร. มาจองโต๊ะก่อน โทร. 0-2258-1590 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.koirestaurantbkk.com และที่ Facebook:http:www.facebook.com/koirestaurantbkk และหากถ้ามากินอาหารที่ร้าน KOI แล้วว่าบอกว่าอ่านมาจากเว็บผู้จัดการ ทางร้านจะมอบส่วนลดให้ 25% (เฉพาะค่าอาหาร)

“Petite Pantry” มีดีอิตาเลียนโฮมเมด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 ธันวาคม 2554 15:48 น.
บรรยากาศภายในร้าน Petite Pantry
       “อาหารอิตาเลียน” ถือว่าเป็นอาหารจากชาติตะวันตกที่มีรสชาติดี และถูกปากนักกินชาวไทยไม่น้อยเลย เห็นได้จากการที่มีร้านอาหารอิตาเลียนเปิดให้บริการอยู่มากมาย มีทั้งร้านตามโรงแรม ร้านอาหารใหญ่ๆ ตกแต่งอย่างหรูหรา ไปจนถึงร้านขนาดกลางและร้านขนาดเล็ก ที่เปิดเชิญชวนให้คออาหารอิตาเลียนทั้งหลายได้เลือกเดินทางไปลิ้มรสชาติกัน ได้ตามใจปรารถนา
      
       มาในมื้อนี้ “ตระเวนกิน” เลยขอเอาใจแฟนๆ ที่พิสมัยอาหารอิตาเลียนกันสักหน่อย โดยขอพาเดินทางมาที่ซ.สุขุมวิท 49 เพื่อมายังร้าน “Petite Pantry” (พิติท แพนทรี่ แปลว่า ครัวขนาดมินิ) ซึ่งที่นี้เป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่ชวนให้มาลิ้มลองเป็นอย่างมาก เพราะว่าด้วยบรรยากาศของร้านที่ชวนนั่งแบบชิลล์ ชิลล์ ตรงตามคอนเซ็ปของร้านที่ว่า บรรยากาศง่ายๆ สบายๆ เป็นกันเอง ราคาไม่แพง (ในย่านสุขุมวิทนี้)
โต๊ะนั่งด้านนอกรับลมเย็นๆ
       บรรยากาศของร้านร่มรื่นชวนนั่ง มีทั้งส่วนของห้องแอร์กรุกระจกใส มีโต๊ะให้เลือกนั่งในมุมสบายๆ หรือจะเป็นโซนโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมธรรมชาติท่ามกลางแมกไม้รื่นรมย์ แล้วยังมีส่วนของโต๊ะนั่งด้านบน และมีห้องวีไอพีไว้คอยให้บริการจัดเลี้ยงได้อีกด้วย
      
       ส่วนเรื่องของอาหารอิตาเลียนของที่ร้านนี้ เน้นว่าเป็นอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด ที่เน้นคัดสรรวัถุดิบที่มีคุณภาพในการนำมาปรุงเป็นอาหารอิตาเลียนจานเด็ดที่ ทางร้านรังสรรค์เมนูคิดมาเป็นสไตล์ของตัวเองโดยเฉพาะ ซึ่งมีเมนูอิตาเลียนอันหลากหลายให้ได้เลือกสั่งมากินกันตามใจชอบ
Calamari Pizza
       และในมื้อนี้เราก็มีเมนูอิตาเลียนจานเด็ดของที่ร้านนี้ ที่ถ้าหากได้มาแล้วแนะนำว่าต้องสั่งมาลิ้มรสกันให้ได้ เริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อยด้วยของกินเล่นอย่าง Calamari (200 บาท++) เป็นหมึกที่นำมาชุบกับแป้งที่ทางร้านปรุงรสไว้แล้วทอดจนเหลืองกรอบ กินคู่กับซอสที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ เคี้ยวหมึกกรอบนอกเนื้อในนุ่มหนึบหนับปากเข้ากับรสชาติซอสรสชาติดี
Caramelized Apple & Walnut Salad
       จานถัดมานำเสนอ Caramelized Apple & Walnut Salad (240 บาท++) เป็นสลัดจานเด่นที่มีแอปเปิ้ลย่างกับเนย มีผักรอคเก็ต มะเขือเทศเชอร์รี่ ราดด้วยน้ำสลัดบาซามิค โรยด้วยวอลนัทและเฟต้าชีส ลิ้มรสสลัดถูกปากกับแอปเปิ้ลหอมหวานเข้ากับผักรอคเก็ต วอลนัท ชีส และน้ำบาซามิครสกลมกล่อมลิ้น
Petite Style Lasagna
       ต่อด้วยเมนู Petite Style Lasagna (320 บาท++) เป็นลาซานญ่าเนื้อหอมๆ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ทำสดๆ ทุกถ้วย โดยทางร้านจะนำเนื้อออสเตรเลียมาปรุงรสตามสูตรเฉพาะ มาทำไปไส้ลาซานญ่าใส่สลับกับชีสเป็นชั้นๆ 3-4 ชั้น และด้านบนโปะด้วยมอสซาเรลล่าชีสแล้วนำเข้าอบ เสิร์ฟมาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมๆ กินแล้วเนื้อนุ่มรสดีนุ่มหนืดชีสถูกปากจริงๆ
Spaghetti Shrimp Japanese Shrimp Roe
       แล้วมาชิม Spaghetti Shrimp Japanese Shrimp Roe (280 บาท++) ที่ถ้าใครชอบกินพาสต้าแนะนำเลยว่าต้องสั่งมาชิม เพราะทางร้านนำเส้นสปาเก็ตตี้มาผัดน้ำมันมะกอก ใส่มะเขือเทศเชอร์รี่ กุ้งสด ไข่กุ้ง และใส่พริกขี้หนูสดเล็กน้อยให้มีรสชาติจัดจ้านขึ้น กินแล้วก็ถูกปากกับเส้นสปาเก็ตตี้เหนียวนุ่มเด้งเข้ากับกุ้งและไข่กุ้งมัน ปาก อกรสเผ็ดนิดๆ กำลังดี
Home-Style Baked Sole
       ตามมาด้วยเมนูนี้ Home-Style Baked Sole (260 บาท++) เป็นปลาทะเล Baked Sole ลามาเป็นชิ้นแล้วอบกับไวน์ขาว มะกอก เคเปเปอร์ และมะเขือเทศซันดราย มีเครื่องเคียงเป็นผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง กินปลาเนื้อนุ่มหวานและได้รสชาติของไวน์ขาวที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ถูกปากดีแท้
Cantadina
       และก็ต้องไม่พลาดที่จะสั่งพิซซ่ามากินกันให้ได้ เพราะที่นี่ทำพิซซ่าแบบโฮมเมด มีเตาอบพิซซ่าที่สั่งทำมาโดยเฉพาะ แนะนำให้สั่ง Cantadina Pizza (300 บาท++) เป็นพิซซ่าแบบอิตาเลียนแท้ๆ แป้งบางและอบด้วยเตาถ่านแบบพิเศษสำหรับทำพิซซ่าเท่านั้นทำให้แป้งกรอบทั่ว กัน และมีกลิ่นหอมของไม้ที่ใช้อบด้วย หน้าพิซซ่านี้ใส่เห็ดหอมสด ไส้กรอกอิตาเลียน มอซซาเรลล่าชีส และโรยหน้าด้วยผักรอคเก็ต กินพิซซ่าแป้งบางกรอบหอมชีสและเต็มปากเต็มคำกับเครื่องต่างๆ ที่ใส่มา
ลีลาการทำพิซซ่าแบบโฮมเมด
       เมนูต่างๆ ที่นำเสนอมานี้เป็นเมนูเด่นที่ไม่ควรพลาดต้องสั่งมาลิ้มลองกันให้ได้ แล้วก็ยังมีเมนูจานเด็ดอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ BBQ Chicken Pizza California Style (340 บาท++) Pizza Spicy Clams White Wine Cream Sauce (360 บาท++) Linguini with Crab Meat (320 บาท++) Baked Atichoke Almond Crusted Salmon Trout (600 บาท++) และอีกหลายหลากเมนูอิตเลียนโฮมเมดเลิศรสที่อยากจะชวนให้ผู้ที่ชืนชอบอาหาร อิตาเลียนได้ลองเดินทางมาลองลิ้มกันด้วยตัวเองที่ร้าน “Petite Pantry” แห่งนี้
บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านบน
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “Petite Pantry” (พิติท แพนทรี่) ตั้งอยู่ที่ 55/1 ซ.สุขุมวิท 49 คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. การเดินทางถ้ามาจากถ.สุขุมวิท ให้ตรงที่ซ.สุขุมวิท 49 ตรงเข้ามาในซอยเรื่อยๆ จนมาถึงวิลล่ามาร์เก็ตจะเห็นร้าน Petite Pantryตั้งอยู่ติดกัน จุดสังเกตอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลฟัน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-22.00 น. มีที่จอดรถภายในร้าน ทางร้านรับจัดเลี้ยงและมีบริการ Delivery ด้วย โทร. 0-2662-4547

อิ่มกาย สุขใจ ในไออุ่นเพลงแจ๊ส ที่ “Mello Yello”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 ธันวาคม 2554 14:58 น. 
บรรยากาศภายในร้าน” Mello Yello”
       การที่ได้มานั่งทอดกาย ปลดปล่อยอารมณ์ พาใจให้เพลินเพลิดไปกับเสียงเพลงแจ๊สอันไพเราะ มันช่างเป็นห้วงเวลาแห่งความสุขเสียจริงเชียว ซึ่งในมื้อนี้ “ตระเวนกิน” ได้ชวนสมัครพรรคพวกมากินดื่มแบบชิลล์ ชิลล์ กันที่ร้าน “Mello Yello Jazz & More” (เมลโล่ เยลโล่ แจ๊สแอนด์มอร์) ที่ตั้งอยู่ตรงRCA
มีดนตรีขับกล่อมให้ฟังอย่างเพลิดเพลิน
       “Mello Yello” เป็นร้านบาร์ที่ว่าด้วยบรรยากาศที่ ชวนให้มานั่งผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ภายในร้านดูโมเดิร์นตกแต่งอย่างมีสไตล์ลงตัว เน้นความอบอุ่นนั่งสบาย ไม่แออัดและโปร่งโล่ง มีโต๊ะนั่งให้เลือกหลายโซนตามใจชอบ ด้านล่างมีโต๊ะนั่งโซฟานุ่มๆ หลากหลายแบบให้เลือกนั่งตามใจ และมีเวทีที่จะมีนักดนตรีมาเล่นเพลง Jazzให้ฟัง และยังมีเพลงแนวSoul, Funk, Fusion หลากหลายรูปแบบ นำโดยวงของสาว“โอ่ง เมลโล่โมทีฟ-ณัฐชา ปัทมพงศ์” ร่วมด้วยวงดนตรีอีกหลากหลายทั้งไทยและต่างชาติชั้นนำที่จะสลับหมุนเวียนมา เล่นกันทุกวัน ตั้งแต่ 21.00 น. แต่ก่อนหน้านั้นก็จะมีดนตรีเปิดแผ่นหลากหลายแนวแต่จะเน้น Jazzเป็นหลัก ส่วนด้านบนมีมุมโต๊ะนั่งเก๋ๆ และมีโต๊ะพูลให้บริการด้วย แล้วก็ยังมีโต๊ะนั่งด้านนอกให้สูดอากาศธรรมชาติกันด้วย
      
       นั่นคือบรรยากาศที่แสนจะชิลล์ ชิลล์ เหมาะแก่การมานั่งกินดื่มกัน ซึ่งเมื่อถามถึงอาหารของที่ร้านนี้ ก็ต้องบอกว่ามีความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว เพราะว่ามีอาหารนานาชาติอันหลายหลากให้เลือกลิ้มรส และจะมีเมนูใหม่ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งเมนูส่วนใหญ่ทางร้านคิดค้นเมนูคิดมาโดยเฉพาะ และคัดสรรแต่วัตถุดิบชั้นดีมาปรุงแต่งเป็นเมนูจานเด็ดเลิศรสที่ชวนลองลิ้ม มากมาย
เกี๊ยวห่อชีส
       “ตระเวนกิน”ขอแนะนำเมนูจานเด่นที่ชวนกิน เริ่มด้วยเมนูกินเล่นเรียกน้ำย่อย เกี๊ยวห่อชีส (90 บาท+) เป็นแผ่นแป้งเกี๊ยวแล้วมีชีสที่ทางร้านคัดมาเป็นพิเศษ ห่อม้วนกับแผ่นเกี๊ยวและทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสมะเขือเทศและมายองเนส กินเกี๊ยวเคี้ยวแป้งกรอบกรุบนุ่มหนึบชีสรสดีโดนใจปาก
ไส้กรอก Mello Yello
       ไส้กรอก Mello Yello (120 บาท+) เมนูนี้มีให้กินที่ร้านนี้เท่านั้น เพราะเป็นไส้กรอกสูตรพิเศษที่ทางร้านทำขึ้นมาโดยเฉพาะ ทำจากเนื้อหมูล้วนๆ รมควันหมักกับเครื่องเทศและเครื่องปรุงต่างๆ เสิร์ฟมาร้อนๆ กินแล้วไส้กรอกเคี้ยวเด้งปากและนุ่มลิ้นกับเนื้อหมูแน่นๆ รสชาติเข้มข้นเครื่องเทศ กินโดยไม่ต้องจิ้มซอสเลยก็อร่อยแล้ว แต่ทางร้านจะมีซอสพริกมาให้จิ้มเพิ่มรสชาติด้วย
กุ้งชุบแป้งทอด
       ตามมาด้วย กุ้งชุบแป้งทอด (190 บาท+) จานนี้มีทีเด็ดอยู่ที่ทางร้านนำกุ้งแชบ๊วยสดๆ ตัวโตเอามาชุบแป้งที่ปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ แล้วทอดจนกุ้งสุกเหลืองกรอบ มีผัดสลัดรองจานมาด้วย กินกุ้งชุบแป้งทอดหอมๆ แป้งกรอบกำลังดี กุ้งเนื้อแน่นเต็มปากเต็มคำ กินคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยหวานๆ ถูกปากดีจริง
ลาบหมูทอด
       แล้วก็มาชิม ลาบหมูทอด (120 บาท+) หน้าตาจิ้มลิ้มชวนกิน เป็นลาบหมูที่ปรุงมาแบบครบเครื่องลาบเต็มสูตร และก็ปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ เล็กๆ ทอดกรอบ กินแล้วลาบกรอบนอกแต่เนื้อในนุ่มเนื้อหมูที่ออกรสชาติลาบเข้มข้นแบบถึง เครื่อง กินคู่กับผักสดๆ
คาโบนาร่า
       จากนั้นสลับรสชาติมากินอาหารฝรั่งบ้าง เป็น คาโบนาร่า (170 บาท+) ที่ทางร้านนำเอาเส้นสปาเก็ตตี้มาผัดกับครีมซอสคาโบนาร่าสูตรพิเศษที่ทางร้าน ปรุงขึ้นมาโดยเฉพาะ และใส่แฮม โรยหน้าด้วยเบคอนทอดกรอบ ม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากเส้นเหนียวนุ่มชุ่มรสชาติครีมซอสคาโบนาร่าที่ หอมออกรสกลมกล่อม
สเต็กเนื้อ
       และถ้าใครชอบกินเนื้อแนะนำให้สั่ง สเต็กเนื้อ (480 บาท+) เป็นเนื้อวัวส่วนสันนอกที่ทางร้านคัดเป็นอย่างดี หมักกับเครื่องหมักสูตรพิเศษของทางร้าน แล้วนำมากริลล์ เลือกระดับความสุกของเนื้อได้ตามใจชอบ เสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟราย และผักลวก แล่เนื้อส่งเข้าปากได้กลิ่นหอมของเครื่องหมักขึ้นจมูก เนื้อเคี้ยวนุ่มหนึบหนับปากมีความฉ่ำของเนื้อที่ดี รสชาติถึงเครื่องหมักถูกปากดีแท้
Mello Yello Mocktails
       แล้วเดี๋ยวจะหาว่ามีแต่อาหารไม่มีเครื่องดื่มมานำเสนอหรืออย่างไร ขอแนะนำเครื่องดื่มที่ดื่มแล้วสร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย และเป็นเครื่องดื่มตัวเด่นของทางร้าน นั่นคือ Mello Yello Mocktails (แก้วละ 200 บาท+) ซึ่งมีอยู่ 3 รสชาติ ให้เลือกสั่งมาดื่มกัน มี Mello’s Blue Sapphire น้ำสีฟ้า Mello’s Ruby น้ำสีแดง และMello’s Topaz น้ำ สีส้ม ซึ่งแต่ละตัวจะมีส่วนผสมของน้ำลิ้นจี่ ใส่น้ำหวานที่ทำให้เกิดสีต่างๆ และปั่นรวมกับน้ำแข็งพร้อมกับใส่เยลลี่ลงไปปั่นรวมด้วย ตกแต่งด้วยชิ้นส้มและเชอร์รี่ ดื่มแล้วหอมหวานสดชื่นมากๆ
บรรยากาศโต๊ะนั่งรับลมด้านนอก
       นอกจากเมนูและเครื่องดื่มที่นำเสนอไปแล้วนั้น ก็ยังมีเมนูจานเด่นอื่นๆ ที่ชวนลองลิ้มอีกมากมาย อาทิ ยำเนื้อ Mello yello (170 บาท+) ยำถั่วสมุนไพร (90 บาท+) ปีกไก่ทอด Mello yello (120 บาท+) เปาะเปี๊ยะแฮมชีส (130 บาท+) น้ำผลไม้ปั่นต่างๆ (80-100 บาท+) ฯลฯ
       เอาเป็นว่าหากใครกำลังเมียงมองหาสถานที่แฮงเอาท์แบบชิลล์ ชิลล์ มีอาหารรสดีให้กินแกล้มเข้ากับบรรยากาศ และมีเพลง Jazz ให้ฟังแบบเพลิดเพลิน ขอแนะนำให้ตรงมาที่ “Mello Yello Jazz & More”
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       “Mello Yello Jazz & More” (เมลโล่ เยลโล่ แจ๊สแอนด์มอร์) ตั้งอยู่ที่ 29/70-72 RCA โซน S ถ.พระราม 9แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. การเดินทางสามารถมาได้ 2 ทาง หากมาทางถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เข้ามาในถ.RCA แล้วเลี้ยวซ้าย ขับเลยร้านตักสุรามา Mello Yello จะอยู่ซ้ายมือ หรือถ้ามาทางถ.พระรามเก้าให้วิ่งผ่านร้าน Route66 มาประมาณ 50 ม. Mello Yello จะอยู่ขวามือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจนเปิดจันทร์-เสาร์ (หยุดทุกวันอาทิตย์) เวลา 19.00 -ครัวปิด 24.00 น. โทร. 0-2203-0423, 0-2641-4283 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.facebook.com/melloyellojazz

อ่านการ์ตูนออนไลน์

EXTRA PRODUCT

Mega Topic

food and recipe

Around the World JM

Science World