| โดย : แม่ช้อยนางรำ | ||||
เคยเปิบอาหารแปลก "เนื้อหลกหลั่ก" ก็เพิ่งจะไปเปิบ "สเต็กเขมร" กันคราวนี้" อีชั้น...มีน้องบุญธรรมกับเขาเหมือนกันนะเจ้าค่ะ น้องคนที่อีชั้นจะเขียนให้เจ้านายรู้จักชื่อว่า ... "นายอู๋" นายอู๋...หรือคุณ "จักรรบ โชติดำรง" คนนี้เป็นลูกชายของ "พล.ต.ท.เจริญ โชติดำรง" อดีตผู้การธนบุรี มือปราบคนดังที่บรรดาเจ้าพ่อมือปืนทั้งหลายรู้จักท่านดี "เฮียแคล้ว ธนิยะกุล" ยังเรียกท่านว่าพ่อ แล้วท่านก็เมตตารับอีชั้นไว้เป็นลูกบุญธรรม เพราะฉะนั้น "นายอู๋" ลูกชายคนเล็ดของท่านก็เป็นเสมือนน้องชายของอีชั้นเหมือนกันใช่มั๊ยเจ้าค่ะ? "นายอู๋" หรือคุณจักรรบ(ชื่อแปลกที่ซู้ด) คนนี้เป็นเจ้าของ "ช้าง ปาร์ค รีสอร์ทแอนด์ สปา" อยู่บนเกาะช้าง เมืองตราด จะว่าไปแล้วนายอู๋คนนี้ล่ะ เป็นคนบุกเบิกเกาะช้างให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน | ||||
เวลาอีชั้นไปเกาะช้าง ก็ต้องพักช้างปาร์คของน้องชายคนนี่ล่ะเจ้านาย สะดวกสบาย โดยเฉพาะเรื่องเรือข้ามฟากละก็ให้บอกที่ท่าเรือ "เซ็นเตอร์ พอยท์" น้องชายอีกคนดูแลชื่อว่า "นายป๋อง" จะให้ออกเมื่อไหร่ย่อมได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เชื่อเจ้านายโทรไปคุยกับเขาก็ได้ที่ 08-9093-3114) ที่สำคัญ เรื่องอาหารทะเลที่ "ช้างปาร์ค" ไม่เคยผิดหวัง อย่างกั้งแก้วตัวโต..โต กุ้งลายเสือบางคนเรียกว่า "กุลาดำยักษ์" ที่นี่มีไม่เคยขาด ขอแนะนำให้เจ้านายได้รู้จัก กุ้งลายเสือ (TUGER PRAWN) ที่ "เกาะช้าง" เมืองตราด เป็นกุ้งท้องถิ่นของทะเลตราด มีขนาดใหญ่ตัวใหญ่สุดเคยพบตัวเกือบกิโลก็ยังมีแต่ที่ "ช้างปาร์ค รีสอร์ทแอนด์สปา" จะคิดขาด 3-4 ตัวกิโล ซึ่งเป็นขนาดกำลังกิน จะเอามาย่างกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือจะมาต้มยำทำแกงอะไรอร่อยทั้งนั้น ก็อย่างที่เรียนเจ้านายไปเกาะช้างก็จะต้องพักที่ "ช้างปาร์ค รีสอร์ท" เพราะที่พักเขายอด อาหารก็อร่อย..ช้อยการันตี | ||||
เมนูที่ว่าจานนั้นคือ... "หลกหลั่ก" เจ้านายอย่างเพิ่งเลิกหลั่ก กับอาหารชื่อแปลกจานนี้ เพราะไม่ใช่เป็นอาหารไทย เป็นอาหารเขมร ที่คนขะแมร์ดัดแปลงมาจากสเต็กฝรั่งเศส สมัยที่เป็นอาณานิคมเมืองขึ้นไง อร่อยแบบเขมรที่ไทยก็กินได้ "หลกหลั่ก" ใช้เนื้อวัวเลือกเฉพาะสันใน นิ่ม..นุ่ม หมักด้วยน้ำปลากับมะนาวได้ทีแล้วจึงเอาไปผัดใส่พริกไทย รากผักชี แต่ที่แปลกก็คือมีถั่วลิสงโขลกละเอียดใส่ ไม่มีพริกเพราะคนเขมรไม่กินเผ็ด ทำง่าย...ง่ายแต่ก็อร่อยได้ด้วยรสชาติที่เจ้านายทายไม่ได้ว่าจะอร่อยอย่างไร? แต่สมัยที่อีชั้นไปเมืองเขมรเป็นปี ก็ได้พึ่งเจ้าหลกหลั่กที่ว่าเวลาคิดถึง..ซูเต็กบ้านเรา!! แล้วก็ไม่เคยคิดว่าจะได้กินอีกคราวนี้ ก้เมื่อมาเกาะช้าง เมืองตราดคราวนี้ "หลกหลั่ก" กินเปล่า....เปล่า หรือกินกับข้าวสวนร้อน..ร้อน รวมทั้งขนมปังแบบฝรั่งเศสที่เรียกว่า "บาเก็ต" ได้ทั้งนั้น แต่ที่สำคัญ | ||||
ถ้าเจ้านายเจอ "นายอู๋" น้องชายอีชั้นกิน "หลกหลั่ก" แล้วจะขอให้เขาแถมผัดไทยสูตรเกาะกง ที่เคยเป็นของเราแต่ถูกจักรดิวรรดิ์นิยมฝรั่งเศสมันแยกเอาไปก็ยังไหว ไง...ไงก็อย่าลืม "กุ้งลายเสือ" เสียล่ะ สด..สด ใหม่..ใหม่ ทั่วเมืองไทย กุ้งลายเสือเกาะช้างใหญ่ที่สุด ...แต่ถ้าจะอร่อยสุด...สุดทั่วเกาะช้าง อยู่ที่ช้างปาร์คเจ้าค่ะ เจ้านาย ********************************************************* ********************************************************* ติดต่อ "ช้างปาร์ค รีสอร์ทแอนด์สปา" ได้ที่ 118/4 วิภาวดี 2 ดินแดง กทม.10400 โทร 0-2692-0121 โทรสาร 0-2692-0663 |
"หลกหลั่ก"...สเต็กเขมร ที่ "ช้างปาร์ครีสอร์ท" เกาะช้าง ตราด / แม่ช้อยนางรำ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤษภาคม 2552 16:29 น.
"ปลาช่อน 6 ริ้ว" หมู่บ้านวอ แม่น้ำสะโตง/ สันติ เศวตวิมล
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 กันยายน 2554 15:29 น.
| โดย : สันติ เศวตวิมล | |||||
แม่น้ำสะโคง...เป็นแม่น้ำประวัติศาสตร์ไทยรบพม่า ที่นี่...มี "ปลาช่อนแห้ง" ดังเรียกว่า "ปลาช่อน 6 ริ้ว ใครที่เคยไปไหว้พระธาตุอินทร์แขวน รัฐมอญ เมืองพม่า คงจะตื่นตากับแม่น้ำสะโตง แม่น้ำประวัติศาสตร์ที่ "สมเด็จพระนเรศวร" ทรงปืนต้นข้ามแม่น้ำยี้ไปถูก "สุรกรรมา" แม่ทัพพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง เมื่อตอน "ป้าช้อย" พาผมไปไหว้พระธาตุ ที่ตั้งอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ ตั้งหมิ่นเหม่อยู่บนหน้าผาทำท่าจะตกลงมาให้ได้ แต่ก็ไม่ตกลงมาสักกะที เป็นร้อย...ร้อยปี ผมก็ตื่นเต้นเพราะกลัวว่า...ผมจะไปผลักพระธาตุเขาตกลงมา | |||||
ผมคงติดคุกพม่าหัวโต!! ผมไปไหว้ "พระธาตุอินทร์แขวน" หลายครั้ง คือมากกว่าสิบคราว จนกระทั่งเพื่อนพม่าบอกว่า ไม่ต้องมาอีกก็ได้ เพราะว่า คนพม่าไหม้พระธาตุอินทร์แขวนสามครั้ง เขาก็ว่าจะได้ขึ้นววรรค์แล้ว แต่ถ้าผมไปมากกว่าสิบคราว ประเดี๋ยวสวรรค์หมั่นไส้ พอดีพอร้ายไม่ได้ขึ้นสวรรค์ อาจจะตกสวรรค์ก็ได้...พม่ามันว่าอย่างนั้น อย่างที่ผมเขียนเรียนท่านว่า เวลาไปไหว้ "พระธาตุอินทร์แขวน" ก็จะต้องผ่านแม่น้ำสะโตงที่กว้างใหญ่ มองคล้ายแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงจะออกปากอ่าวไทย แม่น้ำสะโตงก็ไหลออกอ่าวเมาะตะมะเหมือนกัน ก่อนจะข้ามสะพานเหล็กที่สร้างสมัยอังกฤษปกครองมองดูแล้วคล้ายกับสะพานสมัยสงครามโลก เราก็จะผ่านหมู่บ้านเล็ก...เล็กที่ชื่อว่า "วอ" หมู่บ้านที่ว่านี้ไง ผ่านไปทีไรจะเห็นรถราจอดกันแน่นหน้าหมู่บ้าน รถราติดกันเสียเวลาเป็นชั่วโมง เพราะใครมาถึงที่นี่ก็จะต้องลงไปซื้อ "ปลาช่อนแห้ง" ที่พม่าบอกว่า ปลาช่อนแห้ง บ้านวอ ริมแม่น้ำสะโตง เขตแคว้นแดนมอญที่ว่านี้ เป็นปลาช่อนที่ดีที่สุดในเมืองพม่า เขาเรียกกันว่า "ปลาช่อนนาหยั่น" หรือจะเรียกเป็นภาษาพม่าก็ต้องออกเสียงว่า "นาหยั่นจอ" เอาละ ก็เป็นว่า | |||||
เป็นอาหารโบราณของพวกพม่ารามัญทำกินกันตั้งแต่โบร่ำโบราณ เวลายกทัพจับศึกไปตีเมืองไหน เป็นต้องทำ "ปลาช่อนหงสา" ใส่เป็นเสบียงกรัง คลุกกับข้าวกินกันได้ไม่เบื่อ ปลาช่อนนาหยั่น "หกริ้ว" ที่คนพม่านิยมซื้อปลาช่อนที่บ้านวอก็เพราะว่า ปลาช่อนที่นี่ตัวใหญ่ เมื่อผ่าอกมาเป็นปลาแห้งก็จะได้หกริ้ว(โปรดสังเกตจากรูปจะเห็นชัด) แต่ถึงอย่างไรก็ยังเล็กกว่าปลาช่อนแห้งที่ฉะเชิงเทรา ที่เขาเรียกกันว่า "แปดริ้ว" ก็เพราะสมัยหนึ่งปลาช่อนแห้งที่บ้านเรามีถึง 8 ริ้ว...แต่เดี๋ยวนี้ได้แค่ 2 นิ้วก็โอเคแล้ว คนพม่ากินปลาช่อนแบบบ้านเรา คือเอาไปย่าง เอาไปเผาหรือเอาไปทอด แต่ถ้าจะให้อร่อยยอด ก็จะต้องเอาไปทำ "ปลาช่อนหงสา" | |||||
วิธีทำก็เอาปลาช่อนไปทอดให้กรอบ แล้วเอาน้ำพริกกุ้งพม่าที่เรียกว่า "ปาลาฉ่อง" ผัดคลุกเคล้าไปทั่วทั้งตัว รสชาติจะออกเผ็ด...เผ็ด เค็ม...เค็ม พม่าไม่กินเปรี้ยว กินหวาน แต่อาหารจานนี้ขึ้นชื่อจะกินให้อร่อยต้องไปที่เมืองหงสาวดี หรือที่ร้าน "แม่ช้อยดอยหลวง" ซอยเรวดี นนทบุรี แต่ไม่ได้มีให้กินทุกวันหรอกครับ เวลาผมไปทำทัวร์เมืองพม่าทีก็จะต้องหอบปลาช่อนบ้านวอกับน้ำพริกกุ้งปาลาฉ่อง เมืองหงสาวดีกลับมาทำขาย ไปเมื่อไหร่ จะรายงานให้รู้กัน รับรองว่าทั่วแคว้นแดนไทยไม่มีใครทำขายกัน |
“Petite Pantry” มีดีอิตาเลียนโฮมเมด
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 1 ธันวาคม 2554 15:48 น. |
มาในมื้อนี้ “ตระเวนกิน” เลยขอเอาใจแฟนๆ ที่พิสมัยอาหารอิตาเลียนกันสักหน่อย โดยขอพาเดินทางมาที่ซ.สุขุมวิท 49 เพื่อมายังร้าน “Petite Pantry” (พิติท แพนทรี่ แปลว่า ครัวขนาดมินิ) ซึ่งที่นี้เป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่ชวนให้มาลิ้มลองเป็นอย่างมาก เพราะว่าด้วยบรรยากาศของร้านที่ชวนนั่งแบบชิลล์ ชิลล์ ตรงตามคอนเซ็ปของร้านที่ว่า บรรยากาศง่ายๆ สบายๆ เป็นกันเอง ราคาไม่แพง (ในย่านสุขุมวิทนี้) | ||||
ส่วนเรื่องของอาหารอิตาเลียนของที่ร้านนี้ เน้นว่าเป็นอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด ที่เน้นคัดสรรวัถุดิบที่มีคุณภาพในการนำมาปรุงเป็นอาหารอิตาเลียนจานเด็ดที่ ทางร้านรังสรรค์เมนูคิดมาเป็นสไตล์ของตัวเองโดยเฉพาะ ซึ่งมีเมนูอิตาเลียนอันหลากหลายให้ได้เลือกสั่งมากินกันตามใจชอบ | ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
“Petite Pantry” (พิติท แพนทรี่) ตั้งอยู่ที่ 55/1 ซ.สุขุมวิท 49 คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. การเดินทางถ้ามาจากถ.สุขุมวิท ให้ตรงที่ซ.สุขุมวิท 49 ตรงเข้ามาในซอยเรื่อยๆ จนมาถึงวิลล่ามาร์เก็ตจะเห็นร้าน Petite Pantryตั้งอยู่ติดกัน จุดสังเกตอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลฟัน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-22.00 น. มีที่จอดรถภายในร้าน ทางร้านรับจัดเลี้ยงและมีบริการ Delivery ด้วย โทร. 0-2662-4547 |
เคี้ยวมันๆ กับ “อโวคาโดผัดน้ำมันงา” / กุ๊กเล็ก
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 2 เมษายน 2552 14:21 น. | |
| |
ส่วนผสม
อโวคาโด 1 ผล
พริกหวาน 1 ผล
น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
ผักบุ้งจีน ตามชอบใจ
น้ำต้มสุก เล็กน้อย
ส่วนผสมครบมือแล้วก็ระเบิดความมันโดยการล้างผักให้สะอาด ปอกเปลือกอโวคาโดแล้วหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำ จากนั้นเด็ดยอดอ่อนและใบของผักบุ้งจีน ฝานพริกหวานเป็นแว่นเรียงบนจานเพื่อความสวยงาม แล้วก็ผสมน้ำมันงา น้ำมันหอย น้ำตาลทราย เกลือ คนให้เข้ากันดี เรียบร้อยแล้วก็หันมาตั้งน้ำมัน นำอโวคาโดลงผัดพอหอม เติมน้ำต้มสุกเล็กน้อยแล้วผัดต่อจนอโวคาโดเหลืองสุก ใส่ผักบุ้งจีนลงผัดตามแล้วรีบปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่ผสมไว้ ผัดให้ทั่วจนผักสลดแล้วรีบยกขึ้นตักราดบนจานที่วางเรียงด้วยแว่นพริกหวานให้ สวยงามพร้อมเสิร์ฟได้เลย
เผ็ดร้อนสะใจ กับ "น้ำพริกนรกกุ้ง" / กุ๊กเล็ก
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 เมษายน 2552 12:03 น.
โดย : กุ๊กเล็ก
พายุฤดูร้อนที่พัดผ่านบ้านเมืองของเราในช่วงที่ผ่านมานี้ช่วยลด อุณหภูมิความร้อนให้เบาบางลงไปได้บ้าง และหลังจากที่พายุผ่านพ้นไป คราวนี้แหละเราก็จะได้สัมผัสกับความร้อนที่แท้จริงของเดือนที่ร้อนที่สุดใน รอบปีอย่างเดือนเมษายนกันจริงๆจังๆแล้ว อย่ากระนั้นเลย “กุ๊กเล็ก” ขอเสนอเมนู “น้ำพริกนรกกุ้ง” เพิ่มความร้อนระอุกันให้สุดๆ ไปเลยดีกว่า
ส่วนผสม
กุ้งแห้ง 1 ถ้วย
พริกขี้หนูแห้ง 20 เม็ด
หอมแดง 10 หัว
กระเทียม 5 หัว
กะปิเผา 2 ช้อนชา
มะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
มาเริ่มลงมือทำน้ำพริกนรกกุ้งกันเลยดีกว่า เริ่มนำพริกขี้หนูแห้งไปคั่วให้หอม ไม่ว่าใครจะกินเผ็ดมากหรือเผ็ดน้อย อยากได้นรกขุมไหนก็เพิ่ม-ลดจำนวนพริกได้ตามชอบ เสร็จแล้วนำพริกคั่วนั้นมาโขลกรวมกับกระเทียมและหอมแดงให้ละเอียด เพิ่มรสชาติให้น้ำพริกนรกด้วยกะปิเผาหอมๆ โขลกจนได้ที่แล้วก็เอากุ้งแห้งลงไปออกแรงโขลกต่อให้ละเอียดเข้ากันดี ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วยมะขามเปียกและน้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากันดีแล้วลองชิมรสให้ถูกใจ
จากนั้นหันไปตั้งกระทะให้ร้อน นำเอาส่วนผสมทั้งหมดที่เราโขลกเอาไว้ลงไปคั่วไฟอ่อนๆ จนน้ำพริกนรกนั้นแห้งดี ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย กินกับผักสด หรือไข่ต้มไข่เจียว หรือจะกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆเพียงอย่างเดียว ก็อร่อยเหาะ และหากเก็บไว้ในภาชนะมีฝาปิดมิดชิดแช่ตู้เย็นไว้ก็เป็นเสบียงเก็บไว้กินได้ เป็นอาทิตย์ๆเลยล่ะ
โดย : กุ๊กเล็ก
| |
ส่วนผสม
กุ้งแห้ง 1 ถ้วย
พริกขี้หนูแห้ง 20 เม็ด
หอมแดง 10 หัว
กระเทียม 5 หัว
กะปิเผา 2 ช้อนชา
มะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
มาเริ่มลงมือทำน้ำพริกนรกกุ้งกันเลยดีกว่า เริ่มนำพริกขี้หนูแห้งไปคั่วให้หอม ไม่ว่าใครจะกินเผ็ดมากหรือเผ็ดน้อย อยากได้นรกขุมไหนก็เพิ่ม-ลดจำนวนพริกได้ตามชอบ เสร็จแล้วนำพริกคั่วนั้นมาโขลกรวมกับกระเทียมและหอมแดงให้ละเอียด เพิ่มรสชาติให้น้ำพริกนรกด้วยกะปิเผาหอมๆ โขลกจนได้ที่แล้วก็เอากุ้งแห้งลงไปออกแรงโขลกต่อให้ละเอียดเข้ากันดี ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วยมะขามเปียกและน้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากันดีแล้วลองชิมรสให้ถูกใจ
จากนั้นหันไปตั้งกระทะให้ร้อน นำเอาส่วนผสมทั้งหมดที่เราโขลกเอาไว้ลงไปคั่วไฟอ่อนๆ จนน้ำพริกนรกนั้นแห้งดี ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย กินกับผักสด หรือไข่ต้มไข่เจียว หรือจะกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆเพียงอย่างเดียว ก็อร่อยเหาะ และหากเก็บไว้ในภาชนะมีฝาปิดมิดชิดแช่ตู้เย็นไว้ก็เป็นเสบียงเก็บไว้กินได้ เป็นอาทิตย์ๆเลยล่ะ
Subscribe to:
Posts (Atom)