"เดอะ ออสเตรเลี่ยน คลับ" (THE AUSTRALIAN CLUB)สโมสร "ผู้ดีออสซี่ส์"/ สันติ เศวตวิมล

โดย : สันติ เศวตวิมล
ประตูเข้า "เดอะ ออสเตรเลี่ยน คลับ"
       ตามแบบฉบับของผู้ดีอังกฤษที่ประพฤติสุภาพบุรุษ...สตรี ที่จะต้องมีสโมสรส่วนตัว สถานที่หรูหรา อาหารอร่อย ไวน์ดี ส่วนตั๊ว...ส่วนตัว
      
       ……………………..
      
       ป้าช้อย...แกบอกผมว่า ให้เขียนเล่าถึงหลานสาวของคุณป้าที่เป็นคนไทยคนแรกที่ได้ทำงานในสโมสรหรูหราแบบผู้ดีอังกฤษ สมัยวิคตอเรีย
      
       ความจริงผมก็ไม่ได้อยากจะเขียนโพนทนาถึงลูกสาวคนนี้ของผม กลัวท่านผู้อ่านจะรำคาญว่า ผมเห่อลูกสาว
      
       แต่เอาล่ะครับ ผมกับผู้อ่านมันก็ตะอวยเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันมาสาม...สี่สิบปี ก็ขออนุญาตเขียนถึงลูกด้วยความผูกพันล่ะครับ
บันไดสมัย "วิคตอเรีย"
       "พิม" เป็นลูกสาวคนที่สอง รองมาจาก "แพง" (ขวัญข้าว) แต่พี่น้องสองคนมีลักษณะตรงกันข้าม
      
       "แพง" ชอบดนตรี แต่ "พิม" ชอบทำกับข้าว
      
       เมื่อ "แพง" ได้ทุนช้างเผือก เลือกเรียนดนตรี "เชลโล" ที่คณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ "พิม" กลับตะลอนไปเรียนต่อออสเตรเลียด้วยทุนของตัวเอง
      
       ก็สมัยฟองสบู่แตก ผมน่ะแหลก แบกหนี้สิน...เจ๊กอัก!!
      
       แต่ "พิม" อยากจะไปเรียนทำอาหารฝรั่ง ตั้งใจแน่วแน่ไปเรียนด้วยทำงานด้วยที่ออสเตรเลีย ประเทศฝรั่งมังค่า ที่ใกล้ประเทศไทยเรามากที่สุด และค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่ายุโรป...อเมริกา
      
       "พิม" ทำงานด้วย เรียนด้วย
ห้องดื่มไวน์
       ผมไม่ได้ช่วยการเงินให้กับลูกเลย
      
       "พิม" อยู่ออสเตรเลียนับสิบปี จนกระทั่งซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ กำลังจะโอนเป็นคนออสซี่เร็ว...เร็วนี้
      
       ปีหนึ่งคิดถึงพ่อ "พิม" ก็จะบินมาหาผมที แต่มาถี่จนผมบอกกับ "พิม" ว่า
       "กลับมาอยู่บ้านเราเสียเลยไม่ดีกว่าหรือลูก"
      
       "พิม" บอกกับผมว่า กลับน่ะกลับมาแน่...THERE'RE NO PLACE LIKE HOME...จะมีที่ไหนดีเท่าที่บ้าน
      
       แต่ตอนนี้จะต้องขอเล่าเรียนศึกษาวิชาอาหารหวานคาว รวมทั้งเหล้ายาให้แตกฉาน แล้วจะกลับบ้านก็จะมาเปิดร้านอาหารเล็ก...เล็ก แต่แตกต่างไปจากร้านอาหารสองร้านที่ผมมี
ห้องดินเนอร์
       อย่างร้าน "แม่ช้อย กรุงเก่า" ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าเจดีย์ "ศรีสุริโยทัย" หัวแหลม พระนครศณีอยุธยา ร้านนั้นเป็นร้านอาหารไทยโบราณ
      
       ส่วนร้าน "แม่ช้อย ดอยหลวง" สวนทุเรียน ซอยเรวดีเมืองนนท์ เป็นร้านกาแฟ มีอาหารแบบ "ฟิวชั่น" (FUSION) คือผสมผสานทำตามใจ
      
       ผมก็เลยเข้าใจอย่างคุณหญิงย่าเคยสอนผมไว้ว่า
      
       ...ลูกไม้หล่นใกล้ต้น...
      
       หรือฝรั่งมีสำนวนว่า "LIKE FATHER LIKE SON"
      
       อย่างที่ผมเขียนเรียนท่านว่า ลูกสาวคนนี้ของผมเลือกชีวิตของเธอเอง เพราะฉะนั้นเธอไม่เกรงกลัวอุปสรรคปัญหา
      
       "พิม" เรียนอาหารหวานคาวเจ้าดัง...ดังในออสเตรเลียหลายเมืองหลายรัฐ ฝีมือจัดขนาดไหน พูดไปเขียนไปก็เหมือนเชียร์ลูกสาว เอาว่าล่าสุดที่ "พิม" ส่งข่าวมาก็คือลูกได้เข้าทำงานที่ "เดอะ ออสเตรเลี่ยน คลับ"
      
       สโมสรหรูหราแบบผู้ดีอังกฤษที่ไปยึดบ้านเมืองที่ไหนในโลก ก็จะต้องมีสโมสรส่วนตัว
       ตามวิสัยของผู้ปกครองเอาไว้พบปะสังสรรค์เลี้ยงดูปูเสื่อกันแบบเจ้าขุนมูลนาย สไตล์ "วิคตอเรีย" ที่มีคำสรรเสริญความเป็นจักรวรรดินักล่าอาณานิคมเมืองขึ้นว่า
      
       ...พระอาทิตย์ไม่เคยตกในดินแดนสหราชอาณาจักร...
      
       "เดอะ ออสเตรเลี่ยน คลับ" ที่ลูกสาวผมได้เข้าไปทำงาน จนกล่าวได้ว่าเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ทำงานในสโมสรแห่งนี้ อยู่ที่กรุง "เมลเบิร์น"
      
       สโมสรแห่งนี้เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ.1878 ประมาณได้ร้อยยี่สิบ...สามสิบปี
      
       คลับแห่งนี้สมาชิกจะต้องเป็นระดับผู้บริหารเท่านั้น ผู้ที่จะใช้บริการจะต้องเป็นสมาชิก ค่าใช้จ่ายแพงเอาการ (บ้านเรา "สปอร์ตคลับ" ก็เอาแบบของเขามา)
      
       "เดอะ ออสเตรเลี่ยน คลับ" จะคัดอาหารหวานคาว ไวน์ เครื่องดื่มดีที่สุดในโลกมาบริการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่จะต้องคัดดีเยี่ยมที่สุดเช่นกัน
      
       ลูกสาวของผมโชคดีเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ทำงานที่นี่ ผมก็โชคดีที่จะมีผู้มาช่วยทำอาหารให้กับ "ร้านแม่ช้อย อินเตอร์" ในอนาคตที่ผมคิดจะเปิดเมื่อ "พิม" กลับมา
      
       ...ผมถึงขออนุญาตเขียนเรียนท่านด้วยความเคารพที่ท่านให้เกียรติรู้จักครอบครัวของเราครับ...